หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 664 เติมเต็มการหมั้นหมาย
เล่มที่ 23 ตอนที่ 664 เติมเต็มการหมั้นหมาย
“คุณชายหนาน?” ยามนี้เอง ด้านหลังมีเสียงเปี่ยมความสงสัยดังแว่วมา หนานฟางเฟยหันกลับไป พบชุนเซียงกำลังถือน้ำแกงอยู่ถ้วยหนึ่ง มีกลิ่นหอมของสมุนไพรโชยออกมาจางๆ
เขาชะงักไปเล็กน้อย ชุนเซียงเห็นเขาเดินไปเดินมาเมื่อครู่นี้แล้วจึงเอ่ยปากถาม “คุณชายมีเรื่องต้องการพบคุณหนูหรือเจ้าคะ?”
ดวงตาของบุรุษรูปงามเปล่งประกาย “คุณหนูกงซุนไม่สบายหรือ?”
ชุนเซียงอ้าปากเล็กน้อย ทว่าพลันคิดไปถึงคำสั่งของคุณหนูจึงแย้มยิ้มอีกครั้ง “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ คุณหนูเพียงล้าเล็กน้อย บ่าวจึงไปนำน้ำแกงบำรุงมาจากโรงครัว” นางไม่กล้ากล่าวว่าเป็นเพราะระยะนี้คุณหนูศึกษาพิษในพระวรกายขององค์ชายสี่ติดต่อกันนาน รวมกับอากาศหนาวชื้นของแคว้นเหลียน ทำให้อวิ๋นซูไม่สบายจริงๆ คุณหนูไม่เหมือนนางที่มีวรยุทธติดตัว อย่างไรก็ตาม ชุนเซียงรู้สึกว่าตั้งแต่มายังแคว้นเหลียน แขนขาของนางมักจะรู้สึกหนาวจนปวดในยามค่ำคืนที่อากาศหนาวเหน็บ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงคุณหนูเลย โชคดีที่คุณหนูแช่น้ำสมุนไพรทุกวัน มิเช่นนั้นคงยากจะต้านทานอากาศหนาวเหน็บอึมครึมเช่นนี้ได้
ทว่าท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยของอีกฝ่ายกลับมิอาจรอดพ้นสายตาของหนานฟางเฟย ในใจพลันเกิดความกังวล
“ข้า…มีเรื่องบางอย่างต้องการหารือกับคุณหนูกงซุนจริงๆ”
ท่าทีของเขาทำให้ชุนเซียงคาดเดาได้โดยพลัน เชื่อว่าคงเป็นเพราะเรื่องคุณหนูเยี่ยนกระมัง เดิมทีคิดจะหาเหตุผลมาบอกปัดด้วยไม่อยากให้อวิ๋นซูกลัดกลุ้มใจเพราะเรื่องกงซุนเยี่ยนอีก เพียงแต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง หากคุณหนูทราบเข้าเกรงว่าจะตำหนิตนกระมัง? ยิ่งไปกว่านั้นยังมิอาจกล่าวได้ชัดเจนว่าคุณชายหนานจะมาช่วยคุณหนูหรือไม่?
“คุณชายโปรดรอที่ศาลาสักครู่ บ่าวจะไปเรียนคุณหนู”
“รบกวนแล้ว”
คุณชายหนานยืนอยู่ในศาลาอย่างเงียบงัน มองไปยังห้องที่ชุนเซียงเดินเข้าไป ในใจพลันเกิดความตื่นเต้นอยู่หลายส่วน ต่อให้อยู่เบื้องหน้ากงซุนเยี่ยนเขาก็ไม่เคยมีความรู้สึกกังวลเช่นนี้ บางทีอาจเป็นเพราะคุณหนูซูทำให้ผู้อื่นมองไม่ออกกระมัง กงซุนเยี่ยนราวกับจะนำความคิดและอดีตทั้งหมดของตนเองออกมาวางเรียงไว้เบื้องหน้าเขาจนสิ้น ทว่าคุณหนูซูนั้น เขากลับเข้าใจนางเพียงเล็กน้อยประดุจเส้นขน
หนานฟางเฟยจมลงสู่ความคิดของตนเอง ทำให้มิได้สังเกตเห็นว่ายามนี้อวิ๋นซูยืนอยู่ด้านหลังเขาแล้ว
“คุณชายหนาน?”
