หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 669 ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ
เล่มที่ 23 ตอนที่ 669 ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ
“คุณหนูซู เมื่อครู่พวกเราเห็นคุณหนูซ่างกวนอยู่กับคุณหนูเยี่ยนท่านนั้นด้วยเจ้าค่ะ” คุณหนูท่านหนึ่งที่เกลียดชังซ่างกวนเมิ่งเป็นพิเศษอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก พวกนางมิได้โง่งมถึงขั้นไปถามอวิ๋นซูว่ากงซุนเยี่ยนคือบุตรีของแม่ทัพใช่หรือไม่ ทำได้เพียงใช้วิธีการอ้อมค้อมเช่นนี้ ทางที่ดีอยากเห็นการต่อสู้ภายในระหว่างพวกนาง เช่นนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น
อวิ๋นซูแย้มยิ้มบางเบา ในเมื่อกงซุนเยี่ยนคือคนที่ฮองเฮาหามา เช่นนั้นหากนางคบหากับซ่างกวนเมิ่งก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด
เพียงแต่การกระทำทุกอย่างในหลายวันที่นางอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพทำให้อวิ๋นซูรู้สึกว่านางเป็นคนคนละประเภทกับซ่างกวนเมิ่งจริงๆ การกระทำที่ดูไม่ฉลาดเหล่านั้น หากอยู่ด้วยกันกับซ่างกวนเมิ่งนางอาจจะกลายเป็นเพียงหมากให้ซ่างกวนเมิ่งหลอกใช้ ทว่าออกจะเป็นหมากที่โง่งมอยู่บ้าง อวิ๋นซูมั่นใจได้เลยว่า ซ่างกวนเมิ่งผู้นี้ หากใครกลายเป็นหมากของนาง ย่อมมีจุดจบไม่ดี
ดูแล้วคงต้องคิดหาวิธีตรวจสอบฐานะที่แท้จริงของกงซุนเยี่ยนให้เร็วเสียหน่อย หากนางเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพจริงๆ ตนต้องดึงนางออกมาจากโคลนตมให้ได้ จะอย่างไรฮองเฮาก็มิใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆ
กงซุนเยี่ยนเดินเข้ามา ถึงกับใช้ตัวแทรกเข้ามาข้างกายสตรีผู้สวมใส่อาภรณ์สีชมพูเมื่อครู่นี้ “คุณหนูเดินเร็วเพียงนี้ เยี่ยนเอ๋อร์ตามไม่ทันแล้ว! เมื่อครู่พวกเรายังคุยกันไม่จบกระมัง? ฝีมือการปักเย็บชุดกระโปรงตัวนี้ของคุณหนูดีจริงๆ…” นางจงใจกล่าวเสียงดัง น้ำเสียงราวกับสนิทสนมกับคุณหนูทุกท่านก็มิปาน
อวิ๋นซูย่อมไม่พลาดท่าทีแข็งทื่อบนใบหน้าของคุณหนูหลายท่าน กระทั่งมีคนเผยสายตารังเกียจออกมาพลางขยับเข้ามาใกล้นาง
ในเวลาเพียงชั่วครู่กงซุนเยี่ยนก็ล่วงเกินคนไปมากมายเพียงนี้เชียวหรือ? เมื่อคิดถึงคำพูดเมื่อครู่นี้ของคุณหนูท่านนั้น อวิ๋นซูจึงเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาโดยพลัน
“คุณหนูกงซุน ดอกไม้ทางด้านนั้นบานได้งดงามยิ่ง มิสู้พวกเราเข้าไปดูทางนั้นกันเถิด” คุณหนูข้างกายดึงสายตากลับมาจากบนร่างของกงซุนเยี่ยน มองไปยังอวิ๋นซูด้วยใบหน้าเป็นมิตร คิดไม่ถึงว่ากลับมีเสียงกระจ่างใสเสียงหนึ่งดังขึ้น “ได้! เมื่อครู่เยี่ยนเอ๋อร์ก็อยากไปดูทางนั้นเช่นกัน!”
นางคิดว่าคุณหนูกงซุนที่ผู้อื่นกล่าวหมายถึงนาง หันมาด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มดีใจ แต่กลับพบท่าทียากจะเชื่อของอีกฝ่าย
“ข้าหมายถึงคุณหนูซู” คุณหนูหลี่ขมวดคิ้ว ไม่ให้กระทั่งโอกาสที่จะเข้าใจผิดกับกงซุนเยี่ยน “คุณหนูซู พวกเราไปดูทางนั้นกันเถิด”
อะไรนะ? สีหน้าของกงซุนเยี่ยนเปลี่ยนไปย่ำแย่ยิ่งนัก คุณหนูข้างกายนางก็แยกย้ายกันไปแล้ว ต่างพากันเดินเข้าไปใกล้อวิ๋นซู พริบตาเดียวก็เหลือเพียงนางผู้เดียว ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร หรือพวกนางเชื่อนังตัวปลอมนั่น? หรือพวกนางต้องการเป็นศัตรูกับฮองเฮา?
