หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 684 องค์ชายทำให้ลำบากใจ
เล่มที่ 23 ตอนที่ 684 องค์ชายทำให้ลำบากใจ
สีหน้าของอวี้กุ้ยเฟยย่ำแย่ยิ่งนัก อดไม่ได้ที่จะมองไปยังบุรุษที่มีท่าทีเจ็บปวดบนเตียง ไม่ทราบว่าควรจะทำเช่นไรไปชั่วขณะ
“องค์ชายใหญ่…จะช่วยเหลืออี้เอ๋อร์ได้หรือ?” ความกังวลในใจของอวี้กุ้ยเฟยยากที่จะเลือนหาย นางพึมพำกับตนเอง จะอย่างไรองค์ชายทุกพระองค์ต่างก็มิอาจหลีกเลี่ยงกันได้ ยามปกติอี้เอ๋อร์พูดจาลับหลังองค์ชายใหญ่ไปไม่น้อย หากองค์ชายใหญ่ทราบ อาจไม่ยอมช่วยเหลืออี้เอ๋อร์ก็เป็นได้
อวิ๋นซูที่อยู่ข้างกายย่อมได้ยินคำพูดพึมพำของอวี้กุ้ยเฟย “ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถช่วยเหลือองค์ชายสี่ได้ หากอวี้กุ้ยเฟยทรงใครครวญนานเกินไป เกรงว่าจะพลาดโอกาสรักษาที่ดีที่สุดไปได้ สิ่งที่หม่อมฉันสามารถทำได้มีเพียงเท่านี้ แม้ผิวขององค์ชายจะรักษาไม่หาย แต่หากใช้วิธีนึ่งรักษาทุกวัน เชื่อว่าผ่านไปสามปีห้าปี สีของผิวหนังจะค่อยๆ จางลง เพียงแต่…พิษใหม่ที่องค์ชายได้รับเข้าไป เกรงว่าจะรอได้ไม่ถึงตอนนั้น”
“คุณหนูกงซุน…”
อวิ๋นซูคารวะเล็กน้อย “หม่อมฉันทูลลาเพคะ หวังว่าเหนียงเหนียงจะคิดเพื่อองค์ชาย รีบตัดสินใจพระทัยเสียหน่อย”
อวิ๋นซูทิ้งคำพูดประโยคนี้ตลอดจนความลังเลในดวงตาของอวี้กุ้ยเฟยเอาไว้เบื้องหลัง พาชุนเซียงเดินถอยออกไปอย่างสงบ
เสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดดังขึ้นอีกครั้ง อวี้กุ้ยเฟยรีบหมุนตัวไปอย่างเคร่งเครียด “อี้เอ๋อร์ เจ้า เจ้าอดทนเสียหน่อย…หมู่เฟยจะคิดหาวิธี…”
เมื่อออกมาจากตำหนักของอวี้กุ้ยเฟย ในที่สุดชุนเซียงก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยถาม “คุณหนูเจ้าคะ องค์ชายใหญ่มีวิธีช่วยองค์ชายสี่จริงหรือ?”
อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย “ความจริงเจ้าต้องการถามว่าเหตุใดจึงผลักเรื่ององค์ชายสี่ไปให้องค์ชายใหญ่กระมัง?”
คุณหนูเข้าใจนางยิ่งนัก ชุนเซียงแย้มยิ้มอย่างเขินอาย อวิ๋นซูหันกลับไปมองครู่หนึ่ง “พิษที่องค์ชายสี่ได้รับคือเลือดพิษของซ่างกวนเมิ่ง เช่นเดียวกับฟู่หย่า”
“เช่นนั้นคุณหนู…” มิใช่ว่าคุณหนูมียาที่ใช้รับมือได้แล้วหรือ?
