หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 673 ไร้ยางอาย
เล่มที่ 23 ตอนที่ 673 ไร้ยางอาย
เมื่อฮองเฮาเอ่ยพระโอษฐ์ คุณหนูทุกท่านพลันได้สติกลับมาจากความตื่นตระหนก ใช่แล้ว หลังภูเขาจำลองเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดคุณหนูซูจึงปลอดภัยไร้อันตราย ส่วนมือสังหารสามคนนั้นกลับตกอยู่ในสภาพน่าอนาจเพียงนี้?
อย่างไรก็ตาม สายตาของอวิ๋นซูบริสุทธิ์อย่างชัดเจน มิอาจเชื่อมโยงนางเข้ากับผู้ฝึกฝนวรยุทธได้เลยแม้แต่น้อย ท่าทีเช่นนี้ทำให้ผู้คนคิดว่า สตรีอ่อนแอเช่นนี้สามารถรอดพ้นจากอันตรายมาได้ นับเป็นความใส่ใจของสวรรค์แล้ว
“จะต้องเป็นเพราะสวรรค์เห็นใจเป็นแน่! ซูเอ๋อร์มีจิตใจงดงาม มิสมควรต้องตาย!” แม่ทัพกงซุนรักบุตรีประดุจชีวิต ทุกคนล้วนเคยสัมผัสมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยามนี้คุณหนูหลายท่านกลับรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างกงซุนซูและกงซุนเยี่ยนได้อย่างแท้จริง ราวกับตั้งแต่เมื่อครู่นี้ ท่านแม่ทัพจะมิได้มองกงซุนเยี่ยนให้เต็มตาเลยกระมัง?
ฮองเฮาเพียงอยากทราบว่ากงซุนซูผู้นี้มีวิธีการวิเศษอันใด คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับทำเหมือนตนเป็นคนโง่ มิได้ทำอะไรหรือ? เมื่อมองไปยังมือสังหารทั้งสอง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกพิษ! พระหัตถ์ที่อยู่ในแขนเสื้อของฮองเฮาค่อยๆ กำแน่น แผนการลอบสังหารที่พระนางตั้งใจคิดครั้งนี้ถึงกับทำให้กงซุนซูหนีรอดไปได้เพราะความสะเพร่า! ตนดูถูกนางเกินไปจริงๆ เกือบลืมไปแล้วว่าฐานะที่แท้จริงของนางก็คือหมอประจำพระองค์แห่งแคว้นเฉิน!
ความจริงเมื่อครู่นี้ฮองเฮาและซ่างกวนเมิ่งร่วมมือกันแสดงละครฉากหนึ่ง พวกนางจงใจกล่าวถึงเรื่องผู้บุกรุกที่มีฐานะไม่ชัดเจนบริเวณชายแดนขึ้นมา เช่นนั้นหากวันนี้มีมือสังหาร ทุกคนย่อมนำสองเรื่องนี้มาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน ความจริงตั้งแต่แรกเริ่ม งานเลี้ยงในวันนี้ก็จัดเตรียมมาเพื่ออวิ๋นซูโดยเฉพาะ เพื่อที่จะจับสตรีผู้นี้ให้คนตระกูลอู่สายในนำตัวไปทรมานให้สารภาพ ขอเพียงเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย พระนางย่อมนำไปแลกเปลี่ยนกับแคว้นอี้และแคว้นเฉินได้ ส่วนองค์ชายใหญ่ย่อมต้องถูกตนควบคุมอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องสงสัย ตราบใดที่เขายังใส่ใจสตรีผู้นี้
เพียงแต่ฮองเฮาคิดไม่ถึงว่าวาสนาของอวิ๋นซูจะดียิ่ง ถึงกับทำให้องค์ชายใหญ่และแม่ทัพกงซุนเข้าวังมาช่วยเหลือพร้อมกันได้
