หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 680 ความวุ่นวายของวังหลัง
เล่มที่ 23 ตอนที่ 680 ความวุ่นวายของวังหลัง
นางข้าหลวงผู้หนึ่งยากที่จะเชื่อสายตาตนเอง ยืนชิดกำแพงไม่กล้าเคลื่อนไหว
สวรรค์ นางมองเห็นสิ่งใดกัน? เหตุใดคนผู้นี้จึงมีรอยช้ำสีม่วงไปทั่วทั้งร่าง ยิ่งไปกว่านั้นดวงตาทั้งสองยังแดงก่ำราวกับจะพุ่งเข้ามาฉีกทึ้งแขนขาของตนได้ทุกเมื่อ!
หวงฝู่อี้กำกระบี่อันเปล่งประกายในมือของตนแน่น “ซ่างกวนเมิ่งเล่า อยู่ด้านในใช่หรือไม่?”
นางข้าหลวงผู้นั้นสูญเสียความสามารถในการตอบสนองไปโดยสิ้นเชิง ทำได้เพียงมองเขาด้วยท่าทีหวาดผวา สายตาเช่นนั้นทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของหวงฝู่อี้ เขาแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “ปล่อยเจ้าไว้ก็ไร้ประโยชน์!” จากนั้นจึงวาดกระบี่ในมือออกไป นางข้าหลวงผู้นั้นรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ เบื้องหน้าดับมืด แล้วจึงล้มลงกับพื้น
บ่าวไพร่สารเลวเช่นนี้ตายไปก็ไม่เสียดาย หวงฝู่อี้ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกปล่อยออกมาจากการกักขังอันยาวนาน ในใจคิดเพียงจะหาเหยื่อของมันเท่านั้น เขามองไปยังตำหนักที่ฮองเฮาจัดเตรียมไว้ให้ซ่างกวนเมิ่ง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มอัปลักษณ์ ล่วงเกินฮองเฮาแล้วอย่างไรเล่า? สตรีสมควรตายเฉกเช่นซ่างกวนเมิ่งถึงกับกล้าทำร้ายตนจนกลายเป็นเช่นนี้! จะต้องทำให้นางเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้เสีย!
เสียงกรีดร้องดังใกล้เข้ามา ซ่างกวนเมิ่งขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น?”
นางพาบุรุษในอาภรณ์สีดำผู้นั้นเดินก้าวออกไปจากห้อง คิดไม่ถึงว่าเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า กระทั่งนางก็อดไม่ได้ที่จะเผยสายตาหวาดกลัวออกมา
“นั่น นั่นมันตัวอะไร…”
“ซ่างกวนเมิ่ง เอาชีวิตมาเสีย!”
เสียงนี้…ซ่างกวนเมิ่งยากที่จะเชื่อหูของตน หวงฝู่อี้? เขา เขาฟื้นแล้วหรือ? นี่มันเป็นไปได้อย่างไร…เหตุใดจึงเร็วเช่นนี้…เดิมทีคิดว่าต่อให้นังแพศยานั่นช่วยเขาได้ หวงฝู่อี้จะต้องกลายเป็นคนครึ่งเป็นครึ่งตายเป็นแน่ ไหนเลยจะรู้ว่ายามนี้เขากลับมีสภาพประหนึ่งปีศาจ เหยียบย่างเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายเต็มไปด้วยไอสังหาร
“ไป หยุดเขาไว้!”
บุรุษในอาภรณ์สีดำที่อยู่ข้างกายทะยานร่างออกไปเบื้องหน้าหวงฝู่อี้ ซ่างกวนเมิ่งตกใจจนถอนเท้าวิ่งหนี นางไม่คิดจะพัวพันอันใดกับสัตว์ประหลาดเช่นนั้นแม้แต่น้อย! นี่ตนกำลังฝันอยู่หรือไม่?
“แกเป็นตัวอะไร?” บุรุษในอาภรณ์ชุดดำมองสำรวจคนเบื้องหน้า คำพูดที่ถูกกล่าวออกมาจากปากแสดงให้เห็นว่าไม่เห็นหวงฝู่อี้เป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง
“ไสหัวไป! นังแพศยาซ่างกวนเมิ่งอยู่ที่ใด!”
