หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 677 ความจริงของเรื่องราว
เล่มที่ 23 ตอนที่ 677 ความจริงของเรื่องราว
เจ็บ เจ็บเหลือเกิน…
“นังเด็กสารเลว จะหนีหรือ! จะหนีหรือ! ดูสิว่าเจ้าจะกล้าหรือไม่!”
“ไม่กล้าแล้ว! ไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะท่านแม่! ปล่อยข้าไปเถิด อย่าตีเยี่ยนเอ๋อร์อีกเลย…”
แส้นั้นโบกสะบัดลงบนร่างของนางโดยไม่ไว้ไมตรีแม้แต่น้อย ผิวหนังฉีกขาดเป็นบาดแผลที่มีสีแดงสด ความเจ็บปวดอันร้อนผะผ่าวทำให้นางรู้สึกอยู่ไม่สู้ตาย
“นังเด็กสารเลว เหตุใดข้าจึงคลอดของไร้ประโยชน์อย่างเจ้ามาได้! บอกให้เจ้าให้อาหารเป็ด เจ้าถึงกับทำหายไปสองตัว! พูดมา เจ้าแอบกินใช่หรือไม่?!” ท่าทีโหดเหี้ยมของสตรีผู้นั้นกระจ่างชัดเป็นพิเศษ
“ไม่ใช่ ไม่ใช่เจ้าค่ะ เยี่ยนเอ๋อร์ไม่กล้า…”
“ไม่กล้า? ถ้าไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใด?! นังเด็กสารเลว!”
ยามนี้เอง บุรุษผิวดำคล้ำผู้หนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก “เหตุใดจึงตีนางอีกแล้วเล่า? บอกแล้วมิใช่หรือวว่าช่วงนี้อย่าตบตีนาง? หากตีจนเกิดอะไรขึ้นมาจะขายได้อย่างไร!”
“หึ! มิใช่ว่านังเด็กสารเลวนี่รนหาที่ตายเองหรือไร นางทำเป็ดตัวอ้วนหายไปสองตัว! หากนำไปขายที่ตลาดจะได้เงินมากเท่าใดกัน!” สตรีผู้นั้นเหยียบลงบนร่างของนางอย่างรุนแรง
“คนฆ่าหมูในอำเภอกล่าวว่าพรุ่งนี้จะส่งแม่หมูมาให้ตัวหนึ่ง นับเป็นของหมั้นหมาย ภายภาคหน้าพวกเราก็เลี้ยงหมูได้แล้ว!” บุรุษผู้นั้นเดินผ่านร่างของดรุณีน้อยบนพื้นไปโดยไม่รู้สึกปวดใจแม้แต่น้อย “แต่เด็กผู้นี้เหมือนข้ายิ่งนัก หน้าตาไม่เลว เพียงแต่ผอมไปบ้าง”
สตรีแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “เจ้าหน้าตาน่าเกลียดเพียงนั้น ใบหน้าของเด็กสาวผู้นี้ย่อมต้องได้ข้าไปแน่! เพียงแต่ทำตัวเงอะงะงุ่นง่าน ทำให้ผู้อื่นรำคาญใจยิ่ง! ยังดี ตอนนี้พวกเรามีเงินให้ซานเอ๋อร์แต่งเมียแล้ว!”
“ท่านแม่ อา! เหตุใดจึงตีน้องสาวอีกแล้ว หากตีจนย่ำแย่จะแต่งงานกับคนฆ่าหมูผู้นั้นได้อย่างไร?” บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก อาภรณ์สะอาดสะอ้านแตกต่างจากดรุณีน้อยผู้มีสภาพน่าอนาจบนพื้นเป็นอย่างยิ่ง
สามีภรรยาบนเก้าอี้รีบลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ซานเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง เข้ากับเด็กสาวผู้นั้นได้ไม่เลวเลยกระมัง? แม่ได้ยินมาว่าบ้านเดิมของนางมีที่นาอยู่หลายแปลงเชียว!”
“อืม ข้าไปสืบมาชัดเจนแล้ว หากหงเอ๋อร์แต่งเข้ามา สินเดิมคงไม่น้อย!”
