หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 663 ความลังเลของเขา
เล่มที่ 23 ตอนที่ 663 ความลังเลของเขา
กงซุนเยี่ยนก้มหน้าลงด้วยความเศร้าสร้อย “เยี่ยนเอ๋อร์รู้ว่าตัวเองมิได้รับการต้อนรับ ทำให้คุณชายหนานลำบากใจ หากคุณชายหนานมิเชื่อเยี่ยนเอ๋อร์ เยี่ยนเอ๋อร์ก็จะไม่ตำหนิท่าน…”
“ไม่ คุณหนูกงซุนอย่าได้กล่าวเหลวไหลเป็นอันขาด ฟางเฟยรู้ว่าเรื่องนี้จะต้องมีความเข้าใจผิดอันใดเป็นแน่” จะอย่างไรเขาก็คิดว่าอวิ๋นซูมิใช่ผู้ที่มีแผนการอยู่ในใจเช่นนั้น แม่ทัพกงซุนยิ่งมิใช่คนโง่งม หากคุณหนูกงซุนมีจิตใจคิดเป็นอื่นจริงๆ ท่านแม่ทัพคงไม่ปกป้องนางเพียงนี้
บางทีทั้งสองอาจมีเรื่องในใจที่ยากจะกล่าวก็เป็นได้…
“เยี่ยนเอ๋อร์ไม่ทราบว่ามีการเข้าใจผิดหรือไม่ รู้เพียงว่าเยี่ยนเอ๋อร์ในตอนนี้ทำให้ท่านพ่อเกลียดชัง เขาไม่อยากให้เยี่ยนเอ๋อร์กลับจวน หากรู้เช่นนี้ เยี่ยนเอ๋อร์ให้ท่านพ่อบุญธรรมตีให้ตายเสียยังจะดีกว่า ฮือๆๆ…” สตรีผู้นี้พิงรั้วไม้ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดใจ ทำให้สาวใช้จำนวนหนึ่งที่ได้เห็นรู้สึกในใจไร้รสชาติ รีบเดินเข้ามา “คุณหนู อย่าเศร้าไปเลยเจ้าค่ะ คุณชายหนานต้องช่วยคุณหนูเป็นแน่”
นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ เช็ดน้ำตาให้กงซุนเยี่ยนอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงมองไปทางหนานฟางเฟยอย่างขอความช่วยเหลือ อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปาก “แม่ทัพกงซุนจะกลับมาเมื่อใดหรือ?”
“นายท่านออกไปเมื่อคืนนี้ มิได้กลับมาทั้งคืนเจ้าค่ะ”
เขาใคร่ครวญครู่หนึ่ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ยามนี้ฟางเฟยคงต้องรบกวนทางจวนแล้ว”
บนใบหน้าของสาวใช้เป็นเต็มไปด้วยความยินดี หากคุณชายหนานยอมออกหน้าช่วยเหลือ เช่นนั้นจะดีเป็นที่สุดแล้ว! เพื่อเห็นแก่หน้าคุณชายหนาน จะอย่างไรท่านแม่ทัพต้องยอมเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อคุณหนูกระมัง?
