หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 671 ทุกคนเย้ยหยัน
เล่มที่ 23 ตอนที่ 671 ทุกคนเย้ยหยัน
“เหลวไหล เป็นเพราะเจ้าอิจฉาข้า ถึงได้ผลักข้าตกสระ!” กงซุนเยี่ยนยังคงพัวพันมิยอมจบมิยอมสิ้น เผยความใจแคบไม่รู้ความของนางออกมาอย่างชัดเจน ทุกคนรู้สึกเย้ยหยันอยู่ในใจ เสียดายที่คุณหนูซูขอร้องแทนนางเบื้องพระพักตร์ฮองเฮา น้ำใจนี้นับว่าเสียเปล่าจริงๆ!
รอบด้านพลันเงียบลง บรรยากาศแปลกประหลาดยิ่งนัก กงซุนเยี่ยนมองไปยังฮองเฮาด้วยความสงสัย แปลกจริง เหตุใดพระนางถึงไม่ประทานความผิดให้นางตัวปลอมนั่นเล่า ต่อให้ตนจำอาภรณ์ผิด แต่นังตัวปลอมก็ผลักตนตกน้ำ เรื่องนี้ย่อมมิผิดพลาดมิใช่หรือ? นางไม่เคยคิดเลยว่า นอกจากการทำลายของหลวงแล้ว การทะเลาะกันระหว่างพวกนางจะกลายเป็นเรื่องในบ้านของจวนแม่ทัพ ฮองเฮาย่อมมิกระทำเรื่องราวใหญ่โตเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้น พระนางรู้ดีว่าการทำเช่นนี้มิอาจทำให้อวิ๋นซูรับโทษโหดเหี้ยมอันใดได้
“เวลาไม่เช้าแล้ว เกือบจะเลยฤกษ์งามยามดีของงานไปแล้ว เปิ่นกงจัดเตรียมงานเลี้ยงไว้ในสวนร้อยบุปผา เชิญคุณหนูทุกท่านย้ายที่เถิด” สุรเสียงของฮองเฮาเจือไปด้วยความเกียจคร้านอยู่หลายส่วน ยามนี้พระนางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนภายใต้การประคองของแม่นม ไม่ได้มองกงซุนเยี่ยนอีกแม้เพียงสายตา
อะไรนะ? “เหนียงเหนียง…” กงซุนเยี่ยนคิดไม่ถึงว่าฮองเฮาจะปล่อยอวิ๋นซูไปง่ายๆ เช่นนี้ พลันต้องเบิกตากว้างอย่างยากจะเชื่อ ทว่าทุกคนทำราวกับมองไม่เห็นนางโดยสิ้นเชิง เดินติดตามฮองเฮาไปทางสวนร้อยบุปผาด้านหน้า
สตรีในสภาพย่ำแย่ที่อยู่บนพื้นยังคิดจะกล่าวอะไรบางอย่าง ทว่าขันทีใหญ่กลับหยุดนางเอาไว้ได้ทันเวลา กลัวว่าคุณหนูที่ไม่รู้จักสังเกตผู้นี้จะรบกวนสุนทรีย์ของฮองเฮา
“คุณหนูกงซุน ทุกเรื่องต้องหยุดในยามที่เหมาะสม คราวนี้มิอาจตำนิเหนียงเหนียงได้ แม้เหนียงเหนียงมิได้เอ่ยพระโอษฐ์ตำหนิ ทว่าคุณหนูกงซุนไม่รู้หรือว่าตัวเองทำผิดที่ใด?” คำพูดของขันทีใหญ่เจือไปด้วยความเย็นยะเยือก สายตาเฉียบขาดเช่นนั้นทำให้กงซุนเยี่ยนตกใจจนหดคอกลับไป “ข้า…ข้า…”
ขันทีใหญ่กลับมิได้มีความอดทนพอที่จะฟังนางอธิบายสิ่งใด ทำเพียงปัดฝุ่นบนร่างของตนแล้วเดินตามไป “หากคุณหนูกงซุนยังไม่รีบเสียหน่อย คงถูกทิ้งไว้ด้านหลังแล้ว”
นางจึงค่อยได้สติกลับมา เพียงแต่เมื่อขยับเพียงเล็กน้อย อาภรณ์เปียกปอนบนร่างก็เสียดสีผิวหนังจนเกิดอาการคันเป็นระลอก ทำให้กงซุนเยี่ยนยากจะรับไหว เพียงแต่จะทำเช่นไรเล่า? คล้ายกับว่าไม่มีผู้ใดยินยอมสนใจนางแล้ว
