หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 674 ความเจ็บปวดของแม่ทัพ
เล่มที่ 23 ตอนที่ 674 ความเจ็บปวดของแม่ทัพ
คุณหนูซูเหยียดตามองสตรีผู้มีสภาพย่ำแย่บนพื้นด้วยสายตาเย็นยะเยือกอยู่เช่นนั้น ยามนี้นางรู้สึกได้อย่างกระจ่างแจ้งแล้วว่า หากตนไปคิดเล็กคิดน้อยกับนาง มิใช่ว่าเป็นการแสดงความใจแคบออกมาหรอกหรือ มีผู้ใดไปคิดเล็กคิดน้อยกับคนบ้านป่าบ้าง?
“เช่นนั้นก็นับว่าพวกเราเสมอกัน ไม่มีใครติดค้างใครใช่หรือไม่? คงมิไปฟ้องฮองเฮาหรอกกระมัง?” น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความถากถางอย่างไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย
ไม่รอให้กงซุนเยี่ยนอธิบายอะไร คุณหนูซูก็เดินหายไปจากสายตาของนางพร้อมคุณหนูกลุ่มนั้น ทิ้งไว้เพียงสายตาเย้ยหยันให้นาง
“น่ารังเกียจ! น่ารังเกียจ…” แต่ไหนแต่ไรกงซุนเยี่ยนไม่เคยอัปยศเช่นนี้มาก่อน นี่แตกต่างจากสิ่งที่นางคิดอย่างสิ้นเชิง! รอดูไปเถิด รอให้ท่านพ่อยอมรับตนเสียก่อน คนที่รังแกตนวันนี้จะต้องกลับมาประจบประแจงเป็นแน่ เมื่อถึงตอนนั้น ตนจะตอบแทนความอัปยศที่ได้รับคืนแก่พวกนางเป็นเท่าทวี!
“ยังมัวตะลึงอันใดอยู่ ยังไม่รีบประคองข้าขึ้นอีก! หรือกระทั่งเจ้าก็ดูถูกข้า?!”
เสียงตะโกนของกงซุนเยี่ยนปลุกเยี่ยนหงให้ได้สติจากอาการตื่นตะลึง นางรู้สึกจุกอยู่ในใจ ความจริงกงซุนเยี่ยนกล่าวถูกครึ่งหนึ่ง นางรู้สึกเสียใจยิ่งนัก เหตุใดตนเองจึงโชคร้ายเพียงนี้ ถึงกับถูกพ่อบ้านส่งมาปรนนิบัติคุณหนูเยี่ยนท่านนี้ได้ เมื่อดูจากปฏิกิริยาของท่านแม่ทัพเมื่อครู่นี้ พบว่าเขาไม่สนใจคุณหนูเยี่ยนแม้แต่น้อย ต่อให้บ่าวไพร่ในจวนสนับสนุนนางเพียงใดแล้วอย่างไรเล่า ขอเพียงท่านแม่ทัพไม่ยอมรับ นางก็ไม่ใช่คุณหนูกงซุนตัวจริงไปตลอดกาล ตอนนี้เพราะนาง ดูเหมือนทุกคนในจวนจะเข้าใจคุณหนูซูผิดไปแล้ว หากวันหนึ่งนางถูกไล่ออกไป มิใช่เท่ากับว่าทุกคนล้วนล่วงเกินคุณหนูซูหรอกหรือ? ด้วยนิสัยของท่านแม่ทัพ พวกเขาจะอยู่ในจวนต่อไปได้อย่างไร?
ดูแล้วคงต้องรีบกลับไปบอกพวกเขาว่าอย่าได้ทำเรื่องโง่งมอีก หากถูกท่านแม่ทัพไล่ออกไป ยังจะมีตระกูลใดกล้ารับพวกเขาไว้อีก?
กงซุนเยี่ยนก่นด่าต่อไป มิได้สังเกตุเห็นความคิดของเยี่ยนหงโดยสิ้นเชิง ในยามที่นางก้าวเดินไปถึงประตูวัง พบว่าแม่ทัพกงซุนและอวิ๋นซูกำลังขึ้นรถม้าไปด้วยกัน “ไม่ ท่านพ่อ นั่นเป็นรถม้าของเยี่ยนเอ๋อร์!”