อาการป่วยของหวงฝู่อี้ทรงตัวแล้ว ด้วยวิธีการของอวิ๋นซูทำให้สภาพของเขาดีกว่าเมื่อก่อนมาก
ยามกลับออกจากวัง พบเข้ากับรถม้าตระกูลหนานที่แล่นสวนทางกันพอดี นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในเมื่อพบกันแล้ว ตามมารยาทควรจะหยุดถามไถ่กันเสียหน่อย คิดไม่ถึงว่าชุนเซียงกลับเดินมาจากด้านนอก “คุณหนูเจ้าคะ คล้ายกับว่าคุณชายหนานจะรั้งอยู่ในจวนแม่ทัพ”
รั้งอยู่ที่จวน? ไม่ต้องคิดก็ทราบว่าเพราะเรื่องใด
“คุณหนูเจ้าคะ ชุนเซียงคิดว่าคุณหนูกงซุนท่านนั้นดูแปลกประหลาดยิ่งนัก ก่อนหน้านี้องค์ชายใหญ่ทรงตรัสว่าคุณหนูกงซุนตายไปตั้งแต่เด็กแล้วจริงๆ เหตุใดจู่ๆ ตอนนี้กลับมีคนที่หน้าตาเหมือนฮูหยินท่านแม่ทัพโผล่ออกมาได้?” ชุนเซียงเชื่อว่าต้องเป็นตัวปลอมแน่นอน
อวิ๋นซูส่ายศีรษะเล็กน้อย “เรื่องราวบนโลกนี้ จะมีมากน้อยเพียงใดที่กล่าวได้ชัดเจนเล่า” นางกลับหวังว่ากงซุนเยี่ยนผู้นี้จะเป็นบุตรีที่แท้จริงของแม่ทัพกงซุน ท่านแม่ทัพรักบุตรีดั่งชีวิต การที่เขารักใคร่ตนโดยไม่กักเก็บแม้แต่น้อยเช่นนี้ มิใช่เพราะรู้สึกติดค้างบุตรีแท้ๆ ของเขาหรอกหรือ? อวิ๋นซูคิดว่าหากเป็นเช่นนี้จริงๆ ตนไม่ควรขวางพ่อลูกคู่นี้ถึงจะถูก
เพียงแต่สัญชาตญาณบอกนางว่าคุณหนูกงซุนท่านนี้ไม่ธรรมดา ช่วงเวลาที่นางปรากฎตัวออกมาเหมาะสมเกินไป
เมื่อลงจากรถม้า ทันทีที่เดินเข้าไปในจวน อวิ๋นซูพลันสัมผัสได้ถึงสายตาไม่พอใจที่ทิ่มแทงมาจากรอบด้านอย่างเฉียบแหลม ข้ารับใช้และสาวใช้ที่เดินผ่านทางมาพากันใช้สายตาแปลกประหลาดจ้องมองนาง ราวกับนางเป็นโจรชั่วที่เข้ามาในห้องอย่างเปิดเผยก็มิปาน ในเวลาเพียงค่ำคืนเดียว บรรยากาศในจวนเปลี่ยนไปมากเพียงนี้เชียว
“ไม่รู้ว่านางกล่าวอันใดกับท่านพ่อถึงทำให้ท่านพ่อเชื่อนาง! หลายปีมานี้เยี่ยนเอ๋อร์ฝันเห็นใบหน้าท่านพ่อทุกวันคืน การได้พบกับท่านพ่อเป็นความหวังที่ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์มีชีวิตอยู่ต่อไปได้…ฮือๆๆ…”
“คุณหนูอย่าเสียใจไปเลย พวกเราเชื่อคุณหนู!”
“ใช่แล้ว สักวันท่านแม่ทัพต้องเข้าใจแน่นอน!”
บริเวณเรือนหลัง รอบกายของกงซุนเยี่ยนถูกห้อมล้อมไปด้วยสาวใช้และข้ารับใช้ที่เห็นใจนาง ทุกคนพากันเอ่ยปากปลอบใจ จนกระทั่งเงาร่างงดงามสุขุมปรากฏตัวในสายตาพวกเขา รอบด้านพลันเงียบลง
“คุณหนู ที่แท้เป็นนาง….” ไม่นานชุนเซียงก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหนูกงซุนท่านนี้รู้จักเรียกร้องความเห็นใจจากทุกคนยิ่งนัก นางต้องพูดเกินจริงอันใดเป็นแน่ ต้องกล่าวจนคุณหนูของตนกลายเป็นคนถ่อยที่มีจิตใจชั่วช้าแน่นอน!
