หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 685 ข่าวลือแพร่ออกไป
เล่มที่ 23 ตอนที่ 685 ข่าวลือแพร่ออกไป
สีหน้าของหวงฝู่อวี้เปลี่ยนไปย่ำแย่ยิ่งนัก คำพูดของอวิ๋นซูไม่ไว้ไมตรีเขาแม้เพียงครึ่งส่วน กล่าวว่าแม่ทัพกงซุนส่งของเหล่านั้นคืนกลับมาแล้ว มิใช่เป็นการจงใจถากถางว่าตนทำสิ่งใดไม่รู้ความหรือ? สาวใช้ต่ำต้อยเพียงผู้เดียว ต้องโกรธเกรี้ยวเพียงนี้เชียวหรือ?
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เขาหวงฝู่อวี้คิดจะกระทำ ไม่มีผู้ใดขวางได้!
“ส่งกลับมาแล้วหรือ? ข้าองค์ชายไม่เห็นรู้เรื่อง! ดูท่าทางบ่าวสุนัขเหล่านี้คงแอบอู้เป็นแน่ หากกลับไปข้าองค์ชายจะต้องสืบสวนให้กระจ่างชัดแน่นอน ความจริงข้าเคารพแม่ทัพกงซุนมาโดยตลอด ความรักที่แม่ทัพกงซุนมีต่อคุณหนูกงซุนทุกคนย่อมรู้ดี เชื่อว่าเขาคงไม่ปฏิบัติต่อคุณหนูกงซุนย่ำแย่เช่นนั้นกระมัง เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ข้าองค์ชายจะเขียนจดหมายไปอธิบายแก่เขาเอง คุณหนูกงซุนไม่จำเป็นต้องกังวล วันนี้อากาศดีอย่างหาได้ยากยิ่ง ข้าสั่งให้คนนำดอกไม้งดงามล้ำค่ามากมายเข้าวังมาโดยเฉพาะ หากคุณหนูกงซุนชอบ ก็สามารถสั่งให้คนนำไปที่จวน…”
ตนมีฐานะเป็นองค์ชายสูงศักดิ์ ยอมกดฐานะจนต่ำต้อยเพียงนี้ สตรีเบื้องหน้าจะทำตัวไม่รู้ความอีกได้อย่างไร ควรจะยอมโอนอ่อนแล้วกระมัง?
ไหนเลยจะรู้ว่าอวิ๋นซูกลับไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย “หม่อมฉันสัญญากับท่านพ่อแล้วว่าวันนี้จะรีบกลับจวน การทำตามคำพูดเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ หากผิดคำพูดคงเป็นการทำลายความสัมพันธ์พ่อลูกของพวกเรา เจตนาดีขององค์ชายหม่อมฉันขอรับไว้ด้วยใจ ส่วนดอกไม้งดงามล้ำค่าเหล่านั้น หากนำไปที่จวนแม่ทัพ หม่อมฉันไม่รู้จักดูแล เกรงว่าจะเป็นการทำลายน้ำพระทัยขององค์ชายเสียมากกว่า”
อะไรนะ?! หวงฝู่อวี้หัวเราะไม่ออกอีกต่อไป แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีผู้ใดกล้าไม่ปฏิบัติตามคำพูดของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้มาก่อน สุราคารวะไม่ดื่มรังจะดื่มแต่สุราพิษ!
“เสียเวลาคุณหนูกงซุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในเมื่อดอกไม้ก็ย้ายเข้ามาแล้ว หากคนงามไม่ยอมไปชื่นชม มิใช่ว่าจะเป็นการทำให้ฤดูใบไม้ผลิเสียเปล่าหรอกหรือ?” หวงฝู่อวี้เดินไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง บนร่างกายแผ่บรรยากาศบีบบังคับผู้อื่นออกมา
ยามนี้เอง บริเวณไม่ไกลมีเสียงอุทานด้วยความกังวลดังแว่วมา “คุณหนูกงซุน?”