“ฮ่าๆๆ ดีๆๆ หากเจ้าแต่งงานก็นับว่ามีที่พึ่งแล้ว! เด็กสาวผู้นี้ทำเป็ดตัวอ้วนหายไปสองตัว ทำให้ข้าโกรธจนแทบตายจริงๆ!” สตรีผู้นั้นมองไปยังดรุณีน้อยบนพื้นราวกับมองขยะไร้ประโยชน์ก็มิปาน ผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าดรุณีน้อยผู้นี้จะเป็นบุตรีของนางจริงๆ
น้ำตาเปียกชื้นไปทั้งใบหน้า สตรีที่ถูกพันธนาการร้องไห้สะอึกสะอื้น ความทรงจำเอ่อล้นออกมาจากสมองอย่างต่อเนื่อง พลันนั้นปรากฏใบหน้าอำมหิตหาใดเปรียบขึ้นมา
“ฮี่ๆๆ อยากมีชีวิตอยู่หรือไม่?”
“อยาก…ข้าอยาก…”
“เช่นนั้นก็ตามข้าผู้ชรามาเสีย” เสียงนั้นคละเคล้าไปด้วยความรู้สึกมอมเมาอันไร้ก้นบึ้ง จากนั้นนางถูกพามายังสถานที่งดงามอร่ามตาแห่งหนึ่ง แม้ในยามฝันก็ไม่กล้าจินตนาการว่าบนโลกใบนี้จะมีสถานที่ประหนึ่งสรวงสวรรค์บนโลกมนุษย์ที่งดงามหรูหราเพียงนี้อยู่ด้วย นางออกมาจากครอบครัวโหดเหี้ยมไร้ใจนั่นแล้วจริงๆ หรือ?
“ท่านแม่ทัพ ดูเหมือนนางจะตื่นแล้วขอรับ” ด้านนอกมีเสียงดังแว่วมา
ผู้ใด? ผู้ใดกำลังพูดอยู่?!
เสียงประตูถูกเปิดออกดังขึ้น แม่ทัพกงซุนเดินก้าวใหญ่เข้าไป มองสตรีบนพื้นที่ราวกับตกอยู่ในฝันร้าย ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่กลับรู้สึกแปลกหน้าเช่นนั้นทำให้ในใจของเขารู้สึกปวดใจ บอกตนเองไม่หยุดว่าเบื้องหน้าเป็นเพียงสตรีที่มีหน้าตาเหมือนฮูหยินของตนเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวพันกันแม้เพียงครึ่งส่วน อย่าได้ใจอ่อนโดยเด็ดขาด!
เสียงซ่าดังขึ้น น้ำถังหนึ่งถูกสาดไปบนใบหน้าของกงซุนเยี่ยน สตรีผู้นั้นพลันลืมตาสะดุ้งตื่น หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรงราวกับเพิ่งจะถูกดึงออกมาจากฝันร้ายก็มิปาน
“ข้า ข้าอยู่ที่ใด…”
เบื้องหน้าปรากฏรองเท้าปักสีดำคู่หนึ่ง บรรยากาศอันโหดเหี้ยมเย็นชาแผ่ออกมาเหนือศีรษะ กงซุนเยี่ยนเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทีแข็งทื่อ พบใบหน้าที่ดูแปลกหน้าและคุ้นเคย
“กล่าวมาเสีย ผู้ใดบงการให้เจ้าทำเช่นนี้?”