อวิ๋นซูทำเพียงส่งสายตาบอกให้ชุนเซียงสงบใจ จากนั้นจึงรับสายตาของทุกคนอย่างเปิดเผย ค่อยๆ เดินผ่านไปยังระเบียงทางเดิน
“หวังเพียงว่าคนที่ปลอมตัวเป็นข้าจะยอมออกไปจากจวนแม่ทัพแห่งนี้แล้วคืนท่านพ่อให้ข้าเสีย!” กงซุนเยี่ยนจงใจกล่าวเสียงดังด้วยต้องการให้อวิ๋นซูได้ยิน มองไปยังเงาร่างที่ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาอันเป็นศัตรู
“คุณหนู! คุณหนู!” พ่อบ้านชราปรากฎตัวออกมาจากอีกด้านหนึ่ง เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในจวนแล้วเช่นกัน พลันนั้นบนใบหน้าเต็มไปด้วยความขออภัย “นี่…ทุกคนไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องราว ขอให้คุณหนูอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยขอรับ”
“พ่อบ้านวางใจเถิด ซูเอ๋อร์เข้าใจ”
ท่าทีเข้าอกเข้าใจของสตรีเบื้องหน้าทำให้พ่อบ้านชรารู้สึกว่ากงซุนเยี่ยนไม่ควรกล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้เลยจริงๆ แม้นางจะเป็นผู้เสียหาย แต่คุณหนูซูมิใช่คนมีจิตใจชั่วช้าอันใด หากก่อเรื่องเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะเป็นการทำร้ายทั้งสองฝ่าย
“ใช่แล้วขอรับคุณหนู วันนี้คุณชายหนานจะพักอยู่ที่เรือนข้าง” พ่อบ้านชราอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเตือนสักประโยค เมื่อครู่หนานฟางเฟยและกงซุนเยี่ยนพูดคุยกัน ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาเช่นไร หวังเพียงว่าคุณชายหนานจะไม่เข้าใจอวิ๋นซูผิดไปอีกคน
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงพาชุนเซียงกลับเรือนของตนไป
“เฮ้อ นี่มันเรื่องอะไรกัน…”
ข้ารับใช้หลายคนเดินเข้ามา “พ่อบ้านขอรับ!”
“ทำไม ไม่ไปทำงานทำการ มาเกียจคร้านอันใดอยู่ที่นี่?” พ่อบ้านมองตาขวาง ข้ารับใช้หลายคนแย้มยิ้ม มองไปยังเงาร่างของอวิ๋นซูอย่างลึกล้ำแฝงความหมาย “พ่อบ้าน ท่านเชื่อคุณหนูซูหรือขอรับ? ความจริงพวกเราล้วนรู้สึกแปลกๆ คุณหนูซูไม่เหมือนทั้งท่านแม่ทัพและฮูหยิน กลับเป็นคุณหนูเยี่ยนท่านนี้ที่เหมือนฮูหยินยิ่งนัก!”
“เช่นนั้นแล้วอย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเจ้าควรถาม” บ่าวไพร่กลุ่มนี้ กระทั่งเรื่องของเจ้านายก็กล้าสอดมือเข้าไปยุ่ง!
“พ่อบ้านอย่าได้มีโทสะไป พวกเราเพียงได้ยินเรื่องที่คุณหนูเยี่ยนเคยประสบพบเจอจึงรู้สึกว่าน่าสงสารยิ่ง! ตอนนี้คุณหนูซูยึดความรักของท่านแม่ทัพไว้ผู้เดียว ทั้งยังมีคุณชายหนาน..ใช่แล้ว มิใช่ว่าคุณชายหนานหมั้นหมายกับคุณหนูตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือ? ไม่รู้ว่าคุณชายหนานคิดจะแต่งคุณหนูท่านใด?”
“ไปๆๆ หากกล้าปากมากอีก ระวังข้าจะเรียกองครักษ์มาจับตัวพวกเจ้าไปโบย!” พ่อบ้านชรากลัวว่าข้ารับใช้เหล่านี้จะพูดจาเหลวไหลอันใดอีกจึงรีบเป่าเคราถลึงตามองเพื่อไล่พวกเขาไป แต่กลับคิดไม่ถึงว่าบริเวณไม่ไกล กงซุนเยี่ยนจะยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าตื่นตกใจ
“…คุณหนูเยี่ยน?” แย่แล้ว หรือนางจะได้ยินอะไรเข้า!
หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์?! ที่แท้นี่คือสาเหตุที่คุณชายหนานใส่ใจนางเพียงนี้!