บุรุษในอาภรณ์สีดำไม่ได้สนใจเขา ชักกระบี่ออกมาจากเอวจนส่งเสียงดังวิ้งๆๆ กลางอากาศ
หวงฝู่อี้ในยามนี้ถูกทำให้โกรธไปถึงสมอง ถึงกับไม่สนใจกระบี่อ่อนที่ทิ่มแทงเข้ามา เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย ทว่าบนข้อมือกลับมีความเจ็บปวดอันเย็นยะเยือกแพร่ออกมา เลือดสีคล้ำพุ่งกระฉูด กระเด็นไปถูกเสาสีแดง ทำให้มันละลายจนส่งเสียงชี่ๆๆ ออกมา
บุรุษในอาภรณ์ชุดดำดวงตาเป็นประกาย เลือดของมันถึงกับมีพิษเชียวหรือ?
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หวงฝู่อี้พลันสะบัดข้อมือ เลือดพิษกระเด็นไปบนหน้าของบุรุษชุดดำ ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน บุรุษในอาภรณ์ชุดดำผู้นั้นรีบทะยานตัวไปยังพื้นหญ้า กุมดวงตาทั้งสองของตนด้วยความเจ็บปวด “อ้าก! ตาข้า…”
เลือดพิษอาบย้อมไปถึงดวงตาของเขา พริบตาเดียวก็เกิดความเจ็บปวดอันยากจะรับไหวแพร่ออกมา หวงฝู่อี้มองบุรุษที่กลิ้งอยู่บนพื้นหญ้าผู้นั้น แค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่งแล้วจึงเดินไปยังทิศทางที่ซ่างกวนเมิ่งหนีไป
นังแพศยานั่น เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังคิดจะหนีไปที่ใดอีก?!
ในวังมีสัตว์ประหลาดโผล่มาตัวหนึ่ง เพียงไม่นานก็มีองครักษ์ออกตามหาร่องรอยของหวงฝู่อี้ ทุกที่ต่างก็มีร่องรอยการต่อสู้ อวี้กุ้ยเฟยเห็นเรื่องมิอาจควบคุมได้ก็ตกใจจนหน้าถอดสี “เร็ว รีบไปกราบทูลองค์จักรพรรดิ บอกว่าองค์ชายสี่แย่แล้ว!”
จะอย่างไรก็ห้ามปล่อยให้องครักษ์ในวังถือโอกาสที่โอรสของตนกลายเป็นสัตว์ประหลาดทำร้ายเขาได้เด็ดขาด ยามนี้มีเพียงองค์จักรพรรดิที่ช่วยเขาได้
“ซ่างกวนเมิ่ง ออกมาให้ข้าเสีย!”
“กรี้ด! มีสัตว์ประหลาด!”
“นั่น นั่นมิใช่คุณหนูซ่างกวนหรือ””
ทุกที่ที่ซ่างกวนเมิ่งไปถึง ทุกคนบริเวณนั้นต่างก็รีบสลายตัว มองบุรุษที่มีรอยเขียวช้ำทั้งร่างไล่ตามนางมาจากด้านหลังอย่างดุดัน
บริเวณทางเลี้ยว สตรีผู้มีสภาพน่าอนาจชนนางข้าหลวงผู้หนึ่งโดยไม่ทันระวัง อีกฝ่ายทำจอกเหล้าในมือพลิกคว่ำ ตกใจจนรีบก้มตัวขออภัย “บ่าวสมควรตาย บ่าวสมควรตาย…” อย่างไรก็ตาม ไม่รอให้นางมีปฏิกิริยากลับมา ซ่างกวนเมิ่งก็ยื่นมือไปคว้าคอเสื้อของนางผลักไปด้านหลัง
ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น กระบี่แทงทะลุท้องของนางข้าหลวงผู้นั้น นางก้มหน้าลงมองเลือดสดๆ ที่ล้นทะลักของตนอย่างยากจะเชื่อ จากนั้นจึงเบนสายตาขึ้นมอง แผ่นหลังแบบบางที่กำลังวิ่งหนีค่อยๆ พร่าเลือน