“ข้าต้องการให้อวี้กุ้ยเฟยไปขอร้ององค์ชายใหญ่” คำพูดของอวิ๋นซูมีความหมายลึกล้ำ เมื่อได้เห็นสภาพของหวงฝู่อี้ในยามนี้ เชื่อว่าอวี้กุ้ยเฟยจะต้องร้อนใจเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นอวิ๋นซูก็มองสถานการณ์ในวังออก เฟิ่งหลิงโดดเดี่ยวไร้พวกพ้อง ข้างกายองค์ชายรองมีองค์ชายสาม แม้องค์ชายองค์อื่นๆ จะไม่กล้าล่วงเกิน แต่เฟิ่งหลิงก็ไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้
ตอนนี้องค์ชายห้าสูญเสียความสามารถในการต่อสู้แย่งชิงไปแล้ว องค์ชายแปดยังทรงพระเยาว์ ส่วนองค์ชายสี่มีความคิดที่จะประจบประแจงองค์ชายรอง เมื่ออวิ๋นซูย้อนคิดอีกครั้ง มิสู้ช่วยเฟิ่งหลิงดึงสหายมาเป็นพวกเสียหน่อย อวี้กุ้ยเฟยสามารถยืนอยู่ในวังหลังได้นานหลายปีเพียงนี้ย่อมต้องมีส่วนที่เหนือผู้อื่น ตอนนี้อวี้กุ้ยเฟยต้องการขอร้องเฟิ่งหลิง เช่นนั้นจำเป็นต้องดูทิศทางลมจากเขา ยิ่งไปกว่านั้น เทียบยาของตนจำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันในการรักษาถึงจะกำจัดเลือดพิษของซ่างกวนเมิ่งออกไปได้ ช่วงเวลาเท่านี้มากเพียงพอที่จะให้อวี้กุ้ยเฟยทำเรื่องมากมายแทนเฟิ่งหลิง ต่อให้มิทำประโยชน์ให้เขา อย่างน้อยอวี้กุ้ยเฟยก็ไม่กล้ากระทำความผิดอันใดอีก
นับว่าซ่างกวนเมิ่งล่วงเกินอวี้กุ้ยเฟยจนถึงที่สุดแล้ว บางทีอาจจะใช้ประโยชน์จากนางไปกำจัดคนผู้นี้ได้
เพียงไม่นานชุนเซียงก็เข้าใจความหมายของอวิ๋นซู นางอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ความคิดของคุณหนูตนช่าง…ทำให้ผู้คนไม่อาจไม่นับถือจริงๆ ทำให้อวี้กุ้ยเฟยติดค้างน้ำใจองค์ชายใหญ่แทนพระองค์โดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่นางลงมือเองก็สามารถแก้ไขปัญหาได้
ยามนี้เอง เบื้องหน้ามีขันทีน้อยผู้หนึ่งเดินเข้ามา “คุณหนูกงซุน! คุณหนูกงซุน!”
อวิ๋นซูหยุดฝีเท้าลง ขันทีน้อยผู้นั้นรีบเดินมาเบื้องหน้านาง “ในที่สุดคุณหนูก็มาแล้ว องค์ชายของข้ารออยู่นานแล้วขอรับ”
สตรีผู้นั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าเป็นองค์ชายท่านใด?”
“แน่นอนว่าเป็นองค์ชายรอง! วันนี้องค์ชายรองรอคุณหนูกงซุนอยู่ตลอด หรือว่า…คุณหนูกงซุนไม่ได้รับเทียบเชิญจากองค์ชายรอง?”
องค์ชายรอง? อวิ๋นซูและชุนเซียงสบตากันด้วยความสงสัย ชุนเซียงรีบเอ่ยปาก “กงกง คุณหนูของข้ามิได้รับเทียบเชิญอันใด เป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่เจ้าคะ?”
“นี่…เป็นไปไม่ได้ขอรับ เมื่อคืนองค์ชายของข้าส่งของขวัญไปที่จวนแม่ทัพ ทั้งยังเชิญคุณหนูเข้าวังมาในวันนี้ องค์ชายรองทรงทราบว่าคุณหนูจะต้องมารักษาองค์ชายสี่ ดังนั้นจึงรอจนถึงตอนนี้” ความจริงเมื่อคืนแม่ทัพกงซุนสั่งให้คนส่งของล้ำค่ากลับมาแล้ว หวงฝู่อวี้ถูกทำให้โกรธไม่น้อย อย่างไรก็ตามนี่ไม่อาจทำให้เขายอมแพ้ ไม่รับของขวัญหรือ? ได้ แต่จะอย่างไรคนก็ต้องเข้าวัง! เขาจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ เท่ากับว่าอวิ๋นซูตอบรับเขาแล้ว หรือนางจะกล้าก่อเรื่องใดออกมาเล่า?