“…” ในสมองของกงซุนเยี่ยนพลันขาวโพลน เศษเสี้ยวความทรงจำปรากฏขึ้นในสมองอีกครั้ง “ข้าคือผู้ใด…ที่นี่คือที่ใด? ท่าน…อา! เจ็บ เจ็บเหลือเกิน!” นางกุมขมับของตนด้วยท่าทีเจ็บปวด ท่าทางเช่นนั้นดูแล้วมิได้เสแสร้ง
“ข้าแม่ทัพก็อยากรู้ว่าเจ้าคือผู้ใด”
แม่ทัพ?! แม่ทัพ…
“ทะ ท่านพ่อ…”
“ผู้ใดคือพ่อเจ้ากัน!” แม่ทัพกงซุนอดไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว สำหรับเขา บุตรีที่เสียชีวิตไปนานแล้วผู้นั้นเป็นความเจ็บปวดอันลึกล้ำในใจ เขาไม่หวังว่าจะถูกผู้อื่นซ้ำเติมบาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า
กงซุนเยี่ยนเงยหน้าขึ้นด้วยความงงงวย “ขะ ข้า…”
แม่ทัพกงซุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาโหดเหี้ยมเช่นนั้นทำให้สตรีอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่น
“ข้าคือผู้ใด เหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่นี่…”
อวิ๋นซูเดินเข้ามาจากด้านนอก พบเข้ากับภาพเช่นนี้พอดี กงซุนเยี่ยนกำลังนั่งขดตัว สายตาขุ่นมัวราวกับกำลังถูกความทรงจำบางอย่างทรมาน ภาพมากมายอัดแน่นเต็มสมองราวกับจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
อวิ๋นซูมองไปยังแม่ทัพกงซุนด้วยความสงสัย อีกฝ่ายขมวดคิ้ว “นางพูดจาไม่รู้เรื่อง หรือนางจะเสียสติไปแล้ว?”
บนหน้าผากของกงซุนเยี่ยนยังคงมีเลือดซึมออกมา บาดแผลที่กระแทกขอบโต๊ะเมื่อครู่นี้ไม่เบาเลย อวิ๋นซูตรวจบาดแผลให้นางง่ายๆ จากนั้นจึงหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ใส่ยาให้แผลบนศีรษะของกงซุนเยี่ยนเล็กน้อย เพียงไม่นานก็มีความรู้สึกเย็นๆ แผ่ออกมา
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจก็คือสตรีบนพื้นถึงกับปล่อยให้อวิ๋นซูจัดการอย่างเชื่อฟังเพียงนั้น กระทั่งนางหยุดการเคลื่อนไหวลงจึงมองไปยังกงซุนเยี่ยนอย่างจริงจังแล้วเอ่ยปากว่า “คุณหนูเยี่ยน ท่านจำได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“…ข้า ข้าทำเป็ดหายไปสองตัว…”
อะไรนะ?
ร่างของกงซุนเยี่ยนสั่นเล็กน้อย “ข้าทำเป็ดหายไปสองตัว…ท่านแม่ตีข้า…ฮือๆๆ…พวกเขาจะขายข้า…”
ในที่สุดตอนนี้แม่ทัพกงซุนและอวิ๋นซูก็ได้สติกลับมา หรือยามนี้สตรีผู้นี้จะกล่าวถึงอดีตของตน?
“เช่นนั้นเหตุใดท่านมาที่จวนแม่ทัพได้?”
“ข้า? จวนแม่ทัพ…” กงซุนเยี่ยนกระพริบตา ใบหน้าของอวิ๋นซูค่อยๆ ชัดเจน ราวกับนางคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เจ้า…”
“คุณหนูเยี่ยน ท่านมีนามว่าอะไร?” อวิ๋นซูถามชัดเจนทุกถ้อยคำ เสียงของนางราวกับมีเสน่ห์บางอย่างทำให้กงซุนเยี่ยนค่อยๆ สงบลง “จางเยี่ยน…”
“บ้านของท่านอยู่ที่ใด?”
บ้าน? ริมฝีปากของกงซุนเยี่ยนขาวซีดอยู่บ้าง “หมู่บ้านเถียนเหอ…”
“ผู้ใดพาท่านมาที่เมืองหลวง?” อวิ๋นซูพยายามช่วยกงซุนเยี่ยนจัดเรียงความคิด ในขณะเดียวกันก็วางนิ้วของตนลงบนชีพพจรของอีกฝ่าย
“บุรุษผู้หนึ่ง…หน้าตาของเขาน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!” เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาทั้งสองของกงซุนเยี่ยนพลันหดเกร็ง “แต่ว่า แต่ว่าเขาช่วยข้า…”
บุรุษ?
