หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 665 ข้อพิพาทเรื่องผ้า
เล่มที่ 23 ตอนที่ 665 ข้อพิพาทเรื่องผ้า
บนใบหน้าของหนานฟางเฟยเกิดความกระอักกระอ่วน อย่างไรก็ตามราวกับกงซุนเยี่ยนจมลงสู่โลกของตนจนยากจะดึงออกมาแล้ว “ตั้งแต่เล็ก เยี่ยนเอ๋อร์หวังจะได้รับความรักความใส่ใจอันอบอุ่นมาโดยตลอด เมื่อถึงยามค่ำคืนมักจะมองไปยังดวงจันทร์ด้วยน้ำตา หรือบนโลกใบนี้จะไม่มีผู้ใดกำลังรอคอยเยี่ยนเอ๋อร์? เยี่ยนเอ๋อร์โดดเดี่ยวเพียงนี้จริงหรือ? จนกระทั่งถูกคนที่ฮองเฮาส่งมาพบตัวจึงรู้ว่าที่แท้ท่านพ่อมิได้ทอดทิ้งเยี่ยนเอ๋อร์มาโดยตลอด ทั้งยังมีคุณชายหนาน…”
นางหันศีรษะกลับมา ใบหน้าเล็กๆ อันน่าสงสารปรากฏเบื้องหน้าหนานฟางเฟยในเวลาเพียงชั่วพริบตา บุรุษถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
กงซุนเยี่ยนใบหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าลงใช้มือจับแก้มอันเห่อร้อนของตน “ที่แท้คุณชายหนานก็รอคอยเยี่ยนเอ๋อร์กลับมาตลอด รอจนอายุเท่านี้แล้ว…นับว่าลำบากคุณชายนานจริงๆ…” ได้ยินว่าจวนตระกูลหนานมิได้มีนางบำเรอใดในห้อง บุรุษสูงศักดิ์เฉกเช่นหนานฟางเฟย ข้างกายควรจะมิขาดแคลนสตรี แต่เขากลับรักมั่นคงเช่นนี้ กงซุนเยี่ยนรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก บุรุษที่หาได้ยากเช่นนี้นางจะยอมปล่อยมือไปได้อย่างไร?
หนานฟางเฟยยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ยิ่งนัก หากนางคือคุณหนูกงซุนตัวจริง เช่นนั้นการหมั้นหมายย่อมต้องเป็นความรับผิดชอบของตนจริงๆ เพียงแต่ในคำพูดของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและความรักที่มีต่อตน ทำให้หนานฟางเฟยรู้สึกกระดากใจยิ่งนัก ตอนแรกเขาเพียงใช้ข้ออ้างนี้ปฏิเสธการแต่งงานที่ผู้อื่นแนะนำเท่านั้น มิได้รอคอยคุณหนูกงซุนด้วยรักเดียวใจเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกว่าตนมิได้ดีเช่นที่กงซุนเยี่ยนกล่าว เกรงว่าวันหน้านางคงรู้สึกผิดหวังเพราะเขาไม่อาจรับประกันได้ว่าตนจะปฏิบัติต่อนางอย่างจริงใจได้หรือไม่
หนานฟางเฟยกระจ่างใจยิ่งนัก ยามนี้สิ่งที่ตนมีต่อกงซุนเยี่ยนคือความเห็นใจและความสับสน
กำลังคิดจะหาข้ออ้างจากไป สตรีผู้นั้นกลับจมลงสู่การวาดหวังของตนเองอีกครั้ง “โธ่ วันนั้นได้พบนายท่านหนานแล้ว…ทว่าเยี่ยนเอ๋อร์ยังมิได้ขอบคุณนายท่านหนานให้ดี ไม่สมควรเลยจริงๆ เยี่ยนเอ๋อร์ต้องหาเวลาไปเยี่ยมเยียนนายท่านหนานถึงจวนเป็นแน่ ไม่ทราบว่าคุณชายคิดเห็นอย่างไร?”