“คุณหนูตามไปเถิดเจ้าค่ะ” เยี่ยนหงที่อยู่ข้างกายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรทำให้บรรยากาศหยุดชะงักถึงจะถูก แม้นางจะไม่เข้าใจว่าคุณหนูของตนโดดเดี่ยวได้อย่างไรก็ตาม บางทีคุณหนูท่านอื่นอาจจะยังไม่เชื่อในฐานะของคุณหนูตนก็เป็นได้ จะอย่างไรก็ยังให้ความรู้สึกมาก่อนได้ก่อน
กงซุนเยี่ยนก้มหน้าลงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ นางรู้สึกว่าตนขายหน้ายิ่งนัก สายตาหยุดอยู่บนอาภรณ์ชุดงามบนร่าง ดวงตาของกงซุนเยี่ยนเกิดประกาย นางจำได้ว่าตอนเด็กตนไปเหยียบชุดกระโปรงของเด็กข้างบ้านโดยไม่ทันระวัง เด็กหญิงผู้นั้นไปฟ้องท่านแม่บุญธรรม ตนจึงถูกท่านแม่บุญธรรมตบตีอย่างแรง ความทรงจำนี้มอบความรู้แจ้งให้แก่กงซุนเยี่ยน มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม จากนั้นจึงเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“วันนี้คุณหนูซูควรแต่งกายให้ดีเสียหน่อย” คุณหนูเมื่อครู่มองชุดเรียบง่ายของอวิ๋นซู เอ่ยปากขึ้นคล้ายจะแนะนำ คิดไม่ถึงว่ากงซุนเยี่ยนกลับไล่ตามมา ยืนบดบังสายตาของนางอยู่ระหว่างนางกับอวิ๋นซู บนใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มสนิทสนม “พี่หญิงกล่าวอันใดเจ้าคะ?”
“…คุณหนูเยี่ยนทราบได้อย่างไรว่าข้าอายุมากกว่าท่าน?” ทั้งยังมาเรียกพี่หญิงอีก ดูเหมือนตนจะมิได้คุ้นเคยกับนางมากเท่าใดกระมัง?
“เพราะว่า…เพราะว่าสีหน้าของพี่หญิงดูไม่ค่อยดีนัก…” ความจริงกงซุนเยี่ยนต้องการกล่าวว่าดูจากผิวของนาง ทว่าเมื่อคิดจะพูดกลับรู้สึกว่ากล่าวเช่นนี้มิค่อยเหมาะสมนัก จึงเปลี่ยนไปใช้เหตุผลที่ตนคิดว่าแนบเนียนกว่า
“อะไรนะ นี่ท่าน…”
“ช่างเถิด พี่หญิงหลี่อย่าไปต่อปากต่อคำกับนางเลยเจ้าค่ะ” คุณหนูทั้งหลายที่อยู่ด้านหน้าหันกลับมากล่าวเตือนเสียงเบา คุณหนูหลี่ท่านนั้นแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง สะบัดชายแขนเสื้อเดินก้าวใหญ่ไปเบื้องหน้าราวกับไม่อยากยืนอยู่ด้วยกันกับกงซุนเยี่ยนอีก
เมื่อเห็นคุณหนูทั้งหลายเดินจากไปเบื้องหน้า กงซุนเยี่ยนกลับมิได้สนใจ นางทำเพียงเดินตรงไปเบื้องหน้าอวิ๋นซู กระโปรงยาวลากพื้นผ่านเท้าอวิ๋นซูคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ อดรนทนไม่ไหวอยากให้อีกฝ่ายรีบเหยียบลงบนผ้าพระราชทานของฮองเฮาสักครั้ง
ชุนเซียงเห็นคุณหนูของตนถูกทิ้งระยะจากคุณหนูทุกท่านในเวลาเพียงชั่วพริบตา ส่วนกงซุนเยี่ยนผู้นี้กลับขวางอยู่เบื้องหน้านางตลอด “คุณหนู มิสู้พวกเราอ้อมไปด้านโน้นเถิดเจ้าค่ะ”
คุณหนูหลี่หันกลับมา เห็นอวิ๋นซูไม่ได้ตามมาจึงรีบโบกมือ “คุณหนูซู ทางนี้เจ้าค่ะ”
กงซุนเยี่ยนดวงตาเปล่งประกาย หมุนตัวมาขวางเบื้องหน้าอวิ๋นซูอีกครั้ง
ชุนเซียงขมวดคิ้ว มองไปยังเยี่ยนหงที่อยู่ด้านหลัง “เยี่ยนหง ยังไม่รีบมาช่วยคุณหนูเยี่ยนถือชายกระโปรงอีก เช่นนี้จะบาดเจ็บได้ง่าย” นางเกือบชนคุณหนูของตนแล้ว!