ความจริงสิ่งที่ฮองเฮาไม่ทราบก็คือ ยามที่อวิ๋นซูได้รับเทียบเชิญ พ่อบ้านในจวนก็เขียนจดหมายให้แม่ทัพกงซุนที่ออกไปจากจวนแล้ว ส่วนองค์ชายใหญ่นั้นใส่ใจทุกการกระทำในพระราชวังอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด กำลังทำสิ่งใด ขอเพียงเกี่ยวข้องกับอวิ๋นซู ต่อให้ต้องเดินทางมาตลอดคืนเขาก็จะกลับมา ทุกสิ่งทุกอย่างนี้มิใช่ความบังเอิญ
มือสังหารสละชีพกลุ่มนี้เป็นคนที่ตระกูลอู่สายในคัดเลือกและฝึกฝนออกมา หากมีอุบัติเหตุอันใดเกิดขึ้น พวกเขาจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายหรือกินยาพิษฆ่าตัวตายทันที สิ่งที่ฮองเฮาอยากทราบมากที่สุดก็คือ อวิ๋นซูใช้วิธีการอันใดกันแน่ กระทั่งตระกูลอู่สายในที่เชี่ยวชาญการใช้พิษก็ยังตกอยู่ในกำมือของนาง ยิ่งไปกว่านั้นกระทั่งจะฆ่าตัวตายก็ยังทำไม่ได้
สวนร้อยบุปผาถูกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน คุณหนูทุกท่านรวมตัวกัน รอฮองเฮาจัดการส่งพวกนางออกจากวังอย่างสงบ
สีหน้าของซ่างกวนเมิ่งย่ำแย่ยิ่งนัก นางคิดไม่ถึงว่าฮองเฮาลงมือด้วยพระองค์เองแล้ว ยังทำให้นังแพศยานั่นหนีไปได้อีก เหตุใดมักจะมีคนมากมายปกป้องนาง? เหตุใดจึงไม่มีวิธีการคว้าจุดอ่อนของนางได้! ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกว่าสวรรค์รังแกผู้คนเสียจริง จะให้นางพอใจได้อย่างไร?
ยามนี้เอง กงซุนเยี่ยนพลันอุทานออกมา “อา ข้า ข้าได้รับบาดเจ็บ!”
ทุกคนมองไปตามเสียง พบว่าบิรเวณข้อมือของอีกฝ่าย แขนเสื้อถูกฟันขาด เผยรอยแผลสีแดงออกมาจางๆ
แม่ทัพกงซุนทำเพียงเบนสายตาขึ้นมองนางอย่างสงบนิ่งชั่วครู่ ถึงกับไม่มีปฏิกิริยาอันใด หันไปสนทนากับอวิ๋นซูต่อไป ท่าทีเช่นนี้ทำให้คุณหนูทุกท่านเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ที่แท้แม่ทัพกงซุนมิได้ยอมรับกงซุนเยี่ยนผู้นี้ ดูแล้วคุณหนูกงซุนที่ปรากฏตัวออกมากะทันหันท่านนี้ เกรงว่าคงมิใช่ตัวจริง
คิดไปถึงวันนี้ นางเอ่ยปากแต่ละคำก็พูดว่านังตัวปลอมทำให้คุณหนูซูอับอาย ตอนนี้แม่ทัพกงซุนดูแลคุณหนูซูทุกทาง ราวกับเป็นการตบหน้ากงซุนเยี่ยนแรงๆ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่านางไร้ยางอายยิ่งนัก
สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ คุณหนูซูถึงกับคุ้นเคยกับองค์ชายใหญ่เพียงนี้
ต้องทราบว่าในสายตาของคุณหนูทุกท่าน องค์ชายใหญ่ราวกับเป็นตัวตนของเทพเซียน ใบหน้าที่มิมีผู้ใดเทียบได้เช่นนั้น โดดเด่นยิ่งกว่าบุคคลใดในแคว้นเหลียนเสียอีก หากใช้ดอกบัวงามในสระน้ำใสมาบรรยายลักษณะของเขาคงเหมาะสมเป็นที่สุด เพียงแต่บนร่างของเขากลับเจือไปด้วยบรรยากาศที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งฐานะลึกลับและอดีตที่ผ่านมาทำให้ทุกคนยิ่งไม่กล้าใกล้ชิด มักจะมีความรู้สึกว่าหากมองนานจะเป็นการดูหมิ่นเขา