“หึ สารเลว!” หวงฝู่อี้เห็นว่าตนไล่ตามซ่างกวนเมิ่งมาได้แล้ว คิดไม่ถึงว่านางจะคว้าตัวตายตัวแทนมาเช่นนี้
ดึงกระบี่ในมือออกอย่างโหดเหี้ยม ก้าวข้ามศพของนางข้าหลวงผู้นั้นไปโดยตรง
เหตุใดจึงดื้อด้านเพียงนี้?! สีหน้าของซ่างกวนเมิ่งขาวซีด นางรู้สึกว่าเรี่ยวแรงทั้งร่างของตนถูกใช้ไปจนสิ้นแล้ว ทว่ายังคงสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันเข้มข้นจากด้านหลัง
เลี้ยวไปถึงสวนบุปผาแห่งหนึ่ง ในศาลาบริเวณไม่ไกลมีร่างของบุรุษสองคน ซ่างกวนเมิ่งเพียงมองก็จำได้ว่าเป็นองค์ชายรองและองค์ชายสาม พลันนั้นจึงรู้สึกยินดียิ่ง นางรู้ว่าหวงฝู่อี้หวาดกลัวองค์ชายรอง หากมีเขาอยู่ มิแน่ว่าอาจจะหยุดการกระทำบ้าคลั่งเช่นนี้ได้!
“องค์ชายรอง! องค์ชายรอง!”
หวงฝู่อวี้เบนสายตาขึ้น พบว่าสตรีในสภาพย่ำแย่กำลังวิ่งตรงเข้ามาทางตน ดวงตาของเขาเคร่งขรึมลง พลันมีองครักษ์เงาสองคนปรากฏขึ้นขวางหน้าซ่างกวนเมิ่งเอาไว้
เสียงเคร้งดังขึ้น นางวิ่งชนปลอกกระบี่ที่ขวางอยู่เบื้องหน้า บนใบหน้าเต็มไปด้วยความร้องขอและร้อนใจ “องค์ชายรอง โปรดช่วยเมิ่งเอ๋อร์ด้วยเพคะ องค์ชายสี่เขา บ้าไปแล้ว!”
ดวงตาของหวงฝู่อวี้เปล่งประกาย เมื่อครู่ได้ยินคนมารายงานว่าหวงฝู่อี้ได้ฟื้นแล้ว เพียงแต่ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น อวี้กุ้ยเฟยถึงกับพาองครักษ์ในตำหนักของนางมาตามหาเขาไปทั่ว หรือจะกล่าวว่า…น้องสี่บ้าไปแล้วจริงๆ ถึงกับตามฆ่าซ่างกวนเมิ่งในวังเชียว?
บุรุษรูปงามสูงศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คุณหนูซ่างกวนเหตุใดจึงได้กล่าวเช่นนี้? เหตุใดน้องสี่ของข้าจึงต้องการฆ่าเจ้า?”
“องค์ชายรอง องค์ชายสี่ทรงบ้าไปแล้ว ไล่ฆ่าคนมากมายมาตลอดทาง!”
“ซ่างกวนเมิ่ง ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ อย่าได้หลบอีกเลย ข้าองค์ชายเห็นเจ้าแล้ว!” ยามนี้เองด้านนอกมีเสียงตะโกนอันโอหังดังแว่วขึ้นมาจริงๆ
“องค์ชายรอง ช่วยเมิ่งเอ๋อร์ด้วยเพคะ…” ท่าทีน่าสงสารจนทำให้ผู้คนหลงรักเช่นนั้นของซ่างกวนเมิ่ง ผิวขาวกระจ่างใสที่ปรากฏสีแดงเล็กน้อยหลังจากมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งยังมีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ เกรงว่าบุรุษส่วนใหญ่ได้พบคงอดไม่ได้ที่จะใจสั่น
อย่างไรก็ตาม หวงฝู่อวี้กลับทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา “บุญคุณความแค้นระหว่างคุณหนูซ่างกวนกับน้องสี่ ข้าองค์ชายมิสะดวกจะเข้าไปยุ่ง”
“ไม่ๆๆ ขอเพียงองค์ชายยอมช่วยเมิ่งเอ๋อร์ ไม่ว่าเรื่องอะไรเมิ่งเอ๋อร์เต็มใจกระทำทั้งสิ้น!”