“เอ๋? เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ…”
“ไม่ต้องๆ กระโปรงยาวลากพื้นเช่นนี้ต้องปล่อยไปถึงจะดูดี มิใช่ว่าเหมือนนกยุงที่สูงส่งมากหรอกหรือ?” บนใบหน้าของกงซุนเยี่ยนประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ผู้อื่นเกลียดชัง ใช้มือยกชายกระโปรงสะบัดไปเบื้องหน้าอวิ๋นซู ตอนนี้เอง มีคุณหนูที่มาถึงช้าท่านหนึ่งเดินผ่านข้างกายอวิ๋นซูพอดี ถูกชายกระโปรงของกงซุนเยี่ยนสะบัดใส่ นางพลันกรีดร้องออกมา ร่างกายเสียหลักจนตกลงไปในสระบัว
“กรี้ด!” นางยื่นมือออกไปจับแขนเสื้อของกงซุนเยี่ยนตามสัญชาตญาณ ได้ยินเสียงตู้มครั้งหนึ่ง ทั้งสองพากันร่วงลงไปในสระจนเกิดเป็นระลอกน้ำ
การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ทำให้คุณหนูที่อยู่ไม่ไกลพากันอุทานออกมา “เกิดอะไรขึ้น?!”
ชุนเซียงเดินมาสำรวจข้างกายอวิ๋นซูอย่างเคร่งเครียดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหยดน้ำบนร่างของอวิ๋นซู “คุณหนูได้รับบาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ?”
“ข้าไม่เป็นไร” อวิ๋นซูเช็ดน้ำบนหน้าผาก ส่วนสตรีทั้งสองที่อยู่ในสระบัวพยายามดิ้นรนขึ้นมาจากน้ำ
“แค่กๆ…ชะ ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย ข้ายังไม่อยากตาย…” กงซุนเยี่ยนดิ้นสุดชีวิต อาภรณ์สง่างามบนร่างของนางเปียกไปทั้งชุดจนหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกราวกับมีพลังงานบางอย่างกำลังดึงนางลงไป
ส่วนคุณหนูที่ดึงนางลงน้ำไอออกมาสองครั้ง หลังจากผ่านความกลัวไปได้ก็พบว่าน้ำนี้ตื้นยิ่งนักจึงรีบยืนขึ้นมา
“ช่วยด้วย…ใครก็ได้ช่วยด้วย…”
หยาดน้ำที่เกิดจากกงซุนเยี่ยนสาดกระเซ็นไปบนร่างของสตรีด้านข้างจำนวนมาก นางเช็คน้ำบนใบหน้าพลางเอ่ยปากอย่างกระอักกระอ่วน “คุณหนู…น้ำนี้ตื้นมาก ลองยืนดูหน่อยเป็นอย่างไร?”
คิก…
คุณหนูทั้งหลายที่อยู่บนฝั่งอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ภาพเช่นนี้จะตลกเกินไปแล้ว เมื่อดูให้ดีพบว่าน้ำลึกเท่าเอวพวกนางเท่านั้น กงซุนเยี่ยนถึงกับตกใจจนยืนไม่ขึ้นเชียว!
“คุณหนู! คุณหนูรีบยืนขึ้นเถิด!” เยี่ยนหงที่อยู่บนสระรีบคุกเข่าลงยื่นมือไปดึงกงซุนเยี่ยนที่กำลังสะบัดมือมั่วซั่ว นางกลัวจริงๆ ว่าคุณหนูของตนจะจมน้ำตายเพราะความเลอะเลือนเช่นนี้
เสียงหัวเราะรอบด้านทำให้กงซุนเยี่ยนค่อยๆ ได้สติกลับมา อะไรนะ? น้ำตื้น?
ขาทั้งสองของนางเตะออกไป เจอพื้นก้นสระจริงๆ รีบยืนขึ้นอย่างยากจะเชื่อ สบตากับสตรีที่มีสภาพย่ำแย่ด้านข้าง
“โธ่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? รีบลงไปประคองคุณหนูทั้งสองท่านขึ้นมาเร็ว!” ขันทีใหญ่ผู้หนึ่งได้ยินเสียงจึงรีบตามมาจนได้พบกับภาพเช่นนี้ รีบบอกให้ขันทีน้อยข้างกายลงน้ำไปช่วยคน
กงซุนเยี่ยนในยามนี้รู้สึกใบหน้าไร้ซึ่งประกาย เนื่องจากคุณหนูท่านอื่นบนฝั่งกำลังใช้สายตาสนุกสนานมองนาง ทั้งยังส่งเสียงหัวเราะออกมาเป็นบางครั้ง
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดคุณหนูทั้งสองจึงตกน้ำได้?!”