เพียงแต่วันนี้ บุรุษที่เปรียบเสมือนเทพเซียนในสายตาของพวกนางกลับเผยสีหน้าและรอยยิ้มอ่อนโยนยืนอยู่ข้างกายสตรีผู้หนึ่ง เดิมทีคิดว่าพวกนางควรจะริษยา แต่ยามนี้กลับรู้สึกอิจฉาเท่านั้น
บุรุษที่ราวกับดอกบัวเย็นยะเยือก สตรีที่ราวกับดอกบัวกระจ่างใส บนร่างของทั้งสองแผ่กลิ่นอายเหมือนกันออกมา ราวกับเดิมทีพวกเขาก็เป็นคนที่อยู่บนโลกเดียวกัน เมื่อยืนอยู่ด้วยกันถึงกับไม่มีความขัดแย้งแม้เพียงครึ่งส่วน ทำให้ทุกคนคิดว่าเหมาะสมกันยิ่งนัก
ถึงแม้ทุกคนจะยังไม่แน่ชัดในความสัมพันธ์ระหว่างเฟิ่งหลิงและอวิ๋นซู เพียงแต่ในความคิดของพวกนาง ราวกับเดิมทีสองคนนี้ควรจะเป็นคู่กันอยู่แล้ว
คุณหนูทุกท่านสัมผัสถึงความโดดเด่นในฐานะของอวิ๋นซูได้อย่างลึกล้ำ นางไม่ใช่คนที่กงซุนเยี่ยนจะไปเทียบได้ มีความรักจากแม่ทัพกงซุน ทั้งยังมีการปฏิบัติอันยอดเยี่ยมจากองค์ชายใหญ่ผู้โดดเด่น ในใจของทุกคนพลันเกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่งนั่นก็คือ โชคดีที่วันนี้พวกนางไม่ได้ล่วงเกินคุณหนูซูเพื่อกงซุนเยี่ยน มิเช่นนั้นคงได้ไม่คุ้มเสีย
กงซุนเยี่ยนน้ำตาไหลออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ นางจ้องมองไปทางแม่ทัพกงซุนตลอด เพียงแต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดสนใจนางแม้แต่น้อย
อวิ๋นซูย่อมสังเกตุเห็นสายตาของนางจึงเบนสายตาขึ้นมองไป กงซุนเยี่ยนพลันแปรเปลี่ยนไปมีท่าทางโกรธเกรี้ยวเคียดแค้น นางคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นสิ่งที่อวิ๋นซูทำขึ้น ทั้งๆ ที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือตน เหตุใดท่านพ่อจึงยืนอยู่ข้างนาง? เช่นนี้จะทำให้ตนขายหน้าต่อหน้าคุณหนูทุกท่านมากเพียงใด!
เมื่อเห็นสายตามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นจำนวนมากที่กำลังมองมา กงซุนเยี่ยนจึงก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกอยุติธรรม “ท่านพ่อถูกนังตัวปลอมนั่นหลอกลวงแล้ว! เหตุใดนางจึงไม่รู้จักอับอายถึงเพียงนี้ ถึงกับแสร้งทำเป็นน่าสงสารต่อหน้าท่านพ่อ…ทั้งๆ ที่คนที่ได้รับบาดเจ็บคือข้า…”
ย่อมมีคนได้ยินคำกล่าวโทษของนาง เพียงแต่ในใจกลับยิ่งรู้สึกเย้ยหยัน นางเห็นแม่ทัพกงซุนเป็นคนโง่หรือไร? จะได้ถูกสตรีอายุน้อยเช่นนั้นหลอกลวงเอาได้ บางทีกงซุนเยี่ยนผู้นี้คงมีหน้าตาเหมือนฮูหยินท่านแม่ทัพเท่านั้น เพียงแต่บนโลกใบนี้จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เชียวหรือ?
“หึ” แม่ทัพกงซุนแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง องครักษ์ผู้หนึ่งเดินเข้ามา “ท่านแม่ทัพ นำตัวมือสังหารสองคนนั้นไปขังแล้วขอรับ!”