หนานฟางเฟยพลันได้สติกลับมา หมุนตัวมองไป ใบหน้าไร้การแต่งแต้มของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความขาวซีดที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องปวดใจ เขาคิดไปถึงน้ำแกงสมุนไพรที่ชุนเซียงถือเข้าไปเมื่อครู่นี้ “ฟางเฟยรบกวนการพักผ่อนของคุณหนูกงซุนแล้ว คุณหนูดื่มยาเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
“ขอบคุณคุณชายหนานที่ใส่ใจ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายมาด้วยเรื่องอันใด?” นางทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา หนานฟางเฟยรู้สึกว่าบนร่างของอีกฝ่ายยังคงมีความห่างเหิน ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาผิดหวังจางๆ
เขาใคร่ครวญครู่หนึ่ง รู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองแข็งทื่อและห่างเหินอยู่บ้าง “ไม่ทราบว่า…เรื่องคุณหนูเยี่ยนท่านนั้น คุณหนูกงซุนมีความคิดเห็นอย่างไร?” เมื่อกล่าวจบ หนานฟางเฟยกลับรู้สึกเสียใจขึ้นมา ตนเองถามเช่นนี้ราวกับต้องการลองเชิงนางอย่างไรอย่างนั้น ยังไม่ตรงไปตรงมามากพอ หากเขาเป็นคุณหนูกงซุน เกรงว่าคงคิดว่าตนไม่เชื่อนางกระมัง
อวิ๋นซูมิได้กล่าวคำใด หนานฟางเฟยรู้สึกว่าดวงตากระจ่างใสของอีกฝ่ายกำลังหยุดอยู่บนใบหน้าของตน ส่วนเขากลับไม่กล้าสบตานางด้วยเกรงว่าจะเห็นความตำหนิกล่าวโทษในดวงตาของอวิ๋นซู
นางเดินไปด้านข้างอย่างเงียบงัน ยื่นมือออกไปสัมผัสใบไม้สีเขียว “เช่นนั้นคุณชายหนานคิดเห็นอย่างไร?”
อวิ๋นซูย้อนถามอย่างสงบนิ่ง หนานฟางเฟยรู้สึกคล้ายสำลักในลำคอ เหตุใดนางจึงไม่แย่งชิงการสนับสนุนของตนเฉกเช่นกงซุนเยี่ยนผู้นั้นเล่า? ท่าทีเงียบงันเช่นนี้ของนางทำให้ผู้คนสงสัยได้ง่ายจริงๆ เขามิได้สังเกตเลยว่าตนเริ่มกังวลกับสถานการณ์ของอวิ๋นซูแล้ว
“ได้ยินว่าบนร่างของกงซุนเยี่ยนผู้นั้นมีบาดแผลจากธนูที่หลงเหลือจากเมื่อปีนั้น…”
“เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า?”
“ยิ่งไปกว่านั้น นางยังหน้าตาเหมือนฮูหยินท่านแม่ทัพที่เสียไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว”
“ใช่แล้ว”
ท่าทีของนางคล้ายกับยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างเงียบๆ ทำให้ในใจของหนานฟางเฟยรู้สึกไร้รสชาติ เขาพบว่าตนอยากให้นางเป็นคุณหนูกงซุนตัวจริง มิใช่เพราะทั้งสองคบหากันลึกซึ้งมากกว่า เพียงแต่เขารู้สึกว่าอวิ๋นซูมิใช่สตรีที่มีความคิดชั่วร้ายเช่นนั้น
“หากเจ้าได้รับความอยุติธรรมอันใดก็มาบอกข้าได้ ฟางเฟยจะเลือกยืนอยู่ข้างคุณหนูกงซุนเป็นแน่”
อวิ๋นซูหันกลับไปมองเขาอย่างสงบเงียบเช่นนั้น สายตาของนางทำให้หนานฟางเฟยใจสั่น หรือตนจะกล่าวคำใดผิดไป? หรือนางไม่เชื่อตน?
“ความหมายของคุณชายนานก็คือ ไม่ว่าซูเอ๋อร์จะกล่าวเช่นไร ท่านก็จะเชื่อหรือ?”