คุณหนูที่มีสภาพเปียกปอนไปทั้งร่างตื่นตกใจยังไม่หายดี นางจำได้ว่าตนคล้ายจะถูกคนผลักเบาๆ จากนั้นจึงยื่นมือออกไปจับโดยไม่รู้ตัว ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นคุณหนูข้างกายจึงร่วงตกสระมาด้วยกันกับตน
“โธ่ คุณหนูกงซุน ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่?” ขันทีใหญ่เห็นสีหน้าย่ำแย่ของกงซุนเยี่ยนจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก คุณหนูอีกท่านพลันตื่นตะลึงอยู่ในใจ คุณหนูกงซุน? หรือจะเป็นคนที่ฮองเฮาหากลับมาผู้นั้น…แย่แล้ว…
กงซุนเยี่ยนมองเพียงปราดเดียวก็จำได้ว่าขันทีเบื้องหน้าคือคนข้างกายฮองเฮาจึงเอ่ยปากออกไปโดยไม่แม้แต่จะคิด “เป็นนาง! นางผลักข้าลงน้ำ!”
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ…” คุณหนูท่านนั้นโบกมือปฏิเสธอย่างเคร่งเครียด คำพูดเพิ่งจะกล่าวออกมา กลับพบว่าคนที่กงซุนเยี่ยนชี้คืออวิ๋นซูมิใช่ตนจึงรีบหุบปาก ถอยไปด้านข้างอย่างร้อนตัว
“คำพูดนี้ของคุณหนูเยี่ยนหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?” ชุนเซียงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “เห็นได้ชัดว่าคุณหนูสะบัดชายอาภรณ์จนไปถูกคุณหนูท่านนี้ ผลก็คือทั้งสองท่านลื่นตกสระไปด้วยกัน!”
“คุณหนู เป็นเช่นนี้หรือ?” ขันทีใหญ่ใช้สายตาเปี่ยมความสงสัยมองไปยังคุณหนูที่เปียกปอนไปทั้งร่าง อีกฝ่ายร่างกายแข็งทื่อ “ไม่ ไม่ใช่…”
“หึ เจ้าต้องช่วยเจ้านายของตนเป็นแน่! ทั้งๆ ที่นังตัวปลอมนี่จงใจเหยียบชายกระโปรงของข้า แล้วยังผลักข้าลงน้ำ คุณหนูท่านนั้นเพียงถูกลากเข้ามาพัวพันเท่านั้น!” เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ในใจของกงซุนเยี่ยนมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือไม่อาจปล่อยให้อวิ๋นซูอยู่อย่างสงบได้
ชุนเซียงรู้สึกร้อนรน “คุณหนูเยี่ยนอย่าได้กล่าววาจามั่วซั่วโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ที่นี่มีคนมากมาย ทุกคนต่างก็เห็น!”
นางรีบมองไปยังคุณหนูหลายท่านที่อยู่บนฝั่งด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ ทว่าขันทีใหญ่กลับเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอึมครึมแปลกประหลาด “อ้อ? เช่นนั้นหรือ? ผู้ใดเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้บ้าง? เป็นท่านหรือ? คุณหนูหลี่ หรือคุณหนูหลิน?”
“…” คุณหนูทั้งหลายรีบเก็บสีหน้าลง สายตาเช่นนั้นของขันทีใหญ่กำลังกล่าวเตือนพวกนางอย่างชัดเจน “มะ ไม่เห็น…”
“ใช่แล้ว เมื่อครู่พวกเราอยู่ไกล ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น”
อะไรนะ? ชุนเซียงมองไปยังคุณหนูทั้งหลายที่พากันหลบสายตาด้วยความตื่นตะลึง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้ ที่นี่มีคนมากมายเพียงนี้ ไม่มีแม้เพียงคนเดียวที่ยินยอมก้าวออกมาเป็นพยานให้คุณหนูของตนเชียวหรือ?
nitnit
ใส่ร้ายกันดื้อๆเลยนะ
Venus36
อวิ๋นซุตัองมีวิธีการเอาตัวรอดได้แน่ๆๆๆ อย่าไปสนพวกคุณหนูพวกนั้น ลุ้นมากก แต่อีลูกแม่ทัพฮองเฮาส่งมาจะจริงเหรอ อุ้ย ค้างมากตอนนี้