เสียงนี้เลือนหายไปท่ามกลางฝุ่นทราย นางมองทุกสิ่งทุกอย่างนี้ด้วยอาการตื่นตะลึง เนิ่นนานผ่านไปเยี่ยนหงที่อยู่ข้างกายจึงค่อยเอ่ยปากเตือน “คุณหนูเจ้าคะ ยังมีเกี้ยวอยู่หลังหนึ่ง…”
กงซุนเยี่ยนพลันถลึงตามองนาง “ความหมายของเจ้าก็คือ จะให้ข้านั่งเกี้ยวที่นังตัวปลอมนั่นมิต้องการหรือ?!”
“…” หรือคุณหนูคิดจะเดินกลับไปเล่า?
“จะต้องเป็นนังตัวปลอมนั่นเคียดแค้นข้าจึงยุยงให้ท่านพ่อทำเช่นนี้เป็นแน่! น่ารังเกียจ…” มือที่อยู่ในแขนเสื้อของนางกำแน่น ราวกับต้องการบดขยี้อวิ๋นซูก็มิปาน
บนรถม้า อวิ๋นซูเลิกผ้าม่านขึ้น มองไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ เล็กลงบริเวณไกลออกไป จากนั้นจึงลดมือลง “ท่านพ่อ คุณหนูเยี่ยนยังไม่ออกจากวัง”
“ไม่ต้องพูดถึงนางหรอก กลับเป็นเจ้าเถิดซูเอ๋อร์ ใช้วิธีการอันใดกันแน่ถึงทำให้มือสังหารสองคนนั้นสูญเสียกระทั่งความสามารถในการฆ่าตัวตาย?” แม่ทัพกงซุนราวกับไม่สนใจกงซุนเยี่ยนผู้นั้นโดยสิ้นเชิง สายตาในยามนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง
อวิ๋นซูเข้าใจกระจ่างขึ้นมาโดยพลัน เชื่อว่าหลายวันที่แม่ทัพกงซุนไปจากจวนคงเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นเป็นแน่ ทำให้เขาคลายความสงสัยในใจออกไปได้
“ที่หลังภูเขาจำลอง พวกเขาสูดผงพิษที่ข้าสาดออกไปซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เส้นประสาทชา ดังนั้นจึงขยับไม่ได้แม้กระทั่งลิ้น”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ฮ่าๆๆๆ ซูเอ๋อร์ร้ายกาจมากจริงๆ!” มิน่าเล่าทุกครั้งองค์ชายใหญ่จึงกล่าวว่าความจริงซูเอ๋อร์เป็นคนที่ร้ายกาจที่สุด กระทั่งคนตระกูลอู่ก็ยังพ่ายแพ้ภายใต้มือนาง นี่เพียงพอที่จะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
อวิ๋นซูแย้มยิ้มอย่างถ่อมตัว “เป็นพวกเขาลำพองใจไปชั่วครู่ ซูเอ๋อร์เพียงโชคดีเท่านั้น”
“ไม่ๆๆ นี่มิอาจอาศัยเพียงโชควาสนา ความสามารถก็นับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง!”
ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันราวกับเมื่อครู่ไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็มิปาน ในเวลาเพียงชั่วพริบตาก็มาถึงจวนแม่ทัพแล้ว
พ่อบ้านชรารออยู่บริเวณประตูนานแล้ว เมื่อเห็นรถม้า ในใจก็รู้สึกสงสัยว่าท่านแม่ทัพพาคุณหนูทั้งสองกลับจวนมาด้วยกันหรือไม่? เนื่องจากรถม้าคันนี้เป็นรถม้าที่คุณหนูเยี่ยนนั่งออกไป ส่วนท่านแม่ทัพย่อมไม่สามารถนั่งมองคุณหนูซูเดือดร้อนโดยไม่สนใจได้แน่ เพียงแต่…แค่คิดก็รู้สึกว่าสถานการณ์ในรถม้าคงจะแปลกประหลาดมากกระมัง?