“…ใช่ ขอเพียงเจ้ากล่าวออกมา ข้าก็จะเชื่อ” เขาไม่รู้ว่าความเชื่อใจเช่นนี้ของตนมาจากที่ใด ราวกับต้องการพิสูจน์ให้อวิ๋นซูเห็นว่าตนมิได้กล่าวเท็จจึงก้าวไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง มองนางด้วยดวงตาลุกโชน
สตรีเบื้องหน้าแย้มยิ้ม ความจริงนางรู้ดี หากคุณชายหนานเชื่อตนจริงๆ จะเดินไปเดินมาอยู่ในลานเรือนเนิ่นนานทำไมกัน กระทั่งชุนเซียงพบเขาจึงค่อยเผยท่าทีออกมา ในใจของเขามิมั่นใจ ต้องการมาลองเชิงท่าทีของตนว่าจะนำหลักฐานมากมายมาพิสูจน์ว่าตนเป็คุณหนูกงซุนตัวจริงดั่งที่กงซุนเยี่ยนทำหรือไม่ เขากังวลว่าตนจะเลือกผิดฝั่งจนทำร้ายคู่หมั้นหมายตัวจริงของเขา
อวิ๋นซูมิได้ตำหนิหนานฟางเฟย เขาไม่ผิด ยิ่งไปกว่านั้นสายตาห่วงใยของเขาก็มิใช่เรื่องเท็จ ในจุดนี้อวิ๋นซูรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก เพียงแต่น่าเสียดายที่นางมิอาจบอกเขาเรื่องนี้ได้
“จริงๆ แล้ว ข้าต้องการรู้ความจริงของเรื่องราวมากกว่าผู้ใดทั้งสิ้น” คำพูดของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความหมายลึกล้ำ หนานฟางเฟยคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ ยามนี้เอง เงาร่างที่ซ่อนอยู่ไม่ไกลพลันดึงดูดความสนใจของอวิ๋นซู นางจึงรีบเก็บท่าทีกลับมา “คุณชายหนาน มีคนมาหาท่าน”
อะไรนะ? ไม่รอให้หนานฟางเฟยมีปฏิกิริยากลับมา อวิ๋นซูก็เดินผ่านไหล่เขาไป กลับไปยังห้องของตนอย่างสงบ
ขณะนั้นเอง ในที่สุดเขาก็สังเกตุเห็นสตรีที่ยื่นศีรษะออกมาอย่างระมัดระวังผู้นั้นแล้ว คุณหนูเยี่ยนหรือ? หรือนางจะแอบฟังมาโดยตลอด? ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ความคิดแรกที่หนานฟางเฟยมีคือ หากเปลี่ยนเป็นกงซุนซู เชื่อว่าคงมิทำเรื่องที่ชวนให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเช่นนี้เป็นแน่
กงซุนเยี่ยนเห็นอวิ๋นซูกลับห้องไปแล้วจึงจัดอาภรณ์ของตนก่อนจะก้าวออกมา บนใบหน้าของนางประดับไปด้วยความเขินอาย หนานฟางเฟยเดินเข้ามารับ นางเอ่ยด้วยเสียงอ่อนหวาน “คุณชายหนาน เยี่ยนเอ๋อร์ให้คนนำน้ำแกงรังนกไปให้ที่เรือนของคุณชาย ไม่คิดว่าคุณชายจะอยู่ที่นี่”
กระทั่งกงซุนเยี่ยนก็ยังสังเกตุเห็นบรรยากาศอันแปลกประหลาดระหว่างเขาและกงซุนซู แม้จะได้ยินไม่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังกล่าวสิ่งใด ทว่าในใจของนางกลับรู้สึกไร้รสชาติยิ่งนัก หรือคุณชายหนานจะชอบนังตัวปลอมนั้นมากกว่า?
“พอดีมีเรื่องต้องการหารือกับคุณหนูซู”
ท่าทีไม่อยากกล่าวถึงประเด็นสำคัญของหนานฟางเฟยทำให้กงซุนเยี่ยนรู้สึกว่าต้องมีอะไรที่เขาไม่อยากให้ตนรู้เป็นแน่ อย่างไรก็ตาม มิอาจปล่อยให้คุณชายหนานคิดว่าตนรู้สึกสงสัยมากเกินไป มิเช่นนั้นจะทำให้เขามีความประทับใจไม่ดี “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เยี่ยนเอ๋อร์ก็มีคำต้องการกล่าวกับคุณชายพอดี…”
นางก้มหน้าลงเล็กน้อย บนใบหน้าปรากฏรอยแดงระเรื่อ ท่าทีเช่นนี้ทำให้หนานฟางเฟยรู้สึกแปลกประหลาดในใจ มุมปากแข็งค้างเล็กน้อย เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยกล่าวตอบคำหนึ่ง “อืม”
เมื่อกลับไปถึงเรือนพักชั่วคราวของเขา กงซุนเยี่ยนพลันอุทานออกมา “นี่…เรือนนี้โกโรโกโสจริงๆ ลำบากคุณชายหนานแล้ว ล้วนเป็นความผิดของเยี่ยนเอ๋อร์ที่ไม่ได้ตรวจดูให้ดีเสียก่อน เยี่ยนเอ๋อร์จะไปบอกพ่อบ้านให้เปลี่ยนเป็นเรือนงดงามให้คุณชาย”
“ไม่ ไม่จำเป็นต้องลำบาก นี่เป็นเรือนที่ฟางเฟยใช้พักมาตลอด เงียบสงบเสียหน่อยถึงจะดี”
“แต่คุณชายหนานเป็นผู้สูงศักดิ์เพียงนี้ จวนแม่ทัพมิอาจเมินเฉยเป็นอันขาด” พ่อบ้านผู้นั้นก็จริงๆ เลย ทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณชายหนานเป็นนายน้อยในอนาคตยังเมินเฉยเพียงนี้เชียว!