คนที่อยู่บนระเบียงทางเดินทั้งสามเบนสายตาขึ้นมอง พบบุรุษนุ่มลึกกำลังเดินใกล้เข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว
ถึงกับเป็นคุณชายตระกูลหนานเชียวหรือ? ดวงตาของหวงฝู่อวี้เปล่งประกาย เพียงพริบตาเดียวหนานฟางเฟยก็มาถึงเบื้องหน้าพวกเขา เขาปรายตามองหวงฝู่อวี้เล็กน้อย จากนั้นจึงยืนอยู่ข้างกายอวิ๋นซู หลุบตาลงเล็กน้อย “วันนี้คุณหนูกงซุนสายแล้ว มีเรื่องอะไรหรือ?”
คำพูดนี้ ชัดเจนว่าเป็นการกล่าวให้หวงฝู่อวี้ฟัง
“คุณชายหนานรออยู่ตลอดหรือ?”
สายตาของหนานฟางเฟยหยุดอยู่บนร่างของชุนเซียงที่กำลังลุกขึ้นยืนจากบนพื้น แก้มของสาวใช้ผู้นี้มีรอยฝ่ามือปรากฏชัด เมื่อคิดไปถึงบรรยากาศอันแปลกประหลาดระหว่างอวิ๋นซูและหวงฝู่อวี้อีกครั้งจึงคาดเดาอะไรได้หลายส่วน
“อืม รู้ว่าวันนี้คุณหนูกงซุนเข้าวังจึงมารออยู่ด้านนอกนานแล้ว”
น้ำเสียงอันคุ้นเคยเช่นนี้ทำให้ในใจของหวงฝู่อวี้เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เขาพยายามฝืนยิ้ม “หรือแขกสูงศักดิ์ที่คุณหนูกงซุนกล่าวถึงก็คือคุณชายหนาน?”
ไม่รอให้อวิ๋นซูเอ่ยปาก หนานฟางเฟยก็เบนสายตาขึ้นมอง คราวนี้เขามองอีกฝ่ายตรงๆ “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ วันนี้เดิมทีคิดจะไปเยี่ยมเยียนจวนแม่ทัพ ได้ยินว่าคุณหนูกงซุนเข้าวังมารักษาให้องค์ชายสี่ ดังนั้นจึงย้อนกลับมารอนอกวัง ไม่คิดว่าคุณหนูกงซุนจะเสียเวลาอยู่ที่นี่”
ในน้ำเสียงเจือไปด้วยเจตนาตำหนิคล้ายมีคล้ายไม่มี หวงฝู่อวี้มีความโกรธเกรี้ยวแต่ไม่กล้ากล่าว ตระกูลหนานแห่งแคว้นเหลียน กระทั่งองค์จักรพรรดิก็ต้องไว้หน้าอยู่สามส่วน หากเขาล่วงเกินเจ้าบ้านตระกูลหนานในอนาคตที่อยู่เบื้องหน้า เกรงว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากมากมาย เพียงแต่สองคนนี้กลับร่วมมือกันไร้มารยาทกับตน หวงฝู่อวี้ไม่อาจกล้ำกลืนความรู้สึกนี้ลงไปได้ พลันนั้นจึงเอ่ยปากออกไป “คุณชายหนานใส่ใจคุณหนูกงซุนเช่นนี้หาได้ยากจริงๆ หรือว่าทั้งสองจะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมาดาต่อกัน?”
ชุนเซียงที่อยู่เบื้องหลังตกตะลึง องค์ชายรองที่อยู่เบื้องหน้าต้องการสร้างความวุ่นวายให้คุณหนูของตนให้ได้เชียวหรือ? นางถูกตบไม่สำคัญ ขอเพียงคุณหนูมิเข้ามาพัวพันด้วยเป็นพอ ทว่าตอนนี้ดียิ่งนัก ตอนนี้องค์ชายรองคล้ายจะมีเจตนาลากคุณชายตระกูลหนานเข้ามาพัวพัน คิดทำลายชื่อเสียงของคุณหนูแล้ว
นี่หมายความว่าอย่างไร? หนานฟางเฟยเผยสีหน้าโกรธเกรี้ยวออกมาไม่น้อย เมื่อครู่เห็นอวิ๋นซูถูกหวงฝู่อวี้พัวพัน ในใจก็เกิดโทสะลุกโชนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้เมื่อได้ยินเขากล่าวลองเชิงโดยไม่ปกปิดแม้แต่น้อยเช่นนี้ หรือเขามีแผนการอันใดกับคุณหนูกงซุน?
