หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 670 ผิดถูกล้วนรู้อยู่แก่ใจ
เล่มที่ 23 ตอนที่ 670 ผิดถูกล้วนรู้อยู่แก่ใจ
ชุนเซียงรู้สึกถึงความอยุติธรรมแทนคุณหนูของตน เมื่อครู่มิใช่ว่าคุณหนูทั้งหลายดูสนิทสนมกับคุณหนูของตนมากหรือ? เหตุใดตอนนี้กลับมองดูคุณหนูของตนถูกใส่ร้ายต่อหน้าต่อตาได้เล่า
กงซุนเยี่ยนราวกับจับจุดอ่อนของอวิ๋นซูไว้ จะเป็นจะตายก็กัดไม่ยอมปล่อย
“นางอิจฉาที่ฮองเฮาทรงประทานผ้าให้ข้าจึงจะใช้ลูกไม้ต่ำช้าเช่นนี้! จงใจเดินมาเหยียบชายกระโปรงด้านหลังข้า คนผู้นี้ช่างชั่วร้ายจริงๆ!” กงซุนเยี่ยนมีท่าทีโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับมิเห็นความกระวนกระวายบนใบหน้าของอวิ๋นซูแม้แต่น้อย
บนใบหน้าของขันทีใหญ่เจือไปด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ “คุณหนูซูมีคำใดจะกล่าวหรือไม่ขอรับ?”
อวิ๋นซูกลับทำเพียงย่อตัวเล็กน้อย “ในเมื่อคุณหนูเยี่ยนยืนหยัดเช่นนี้ มิสู้ไปกราบทูลฮองเฮาให้กระจ่างชัดเป็นอย่างไร จะได้ทำให้คุณหนูเยี่ยนเข้าใจชัดเจนด้วย”
“ได้! ฮองเฮาต้องทวงความยุติธรรมให้ข้าเป็นแน่ คราวนี้เจ้าโชคร้ายหนักแล้ว! ถึงกับกล้าทำอาภรณ์พระราชทานของฮองเฮาสกปรก!” กงซุนเยี่ยนราวกับมีพลังขึ้นมา รีบยืนขึ้นจ้องมองไปยังอวิ๋นซูด้วยท่าทีดุดัน นางคิดว่าฮองเฮาต้องยืนอยู่ข้างนางเป็นแน่ นังตัวปลอมนี่ถึงกับมีความกล้าพูดถึงฮองเฮา นับว่ารนหาที่ตายโดยแท้! คุณหนูทุกท่านมองไปยังภาพเบื้องหน้าเงียบๆ ไม่มีผู้ใดกล้าพูดแม้เพียงประโยคเดียว
“คุณหนู…” ชุนเซียงกล่าวเสียงต่ำด้วยความสงสัย ทั้งๆ ที่คุณหนูรู้ความคิดของฮองเฮาดี เหตุใดจึงทำตัวเป็นแพะเดินเข้าถ้ำเสือเล่า
อย่างไรก็ตาม สตรีสุขุมเยือกเย็นทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา ท่าทีบนใบหน้าราวกับเป็นสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านใจของชุนเซียง ทำให้นางค่อยๆ สงบลง ใช่แล้ว คุณหนูมิทำเรื่องที่ไม่มั่นใจ นางจะต้องมีวิธีกลับมาอย่างปลอดภัยเป็นแน่!
ฮองเฮาในยามนี้ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้แล้ว กงซุนเยี่ยนผู้นั้น แม้วิธีการจะโง่งม แต่พระนางย่อมมีความสามารถปรับแต่งเรื่องนี้ไปจัดการกงซุนซูผู้นั้น เพียงไม่นาน คนกลุ่มหนึ่งก็เดินใกล้เข้ามา
“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ” คุณหนูทุกท่านย่อตัวคารวะอย่างรู้ความ ยามนี้เองกลับมีเสียงหนึ่งแหลมขึ้นมา “ฮองเฮาต้องทวงความเป็นธรรมให้เยี่ยนเอ๋อร์นะเพคะ! นังตัวปลอมนี่รังแกผู้อื่นเกินไปแล้ว นางอิจฉาที่เหนียงเหนียงทรงประทานผ้างดงามให้เยี่ยนเอ๋อร์จึงจงใจเหยียบชายกระโปรงเยี่ยนเอ๋อร์ ทั้งยังผลักเยี่ยนเอ๋อร์ลงน้ำ เหนียงเหนียงอย่าปล่อยนางไปเป็นอันขาด!”
