หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 687 สมคบคิด
เล่มที่ 23 ตอนที่ 687 สมคบคิด
ภายในห้องโถงใหญ่เหลือเพียงหลานอวิ๋นและเฟิ่งหลิงสองคน แม่ทัพหนุ่มรูปงามมองไปยังเงาหลังที่เดินจากไป จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มบางเบาออกมา “องค์ชาย ตลอดมาพระองค์ไม่คิดจะวางแผนอันใด ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุนี้”
เฟิ่งหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เพราะเหตุนี้หรือ?”
รอยยิ้มของหลานอวิ๋นลึกล้ำยิ่งขึ้น “เบื้องหลังขององค์ชาย มิใช่ว่ามีกุนซือหญิงคอยวางแผนแทนพระองค์อยู่หรือ?”
พบว่าบุรุษรูปงามหล่อเหลาแค่นเสียงเบาๆ ครั้งหนึ่ง หันไปใช้หางตามองเขา “ยังไม่รีบไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์อีก” จากนั้นจึงสะบัดชายอาภรณ์เดินออกไปก้าวใหญ่ อย่างไรก็ตาม หลานอวิ๋นกลับเห็นความสุขและความดีใจจากใบหน้าด้านข้างของเขาที่ยากจะปกปิด ในใจอดไม่ได้ที่จะอิจฉา ไม่กล่าวไม่ได้ว่าความคิดของสตรีผู้นั้นปราณีตรอบคอบจริงๆ ถึงกับใช้วิธียืมดอกไม้ถวายพระ[1]หาพันธมิตรที่มีความสามารถแข็งแกร่งให้องค์ชายได้ ต้องทราบว่าอวี้กุ้ยเฟยมิใช่ผู้ที่จะเข้าใกล้ได้ง่ายเพียงนั้น
ยามนี้ หวงฝู่อี้ยังคงร้องโอดครวญอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวดทรมาน หลังจากอวี้กุ้ยเฟยกลับตำหนักมา กระทั่งอาภรณ์ก็มิได้ผลัดเปลี่ยน “อี้เอ๋อร์ อดทนเสียหน่อย อีกไม่นานองค์ชายใหญ่จะมาช่วยเจ้าแล้ว!”
นับว่าในใจของอวี้กุ้ยเฟยปล่อยวางแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สนทนากับองค์ชายใหญ่มากมายเพียงนั้น รู้สึกว่าเขามิได้ดูหยิ่งยโสและเย็นชาเฉกเช่นยามปกติ หลังจากวันนี้ไป นางคิดว่าองค์ชายใหญ่คบหาได้ง่ายกว่าองค์ชายรองเสียอีก บางทีอาจเป็นเพราะเขายอมช่วยหวงฝู่อี้โดยไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องราวในอดีต ช่วยโอรสเพียงหนึ่งเดียวของตน บุญคุณนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องตอบแทน
อย่างไรเสียภายในวังหลังแห่งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นจะเป็นเรื่องง่ายที่ไหนกัน เบื้องหลังไม่รู้ว่ามีผู้คนมากน้อยเพียงใดกำลังรอดูจุดจบอันน่าเศร้าของหวงฝู่อี้ การที่องค์ชายใหญ่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือจึงนับได้ว่าเป็นการมอบถ่านกลางหิมะอย่างแท้จริง
เพียงไม่นาน มีขันที่น้อยผู้หนึ่งเดินมาข้างกายอวี้กุ้ยเฟย “เหนียงเหนียง มีแขกมาเยือนพ่ะย่ะค่ะ”
“เร็ว! รีบเชิญเข้ามา!”
หลานอวิ๋นสวมใส่อาภรณ์สีขาวทั้งร่างมาปรากฏตัวเบื้องหน้านาง สีหน้าของอวี้กุ้ยเฟยพลันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “แม่ทัพหลาน เชิญเข้ามาเถิด รับรองไม่รอบด้านขอแม่ทัพโปรดอภัยด้วย!”