คุณหนูซูผู้ที่ตกสระด้วยกันกับนางเมื่อครู่นี้ก็ถือโอกาสที่ไม่มีผู้ใดสนใจผละไปเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว กระทั่งนางเองก็เห็นกงซุนเยี่ยนเป็นดั่งโรคระบาด ตอนนี้นางคิดขึ้นมาได้แล้ว ยามนั้นเป็นกงซุนเยี่ยนที่สะบัดกระโปรงของตน นางไม่ระวังจึงถูกกระโปรงยาวลากพื้นสะบัดใส่จนตกลงไปในสระ ดังนั้นนี่มิใช่ความผิดของนาง แต่เป็นกงซุนเยี่ยนผู้นั้นทำตัวเอง! ตอนนี้กลับเกี่ยวพันจนตนไปล่วงเกินคุณหนูกงซุนซูแล้ว กระทั่งคุณหนูท่านอื่นก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความคิดบางอย่างกับนาง ทำให้นางรู้สึกราวกับไม่ใช่คน
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู! บ่าวไปหาพี่สาวในวัง ยืมชุดสะอาดมาชุดหนึ่งแล้ว คุณหนูรีบไปเปลี่ยนเถิด ประเดี๋ยวจะหนาวสั่น!”
กงซุนเยี่ยนมองไปยังเยี่ยนหงที่เพิ่งจะกลับมา เมื่อคิดถึงความอยุติธรรมที่ตนได้รับเมื่อครู่นี้จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากด่า “เหตุใดวันนี้จึงให้ข้าสวมใส่อาภรณ์ชุดนี้เข้าวัง?! ผ้าพระราชทานของเหนียงเหนียงเล่า?!”
เยี่ยนหงชะงักไป เอ๋? ผ้าพระราชทานของฮองเฮา…นี่ นางเองก็ไม่ทราบเช่นกัน นางมิใช่สาวใช้ในห้องของคุณหนูเยี่ยนเสียหน่อย
กงซุนเยี่ยนแย่งชุดกระโปรงมาจากในมือของอีกฝ่าย “นี่มันผ้าขี้ริ้วอันใดกัน?! เจ้าจะให้ข้าสวมใส่อาภรณ์เช่นนี้ไปพบผู้คนหรือ?” ในมือของนางคืออาภรณ์ของนางข้าหลวง
“แต่คุณหนูเจ้าคะ ในวังมีแต่อาภรณ์เช่นนี้…” หรือจะให้นางไปหยิบยืมมาจากพระสนมหรือองค์หญิงเหล่านั้นเล่า นับเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้
“น่ารังเกียจ! นังตัวปลอมนั่นถึงกับทำให้ข้าขายหน้าเพียงนี้เชียว! ข้าไม่ยอมจบกับนางแน่!”
ภายในสวนร้อยบุปผา ฮองเฮาเข้าสู่ที่ประทับอย่างสงบเยือกเย็น ทอดพระเนตรมองไปยังกงซุนเยี่ยนที่ยังคงมีสภาพย่ำแย่ ดวงเนตรเจือไปด้วยความไม่พอพระทัย
หากมิใช่ว่านังเด็กโง่งมผู้นี้ยังคงมีประโยชน์อยู่บ้าง ตนจะอดกลั้นการกระทำของนางได้อย่างไร ความจริงผ้าเหล่านั้นเป็นของชั้นรองที่พระนางให้แม่นมเลือกออกมาตามใจเท่านั้น เด็กสาวผู้นี้จะควรค่าให้พระนางปฏิบัติอย่างจริงใจได้อย่างไร? ต่อให้เป็นผ้าคุณภาพรอง แต่หากเป็นของที่ตนประทานให้นาง นางก็ควรใช้ไปอย่างจริงใจ! หากเป็นเฉกเช่นที่กงซุนซูกล่าวจริงๆ ที่ว่านางคิดจะนำของพระราชทานจากตนไปแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ต่อให้ตายนับร้อยครั้งก็ยังมิสาสม!