พบว่าบุรุษรูปงามเบื้องหน้าทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวแต่เดิมราวกับหายไปในพริบตา “องค์ชายรองทรงตรัสได้ถูกต้องแล้ว ตระกูลหนานกับตระกูลกงซุนมีสัญญาหมั้นหมายกันก่อนหน้านี้นานแล้ว คุณหนูกงซุนก็คือฮูหยินในอนาคตของข้าหนานฟางเฟย และเป็นนายหญิงในอนาคตของตระกูลหนาน ไม่ทราบว่าองค์ชายรองมีข้อเสนอแนะใดหรือไม่?”
อะไรนะ? หมั้นหมาย…
ในดวงตาของหวงฝู่อวี้เกิดประกายตกตะลึง เหตุใดเขาจึงไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อเห็นท่าทีจริงจังเช่นนั้นของหนานฟางเฟย ดูไม่คล้ายการหาข้ออ้างไปตามปากแม้แต่น้อย เมื่อย้อนคิดดูอีกครั้ง คุณชายหนานท่านนี้เลยวัยที่จะแต่งงานมาแล้ว ทั้งยังไม่มีนางบำเรอแม้แต่ผู้เดียว ทุกคนพากันคาดเดาว่าเขามีเหตุผลอะไรกันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะหมั้นหมายอยู่กับจวนแม่ทัพกงซุน หรือหลายปีมานี้เขารอคุณหนูกงซุนกลับมาโดยตลอด? เรื่องเช่นนี้เป็นไปได้หรือ…
“คุณชายหนาน…” อวิ๋นซูคิดไม่ถึงว่าหนานฟางเฟยจะถึงกับกล่าวเรื่องนี้ออกมาต่อหน้าทุกคนโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์เช่นนี้ พลันนั้นจึงรู้สึกปวดหัวขึ้นมา แม้จะเข้าใจว่าเขากำลังช่วยตนแก้ปัญหา แต่หากทำเช่นนี้ เมื่อเรื่องแพร่ออกไปกลับจะนำพาความยุ่งยากมาให้ยิ่งกว่า
เมื่อหนานฟางเฟยพูดจบก็เพิ่งจะสังเกตุเห็นสายตาจากอวิ๋นซูจึงรู้สึกเสียใจที่ตนบุ่มบ่าม อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเช่นนี้กลับอยู่เพียงชั่วคราว เป็นเช่นนี้ก็ดี ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตรงไปตรงมาเสียหน่อย ในใจของตนก็จะไม่หดหู่เช่นนั้น อีกอย่าง จะได้ทำลายความคิดชั่วร้ายที่ผู้อื่นมีต่ออวิ๋นซูให้สิ้น คำพูดก็กล่าวออกไปแล้ว ตนจะต้องรับผิดชอบถึงที่สุด จะอย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกคุณหนูกงซุนอีกเป็นอันขาด
เนิ่นนานผ่านไป หวงฝู่อวี้จึงค่อยเผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วนออกมา กระทั่งคำพูดก็เกรงใจขึ้นไม่น้อย “ที่แท้เป็นเช่นนี้ คุณหนูกงซุนมีชื่อเสียงดีงาม เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ”
คิดไม่ถึงว่าตระกูลหนานกลับตกุลกงซุนจะมีเรื่องราวเช่นนี้ คุณหนูกงซุนท่านนี้แตะต้องไม่ได้แล้ว หวงฝู่อวี้คิดว่าหากแตะต้องแม้แต่ปลายจมูกอาจล่วงเกินไปถึงนายน้อยแห่งตระกูลหนานผู้นี้ด้วย “ความจริงข้าองค์ชายคิดว่าคุณหนูกงซุนลำบากรักษาให้น้องสี่มากมาย ดังนั้นจึงคิดจะขอบคุณเสียหน่อย อย่างไรก็ตามวันนี้…ในเมื่อคุณชายหนานมารับคุณหนูกงซุนแล้ว ข้าองค์ชายก็ไม่อาจยืดเยื้อเวลาของท่านทั้งสองอีก เด็กๆ คุ้มครองทั้งสองไปส่งนอกวัง อย่าได้ชักช้า!”