ไปเยี่ยมเยียนถึงจวน? หนานฟางเฟยรู้สึกไม่แน่ใจอยู่บ้าง ในสมองพลันปรากฏภาพที่ตนได้พบหน้าอวิ๋นซูเป็นครั้งแรกขึ้นมา นางทราบว่าทั้งสองเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทว่ายังคงรักษาระยะห่างมาจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเรื่องของความรู้สึก ชีวิตที่ผ่านมานับสิบปี ตนมิได้อยู่ในชีวิตของนางแม้เพียงครึ่งส่วน ตามสถานการณ์ปกติ ไม่ว่าจะเป็นสตรีใด หากต้องใช้ชีวิตอยู่กับบุรุษที่ไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจกันไปชั่วชีวิต ย่อมต้องทำอะไรไม่ถูกกระมัง? ส่วนกงซุนเยี่ยนเบื้องหน้า นางไม่มีความหวาดกลัวเช่นนี้เลยหรือ? นางเชื่อเพียงนั้นเชียวหรือว่าตนจะมอบความสุขให้นางได้?
“คุณชาย? คุณชาย?” กงซุนเยี่ยนเห็นหนานฟางเฟยมีท่าทีเหม่อยลอยจึงคิดว่าตนลงมือหนักจนเขาตกใจหรือไม่? คุณชายหนานจะรู้สึกว่าตนเป็นผู้หญิงง่ายๆ ผู้หนึ่งหรือไม่? “ความจริง…เยี่ยนเอ๋อร์เพียงรู้สึกซาบซึ้งใจเท่านั้น คุณชายหนานใส่ใจเพียงนี้ เยี่ยนเอ๋อร์จึงอยากตอบแทนคุณชายจริงๆ ”
คุณชายหนานเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณหนูกงซุน ความจริงไม่จำเป็นต้องเกรงอกเกรงใจเพียงนี้ ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่ฟางเฟยควรทำ ท่านพ่อและท่านแม่ทัพเป็นสหายกันมาหลายปี ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด ตระกูลหนานของข้าย่อมมิอาจยืนมองเฉยๆ ได้ ดึกแล้ว คุณหนูกงซุนรีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
“เช่นนั้น….เยี่ยนเอ๋อร์ไปเยี่ยมเยียนนายท่านหนานเวลาใดได้บ้างเจ้าคะ?” นางยังคงไม่ลืมคว้าโอกาสกำหนดเรื่องราว
ดวงตาของหนานฟางเฟยเปล่งประกาย “รอท่านแม่ทัพกลับมาเสียก่อนค่อยหารือกันเถิด”
“ท่านพ่อ?” เมื่อกล่าวถึงแม่ทัพกงซุน บนใบหน้าของกงซุนเยี่ยนพลันเผยความโศกเศร้าออกมาหลายส่วน “ตอนนี้ท่านพ่อไม่เชื่อเยี่ยนเอ๋อร์ จะรับปากให้เยี่ยนเอ๋อร์ไปจวนตระกูลหนานได้อย่างไร…มีเพียงคุณชายหนานและนายท่านหนานที่จะช่วยเยี่ยนเอ๋อร์ได้…” ท่าทีของนางราวกับได้รับการโจมตีอันใหญ่หลวง ท่าทีเช่นนี้ทำให้หนานฟางเฟยอดกลั้นมิกล่าวคำใดให้มากความอีก
ความจริงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเขาก็คือรอให้ตรวจสอบเรื่องราวจนกระจ่างชัดเสียก่อนค่อยหารือเรื่องอื่นกันอีกครั้ง กงซุนเยี่ยนจะเป็นคุณหนูจวนแม่ทัพหรือไม่ แม่ทัพกงซุนย่อมมีอำนาจตัดสินมากที่สุด ในฐานะที่เป็นแม่นางผู้หนึ่งกลับลงมือเช่นนี้ เขาย่อมรู้สึกไม่ดีที่จะปฏิเสธตรงๆ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่านางจะเห็นตนเป็นดั่งฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย ราวกับหากไม่ช่วยนาง นางจะไม่มีเส้นทางให้ก้าวดินอีกอย่างไรอย่างนั้น