ทุกคนเข้าสู่ที่นั่ง เหลือไว้เพียงที่นั่งว่างสองตำแหน่งบริเวณมุมสุด สีหน้าของกงซุนเยี่ยนกระอักกระอ่วนยิ่งนัก นางคิดว่างานเลี้ยงในวันนี้ควรเป็นงานเลี้ยงที่ฮองเฮาทรงเตรียมเพื่อตนโดยเฉพาะกระมัง? เหตุใดตอนนี้กลับกลายเป็นว่านำที่นั่งของนางไปไว้ในตำแหน่งห่างไกลเพียงนั้นเล่า?
ยามนี้ในใจของนางรู้สึกตกต่ำอย่างรุนแรง เดิมทีคิดว่าวันนี้ตนควรถูกทุกคนห้อมล้อมประดุจดาราล้อมเดือน เพียงแต่คุณหนูเหล่านั้นเป็นอะไรไปหมด? ตนทำผิดที่ใดกันแน่จึงได้ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่เช่นนี้
ตอนนี้เอง เงาร่างงดงามร่างหนึ่งเดินพริ้วเข้ามา รอบด้านพลันเงียบสงัดไร้เสียง
“เมิ่งเอ๋อร์ เหตุใดจึงมาสายเพียงนี้? ปล่อยให้ทุกคุณหนูทุกท่านรอเป็นเรื่องที่เสียมารยาทยิ่ง” คำพูดของฮองเฮาคล้ายกำลังตำหนิ ทว่าสุรเสียงกลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนอย่างจงใจ
ซ่างกวนเมิ่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม “ระหว่างทางมีเรื่องนิดหน่อยจึงเสียเวลาอยู่บ้าง เหนียงเหนียงโปรดระงับโทสะเถิดเพคะ! นั่งข้างคุณหนูกงซุนได้พอดี”
นายกชายกระโปรงนั่งลง ราวกับไม่เห็นสภาพเปียกปอนไปทั้งร่างของกงซุนเยี่ยน
เรื่องเมื่อครู่นี้ นางเองก็ได้ยินมาแล้ว กับคนโง่งมเช่นนี้มิจำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ วันนี้ฮองเฮาควรทราบแล้วกระมังว่ามิใช่ว่าผู้ใดจะทำงานที่ได้รับมอบหมายได้? เมื่อเทียบกับกงซุนเยี่ยนแล้ว ซ่างกวนเมิ่งคิดว่าตนยังฉลาดกว่ามาก
กงซุนเยี่ยนนั่งอย่างพะว้าพะวง เหตุใดจึงนั่งอกับคุณหนูซ่างกวนได้เล่า? อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องเมื่อครู่นี้ นางหันไปโดยไม่รู้ตัว คิดไม่ถึงว่าซ่างกวนเมิ่งจะสบตานางด้วยสายตาลึกล้ำแฝงความหมายอยู่พอดี
“…” กลืนน้ำลายเงียบๆ นางก้มหน้าลงอย่างร้อนตัว ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย
“เด็กๆ บรรเลงดนตรี” ฮองเฮาเอ่ยพระโอษฐ์อย่างเกียจคร้าน เสียงดนตรีอันไพเราะดังขึ้น ตอนนี้เอง นางข้าหลวงในอาภรณ์สีชมพูหลายคนเดินพริ้วไหวเข้ามา ในมือถือสุราที่ส่งกลิ่นหอมของดอกเหมยกุ้ยออกมาจางๆ ทั้งยังมีขนมที่ทำจากกลีบดอกไม้หลากหลาย ดูน่าอร่อยยิ่งนัก
เมื่อเห็นขนมอันปราณีตเหล่านี้ คุณหนูทุกท่านจึงลืมเรื่องเอะอะเมื่อครู่ไปจนสิ้น มีเพียงกงซุนเยี่ยนที่รู้สึกโดดเดี่ยว
ข้างหูมีเสียงหัวเราะและเสียงสนทนาดังวนเวียน ยามนี้เอง ซ่างกวนเมิ่งที่นั่งอยู่ในมุมพลันเอ่ยปากขึ้นด้วยเสียงกระจ่างใส “ฮองเฮาเพคะ ได้ยินว่ายามนี้ที่ชายแดนมีผู้บุกรุกที่มีฐานะไม่แน่ชัดปรากฏตัวขึ้นจำนวนมาก ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง เจอผู้ใดฆ่าผู้นั้น ฟังแล้วน่าหวาดกลัวยิ่งนัก”