“ไม่จำเป็น เจตนาดีขององค์ชายรอง ฟางเฟยขอรับไว้แทนคุณหนูกงซุน เวลาไม่เช้าแล้ว ไม่ขอรบกวนองค์ชายรองอีก คุณหนูกงซุน พวกเรากลับกันเถิด”
หนานฟางเฟยไม่ให้โอกาสหวงฝู่อวี้ได้ขออภัยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังบอกเขาว่าความขัดแย้งนี้ยากจะแก้ไข! ใช้ร่างกายของตนบดบังระหว่างเขากับอวิ๋นซูแล้วจึงเดินจากไปเช่นนั้น พาสตรีทั้งสองหายไปจากสายตาของหวงฝู่อวี้ช้าๆ
“คิดไม่ถึง…” เมื่อเห็นเงาร่างนั้นเดินจากไป หวงฝู่อวี้พลันรู้สึกยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพกงซุนที่มีนิสัยสันโดษมาโดยตลอดจะมีความสัมพันธ์เช่นนี้กับตระกูลหนาน! ล้วนต้องตำหนิที่ตนลำพองใจไม่ยอมสืบความให้ดี เพียงแต่ผู้ใดจะรู้เล่า แต่ไหนแต่ไรสองตระกูลไม่เคยเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ต่อหน้าผู้อื่น เกรงว่าตนคงเป็นคนแรกที่รู้ข่าวนี้กระมัง?
สมควรตาย หรือตนจะถูกนังแพศยาซ่างกวนเมิ่งนั่นหลอกเอาแล้ว? นางกล่าวว่าคุณหนูกงซุนต้องการเกาะองค์ชายใหญ่ไม่ใช่หรือ? ในความคิดของหวงฝู่อวี้ การได้เป็นนายหญิงของตระกูลหนานดียิ่งกว่ามิใช่หรือ ในเมื่อมีการหมั้นหมายกับคุณชายตระกูลหนานอยู่กับตัว เช่นนั้นก็เท่ากับว่าฐานะอันสูงศักดิ์มาถึงโดยไม่ต้องออกแรงแม้กระทั่งเป่าฝุ่น จะต้องสิ้นเปลืองจิตใจหาวิธีเข้าใกล้องค์ชายใหญ่เพื่อเป็นพระชายาของเขาไปทำไมเล่า?
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของหวงฝู่อวี้กลับมืดครึ้มน่าหวาดกลัวยิ่ง หากซ่างกวนเมิ่งรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณหนูกงซุนและคุณชายหนานอยู่ก่อนแล้ว เช่นนั้นนางคงมีบุญคุณความแค้นส่วนตัวกับคุณหนูกงซุนจึงคิดจะใช้ประโยชน์จากตนไปทำร้ายนาง อย่างไรก็ตาม…นี่ทำให้ตนล่วงเกินตระกูลหนานไปแล้ว! นังแพศยาอำมหิต! ความแค้นนี้เขาไม่ยอมจบง่ายๆ แน่!
อีกด้านหนึ่ง รอบด้านมีสายตาอันแปลกประหลาดมองมาเป็นระยะ อวิ๋นซูรู้ว่าชั่วขณะที่หนานฟางเฟยกล่าวคำนั้นออกไป ข่าวก็ได้แพร่ไปทั่วทั้งพระราชวังแล้ว ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยความจนใจ บุรุษที่อยู่ข้างกายสังเกตุเห็นจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “คุณหนูกงซุน หรือว่า…ฟางเฟยจะกล่าวมากไปแล้ว?”