กงซุนเยี่ยนวิ่งเข้าไป สภาพเปียกปอนไปทั้งร่างดูแล้วน่าอนาจยิ่งนัก แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกน่าขันมิใช่สภาพในยามนี้ของนาง แต่เป็นท่าทีโอ้อวดเกินจริงเช่นนั้น ราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวงก็มิปาน คุณหนูทุกท่านอยากหัวเราะแต่ก็มิกล้า ทำได้เพียงก้มหน้าลงด้วยเกรงว่ามุมปากที่กระตุกเล็กน้อยของตนจะถูกผู้อื่นพบเห็น
ฮองเฮาเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย แม่นมที่อยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ช่างเอะอะโวยวายเสียจริง การกระทำหยาบกร้านเพียงนี้มิกลัวชนเหนียงเหนียงหรือไร?
“คุณหนูซูมีสิ่งใดจะเสนอแนะเปิ่นกงหรือไม่?” สุรเสียงอันเย็นยะเยือกของฮองเฮาดังขึ้น อวิ๋นซูก้าวออกมาช้าๆ “หม่อมฉันมิกล้า เพียงแต่หม่อมฉันมีบางคำที่อยากถามคุณหนูเยี่ยนเสียหน่อย”
“หึ นังตัวปลอมนี่ยังคิดจะเล่นลูกไม้อันใดอีก? คนมากมายเพียงนั้นเห็นว่าเจ้าผลักข้าลงน้ำ ยอมรับผิดไปดีๆ เถิด!” เสียงของกงซุนเยี่ยนแหลมสูงหาใดเปรียบ ยามนี้ในใจของทุกคนมีความคิดเช่นเดียวกัน นั่นก็คือคุณหนูเยี่ยนท่านนี้ไร้ยางอายยิ่งนัก เมื่อครู่ที่พวกนางกล่าวว่าไม่เห็นคือไม่เห็นคุณหนูท่านนั้นผลักคุณหนูเยี่ยนตกน้ำ แต่มิได้กล่าวว่าพวกนางเป็นพยานว่าคุณหนูกงซุนซูเป็นผู้กระทำผิด
อวิ๋นซูหันไปมองกงซุนเยี่ยน “คุณหนูเยี่ยน อยู่เบื้องพระพักตร์ฮองเฮา ท่านจะทำตัวกำเริบเสิบสานได้ที่ไหนกัน?”
“อะไรนะ? เจ้า..” กงซุนเยี่ยนเงยหน้าขึ้นอย่างยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงว่าเมื่อมองไป กลับสบเข้ากับดวงตาอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งของอวิ๋นซู แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นท่าทีเข้มงวดเด็ดขาดเช่นนี้จากสตรีสุขุมเยือกเย็นเบื้องหน้ามาก่อน ถึงกับทำให้กงซุนเยี่ยนรู้สึกใจสั่น ราวกับความคิดทั้งหมดของตนถูกเผยต่อสายตาของนางจนสิ้นจนต้องรีบเบนสายตาออกไปโดยไม่รู้ตัว กงซุนเยี่ยนพบว่าฝ่ามือของตนถึงกับเปียกชื้น
แปลกยิ่งนัก นี่นางกำลังหวาดกลัวสิ่งใด? ทั้งๆ ที่ฮองเฮาสนับสนุนตนอยู่แท้ๆ
“ฮองเฮาทรงสูงส่งสง่างาม คุณหนูเยี่ยนกล่าวแต่ละคำก็นังตัวปลอม มิกลัวกระทบไปถึงฮองเฮาหรือไร? ในวังหลังอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หรือคุณหนูเยี่ยนจะมิต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำของตน วังหลังมีพระสนมและองค์หญิงมากมาย คุณหนูเยี่ยนมิระวังคำพูดเช่นนี้ หากผู้อื่นเห็นจะคิดอย่างไร?”
นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่ดียิ่ง ความหมายในคำพูดนี้ของนางมิใช่จะกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นเจ้านายของวังหลัง กลับอนุญาตให้กงซุนเยี่ยนเอ่ยคำพูดหยาบกร้านออกมา เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้พระสนมและองค์หญิงในวังหลัง ไม่เหมาะสมต่อหน้าที่หรอกหรือ
“หึ เจ้าอย่าได้กล่าววาจาเหลวไหลที่นี่ นังตัวปลอมก็คือนังตัวปลอม!” กงซุนเยี่ยนไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของอวิ๋นซู รู้สึกเพียงว่านางกำลังเล่นแง่เท่านั้น
“คุณหนูเยี่ยน” ยามนี้เอง ฮองเฮาเอ่ยพระโอษฐ์อย่างเรียบเฉย “วังหลังเป็นสถานที่สำคัญ ที่นี่ไม่เหมือนกับหมู่บ้านชนบท ระวังคำพูดของเจ้าด้วย”
ประโยคเรียบง่ายเพียงประโยคเดียว มิใช่แม้กระทั่งคำตำหนิ แต่นับว่ามอบคำอธิบายให้อวิ๋นซูแล้ว
กงซุนเยี่ยนเงียบเสียงลงโดยพลัน ปรายตามองไปทางอวิ๋นซูอย่างไม่พอใจ
เดิมทีคิดว่าคำพูดของอวิ๋นซูคงมีเพียงเท่านี้ คิดไม่ถึงว่านางจะเดินมาข้างกายกงซุนเยี่ยน “คุณหนูเยี่ยนกล่าวว่า เป็นเพราะข้าอิจฉาอาภรณ์บนร่างของคุณหนูเยี่ยนซึ่งเป็นของพระราชทานจากฮองเฮา จึงลอบลงมือลับหลัง ผลักคุณหนูตกสระใช่หรือไม่?”
“ย่อมต้องเป็นเช่นนี้ ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าทำเช่นนี้เพราะเกลียดชังฮองเฮาที่พระนางหาข้าพบและเปิดโปงแผนร้ายของเจ้าหรือไม่?”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก คุณหนูเยี่ยนท่านนี้ช่างกล้ากล่าวจริงๆ ทุกคนอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองไปยังสีหน้าของฮองเฮา พบว่าสตรีสง่างามผู้นั้นกลับมีพระพักตร์ไร้อารมณ์ มองไม่เห็นอารมณ์อันใดแม้แต่น้อย
ขันทีใหญ่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแทนกงซุนเยี่ยน “ในเมื่อเป็นของพระราชทานจากฮองเฮาก็นับว่าเป็นของหลวง จงใจทำลายของหลวง ย่อมมีความผิดร้ายแรง”
“ใช่ๆๆ ข้าต้องการกล่าวเช่นนี้!” กงซุนเยี่ยนพยักหน้าระรัว ท่าทีเช่นนี้ทำให้ขันทีใหญ่อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจอยู่ในใจ
ยามนี้เอง ในที่สุดชุนเซียงก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดคุณหนูของตนจึงสงบนิ่งเพียงนี้ กงซุนเยี่ยนผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว
“ทำลายของหลวง ความผิดยิ่งใหญ่เพียงนี้หม่อมฉันมิกล้ารับ” อวิ๋นซูหมุนตัวไปย่อตัวให้ฮองเฮาเล็กน้อย “หม่อมฉันเชื่อว่าคุณหนูเยี่ยนคงเข้าใจผิดแล้ว อาภรณ์บนร่างของนางมิใช่ของพระราชทานจากเหนียงเหนียง เหตุใดจึงกล่าวว่าหม่อมฉันเจตนากระทำผิด เพียงแต่หม่อมฉันรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง คุณหนูเยี่ยนทำไม่ถูกที่นำชุดอาภรณ์ของร้านจิ่นซิ่วนมาแอบอ้างว่าเป็นของพระราชทานจากเหนียงเหนียง หรือจะไม่เห็นความสำคัญของผ้าพระราชทาน ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดจะใช้เรื่องของพระราชทานมาใส่ร้ายป้ายสีหม่อมฉัน นับเป็นการดูหมิ่นน้ำพระทัยของเหนียงเหนียงแล้ว”
“จะ เจ้ากล่าวอันใด?! เจ้าอย่าได้เล่นลูกไม้ ผ้าพระราชทานของเหนียงเหนียง ข้าจะจำผิดได้หรือ?! อาภรณ์งดงามเพียงนี้ มิใช่ว่าเจ้าอิจฉาหรือไร?”