อะไรนะ? คุณหนูทุกท่านพลันเงียบลง มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? ต้องทราบว่าแคว้นเหลียนของพวกเขาไปมาหาสู่กับแคว้นอื่นน้อยมาก ในความคิดของพวกนาง จะเข้ามาบุกรุกแคว้นเหลียนหรือ? นั่นเป็นเรื่องที่มิอาจทำได้แม้ในยามฝัน
ฮองเฮาเงียบไปครู่หนึ่ง “แม้แคว้นเหลียนของพวกเราจะรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ แต่แคว้นอื่นอยู่ในสถานการณ์ขัดแย้งวุ่นวาย ผู้บุกรุกที่มีที่มาไม่มีที่ไปไม่ชัดเจนเหล่านั้นคล้ายจะมาจากแคว้นอี้และแคว้นเฉิน เปิ่นกงได้ยินข่าวลือมาว่าพวกเขากำลังตามหาคนผู้หนึ่งอยู่” ในยามที่พระนางเอ่ยคำนี้ยังคงปลายดวงเนตรมองไปทางอวิ๋นซูเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นทำเพียงเก็บซ่อนประกายอันหนาวเหน็บไว้ในดวงตา ก้มหน้าลงจิบสุราเริศรสที่มีกลีบดอกไม้ไหวกระเพื่อม
“อา! หรือจะเป็นหมอหลวงหญิงแห่งแคว้นเฉินผู้นั้น?” ซ่างกวนเมิ่งแสร้งทำเป็นตื่นตะลึง ฮองเฮาทรงสรวลเล็กน้อย “อ้อ? เมิ่งเอ๋อร์ก็เคยได้ยินเรื่องคนผู้นี้ด้วยหรือ?”
ทุกคนทำราวกับฟังนิทาน เผยสีหน้าจริงจังออกมา
“เพคะ หมอหลวงหญิงผู้นี้ชื่อเสียงโด่งดังไปไกล ไม่ทราบว่านางใช้วิธีการอันใด จากบุตรีอนุภรรยาแห่งจวนโหวที่ต่ำต้อยผู้หนึ่งไต่เต้ามาเป็นตำแหน่งหมอหลวงหญิงได้ ระหว่างนั้นหลอกใช้บุรุษไปมากน้อยเพียงใดกัน คิกๆๆ เพียงแค่คิดเมิ่งเอ๋อร์ก็รู้สึกหวาดกลัวแล้ว”
จากบุตรีอนุภรรยากลายเป็นหมอหลวงหญิงหรือ? ต้องทราบว่าในแคว้นเหลียนของพวกเขาไม่มีสตรีแม้เพียงคนเดียวที่นั่งในตำแหน่งหมอหลวง ดูแล้วบุตรีอนุภรรยาผู้นั้นคงใช้แผนชั่วที่ผู้อื่นไม่ทราบจริงๆ เป็นแน่
“เจ้ารู้มากจริงๆ” ฮองเฮาทรงสรวล ราวกับส่งสัญญาณให้นางกล่าวต่อไป
“เมิ่งเอ๋อร์เพียงคิดว่าบนโลกนี้ถึงกับมีสตรีที่ไม่ถูกจำกัดด้วยมารยาทและธรรมเนียมเช่นนี้ด้วยหรือ จึงอดไม่ได้ที่จะไปสืบมาเสียหน่อย” มุมปากของซ่างกวนเมิ่งยกขึ้นเป็นวงโค้ง “หมอหลวงหญิงผู้นี้ดูถูกไม่ได้จริงๆ ไม่ทราบว่าโน้มน้าวจักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินได้อย่างไร ทำให้ส่งนางไปเป็นทูตที่แคว้นอี้ด้วยกันกับขบวนแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ขององค์หญิง กล่าวกันว่าสุดท้ายองค์หญิงท่านนั้นก็ถูกส่งกลับไป เรื่องกลายเป็นดียิ่ง จักรพรรดิแห่งแคว้นอี้กลับหลงใหลหมอหลวงหญิงผู้นั้นแทนเสียได้”
“สวรรค์!” มีคุณหนูท่านหนึ่งที่อดรนทนไม่ไหวจนอุทานออกมา คำพูดเช่นนี้ฟังดูแล้วราวกับหมอหลวงหญิงผู้นั้นล่อลวงจักรพรรดิแห่งแคว้นอี้ ทำให้องค์หญิงเชื่อมสัมพันธ์ต้องถูกส่งกลับแคว้นอย่างน่าเศร้า ในฐานะที่เป็นขุนนางถึงกับทำเรื่องเช่นนี้ออกมา หมอหลวงหญิงผู้นี้จะไร้คุณธรรมของสตรีเกินไปแล้ว!
“ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งเอ๋อร์ยังได้ยินว่าหมอหลวงหญิงท่านนี้มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับรัชทายาทแห่งแคว้นเฉินด้วย! คิดถึงนางมิลืมเลือนก็ช่างเถิด แต่ยังทำให้ฮองเฮาแห่งแคว้นเฉินทรงกริ้วจนประชวร ตอนนี้ภายในแคว้นเฉินวุ่นวาย นั่นล้วนเป็นเพราะสตรีเป็นรากเหง้าของปัญหา!” ท่าทีของซ่างกวนเมิ่งราวกับมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆ คุณหนูทุกท่านพากันเผยสีหน้าตื่นตะลึงและรังเกียจออกมา
สตรีที่เป็นรากเหง้าของปัญหาเช่นนี้มิอาจเก็บไว้ได้เป็นที่สุด บนโลกใบนี้มีจักรพรรดิมากน้อยเพียงใดที่ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟเพราะสาวงาม!
“กล่าวเช่นนี้มิใช่ว่าหมอหลวงหญิงผู้นั้นมีฝีมือดีหรอกหรือ ถึงกับต้อนรับขับสู้ระหว่างจักรพรรดิแห่งแคว้นใหญ่ทั้งสองได้? มีคนเช่นนี้อยู่เชียว มีความสามารถในการล่อลวงผู้คนจริงๆ” คุณหนูท่านหนึ่งหัวเราะขึ้นมา กล่าวจนหมอหลวงหญิงกลายเป็นสตรีอัปมงคลไปแล้ว
ซ่างกวนเมิ่งส่ายศีรษะ “ว่ากันว่าเป็นเพียงสตรีที่มีหน้าตาธรรมดาผู้หนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกรับกลับมาจากหมู่บ้านในชนบทเช่นเดียวกับคุณหนูซู”
ชนบท? กงซุนเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะร่างกายแข็งเกร็ง ยังดีที่ซ่างกวนเมิ่งหมายถึงนังตัวปลอมนั่นมิใช่ตน! ใช่ ตนจะนับว่ามีหน้าตาธรรมดาได้อย่างไร
ทันใดนั้นพลันมีคนได้สติกลับมา ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากรับคำอีก ความหมายของซ่างกวนเมิ่งมิใช่ว่าถากถางไปถึงคุณหนูซูด้วยหรือ?
ชุนเซียงที่อยู่ด้านหลังอวิ๋นซูพยายามเก็บซ่อนความโกรธเกรี้ยวของตน พวกนางถึงกับร่วมมือกันกล่าวจนคุณหนูของตนกลายเป็นสตรีไม่ดีไปแล้ว! ชาวประชาทั่วทั้งแคว้นเฉินต่างรู้ดีว่าคุณหนูมีความสามารถเช่นไร สร้างคุณประโยชน์ให้แก่แคว้นเฉินมากน้อยเพียงใด เหตุใดเมื่อมาถึงปากพวกนางจึงกลายเป็นสตรีไร้ยางอายไปได้? แต่ชุนเซียงรู้ดีว่ายามนี้ตนไม่อาจแสดงท่าทีผิดปกติอันใดได้โดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะนำพาความยุ่งยากอันใหญ่หลวงมาให้คุณหนูของตน ทน! ทำได้เพียงอดทน!
nitnit
กลุ้มใจแทนอวิ๋นซูจริงๆ ทั้งจักรพรรดิ์แตว้นอี้ และรัชทายาทแคว้นเฉินบุกมาแล้วเพื่อชิงตัวนาง เอาใจช่วยเธอนะ
Venus36
ขอบคุณค่ามาอีกตอน เลิฟฟฟฟ