ไหนเลยจะรู้ว่ารถม้าเพิ่งจะเเล่นใกล้เข้ามาก็ได้ยินเสียงเบิกบานของท่านแม่ทัพกงซุนแล้ว พ่อบ้านชรารู้สึกแปลกใจ นี่…ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่อาจเกิดสถานการณ์มีความสุขและกลมเกลียวเช่นนี้ได้ถึงจะถูก!
ในยามที่ผ้าม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น ด้านในกลับมีเพียงท่านแม่ทัพและอวิ๋นซูรวมไปถึงชุนเซียง ผู้ที่ไม่เห็นก็คือกงซุนเยี่ยนและเยี่ยนหง
“ท่านแม่ทัพ คุณหนู พวกท่านกลับมาแล้ว…” บนใบหน้าของพ่อบ้านชราอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เขาพบว่าตนเองหวังเห็นภาพเบื้องหน้าเช่นนี้เป็นที่สุด
เมื่อข่าวที่ท่านแม่ทัพกลับมาพร้อมกับคุณหนูซูแพร่ไปทั่วทั้งจวน ท่าทีของทุกคนล้วนเจือไปด้วยความตื่นตกใจ เช่นนั้นคุณหนูเยี่ยนเล่า เหตุใดคุณหนูเยี่ยนจึงไม่กลับมาด้วยกัน? ยามนี้มีคนไม่น้อยเริ่มรู้สึกลุกลี้ลุกลน หากคุณหนูซูกล่าวถึงท่าทีเลวร้ายที่พวกเขาปฏิบัติต่อนางในหลายวันมานี้กับท่านแม่ทัพ เช่นนั้นจุดจบที่พวกเขาจะประสบพบเจอไม่รู้ว่าจะน่าอนาจเพียงใด
เพียงไม่นาน บรรยากาศหวาดผวาก็แผ่ขยายไปทั่วทั้งจวนแม่ทัพ ทุกคนต่างทำงานในมือด้วยความรู้สึกหวาดระแวงในใจ รู้สึกเสียใจหาใดเปรียบที่เข้าไปยุ่งเรื่องระหว่างคุณหนูตัวจริงตัวปลอมทั้งสองท่าน พวกเขาล้วนคิดได้กระจ่างแจ้งแล้ว ผู้ใดจะเป็นคุณหนูตัวจริงก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา อดีตที่กงซุนเยี่ยนต้องพบจะโศกเศร้าเพียงใดก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา หากถูกไล่ออกไปจากจวนแม่ทัพ จุดจบของพวกเขาคงไม่ดีไปกว่าสิ่งที่กงซุนเยี่ยนเคยได้พบเท่าใดนัก
จวนแม่ทัพในวันนี้สงบเงียบยิ่งนัก ภายในห้องหนังสือ บุรุษร่างสูงใหญ่ยืนเหม่อลอยอยู่หน้าภาพวาด สตรีผู้นั้นสุภาพเยือกเย็นราวกับเงาสะท้อนของดวงจันทร์ในสายน้ำ มองไปยังรอยยิ้มงดงามของนาง แม่ทัพกงซุนยิ่งรู้สึกคิดถึงทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตนได้เห็นใบหน้าเช่นนั้นอีก ใบหน้าที่เขาหลงรักอย่างลึกซึ้งทว่าก็ติดค้างมิอาจคืน
“ท่านแม่ทัพ คุณหนูซูมาแล้วขอรับ”
“อืม ให้ซูเอ๋อร์เข้ามาเถิด”
เสียงของแม่ทัพเคร่งเครียดอย่างชัดเจน ทำให้อวิ๋นซูเข้าใจว่าเขาคงมีคำพูดบางอย่างต้องการกล่าวกับตน หรือเขาจะตรวจสอบฐานะที่แท้จริงของกงซุนเยี่ยนได้แล้ว? หากนางเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพจริงๆ เช่นนั้นตนก็จะคืนตำแหน่งนี้ให้นาง ให้พวกเขาพ่อลูกคืนประสานกันอีกครั้ง
ค่อยๆ เดินก้าวเข้าไปในห้อง อวิ๋นซูมองเพียงปราดเดียวก็พบภาพวาดบนกำแพง
“ท่านพ่อ”
เสียงทอดถอนใจเบาๆ ดังแว่วมา อวิ๋นซูขมวดคิ้ว ราวกับสามารถเห็นน้ำตาที่บุรุษพยายามเก็บซ่อนได้จากเงาหลังอันน่าเศร้าของเขา แม่ทัพกงซุน…ร้องไห้หรือ?