ของขวัญ? ชุนเซียงราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พลันนั้นจึงกล่าวว่าข้างหูอวิ๋นซูเสียงเบา “คุณหนูเจ้าคะ เมื่อคืนมีคนนำของขวัญมาส่งที่จวนจริงๆ แต่ได้ยินว่าถูกท่านแม่ทัพส่งกลับแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะเป็นองค์ชายรองส่งมา”
เพียงไม่นานอวิ๋นซูก็เข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราว เชื่อว่าแม่ทัพกงซุนคงปฏิเสธการนัดหมายแทนตนไปแล้ว ด้วยเป็นห่วงว่านางจะคิดมากจึงมิได้บอกเรื่องนี้กับนาง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าองค์ชายรองจะไม่ยอมเลิกราเช่นนี้
“กงกงท่านนี้ เรื่องนี้นับว่าไม่กระจ่างชัดจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นท่านพ่อก็จัดการเรื่องต่างๆ ไว้แล้ว บอกให้ข้ารีบกลับจวน มิสู้ให้ข้ากลับไปถามชัดเจนเสียก่อนค่อยมาขออภัยองค์ชายรองเป็นอย่างไรเจ้าคะ”
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นซูต้องการไป ขันทีน้อยผู้นั้นก็ขวางเอาไว้ “เช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ องค์ชายของข้ารอมานานแล้ว หากคุณหนูไม่ไป ผู้น้อยคงไม่อาจอธิบายได้”
“กงกงท่านนี้จะเสียมารยาทเกินไปแล้ว คุณหนูของข้าทำเช่นนี้ย่อมอยู่ในเหตุผล ท่านแม่ทัพมิได้บอกกล่าวคุณหนูเรื่องที่องค์ชายรองนัดหมาย พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านหลอกพวกเราเพราะมีแผนการอันใดหรือไม่ ดังนั้นกลับจวนไปถามให้กระจ่างชัดจึงจะวางใจได้! ถึงตอนนั้นย่อมไปขออภัยองค์ชายรองเป็นแน่!” ชุนเซียงขวางอยู่หน้าอวิ๋นซูไม่ยอมให้ขันทีน้อยเข้าใกล้ กำลังของนางมากกว่าสตรีทั่วไป ขันทีน้อยผู้นั้นจะผลักอย่างไรก็ผลักไม่ออก
“นี่…องค์ชายรองทรงนัดหมายวันนี้ หากคุณหนูกลับไป ผู้น้อย ผู้น้อยจะต้องถูกโบยตายแน่!”
“กงกงไม่จำเป็นต้องร้อนใจ องค์ชายใหญ่มิใช่คนที่ไม่รู้จักเหตุผลเพียงนั้น ขอเพียงกงกงอธิบายให้ดี รอกลับจวนไปเสียก่อน ข้าย่อมให้ท่านพ่อส่งหนังสือไปอธิบายให้องค์ชายรองเข้าใจกระจ่างชัด”
ให้แม่ทัพกงซุนเขียนจดหมายหรือ? เช่นนั้นองค์ชายรองย่อมต้องโบยเขาตายเป็นแน่ ในใจของขันทีน้อยร้อนรนยิ่งนัก หากกระทั่งเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ องค์ชายรองจะปล่อยให้เขาอยู่ข้างพระวรกายอีกได้อย่างไร? เรื่องราวเร่งด่วน ขันทีน้อยถึงกับยื่นมือผ่านชุนเซียงไป คิดจะจับข้อมือของอวิ๋นซูแล้วลากออกมา “เจ้าทำอะไร?!”
ได้ยินเสียงโกรธเกรี้ยวดังขึ้น ชุนเซียงออกแรงผลักขันทีน้อยไร้มารยาทผู้นี้ออกไป ขันทีร่างผอมโอนเอนจนล้มลงกับพื้น ทำให้เขาไม่มีปฏิกิริยาอันใดไปชั่วครู่
“โอหัง! ถึงกับกล้าลงมือกับคุณหนูของข้าเชียวหรือ?” ชุนเซียงถลึงตามองคนบนพื้น ยามนี้เอง บริเวณไม่ไกลมีเสียงเปี่ยมสงสัยดังแว่วมา “เกิดอะไรขึ้น?”