“คุณหนูเยี่ยน ซูเอ๋อร์มีบางคำที่อยากถามท่านเสียหน่อย เมื่อวานเหนียงเหนียงทรงประทานผ้าให้ท่านมากมาย เหตุใดท่านกลับเลือกผ้าที่ร้านจิ่นซิ่วส่งมาไปตัดเย็บอาภรณ์เล่า รู้สึกว่าผ้าพระราชทานของเหนียงเหนียงมิถูกใจท่านหรือ?” แม้จะไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าเหตุใดกงซุนเยี่ยนจึงจำผิด แต่เมื่อดูจากปฏิกิริยาของนาง นางไม่รู้จริงๆ ว่าอาภรณ์บนร่างของตนคือผ้าที่ตนให้ชุนเซียงนำไปมอบให้ ดังนั้นอวิ๋นซูจึงไม่กังวลเลยว่าฮองเฮาจะตำหนิตนเพราะตนทำลายของพระราชทานจากพระนาง
กงซุนเยี่ยนถูกคำพูดของอวิ๋นซูทำเอามึนงง กระทั่งฮองเฮาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดขนง
“คุณหนูซู เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าอาภรณ์บนร่างของคุณหนูเยี่ยนมิใช่ของพระราชทานจากเปิ่นกง?”
“ทูลเหนียงเหนียง เมื่อวานร้านจิ่นซิ่วส่งผ้ากองหนึ่งมาให้จวนแม่ทัพ พอดีกับที่ของพระราชทานจากฮองเฮามาถึง ซูเอ๋อร์เห็นคุณหนูเยี่ยนชอบผ้าของร้านจิ่นซิ่วยิ่งนักจึงให้สาวใช้นำไปมอบให้สองพับ วันนี้ก็เห็นนางสวมใส่อยู่บนร่าง หากเหนียงเหนียงมิเชื่อ สามารถสั่งให้คนตรวจสอบได้ ผ้าของร้านจิ่นซิ่วล้วนมีตราประทับของพวกเขาอยู่”
อะไรนะ? กงซุนเยี่ยนพลันคิดไปถึงคำพูดของสาวใช้เมื่อวานที่ว่านังตัวปลอมให้คนนำผ้ามามอบให้สองพับเพื่อประจบประแจงตน เพียงแต่…มิใช่ว่าตนบอกให้นางนำไปทิ้งแล้วหรือ?
ฮองเฮาส่งสัญญาณครั้งหนึ่ง แม่นมที่อยู่ด้านหลังรีบเดินเข้าไปข้างกายกงซุนเยี่ยน ยื่นมือออกไปสัมผัส “ทูลเหนียงเหนียง นี่เป็นผ้าของร้านจิ่นซิ่วจริงๆ เพคะ”
“…” ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจ กงซุนเยี่ยนผู้นี้จะโอหังเกินไปแล้วจริงๆ! ถึงกับไม่เห็นผ้าพระราชทานของฮองเฮาอยู่ในสายตา แล้วยังกล่าวว่าผ้าของร้านจิ่นซิ่วเป็นของหลวงอีกด้วย นี่มิเป็นการล่วงเกินเหนียงเหนียงหรอกหรือ?
“เหตุใด เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้…เป็นไปไม่ได้ ข้าให้คนนำผ้าที่เจ้ามอบให้ไปทิ้งแล้วแท้ๆ!”