“เป็นบุรุษที่สวมอาภรณ์สีดำหรือ?” อวิ๋นซูกล่าวถามลองเชิง
“ใช่ อาภรณ์สีดำ…เขาสวมอาภรณ์สีดำ…”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงเรียกตนเองว่าคุณหนูกงซุน?!” ท่านแม่ทัพอดไม่ได้ที่จะสอดปาก กงซุนเยี่ยนดวงตาเปล่งประกาย “เป็นข้า ข้าคือคุณหนูกงซุน…ข้า…ข้าคือจางเยี่ยน…”
ดูแล้วจิตใจของนางสับสนยิ่งนัก สับสนเรื่องราวก่อนหลัง ทำให้ผู้คนมิอาจเข้าใจ
“เช่นนั้นผู้ใดให้เจ้ามาวางยาพิษทำร้ายซูเอ๋อร์? เป็นฮองเฮาหรือ?”
ฮองเฮา? ในสมองพลันปรากฏใบหน้าอันเย็นยะเยือกนั้นขึ้น ฮองเฮา? “พระนางเป็นคนดี..พระนางทรงตรัสว่าจะทำให้เยี่ยนเอ๋อร์มีชีวิตที่ดี…เยี่ยนเอ๋อร์ไม่อยากกลับไป! ท่านแม่จะขายเยี่ยนเอ๋อร์…ฮือๆๆ…ฮองเฮาทรงตรัสว่าจะช่วยข้า…”
“ฮองเฮาสั่งให้เจ้ามาวางยาพิษทำร้ายซูเอ๋อร์หรือ?” แม่ทัพกงซุนกล่าวซ้ำอีกครั้ง “เป็นผู้ใดให้ยาพิษเจ้ามา?!”
“ปะ เป็นคนหนูซ่างกวน…นางให้ข้ามา…แต่นางน่าหวาดกลัวยิ่งนัก…นางต้องการให้เยี่ยนเอ๋อร์ฆ่าคน เยี่ยนเอ๋อร์ไม่อยากฆ่าคน…แต่ว่า…” กงซุนเยี่ยนพลันเงยหน้าขึ้นมองอวิ๋นซู “เหตุใดเจ้าไม่ยอมให้ข้าอยู่ต่อ? เยี่ยนเอ๋อร์ไม่อยากกลับไป กลับไปจะถูกตีตาย ข้าไม่อยากตาย ข้าไม่อยากตาย ดังนั้น ดังนั้นให้เจ้าตายเถิด เจ้าตายเถิด…”
แม่ทัพกงซุนสูดหายใจลึก มองไปยังท่าทีราวกับเสียสติของนาง ชั่วขณะนั้นพลันรู้สึกไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับนางอีก
อวิ๋นซูลุกขึ้นยืน มองไปยังท่าทีเช่นนั้นของอีกฝ่าย ท่านแม่ทัพเดินเข้ามา “ซูเอ๋อร์รู้อะไรใช่หรือไม่?”
“นางกินยาชนิดหนึ่งเข้าไป ทำให้เกิดความทรงจำลวงตา จากนั้นก็ถูกผู้อื่นใส่ความคิดบางอย่างเข้าไป เชื่อว่าหลายวันที่นางมาอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพคงเป็นเวลาหลังจากที่นางหยุดยาแล้วเป็นแน่ และเป็นเพราะการกระทบกระเทือนเมื่อครู่นี้จึงย้อนนึกถึงอดีตขึ้นมาได้” อวิ๋นซูเห็นท่าทีของอีกฝ่าย คล้ายกับว่าถูกผู้อื่นเปลี่ยนแปลงความทรงจำ ดังนั้นนางจึงคิดว่าตนเองก็คือคุณหนูกงซุน ความจริงเป็นการหลีกหนีจากอดีตอย่างหนึ่ง
“หึ เป็นซ่างกวนเมิ่งกับฮองเฮา! การลอบสังหารครั้งนี้ก็เช่นกัน…” เดิมทีแม่ทัพกงซุนคิดจะกล่าวว่าการลอบสังหารในครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่อวิ๋นซู แต่คำพูดมาหยุดอยู่ที่ปากแล้วจึงถูกเก็บกลืนลงไป เขาไม่อยากให้อวิ๋นซูกดดันมากเกินไป
“ข้าคือผู้ใด ข้าคือผู้ใดกันแน่…อย่า ข้าไม่อยากกลับไป กลับไปจะถูกท่านแม่ตีตาย…” กงซุนเยี่ยนกุมศีรษะของตนเองราวกับจมลงสู่ความทรงจำอันน่าเจ็บปวดอีกครั้ง เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของนาง อวิ๋นซูก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจเบาๆ ถอยออกไปพร้อมแม่ทัพกงซุน
“ท่านพ่อคิดจะจัดการนางเช่นไร?”