ขันทีน้อยเบนสายตาขึ้นมอง พลันต้องเผยสีหน้ากระวนกระวายออกมา “อะ องค์ชาย…”
เบื้องหลังหวงฝู่อวี้พานางข้าหลวงมาด้วยสองคน เขาเดินมาข้างกายอวิ๋นซูด้วยสีหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม “เหตุใดคุณหนูกงซุนจึงอยู่ที่นี่ได้? ข้าองค์ชายรออยู่นานแล้ว” จากนั้นจึงมองไปยังขันทีน้อยบนพื้นด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าสุนัขนี่ล่วงเกินคุณหนูหรือ? เด็กๆ ลากมันไปตัดหัว”
อะไรนะ?! ขันทีน้อยตกใจจนหน้าถอดสี รีบร้อนโขกศีรษะ “องค์ชายโปรดไว้ชีวิตด้วย องค์ชายโปรดไว้ชีวิตด้วย!”
“แตะต้องคุณหนูกงซุนยังคิดจะมีชีวิตอยู่อีกหรือ?” หวงฝู่อวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงอันตรายมิได้มีโอกาสให้ร้องขอแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามอวิ๋นซูรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ล้วนกล่าวให้ตนฟัง ผู้ที่ไม่เชื่อฟังเขา จุดจบย่อมมีความตายเพียงอย่างเดียว
“องค์ชายเพคะ ขันทีผู้นี้ไม่ได้ตั้งใจเสียมารยาท โทษไม่ถึงตาย” อวิ๋นซูมิได้มีงานอดิเรกที่จะเล่นกับชีวิตของผู้คน กลับกัน หวงฝู่อวี้เตรียมการมานานแล้ว เกรงว่าเมื่อครู่เขาคงเห็นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาแล้วกระมัง?
เมื่ออวิ๋นซูเอ่ยปาก หวงฝู่อวี้พลันแย้มยิ้มอ่อนโยน “คุณหนูกงซุนมีความกล้าจริงๆ ได้ ในเมื่อคุณหนูกงซุนเอ่ยปากขอร้องแทนบ่าวสุนัขนี่ ข้าองค์ชายจะไว้ชีวิตเขาครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ต้องโบยยี่สิบไม้ ลากออกไป!”
“ขอบพระทัยองค์ชายที่ไม่ฆ่า ขอบคุณคุณหนูกงซุนที่ไม่ฆ่า!” ขันทีน้อยผู้นั้นถอยไปด้วยร่างกายอันสั่นเทา ความเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดข้าราชบริพารที่ผ่านทางมาไม่น้อย
“องค์ชายเช่นข้าชื่นชมความสามารถของคุณหนูกงซุนมาโดยตลอด ครั้งนี้เชื้อเชิญมาโดยกะทันหัน ทว่าคุณหนูกงซุนยังตอบรับอย่างยินดีเช่นนี้ทำให้องค์ชายเช่นข้าดีใจยิ่งนัก” ประโยคนี้ของเขานับว่าปิดทางถอยของอวิ๋นซูแล้ว ในใจคิดว่าสตรีผู้นี้คงไม่ปฏิเสธตนอย่างไม่รู้จักดีชั่วกระมัง?
ชุนเซียงเห็นข้าราชบริพารหลายคนที่อยู่ไม่ไกลกำลังซุบซิบกัน ในใจจึงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี หากคุณหนูได้รับคำเชิญจากองค์ชายรองจริงๆ เช่นนั้นหากมีข่าวลือออกไปย่อมทำลายชื่อเสียงของคุณหนู นี่ไม่ได้โดยเด็ดขาด
“คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพยังรอพวกเราอยู่ที่จวน”
ได้ยินเสียงเพี้ยะครั้งหนึ่ง ฝ่ามือหนึ่งตบชุนเซียงจนทรุดลงกับพื้นเกิดเป็นเสียงดังชัดเจน ทุกคนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาว่าเกิดอะไรขึ้น หวงฝู่อวี้ก็เดินมาเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง “นังบ่าวโอหัง ข้าองค์ชายพูดคุยกับคุณหนูของเจ้า ถึงเวลาให้เจ้ามาสอดปากตั้งแต่เมื่อใด?! คุณหนูกงซุน บ่าวไพร่ไร้มารยาทเช่นนี้ไม่อาจปล่อยไปง่ายๆ! มิเช่นนั้นผู้อื่นจะกล่าวว่าจวนแม่ทัพไม่มีกฎเกณฑ์ กระทั่งบ่าวไพร่ต่ำต้อยผู้หนึ่งก็กล้าปีนศีรษะเจ้านาย!”