กงซุนเยี่ยนมิได้กล่าวคำใด ทำเพียงหมุนตัวเดินจากไปเงียบๆ พ่อบ้านอดไม่ได้ที่จะหนังตากระตุก แย่แล้ว รู้สึกราวกับว่าจะมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นแล้ว!
เมื่อกลับไปยังห้องของตนพลันมีสาวใช้เดินเข้ามาต้อนรับ เมื่อเห็นว่าท่าทีของกงซุนเยี่ยนเต็มไปด้วยความสุขจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจะไปตักน้ำแกงรังนกจากโรงครัวมาให้คุณหนูลองชิมดูเสียหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ?” นางได้ยินกงซุนเยี่ยนกล่าวว่าตั้งแต่เล็กๆ นางก็ต้องกินเพียงผักป่าหรือไม่ก็อาหารที่คนในครอบครัวกินเหลือ ช่างน่าสงสารจริงๆ ดังนั้นนางจึงค่อยๆ สะสมความคิดที่ว่าต้องการนำของดีๆ มาให้คุณหนูลิ้มลอง
“ขอบคุณเจ้าจริงๆ ใช่แล้ว นำไปให้คุณชายหนานที่หนึ่งด้วยเถิด”
“…เจ้าค่ะ” ในดวงตาของสาวใช้มีความแปลกใจพาดผ่าน กำลังคิดจะเดินจากไป แต่กลับถูกกงซุนเยี่ยนรั้งไว้ “ใช่แล้ว ชุ่ยเหยียน เจ้ารู้จักคุณชายตระกูลหนานมากน้อยเพียงใดหรือ?”
“นี่…ไม่ทราบว่าคุณหนูหมายถึงเรื่องใดเจ้าคะ?”
กงซุนเยี่ยนใบหน้าแดงระเรื่อ “เช่นว่าเขาชอบทานสิ่งใด ชอบของประเภทไหน”
ท่าทีของอีกฝ่ายทำให้สาวใช้เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาโดยพลัน ใช่แล้ว บุรุษที่โดดเด่นเฉกเช่นคุณชายหนาน ทั้งยังเอาอกเอาใจและคอยดูแลคุณหนูเพียงนี้ คุณหนูจะชมชอบก็เป็นเรื่องปกติ “ตระกูลหนานเป็นตระกูลคหบดีอันดับต้นๆ ของแคว้นเหลียน ของล้ำค่าอันใดล้วนเคยพบเห็นมาทั้งสิ้น ส่วนคุณชายหนานก็มิเหมือนคุณชายสูงศักดิ์ท่านอื่นๆ ที่เอาใจยากเหล่านั้น ว่ากันว่าเขาไปร่วมงานครื้นเครงน้อยมาก มักจะชอบสั่งให้คนไปเสาะหาภาพอักษรของปรมาจารย์ชื่อดังเสียมากกว่า ทั้งยังสะสมตำราหลายเล่ม เทียบกับคุณชายสูงศักดิ์แล้ว บ่าวคิดว่าคุณชายหลานราวกับคุณชายที่ออกมาจากหนังสือเชียวเจ้าค่ะ”
คุณชายที่ออกมาจากหนังสือ…กงซุนเยี่ยนก้มหน้าลงต่ำ “แต่…ข้าไม่รู้อักษร”
สาวใช้เข้าใจโดยพลันว่ากงซุนเยี่ยนกำลังคิดตำหนิตนเอง “คุณหนูวางใจเถิด คุณชายหนานมิใช่คนใจแคบเช่นนั้น บ่าวได้ยินว่าคุณชายหนานมีสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตลอดมาท่านแม่ทัพคิดว่าคุณหนูตายไปตั้งแต่เด็ก หลายปีก่อนหน้านี้จึงได้ไปขอถอนหมั้นที่ตระกูลหนานแล้ว คิดไม่ถึงว่าคุณชายหนานจะยืนหยัดยึดมั่นมาจนถึงวันนี้ บุรุษเช่นนี้จะละทิ้งคุณหนูได้อย่างไรเจ้าคะ?!”