หากต้องบีบคั้นสตรีที่น่าสงสารจนไร้ซึ่งหนทาง เขามิอาจทำได้จริงๆ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของหนานฟางเฟยจึงอ่อนโยนและระมัดระวังมากขึ้น “ความจริงท่านแม่ทัพรู้สึกยากจะคุ้นชินชั่วครู่เท่านั้น คุณหนูกงซุนเพียงต้องให้เวลาเขาเสียหน่อย”
“ไม่! ท่านพ่อถูกนังตัวปลอมนั่นหลอกเอาแล้ว ไม่รู้ว่านางให้ท่านพ่อกินยาเสน่ห์อันใด ท่านพ่อถึงปฏิบัติต่อเยี่ยนเอ๋อร์โหดร้ายเพียงนี้ แต่มิเป็นไร ฮองเฮาต้องทวงความยุติธรรมให้เยี่ยนเอ๋อร์เป็นแน่! คุณชายหนานอย่าได้ฟังคำพูดหลอกลวงของนังตัวปลอมนั่นเด็ดขาด นางเชี่ยวชาญการเสแสร้งทำเป็นอ่อนแอน่าสงสาร คนปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอเช่นนี้น่าหวาดกลัวเป็นที่สุด คุณชายหนานต้องระวังให้ดี!”
ท่าทีของกงซุนเยี่ยนเต็มไปด้วยความกังวลที่มีต่อหนานฟางเฟย ราวกับกลัวว่าเขาจะถูกผู้มีใจชั่วช้าทำร้ายเอาจริงๆ เพียงแต่นางมิสังเกตุเห็นเลยว่าในใจของหนานฟางเฟยเกิดความรู้สึกปฏิเสธและความไม่พอใจขึ้นแล้ว
แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง กงซุนเยี่ยนกล่าวว่าตนไม่รู้หนังสือ ไม่เคยไปสถานศึกษา ดังนั้นคำพูดของนางจึงหยาบกร้านมิน่าฟังเสียหน่อย มิควรเก็บไปใส่ใจให้มากนัก
“ฟางเฟยเข้าใจ เชื่อว่าวันนี้คุณหนูกงซุนคงเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนเถิด”
“เยี่ยนเอ๋อร์มิเหนื่อยเจ้าค่ะ เยี่ยนเอ๋อร์ยังอยากพูดคุยกับคุณชายหนานให้มากขึ้นเสียหน่อย…” ใบหน้าของสตรีแดงระเรื่อ ไม่เข้าใจเจตนาในคำพูดของหนานฟางเฟยโดยสิ้นเชิง
ยามนี้เอง พ่อบ้านชรากลับเดินมาจากระเบียงทางเดินอีกด้านหนึ่ง “คุณหนูเยี่ยน คุณหนูเยี่ยน?”
กงซุนเยี่ยนขมวดคิ้ว พ่อบ้านเฒ่าผู้นี้ เหตุใดจึงไม่รู้จักกฎเกณฑ์เสียบ้าง ไม่เห็นหรือว่าตนกำลังสนทนากับคุณชายหนานอยู่? “เกิดอะไรขึ้น? อยู่ในเรือนคุณชายหนานจะเอะอะโวยวายเช่นนี้ได้ที่ไหนกัน?”
ในคำพูดของนางเจือไปด้วยความตำหนิที่ไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย ทำให้พ่อบ้านชราชะงักไป กงซุนเยี่ยนเห็นตัวเองเป็นคุณหนูจวนแม่ทัพไปแล้วจริงๆ ไม่มีความเคารพพ่อบ้านท่านนี้แม้แต่ครึ่งส่วน
“…ในวังส่งคนมา ฮองเฮาทรงประทานสิ่งของมาให้ขอรับ”
ประทานสิ่งของ?! บนใบหน้าของกงซุนเยี่ยนเต็มไปด้วยความยินดี หมุนตัวไปยิ้มให้หนานฟางเฟยโดยพลัน “คุณชายหนาน ฮองเฮาดีต่อเยี่ยนเอ๋อร์ยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าออกจากวังมาแล้วจะยังจดจำเยี่ยนเอ๋อร์ได้ เช่นนั้นคุณชายพักผ่อนก่อนเถิด เยี่ยนเอ๋อร์ไปครู่เดียวเดี๋ยวกลับมา!”
ท่าทีของหนานฟางเฟยกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง พยักหน้าเล็กน้อย
บริเวณลานด้านหน้ามีกล่องไม้สีแดงอันปราณีตวางอยู่กล่องหนึ่ง กงซุนเยี่ยนเดินตามพ่อบ้านชราไปด้วยท่าทีลิงโลด ในใจเกิดความลำพองใจอยู่หลายส่วน ทุกคนล้วนกล่าวว่าการที่ฮองเฮาทรงประทานสิ่งของให้นางก็เพื่อต้องการปลอบใจและส่งเสริมนาง ทั้งยังมีเจตนาเตือนทุกคนว่านางคือคุณหนูกงซุนตัวจริง เป็นผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากฮองเฮา
พบว่าในกล่องสีแดงมีผ้าหรูหราปราณีตวางอยู่เต็มกล่อง ดวงตากงซุนเยี่ยนเปล่งประกาย “ว้าว เป็นผ้าที่งดงามยิ่งนัก!
นางยื่นมือออกไปสัมผัสผิวผ้าอันนุ่มลื่นอย่างระมัดระวัง รู้สึกชื่นชอบยิ่งนัก ท่าทีเช่นนี้ตกอยู่ในสายตาของพ่อบ้านชราที่อยู่ข้างกายทำให้รู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ทว่ามิอาจตำหนินางได้ จะอย่างไรนางก็ผ่านเวลาที่ยากลำบากมานานเป็นสิบปีจริงๆ
“ตายแล้ว เบาหน่อย เบาๆ หน่อย! ผ้าเหล่านี้เป็นผ้าชั้นหนึ่งที่ท่านแม่ทัพมอบให้คุณหนู ยกเบาๆ หน่อย!” แม่นมผู้สวมใส่อาภรณ์สีม่วงเดินบิดเอวเข้ามา มองเพียงปราดเดียวก็พบพ่อบ้านชราที่ยืนอยู่ในลาน “ท่านพ่อบ้าน พวกเราร้านจิ่นซิ่วมาส่งผ้าตามนัดหมาย ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพอยู่จวนหรือไม่เจ้าคะ คราวนี้เลือกผ้าที่ใช้วัสดุใหม่ล่าสุดของปีนี้ ดีกว่าครั้งที่แล้วมากนัก ท่านแม่ทัพต้องพึงพอใจแน่นอน!”
“แม่นมสวี วันนี้ท่านแม่ทัพไม่อยู่จวนขอรับ”
“เช่นนั้นมิเป็นไร บ่าวจะวางผ้าเหล่านี้ไว้….”
กงซุนเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมอง รู้สึกเบื้องหน้าไหวเอน ผ้าแต่ละพับดูเปล่งประกายราวกับกระจกใสภายใต้แสงอาทิตย์ ราวกับระลอกคลื่นที่อยู่บนผิวทะเลสาบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าสีฟ้าน้ำแข็งด้านบนสุด ปักลายอย่างละเอียดอ่อนงดงาม ทำให้กงซุนเยี่ยนมิอาจละสายตาได้
นางอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไป กำลังคิดจะยื่นมือออกไปกลับถูกแม่นมสวีตวาดหยุดไว้เสียก่อน “นี่ สาวใช้ผู้นี้เป็นอะไรไป? ผ้าเหล่านี้แม่ทัพกงซุนเลือกให้คุณหนูกงซุนโดยเฉพาะ มิอาจแตะต้องได้ หากสกปรกขึ้นมาเจ้าต้องถูกท่านแม่ทัพโบยตายแน่!”