บุรุษคล้ายจะสงบอารมณ์ของตนได้แล้วจึงค่อยๆ หันมา ต่อให้เขาจะเก็บซ่อนดีเพียงใด ทว่าอวิ๋นซูก็เห็นรอยแดงไม่น้อยจากดวงตาของเขา
“ท่านพ่อ…”
“ซูเอ๋อร์ หลายวันมานี้เด็กสาวผู้นั้นหาเรื่องให้เจ้าโกรธมากใช่หรือไม่?” เด็กสาวผู้นั้นหมายถึงกงซุนเยี่ยน
ไม่รอให้อวิ๋นซูกล่าวคำใด แม่ทัพกงซุนก็เอ่ยปากต่อไป “ทำให้เจ้าได้รับความอยุติธรรมแล้ว ขอบคุณเจ้าด้วยที่คิดแทนพ่อเช่นนี้ พรุ่งนี้พ่อจะให้คนพานางออกจากจวนไปเสีย”
“ความหมายของท่านพ่อก็คือ…นางไม่ใช่…”
มุมปากของแม่ทัพกงซุนประดับไปด้วยรอยยิ้มขมขื่น เขาเข้าใจดี เป็นเพราะอวิ๋นซูคิดแทนเขาจึงอดทนการบีบบังคับของกงซุนเยี่ยนอยู่เงียบๆ “บุตรีที่กำเนิดจากข้าตายไปแล้วจริงๆ ในจุดนี้ไม่ผิดพลาดแน่นอน”
คำพูดของเขาทำให้อวิ๋นซูไม่อาจสัมผัสถึงความรู้สึกยินดีใดๆ ในใจของตนแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่ดีใจที่ตนสามารถอยู่ในจวนแม่ทัพต่อไปได้อย่างเปิดเผย ความจริง นางหวังว่ากงซุนเยี่ยนจะเป็นบุตรีของแม่ทัพกงซุนจริงๆ
“พ่อเพียงแค่…” เขาค่อยๆ หันไป ใช้สายตาคนึงหามองไปยังภาพวาด “เพียงแค่ต้องการเห็นนางอีกครั้งเท่านั้น พ่อเกือบลืมเรื่องราวในอดีตไปแล้ว ทว่าตั้งแต่ที่เด็กสาวผู้นี้ปรากฏตัว พ่อก็พบว่าตัวเองค่อยๆ คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เผชิญร่วมกับฮูหยินทีละน้อย ราวกับว่าฮูหยินกลับมาอยู่ข้างกายพ่อ”
อวิ๋นซูเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่ตั้งใจเก็บซ่อนความทรงจำเอาไว้ในใจ แต่กลับถูกเรื่องราวอันคุ้นเคยขุดออกมาอีกครั้ง ราวกับคลื่นกระเพื่อมในน้ำ ยากจะควบคุม
“หลายวันนี้ที่พ่อไปจากจวนเพราะต้องการสืบหาว่าบ้านเดิมของฮูหยินมีญาติหลงเหลืออยู่หรือไม่ มิเช่นนั้นบนโลกจะมีคนที่หน้าตาเหมือนกันเพียงนี้ได้อย่างไร เพียงแต่การสืบหาในครั้งนี้ทำให้รู้ว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องของเด็กสาวผู้นี้มาก่อน” หากนางเป็นญาติของฮูหยินท่านแม่ทัพ เช่นนั้นท่านแม่ทัพย่อมยินยอมรับนางไว้ แต่กงซุนเยี่ยนมิใช่
“หรือว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ?”
แม่ทัพกงซุนทอดถอนใจอีกครั้ง “บางทีอาจเป็นแผนร้ายของฮองเฮา” คิดไม่ถึงว่าพระนางจะใช้ประโยชน์เรื่องฮูหยินของตน ให้อภัยไม่ได้จริงๆ!