คำพูดเช่นนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้อื่นคิดเชื่อมโยงไปไกล ดวงตาของหวงฝู่อวี้พลันมีประกายไหลผ่าน เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา ซ่างกวนเมิ่งจึงคิดว่าตนมีทางช่วยแล้ว
บุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้นค่อยๆ เดินลงบันไดมา องค์ชายสามหวงฝู่หลินที่อยู่ด้านหลังรู้สึกเพียงว่าเรื่องราวมิได้ง่ายดายเช่นนั้น เสด็จพี่รองไม่มีความสนใจต่อซ่างกวนเมิ่งแม้แต่น้อย ดูแล้วคงเกิดใจคิดอยากดูเรื่องสนุกๆ อีกกระมัง
จริงดังคาด หวงฝู่อวี้ถึงกับยื่นมือออกไป ใช้นิ้วมือลูบบนดวงหน้าของซ่างกวนเมิ่งเบาๆ “เป็นคนงามประหนึ่งบุปผาหยกจริงๆ…”
ยามนี้เอง เงาร่างของหวงฝู่อี้ปรากฏขึ้นบริเวณไม่ไกล เขาเองก็เห็นหวงฝู่อวี้เช่นกัน พลันนั้นคล้ายกับว่าจะหยุดฝีเท้าลงด้วยความลังเล ราวกับกำลังใคร่ครวญว่าก้าวต่อไปจะทำเช่นไรดี
อารมณ์ของซ่างกวนเมิ่งยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ “องค์ชาย เมิ่งเอ๋อร์ล้วนฟังพระองค์เพคะ…”
“เช่นนั้นหรือ?” นิ้วเรียวยาวทั้งสองพลันบีบคางของซ่างกวนเมิ่ง “เพียงแต่น่าเสียดาย ข้ามิสนใจสตรีเช่นเจ้า เจ้าทำให้องค์ชายเช่นข้ารู้สึกว่า…สกปรก!”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ท่าทีของซ่างกวนเมิ่งพลันแปรเปลี่ยนไปย่ำแย่ยิ่งนัก ได้เห็นท่าทีเช่นนี้ของนาง อารมณ์ของหวงฝู่อวี้พลันมีความสุขจนหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง “เหตุใดน้องสี่ไม่เข้ามาเล่า? คนงามเช่นนี้ พี่มอบให้เจ้า!”
อะไรนะ?! “ไม่! ไม่! องค์ชายช่วยเมิ่งเอ๋อร์ด้วย เมิ่งเอ๋อร์ทำการแลกเปลี่ยนกับพระองค์ได้!”
หวงฝู่อี้ได้ยินประโยคนั้นก็เกิดความยินดี ไล่ตามมาราวกับบ้าคลั่ง กระบี่ในมือยกขึ้นจะฟาดฟันลงบริเวณศีรษะของซ่างกวนเมิ่ง คิดไม่ถึงว่าสายตาของหวงฝู่อวี้จะเปลี่ยนไป องครักษ์เงาสองคนพลันขวางกระบี่ไว้แทนนาง
“เสด็จพี่ มิใช่ว่าท่านกล่าวว่าจะมอบนังแพศยานี้ให้ข้าแล้วหรือ?!” หวงฝู่อี้ไม่ยอมดึงกระบี่กลับ มองไปยังคนชุดดำสองคนที่ขวางอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อเห็นผิวช้ำม่วงอันน่ารังเกียจของอีกฝ่าย หวงฝู่อวี้ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “เหตุใดเจ้าจึงมีสภาพประดุจผีร้ายเช่นนี้เล่า?
ในใจของหวงฝู่อี้ส่งเสียงดังสนั่น แต่ไหนแต่ไรไม่เคยได้รับความอัปยศถึงเพียงนี้มาก่อน เขากัดฟันแน่น จ้องมองซ่างกวนเมิ่งที่อยู่บนพื้น “ล้วนเป็นเพราะนางแพศยานี่! นางทำร้าน้องห้ายังมิพอ ตอนนี้ยังมาทำร้ายข้าด้วย! เสด็จพี่ เรื่องนี้หวังว่าท่านจะไม่สอดมือ!”