อวิ๋นซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความผิดพลาดทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนางเองก็มิได้ใส่ใจ จะอย่างไรคำที่นางกล่าวก็ไม่ผิดไปจากที่ตนชี้นำแม้แต่น้อย ในเมื่อมิใช่ผ้าพระราชทานของฮองเฮา เช่นนั้นต่อให้ตนจะไม่พอใจฮองเฮาเช่นไรย่อมไม่ใช้ผ้าของร้านจิ่นซิ่วมาระบายเป็นแน่
“ซูเอ๋อร์ไม่เข้าใจจริงๆ ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าคุณหนูเยี่ยนต้องการนำผ้าพระราชทานของฮองเฮามาแลกเปลี่ยนกับผ้าจากร้านจิ่นซิ่วของข้าหรือ? เพียงแต่ของหลวงเช่นนี้ซูเอ๋อร์กลับไม่มีวาสนาจึงมิกล้าแม้แต่จะคิดจริงๆ ทว่าเมื่อเห็นคุณหนูเยี่ยนชอบ ข้าจึงสั่งให้คนนำพาไปมอบให้สองพับ เหตุใดคุณหนูเยี่ยนต้องนำไปทิ้งด้วยเล่า? ”
สวรรค์! ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้จริงๆ หรือ? กงซุนเยี่ยนผู้นี้ไปกินดีพยัคฆ์มาหรือไร ถึงกับกล้าใช้ของพระราชทานจากฮองเฮาไปแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นเชียว? วันนี้ยังกล่าวว่าทิ้งผ้าที่คุณหนูซูนำมามอบให้ไปแล้วอะไรนั่นอีก คำพูดเช่นนี้ผู้ใดยังจะเชื่ออีกเล่า? ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้นางยังโอ้อวดตลอดว่าอาภรณ์บนร่างของนางงดงามยิ่ง ที่แท้นางละทิ้งของพระราชทานจากเหนียงเหนียงไปจริงๆ!
ทุกคนล้วนเข้าใจความหมายในคำพูดของอวิ๋นซู ทว่ากงซุนเยี่ยนกลับถูกทำให้โมโหยิ่งแล้ว
“เจ้า เจ้าพูดเหลวไหลอันใด ข้าขอแลกกับพ่อบ้าน ไม่ได้ไปแลกกับเจ้าเสียหน่อย!” จนกระทั่งตอนนี้กงซุนเยี่ยนก็ไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดไปกันแน่ เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา พระพักตร์ของฮองเฮาพลันมืดครึ้มลง
ชุนเซียงพยายามกลั้นหัวเราะ กงซุนเยี่ยนผู้นี้นับว่าย้ายหินทับเท้าตนเองแล้ว เป็นเช่นนี้ก็ดี กลับไปกระตุ้นโทสะฮองเฮาเสียอีก
ยามนี้เอง อวิ๋นซูกลับคารวะครั้งหนึ่ง “ฮองเฮาโปรดระงับโทสะ จะอย่างไรคุณหนูเยี่ยนก็เพิ่งกลับมาที่เมืองหลวงได้ไม่นาน ยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของพระราชวัง นางจำของพระราชทานจากเหนียงเหนียงผิดไปชั่วครู่ หม่อมฉันคิดว่าจะต้องมิได้ตั้งใจเป็นแน่ แม้คุณหนูเยี่ยนจะกล่าวว่าหม่อมฉันจงใจผลักนางตกสระ แต่จะอย่างไรเรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดอันใดอยู่แน่นอน โชคดีที่วันนี้คุณหนูเยี่ยนมิได้สวมใส่อาภรณ์ที่ทำจากของพระราชทาน มิเช่นนั้นความผิดโทษฐานทำลายของหลวงคงหนีมิพ้นโทษมหันต์!” ผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่ากงซุนเยี่ยนต้องการให้อวิ๋นซูรับโทษหนัก แต่นางกลับขอร้องแทนอีกฝ่ายอย่างมีคุณธรรม เมื่อเทียบกันแล้ว ผู้ใดถูกผู้ใดผิดล้วนกระจ่างแจ้งอยู่แก่ใจ
nitnit
อวิ๋นซูต้องใช้ปัญญาในการแก้เกมที่ล้วนแต่มีคนก่อตั้งแต่ขี้หมูราขี้หมาแห้ง แต่ก็สนุกตรงที่คอยลุ้นว่าจะแก้อย่างไร แต่ลุ้นต่อไปว่าจะรู้ได้อย่างไรว่ากงซุนเยี่ยนเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม
Venus36
กรี๊ด อวิ่นซูนางฉลาดล้ำ ฮองเฮาใช้ลูกไม้ดูด้วย นางเคยเป็นฮฮงซูมาก่อนเด้อ