ชุนเซียงทอดถอนใจเบาๆ “ตอนนี้คุณหนูของบ่าวกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในแคว้นเหลียนไปเสียแล้ว”
หนานฟางเฟยมองไปยังอวิ๋นซูอย่างขออภัย “ล้วนต้องตำหนิฟางเฟยที่บุ่มบ่ามไปชั่วครู่ ความจริงข้ามิอาจเห็นองค์ชายรองพัวพันกับเจ้า” นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ตระกูลหนานของพวกเขาไม่เต็มใจผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์ พวกเขาคิดว่าคนเหล่านั้นคิดว่าตนเองสายเลือดสูงส่งจนไม่เห็นชาวบ้านธรรมดาอยู่ในสายตา ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ ดังนั้นเมื่อครู่หนานฟางเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะชักสีหน้า ต้องการทำให้หวงฝู่อวี้รู้ว่าต่อให้เขาเป็นองค์ชายก็ไม่อาจบีบบังคับผู้อื่นได้
เรื่องก็เกิดไปแล้ว อวิ๋นซูรู้ว่าตำหนิเขาไปก็ไม่มีความหมายใด จะอย่างไรหนานฟางเฟยก็กระทำไปด้วยเจตนาดี “ขอบคุณคุณชายหนานที่ลงมือช่วยเหลือ หากซูเอ๋อร์สลัดออกจากองค์ชายรองได้เร็วกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องในภายหลัง”
แม้ทั้งสองจะเข้าใจกระจ่างว่าการกระทำนี้ของหนานฟางเฟยเป็นการบีบบังคับความคิดของอวิ๋นซูอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่ว่าผู้ใดก็มิได้เปิดโปง ขอเพียงป่าวประกาศเรื่องการหมั้นหมายของทั้งสองกับผู้อื่น หากอวิ๋นซูคิดจะถอนหมั้นคงไม่ง่ายดายเพียงนั้น ถึงแม้ความคิดนี้จะเกิดเพียงชั่วครู่ แต่เขาก็ยังมีความคิดเช่นนี้อยู่จริงๆ
ในจิตใต้สำนึกของเขา อวิ๋นซูก็คือคู่หมั้นหมายของเขา ย่อมต้องเป็นคนของเขา ในส่วนลึกของจิตใจ ไม่ว่าบุรุษใดก็ไม่อยากให้คนของตนจากไปหรือทรยศตน แม้ความรู้สึกระหว่างพวกเขาจะเบาบาง แต่ความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของของบุรุษยังคงดำรงอยู่
อย่างไรก็ตาม หนานฟางเฟยในยามนี้รับไม่ค่อยได้นัก เมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยของอวิ๋นซู ความรู้สึกผิดในใจก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ ตนเองเห็นแก่ตัวเกินไปจริงๆ
ทั้งสองขึ้นรถม้า ท่าทีของหนานฟางเฟยเจือไปด้วยความลังเลอยู่หลายส่วน อวิ๋นซูเพียงมองก็รู้ว่าเขามีคำพูดจะกล่าว
การที่บุรุษผู้นี้มาปรากฏตัวในวังย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายหนานมีเรื่องสำคัญอันใดต้องการบอกกล่าวซูเอ๋อร์หรือ?”
บนใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความแปลกใจ จากนั้นจึงแย้มยิ้มกระอักกระอ่วน “ความจริงวันนี้ฟางเฟยมาเพราะมีบางคำไม่อาจไม่กล่าวเตือนคุณหนูกงซุน”
กล่าวเตือน? อวิ๋นซูมีสีหน้าเคร่งขรึมลง รอเขากล่าวต่อไปอย่างสงบ
“เชื่อว่าเมื่อครู่คุณหนูกงซุนคงเห็นแล้ว คนของราชวงศ์ล้วนเป็นเช่นเดียวกันทั้งสิ้น”
Pennybull
It would be more exciting to read more than 2 chapters a day, it’s possible?
Pennybull
หนานฟางเฟย เป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ และมี เจตนาที่ดีที่จะช่วย อวิ๋นซู แก้ไขความเกเรที่ หวงฝู่อวี้กำลังแสดงกับนางเอกของเรา
แต่ทว่าคุณชายหนานเกิดสร้างสถานการณ์ที่ลำบากแก่อวิ๋นซู
กลุ้มใจแทนนางเอก ไม่รู้ว่าจะมีวิธีแก้ได้หรือเปล่า?
nitnit
หวงฦู๋อวี้นี่หน้าด้าน แต่หนานฟางเฟยก็ดูดีแต่จะกลายเป็นตัวป่วนเสียละมั้ง มีชายหนุ่มอีกคนคือเสนาบดีหนุ่มที่เจอในครั้งแรกตอนเข้าแคว้นเหลียนจะออกมาอีกตอนไหนไม่รู้เน๊อะ
Venus36
แต่องค์ชายไม่เป็นแบบนั้นไง อีคุณชายหนาน มองอวิ๋นซุอ่อนต่อโลกหรือไร