“อืม ซูเอ๋อร์ วันนี้เจ้าคงเหนื่อยแล้วกระมัง กลับจวนไปพักผ่อนด้วยกันกับพ่อเถิด”
เมื่อเห็นท่าทีของแม่ทัพกงซุน อวิ๋นซูจึงรู้ว่าเขาคงมีบางคำต้องการกล่าวกับตน
“ซูเอ๋อร์ กลับจวนไปกับท่านแม่ทัพอย่างวางใจเถิด ที่นี่ให้ข้าจัดการเอง” เฟิ่งหลิงก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้ม สายตาเช่นนั้นราวกับจะหลอมรวมอวิ๋นซูเข้ามาในดวงตาเสียให้ได้ เขารู้สึกโชคดีที่ตนกลับมาทันเวลา มิเช่นนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฮองเฮากล้าลงมือกับนางจริงๆ ดูแล้วคงต้องการบีบบังคับตน มีเพียงเรื่องของอวิ๋นซูเท่านั้นที่เขาจะไม่ยอมทนโดยเด็ดขาด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฟิ่งหลิงจึงเบนสายตาขึ้น มองไปยังฮองเฮาที่กำลังฟังคำรายงานจากองครักษ์ อีกฝ่ายราวกับสังเกตุเห็นสายตาของเขาจึงปรายพระเนตรมองมาเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไป พระนางกลัวว่าตนจะควบคุมไม่อยู่ หากได้เห็นสีหน้าลำพองใจเช่นนั้นของเฟิ่งหลิงคงอดรนทนไม่ไหวจนเผยท่าทีโหดเหี้ยมออกมาเป็นแน่ แต่ไหนแต่ไรพระนางคิดไม่ถึงว่าเพียงเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้หนึ่ง ตนจะลงมือพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเหตุใด ฮองเฮาพระองค์ก่อนและบุรุษผู้นี้มักจะมาขวางเส้นทางของตนไม่หยุดหย่อน ผู้ที่หายตัวไปแล้วยังสามารถกุมพระทัยฝ่าบาทได้ ส่วนโอรสของนางก็สร้างความยุ่งยากให้ตนอีก!
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย ยามนี้สายตาของนางตกอยู่บนฝ่ามือของเฟิ่งหลิง ถึงกับมีเลือดหยดไหลออกมาจากปลายนิ้วของเขา อีกฝ่ายก้มหน้าลงมอง รีบซ่อนข้อมือของตนไว้เบื้องหลังอย่างไม่เป็นธรรมชาตินัก “บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่เป็นไร”
บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจริงหรือ? ในใจของอวิ๋นซูรู้สึกไร้รสชาติ นางพบว่าตั้งแต่ตนมายังแคว้นเหลียน ดูเหมือนเฟิ่งหลิงจะมีเรื่องปิดบังตนมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นเวลาที่ทั้งสองพบกันก็น้อยลงเรื่อยๆ นางรู้ว่าบนร่างของเขาแบกรับภาระหนักอึ้งเอาไว้ นางจะไม่ไปขัดขวางเขา แต่อย่างน้อย…อย่างน้อยก็อยากให้เขาปกป้องร่างกายตนเองให้ดี
อวิ๋นซูไม่อยากให้ตนมีชีวิตอยู่อย่างมั่นคงในขณะที่ต้องเห็นเขาบาดเจ็บเหนื่อยล้า
มือที่อยู่ในแขนเสื้ออดไม่ได้ที่จะกำแน่น ก้มหน้าลงไม่มองเขาอีก “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นนี้ทำให้เฟิ่งหลิงขมวดคิ้วโดยพลัน คล้ายกับว่านาง…โกรธหรือ? มองดูสตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นเดินจากไปกับแม่ทัพกงซุนช้าๆ เฟิ่งหลิงพลันทอดถอนใจเบาๆ ตนเพียงไม่อยากให้นางกังวลและตำหนิตนเอง อย่างน้อยก็มีชีวิตกลับมาพบนาง แต่เขากลับละเลยแล้ว อวิ๋นซูเป็นสตรีที่มีความคิดเฉียบแหลมผู้หนึ่ง เพียงมองก็รู้ว่าเขาซ่อนอะไรบางอย่างไว้
“คุณหนูเยี่ยน แม่ทัพกงซุนไปพร้อมคุณหนูซูแล้ว เหตุใดท่านจึงไม่กลับจวนเล่า?” มีคนเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ กงซุนเยี่ยนสีหน้าแข็งทื่อ จากนั้นจึงตอบกลับไปอย่างกระอักกระอ่วน “ท่านพ่อเพียง…เพียงแค่ลืมไป…”
“อ้อ? กระทั่งบุตรีของตนก็ยังลืมหรือ?” คุณหนูหลายท่านปิดปาก มองไปยังท่าทีเช่นนั้นของกงซุนเยี่ยน รู้สึกยากจะเก็บซ่อนอารมณ์เย้ยหยันของพวกนางจริงๆ
สตรีผู้มีสภาพย่ำแย่เม้มริมฝีปาก ราวกับได้รับความอัปยศอันใหญ่หลวงก็มิปาน ยกชายกระโปรงขึ้นเดินตามไปยังทิศทางที่แม่ทัพกงซุนจากไปอย่างร้อนรน คิดไม่ถึงว่ากลับเหยียบชายกระโปรงของตนเข้า ส่งเสียงอุทานออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะล้มลงพื้นอย่างแรง
“อา! คุณหนู!” เยี่ยนหงตกใจ รีบเดินเข้ามาประคองนาง กงซุนเยี่ยนกำลังคิดจะด่าออกมา ทว่าเบื้องหลังกลับมีเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังแว่วมา
“สวมกระโปรงยาวเพียงนี้ ไม่ทราบว่าต้องการโอ้อวดผู้ใด ทำร้ายผู้อื่นแล้วยังทำร้ายตนเองอีก!”