แม่ทัพกงซุนครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ย่อมไม่อาจให้นางกลับไปหาฮองเฮาได้ ซูเอ๋อร์มีความคิดอย่างไรหรือ?
“ซูเอ๋อร์คิดว่านางเพียงถูกผู้อื่นใช้ประโยชน์เท่านั้น รวมกับถูกยาควบคุมจึงเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา มิสู้หาสถานที่สงบเงียบให้นางรักษาตัว คืนอิสระให้นาง เส้นทางในวันหน้าก็แล้วแต่นางจะเลือกเดิน” อวิ๋นซูเห็นว่ากงซุนเยี่ยนเป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง บางทีการที่นางถูกบุรุษชุดดำผู้นั้นช่วยมาคงนับเป็นจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตของนาง ในเมื่อนางได้รับความเจ็บปวดเพียงนั้นแล้ว เหตุใดต้องทำให้นางลำบากใจอีกเล่า
“ซูเอ๋อร์จะใจดีเกินไปแล้ว เอาเถิด เช่นนั้นก็ทำตามเจ้าว่า จะอย่างไรฮองเฮาก็คงไม่ต้องการหมากตัวนี้แล้ว วันนี้จะเป็นหรือตาย ก็ต้องดูที่วาสนาของนางเอง”
สุดท้าย กงซุนเยี่ยนก็ยังถูกส่งออกไปจากจวนแม่ทัพเงียบๆ ดูผิวเผินราวกับทุกสิ่งทุกอย่างฟื้นคืนสู่ความสงบเงียบ เพียงแต่ยังมีบางคนที่ไม่อาจคลายความไม่สงบในใจ
ภายในเรือน
“คุณหนูเจ้าคะ ด้านนอกมีสาวใช้และข้ารับใช้หลายคนมาขอพบ” ชุนเซียงเดินเข้ามาจากด้านนอก สีหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ
ไม่ต้องคิดอวิ๋นซูก็ทราบว่าพวกเขามาทำอะไร “ให้พวกเขากลับไปเถิด”
“แต่ว่า…พวกเขา บอกว่าจะต้องขอให้คุณหนูยกโทษให้เสียก่อนจึงจะยอมไปเจ้าค่ะ” เดิมทีคนเหล่านี้ก็คือบ่าวไพร่ที่ก่อนหน้านี้พูดจาไม่ดีกับอวิ๋นซูลับหลัง ตอนนี้กงซุนเยี่ยนถูกส่งออกไปแล้ว พวกเขากังวลว่าอวิ๋นซูจะเคียดแค้น หากท่านแม่ทัพรู้ พวกเขาต้องถูกส่งออกไปเป็นแน่
“ให้พวกเขากลับไปเถิด” อวิ๋นซูแย้มยิ้มบางเบา ชุนเซียงพลันเข้าใจความหมายของนางจึงเดินออกไป
ยามนี้เอง ใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานเรือนมีบุรุษในอาภรณ์ชุดขาวปรากฎตัวขึ้น อวิ๋นซูดวงตาเปล่งประกาย รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ สงบลง
nitnit
จางเยี่ยนคงกินยาแปลงหน้าของคนตระกูลอู่ แสดงว่าลูกที่แท้จริงของแม่ทัพคงตายไปแล้วจริงๆ อิฮองเฮาแคว้นเหลียนนี่น่าฆ่าจริงๆ
Venus36
สงสารจางเยี่ยนเหมือนกัน แต่ก็นะ นิสัยเกินเหตุ แต่ใครมายืนจนรอยยิ้มนางเอกหุบ พระเอกใช่ไหม