อวิ๋นซูพลันคิดไปถึงใบหน้าของซ่างกวนเมิ่ง เพียงแต่นางรู้ดีว่า หากวิชาลับเช่นนั้นของตระกูลอู่สามารถใช้บนร่างของคนผู้หนึ่งได้ตามใจ แคว้นเหลียนคงรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งได้นานแล้ว
“ดังนั้น เด็กสาวผู้นี้มิอาจเก็บไว้ได้อีก วันนี้ฮองเฮาเชิญเจ้าเข้าวัง ยากจะรับประกันว่าเด็กสาวผู้นั้นก็รู้เรื่องจึงจงใจดึงดูดเจ้าเข้าไป พ่อมิอาจเก็บคนที่มีความคิดจะทำร้ายเจ้าอยู่ตลอดเวลาเอาไว้ได้ แม้จะหน้าตาเหมือนกัน ทว่าจะอย่างไรก็ไม่ใช่นาง ยิ่งไปกว่านั้นเด็กสาวผู้นี้แตกต่างกับฮูหยินของข้าราวฟ้ากับดิน บางทีการเห็นนางเป็นตัวแทนของฮูหยินนับว่าเป็นการไม่เคารพต่อฮูหยินเป็นอย่างยิ่ง ซูเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้สึกว่าพ่อทำไม่ถูกใช่หรือไม่?”
เขาหันมามองอวิ๋นซู ดวงตาคนึงหาเจือไปด้วยความกระจ่างใสและความจริงจังอยู่หลายส่วน
อวิ๋นซูไม่เห็นบุรุษน่ารังเกียจที่คิดหาตัวแทนฮูหยินใดๆ จากบนร่างของเขาแม้แต่น้อย แต่เบื้องหน้าคือบุรุษที่คิดถึงฮูหยินที่จากไปจึงพยายามไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายของความทรงจำเอาไว้
นางส่ายหน้าเล็กน้อย “เชื่อว่าฮูหยินแม่ทัพที่อยู่บนสวรรค์คงรู้สึกปลื้มใจและรักใคร่ท่านมากเป็นแน่”
คำพูดง่ายๆ เพียงประโยคเดียวกลับทำให้มือของแม่ทัพกงซุนที่อยู่ในแขนเสื้อแข็งค้าง ฮูหยินจะไม่ตำหนิเขาจริงหรือ? ตนเองถึงกับเห็นเด็กสาวผู้หนึ่งเป็นภาพสะท้อนของนางอย่างน่าขัน แต่อย่างไรเขาก็ไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป ใบหน้านั้นเหมือนกับภรรยาของเขาทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับทำท่าทีไร้อย่างอายเช่นนั้นออกมา
ในที่สุดเกี้ยวที่กลับมาจากในวังก็หยุดลงหน้าประตูจวนแม่ทัพ หน้าอกของกงซุนเยี่ยนกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง นางไม่รู้ว่าชั่วขณะที่ก้าวย่างเข้าสู่จวนแม่ทัพตนจะพบกับภาพเช่นไร ดังนั้นจึงสูดหายใจลึก พยายามสงบอารมณ์ของตน
กำลังคิดจะลงจากเกี้ยว เยี่ยนหงที่อยู่ข้างกายราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงอุทานออกมา “อา คุณหนู!”
“…เจ้าจะทำให้ข้าตกใจตายหรือไร! มีเรื่องอะไรถึงได้ตื่นตะลึงเช่นนี้?” กงซุนเยี่ยนถลึงตาทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยว ท่าทีโหดเหี้ยมเช่นนี้แตกต่างจากท่าทีราวกับได้รับความอยุติธรรมในยามปกติเป็นคนละคน
“บ่าว บ่าวคิดขึ้นมาได้ว่า ตอนที่ออกมาจากวัง คุณหนูซ่างกวนให้คนนำของสิ่งนี้มามอบให้คุณหนู…”
ในมือของนางมีขวดกระเบื้องเล็กๆ ปรากฏขึ้นขวดหนึ่ง
Venus36
ช่างกวนเมิ่งให้มาวาวยาพิษแน่ แต่วางใส่ใคร โล่งเลยสุดท้ายก็รู้ว่ากวงซุนเยี่ยรไม่ใช่ลูก ค่อยยังชั่ว โล่งงง