“องค์ชายรอง…” ซ่างกวนเมิ่งทราบดีว่ายามนี้คนที่จะช่วยตนได้มีเพียงองค์ชายรองเท่านั้น อย่างน้อยหวงฝู่อี้ก็ยังไว้หน้าเขาหลายส่วน
น้องห้า? หรือว่าเรื่องของอีกฝ่ายจะเกี่ยวข้องกับซ่างกวนเมิ่ง?
“พูดมาเถิด เจ้ามีเงื่อนไขอันใดที่จะแลกเปลี่ยนให้ข้าองค์ชายลงมือช่วยเจ้า?” หวงฝู่อวี้ทราบดี ต่อให้ซ่างกวนเมิ่งจะเคยผ่านช่วงเวลามากับผู้ใดเขาล้วนไม่ใส่ใจ สิ่งที่เขาต้องการก็คือของที่มีค่า
“เสด็จพี่ ท่าน…” หวงฝู่อี้คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกลับคำพูดเช่นนี้ เพียงแต่องครักษ์ทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าก็แกร่งกว่าเขา มากยิ่งไปกว่านั้นเสด็จพี่รองเป็นคนที่ล่วงเกินไม่ได้จริงๆ
ซ่างกวนเมิ่งชั่งน้ำหนักข้อได้ข้อเสียในระยะเวลาที่สั้นที่สุด “เมิ่งเอ๋อร์รู้ความลับขององค์ชายใหญ่ สามารถแลกเปลี่ยนกับองค์ชายรองได้!”
ความลับขององค์ชายใหญ่? นี่จึงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาสนใจยิ่ง
“พาตัวนางออกไป”
ซ่างกวนเมิ่งมีความยินดีเต็มใบหน้า เพียงแต่หวงฝู่อี้ที่อยู่ด้านหลังเริ่มตะโกนด่าขึ้นมาแล้ว “เสด็จพี่รอง ท่านจะช่วยนังแพศยานี่ไม่ได้! นางทำร้ายข้าจนมีสภาพเช่นนี้ วันนี้ข้าจะฆ่านาง ตัดแขนตัดขานาง ถลกหนังของนางเสีย!”
หวงฝู่หลินรู้สึกว่าสภาพของหวงฝู่อี้น่าเวทนายิ่งนัก ถึงกับถูกสตรีต่ำต้อยผู้หนึ่งกระทำจนมีสภาพน่าอนาจเช่นนี้ ซ่างกวนเมิ่งผู้นี้เป็นสตรีงูพิษจริงๆ เสด็จพี่รองจะแลกเปลี่ยนกับนางหรือ? หวงฝู่หลินมีลางสังหรณ์ว่าหากร่วมมือกับซ่างกวนเมิ่ง เกรงว่าเรื่องจะไม่ง่ายดายเพียงนั้น
“คุณหนูซ่างกวน เชิญด้านใน”
ซ่างกวนเมิ่งกุมหัวใจที่ยังคงหวาดกลัวของตน มิกล้าหันกลับไปมองด้วยกลัวว่าจะเห็นสายตาที่น่าหวาดกลัวของหวงฝู่อี้ “ขะ ขอบพระทัยเพคะองค์ชายสาม”
บุรุษที่เป็นดั่งสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าจับจ้องไปยังทิศทางที่ซ่างกวนเมิ่งเดินไป หวงฝู่อวี้เดินก้าวไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง “น้องสี่ หากมีเวลามาไล่ตามสตรีผู้หนึ่งเพื่อแก้แค้นเช่นนี้ มิสู้รีบกลับตำหนักไปคิดหาวิธีว่าจะปกปิดสภาพตอนนี้เช่นไรเถิด ฮ่าๆๆ กระทั่งเจ้าได้เห็นก็คงอดไม่ได้ที่จะเกิดความรังเกลียดกระมัง น้องสี่มิกลัวทำให้ผู้อื่นในวังตกใจหรือ?”
nitnit
เดี๋ยวองค์ชายรองกับองค์ชายสามก็โดนพิษของซ่างกวนเมิ่ง แล้วก็พากันตาย
Venus36
ยังเอาตัวรอดไปได้อีก เมื่อไหร่มันจะตาย