สูงศักดิ์? แต่ไหนแต่ไรหนานฟางเฟยไม่คิดว่าตนเป็นผู้สูงศักดิ์อันใด ทั้งยังไม่ชอบที่ผู้อื่นมักเรียกขานตนว่าคุณชายตระกูลหนาน ราวกับว่านอกจากฐานะนี้แล้ว เขาก็มิได้เป็นสิ่งใดทั้งสิ้น “ไม่ทราบว่าคุณหนูเยี่ยนต้องการกล่าวสิ่งใดกับฟางเฟยหรือ?”
กงซุนเยี่ยนจึงค่อยได้สติกลับมา รีบเดินเข้าไปในห้อง รินน้ำหวานถ้วยหนึ่งด้วยตนเอง “คุณชายคงกระหายแล้วกระมัง? ดื่มเสียหน่อยเถิด” นางพยายามแสดงท่าทีมากคุณธรรมออกมา หวังว่าคุณชายหนานจะรู้สึกดีกับนางมากขึ้น
เมื่อเห็นท่าทีกระตือรือร้นเช่นนี้ของอีกฝ่าย หนานฟางเฟยยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนชัดเจน จะกล่าวอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นคุณหนูจวนแม่ทัพ ไม่จำเป็นต้องประจบประแจงตนเช่นนี้ ทว่ากงซุนเยี่ยนส่งน้ำหวานถ้วยนั้นมาแล้ว เขาจึงทำได้เพียงยื่นมือออกไปรับจนเผลอแตะถูกนิ้วของอีกฝ่ายโดยไม่ทันระวัง กงซุนเยี่ยนรู้สึกราวกับมีกระแสไฟไหลผ่าน ก้มหน้าต่ำยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หนานฟางเฟยกลับมิได้สังเกตุเห็นความผิดปกติของนาง ทำเพียงจิบไปเล็กน้อย
“ได้ยินว่า…คุณชายหนานเป็นสามีในอนาคตของเยี่ยนเอ๋อร์ที่หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ยิ่งไปกว่านั้นยังรอเยี่ยนเอ๋อร์มาหลายปี ความรู้สึกนี้ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ซาบซึ้งยิ่งนัก ไม่ทราบว่าคุณชายหนานจะมาสู่ขอเมื่อใดหรือเจ้าคะ?” กงซุนเยี่ยนทราบดีว่าตนต้องถือโอกาสยามที่เรื่องราวยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการแต่งงานให้แน่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ นางจึงคิดว่าหากตนไม่ลงมือเสียบ้าง หนานฟางเฟยอาจจะถูกนังตัวปลอมผู้นั้นแย่งชิงไปก็เป็นได้
“แค่กๆ…แค่กๆๆๆ…” หนานฟางเฟยกลับถูกคำพูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมเช่นนี้ของนางทำให้ตกใจจนสำลัก กงซุนเยี่ยนรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ เช็ดน้ำหวานที่เปื้อนบนร่างของเขา “ไม่ๆๆ ไม่จำเป็นต้องลำบากคุณหนู”
“ทำให้คอเสื้อคุณชายหนานสกปรกแล้ว ล้วนเป็นความผิดของเยี่ยนเอ๋อร์”
หนานฟางเฟยพลันเบี่ยงตัวหลบมือที่ยื่นออกมาของกงซุนเยี่ยน อีกฝ่ายชะงักไป ในดวงตามีประกายแดงระเรื่อ “คุณชายหนานรังเกียจเยี่ยนเอ๋อร์หรือเจ้าคะ?”
“…” ความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกแผ่ขยายอยู่ในใจ ทว่าเขามิอยากทำร้ายอีกฝ่าย “ไม่ คุณหนูเยี่ยนคิดมากไปแล้ว ต่อให้อยู่ในจวนตระกูลหนาน เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ฟางเฟยล้วนทำเองทั้งสิ้น”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ กงซุนเยี่ยนยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาบริเวณหางตาของตน แย้มยิ้มอย่างเขินอาย ในใจยิ่งรู้สึกว่าหนานฟางเฟยเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่หาได้ยากยิ่ง ไม่มีการวางมาดอันใดโดยสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่เป็นคหบดีร่ำรวยของแคว้น ฐานะของเขาจะแตกต่างอันใดกับรัชทายาทในยามนี้เล่า?
นางสูดหายใจลึก เบนสายตาออกด้วยความเขินอาย “ยามที่เยี่ยนเอ๋อร์ได้เห็นคุณชายเป็นครั้งแรกก็มีความรู้สึกแปลกๆ ราวกับเคยสนิทสนมกันมาก่อน จนกระทั่งได้ยินเรื่องของพวกเรา…เรื่องที่พวกเราหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในที่สุดก็เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีความรู้สึกเช่นนี้ นี่มิใช่พรหมลิขิตหรือ?”
nitnit
เธอปลอมมาก