เดิมทีพ่อบ้านกำชับทุกคนในจวนแล้วว่ามิให้กล่าวถึงเรื่องการหมั้นหมายระหว่างตระกูลหนานและจวนแม่ทัพ ทั้งมิอาจให้คนนอกรับรู้ ทว่าทุกคนเห็นกงซุนเยี่ยนเป็นคุณหนูของพวกเขาแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงมิได้คิดปิดปาก
“แต่…คุณชายหนานยังไม่เชื่อข้า มิแน่ว่าคนที่เขาชอบอาจจะเป็นตัวปลอมผู้นั้น…”
“เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ! ยามปกติคุณชายหนานไปมาหาสู่กับคุณหนูซูน้อยมาก นิสัยของคุณหนูซูสุขุมเยือกเย็นยิ่งนัก มักจะเว้นระยะห่างจากคุณชายหนาน ตอนนี้มาคิดดูแล้ว เป็นไปได้ว่านางคงรู้ว่าตัวเองเป็นตัวปลอมจึงทำตัวเหินห่างกับคุณชายกระมัง!” สาวใช้ชะงักไป จากนั้นจึงเอ่ยปากต่อเพื่อให้กงซุนเยี่ยนวางใจ “ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คุณหนูกลับมาแล้ว คุณชายหนานต้องรู้แน่นอนว่าคุณหนูต่างหากถึงจะเป็นคู่หมั้นหมายของเขา จะต้องสนับสนุนคุณหนูเป็นแน่!”
“จริงหรือ?” ความหวังของกงซุนเยี่ยนลุกโชนขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนคิดไปถึงความใส่ใจที่หนานฟางเฟยมีต่อนาง นางยิ่งรู้สึกว่าคำพูดของสาวใช้มีเหตุผล
“ใช่แล้ว มิสู้บ่าวไปนำน้ำแกงรังนกจากโรงครัวมา ให้คุณหนูนำไปมอบให้คุณชายหนานด้วยตนเองเป็นอย่างไรเจ้าคะ?”
“นี่…จะดีหรือ”
เมื่อเห็นท่าทีลังเลและเขินอายของอีกฝ่าย สาวใช้ยิ่งคิดว่ากงซุนเยี่ยนที่เป็นเช่นนี้จะเป็นพวกหลอกลวงไปได้อย่างไร? “เหตุใดจะไม่ดีเจ้าคะ คุณหนูเพียงกล่าวไปว่าต้องการขอบคุณที่คุณชายหนานเป็นห่วง พูดคุยสนทนาในยามดวงจันทร์ส่องสว่างท้องฟ้าปลอดโปร่ง มิใช่ว่าดีมากหรือ?” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ดันคุณหนูกงซุนเยี่ยนออกไปอย่างอดรนทนไม่ไหว
“ชะ เช่นนั้นเจ้าอย่าได้บอกผู้อื่นเล่า!”
“บ่าวจะรักษาความลับแทนคุณหนูแน่นอน!”
อีกด้านหนึ่ง
บุรุษรูปงามเดินไปเดินมาอยู่นอกลานเรือนของอวิ๋นซู ในใจของเขามีความรู้สึกหนึ่งพลุ่งพล่าน ต้องการไปสอบถามอวิ๋นซูด้วยตัวเองยิ่งนักว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทว่าในใจหนานฟางเฟยยังคงลังเล หากนางกล่าวว่าตนเป็นคุณหนูกงซุนตัวจริงเขาจะเชื่อหรือไม่? หากนางมีท่าทีลังเลใจจะเป็นการแสดงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นความเข้าใจผิดจริงๆ แล้วนางจะเข้าใจฐานะของตนหรือไม่? เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะใช้ฐานะคู่หมั้นหมายของคุณหนูกงซุนมาถามไถ่นางได้อีกหรือ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หนานฟางเฟยรู้สึกว่าตนมิอาจทนไหว
nitnit
อีตาหนานฟางเฟยนี่จะเป็นตัวช่ววหรือตัวป่วน อยากรู้แอดจ๋าลงทีเดียวซักห้าตอนเร้ยยย..
Venus36
หากเป็นตัวจริงทำไมเพิ่งโผล่มา