อะไรนะ?! สาวใช้? กงซุนเยี่ยนโกรธขึ้นมาโดยพลัน “เจ้ากล่าวอันใด? ข้าก็คือคุณหนูกงซุน เหตุใดจะแตะไม่ได้!”
“เอ๋?” แม่นมสวีเบิกตากว้าง “ทะ ท่านคือ…”
“แม่นมสวีกลับไปก่อนเถิด ข้าจะกล่าวกับนายท่านว่าสินค้าของร้านจิ่นซิ่วมาส่งแล้ว” พ่อบ้านชรารีบก้าวออกมาดันแม่นมไปด้านข้าง หยิบเงินก้อนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วยัดใส่มืออีกฝ่าย “เงินที่เหลือ อีกสักครู่ข้าจะให้คนดูแลบัญชีนำไปมอบให้ ลำบากแม่นมแล้ว”
“ฮ่ะๆๆ ช้าเสียหน่อยก็ไม่เป็นไร! เช่นนั้นบ่าวไปก่อน…ใช่แล้ว หากคุณหนูกงซุนชอบอย่าลืมบอกกล่าวกล่าวสักคำ คราวหน้าจะมีสินค้าใหม่มาส่งอีก!”
“ได้ๆๆ ขอบคุณแม่นมมาก!”
กงซุนเยี่ยนมองเงาร่างที่เดินจากไปก่อนจะแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง ยามนี้นางลืมผ้าที่ฮองเฮาประทานให้เหล่านั้นแล้ว หันไปยืนอยู่ข้างผ้าสีฟ้าน้ำแข็งปักลายงดงามไม่ยอมจากไป
“พ่อบ้าน เจ้าดูสิ สีนี้เหมาะกับข้าหรือไม่? เร็ว รีบนำไปให้คนตัดเย็บอาภรณ์สักหลายตัว เมื่อท่านพ่อกลับจวนมาจะได้เห็น!” กงซุนเยี่ยนหยิบผ้าผืนนั้นมาทาบบนร่างของตน พ่อบ้านชรากระอักกระอ่วนจนพูดจาติดขัด “คะ คุณหนู…ผ้าเหล่านี้…ท่านแม่ทัพเลือกให้คุณหนูซูขอรับ…”
สีหน้าของกงซุนเยี่ยนมืดครึ้มลงโดยพลัน “เจ้ากล่าวอันใด?” นางคิดว่าตนฟังผิดไป ร่างกายแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อน
“ก่อนหน้านี้หลายวัน นายท่านสั่งให้คนไปจองผ้าให้คุณหนูซูขอรับ…”
“ความหมายของเจ้าก็คือจะมอบผ้าที่ดีเพียงนี้ให้นังตัวปลอมนั่นหรือ?!” เสียงของกงซุนเยี่ยนดังขึ้นไม่น้อย “จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร?!”
“…” แย่แล้ว พ่อบ้านชราเห็นอีกฝ่ายถือผ้าผืนนั้นไม่ยอมปล่อย รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว “หากคุณหนูเยี่ยนชอบ รอให้ท่านแม่ทัพกลับมาก่อน…”
กงซุนเยี่ยนพลันปะทุโทสะออกมา สายตาของนางหยุดอยู่บนผ้าอีกกล่องหนึ่ง รีบใช้สมองขบคิด “เช่นนั้นนำผ้าที่ฮองเฮาประทานให้ไปแลกกับนาง!”
Pennybull
ไม่เชื่อว่านางเงี่ยนเอ๋อร์ ขอโทษ เยี่ยนเอ๋อร์ คนนี้ จะปล่อยพิษแค่นี้ 😬
Pennybull
ดัดจริตมาก, นังเยี่ยน ! เดี๋ยวจะเปลี่ยนชื่อจากตัว “ย” เป็นตัว “ง” ให้ 😂
Venus36
แผนของฮองเฮาแน่ส่งอีนางนี่มา