“คุณหนูซู?!” คุณหนูซูที่ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้วเดินใกล้เข้ามา นางได้ยินเรื่องชวนตกใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้แล้ว โชคดีที่นางหาอาภรณ์ที่เหมาะสมไม่ได้จึงเสียเวลาไปบ้าง ทำให้นางรอดพ้นจากการลอบสังหารไปได้โดยบังเอิญ “ยามคุณหนูซูตกสระได้รับบาดเจ็บหรือไม่?”
ตอนนี้ฮองเฮาและขันทีใหญ่ไม่อยู่ คุณหนูหลายท่านจึงกล้าเอ่ยปากถามความจริงของเรื่องราวเมื่อตอนนั้น
นางส่ายศีรษะเล็กน้อย มองไปยังกงซุนเยี่ยนที่มีท่าทีร้อนตัวบนพื้น “คุณหนูเยี่ยนไม่มีคำใดจะกล่าวกับข้าหรือ? ใช้ชายกระโปรงสะบัดใส่ข้าจนข้าตกน้ำ กระทั่งคำขอโทษก็ไม่มีเชียวหรือ?”
พวกนางเห็นเพียงว่าคุณหนูซูและกงซุนเยี่ยนตกน้ำไปด้วยกัน แต่เหตุการณ์โดยละเอียดกลับมิทราบ ตอนนี้เมื่อได้ฟัง ที่แท้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะกงซุนเยี่ยนทำตัวเอง!
“เจ้า มิใช่ว่าเจ้าก็ดึงข้าลงไปด้วยหรือ…” เสียงนี้ยิ่งพูดก็ยิ่งเบา
ดียิ่ง นางยอมรับจริงๆ! แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นใครหน้าด้านไร้ยางอายเพียงนี้มาก่อน! ยามนี้คุณหนูทุกท่านกระทั่งจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ต่างสบตากัน พากันสลายตัวจากไป ราวกับหากมองกงซุนเยี่ยนมากขึ้นแม้เพียงน้อยนิดจะส่งผลกระทบกับอารมณ์ของพวกนางอย่างไรอย่างนั้น
Pennybull
เมื่อไหร่จะเปิดเผยว่านังโง่ เยี่ยนเอ๋อร์ มาจากไหน? ที่แน่ใจว่าไม่ได้มาจากที่ดีเพราะ ผู้อาวุโสเป็นคน
นำนางมาให้เป็นของขวัญให้ฮองเฮาผู้มีทีว่างในสมองมาก 😂😂😂
Venus36
เพิ่งเคยเห็นอวิ๋นซุูไม่พอใจเฟิงหลิ่งด้วย อ่า… พระเอดหน๋อชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียว สองหัวดีกว่าหัวเดียว อวิ๋นซุมีสมองล้ำเลิศหนา…. แม่ทัพแสดงออกชัดเจนมาก อยากรู้ว่าแม่ทัพจะพูดอันใด ฮองเฮาน่าตายนัก
nitnit
เฟิ่งหลิงบาดเจ็บมากไหม