คำพูดเพิ่งจะกล่าวออกมา หวงฝู่อวี้ก็เบนสายตาขึ้นมอง กลับต้องสบเข้ากับสายตาอันเย็นยะเยือกของอวิ๋นซู เขาอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง พบว่าบนใบหน้าของสตรีเบื้องหน้ามีไอเย็นอันหนาวเหน็บที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาเช่นนั้นถึงกับทำให้ตนเบนสายตาออกโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าสบตากับนาง ความโกรธเกรี้ยวอันเข้มข้นทะยานออกมา หวงฝู่อวี้ไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิงว่าเหตุใดจู่ๆ อวิ๋นซูจึงเปลี่ยนไปมีท่าทีเช่นนี้ได้ หรือจะเป็นเพราะสาวใช้ผู้นั้น?
“องค์ชายรองทรงตรัสได้ถูกต้อง จวนแม่ทัพเป็นสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์ สาวใช้เสียมารยาทไปจริงๆ ทำให้องค์ชายเห็นเรื่องน่าขันแล้ว” อวิ๋นซูพลันแย้มยิ้มอย่างลึกล้ำ องค์ชายรองรู้สึกผ่อนคลายใจ ทว่าเมื่อย้อนคิดดูอีกครั้งกลับรู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“วันนี้ในจวนมีแขกมาเยือน ท่านพ่อต้องการให้หม่อมฉันรีบกลับจวนทันทีหลังจากที่รักษาองค์ชายสี่เสร็จ หากสายไปแม้เพียงนิด เชื่อว่าจะทำให้แขกไม่ยินดีเป็นแน่ องค์ชายคงมิปล่อยให้หม่อมฉันถูกท่านพ่อตำหนิกระมัง?” คำพูดแต่ละคำของอวิ๋นซูกล่าวได้ชัดเจนยิ่งนัก ไม่ปกปิดเจตนาปฏิเสธแม้แต่น้อย หวงฝู่อวี้คิดไม่ถึงว่านางจะไม่ยอมประนีประนอมเช่นนี้ “แต่ข้าองค์ชายนัดกับเจ้าก่อนแล้ว…”
“หม่อมฉันไม่ทราบว่าเมื่อคืนองค์ชายรองส่งของใดมาให้ แต่เชื่อว่าท่านพ่อคงส่งกลับคืนไปแล้วกระมัง? หากหม่อมฉันไม่สนใจความคิดของท่านพ่อ ยอมรับการนัดหมายจากองค์ชาย ผู้อื่นจะกล่าวกันว่าหม่อมฉันไม่รู้จักกตัญญูทั้งยังไร้มารยาทไร้กฎเกณฑ์ องค์ชายคงไม่ยินยอมให้หม่อมฉันพบกับคำวิจารณ์เช่นนี้กระมัง?” ในดวงตาของอวิ๋นซูเกิดประกายไหลผ่าน ถึงกับทำให้หวงฝู่อวี้มิอาจมีข้อโต้แย้งใดๆ เมื่อครู่ตนเองยังกล่าวว่าจวนแม่ทัพให้ความสำคัญกับมารยาท คิดไม่ถึงว่านางจะใช้สาเหตุนี้มาปิดปากตนได้ทันที
nitnit
อวิ๋นซูฉลาดช่วยหาพันธมิตรให้เฟิ่งหลิง ส่วนองค์ชายรองจอมโหดสมควรตาย
Venus36
รู้จักอวิ๋นซูน้อยไปเสียแล้ว กล้าตบสาวใช้นางเหรอ