คิดไม่ถึงว่าเขาจะได้เห็นอวี้กุ้ยเฟยที่หยิ่งยโสพูดจาเฉือดเฉือนมาโดยตลอดอยู่ในสภาพประจบประแจงเช่นนี้ นับว่าลำบากคุณหนูกงซุนแล้วจริงๆ ในใจของหลานอวิ๋นแย้มยิ้ม ทว่าใบหน้ากลับเจือไปด้วยท่าทีเคร่งขรึมสงบนิ่ง เดินไปข้างเตียง มองไปยังผิวที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วงของหวงฝู่อี้ กระทั่งหลานอวิ๋นที่เห็นโลกมามากก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกพะอืดพะอมในใจ อะไรทำให้เขามีสภาพราวกับปีศาจเช่นนี้? ถูกซ่างกวนเมิ่งทำร้ายจนมีสภาพน่าอนาจเพียงนี้เชียวหรือ? สตรีผู้นั้นโหดเหี้ยมมากจริงๆ
“แม่ทัพหลาน?”
“อืม องค์ชายใหญ่ทรงมีรับสั่งให้กระหม่อมมาตรวจดูพระอาการขององค์ชายสี่ เป็นดังที่กล่าวจริงๆ พวกเรามีเทียบยาอยู่เทียบหนึ่ง ให้องค์ชายสี่ทรงเสวยก่อนสี่วัน หลังจากสี่วันองค์ชายใหญ่จะสั่งให้คนนำเทียบยาที่สองมามอบให้ พิษนี้ร้ายแรงไม่อาจดูเบาได้ จำเป็นต้องรักษาระยะยาว มิเช่นนั้นเกรงว่ายากจะฟื้นคืนสภาพเดิม” เขาหยิบเทียบยาที่ใช้ลายมือของเฟิ่งหลิงคัดลอกออกมาจากแขนเสื้อ เทียบยาที่อวิ๋นซูมอบให้แบ่งเป็นสามส่วน เชื่อว่าทำเพื่อที่จะยืดเวลาออกไป ให้อวี้กุ้ยเฟยทำประโยชน์ให้พวกเขามากขึ้น
อวี้กุ้ยเฟยรับเทียบยานั้นมาอย่างระมัดระวัง “เร็ว รีบให้คนไปต้มยาตามเทียบนี้!”
“เหนียงเหนียง เหตุใดองค์ชายสี่จึงถูกซ่างกวนเมิ่งทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้ได้?”
เมื่อกล่าวถึงซ่างกวนเมิ่ง ท่าทีของอวี้กุ้ยเฟยยิ่งอำมหิตอย่างยากจะควบคุม “คนข้างพระวรกายฮองเฮา วิธีการย่อมลึกล้ำเชี่ยวชาญ อี้เอ๋อร์ไร้เดียงสาเกินไปจึงติดกับซ่างกวนเมิ่ง!”
ไร้เดียงสา? เพียงแค่หมกมุ่นอยู่ในเรื่องกามอารมณ์เสียมากกว่า แน่นอนว่าประโยคนี้หลานอวิ๋นไม่อาจกล่าวออกไปได้ ในความคิดของเขา หวงฝู่อี้เพียงแค่ทำตัวเองเท่านั้น ถูกกระทำจนมีสภาพเช่นนี้ มิน่าเล่าเขาจึงบ้าคลั่งจนไล่สังหารซ่างกวนเมิ่งในวังหลัง เพียงแต่น่าเสียดายที่มิอาจสังหารสตรีโหดเหี้ยมผู้นั้นได้
“ความจริงองค์ชายใหญ่มองใบหน้าที่แท้จริงของซ่างกวนเมิ่งออกนานแล้ว คราวนี้เรื่องที่องค์ชายสี่ต้องประสบ ทำให้ผู้คนขุ่นเคืองยิ่งนัก สตรีที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนผู้หนึ่ง ถึงกับวนเวียนไปมาในหมู่องค์ชาย นับเป็นความอัปยศของราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนอย่างแท้จริง!”
อวี้กุ้ยเฟยพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมลง “หรือองค์ชายใหญ่ทรงมีวิธีแล้ว?”
หลานอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อย “เพียงแต่เรื่องนี้ยังต้องการความช่วยเหลือจากเหนียงเหนียง”
แม้อวี้กุ้ยเฟยจะเคียดแค้นซ่างกวนเมิ่งเข้ากระดูก แต่จะอย่างไรนางก็เป็นคนของฮองเฮา “เช่นนั้นทางด้านฮองเฮา…”
“เหนียงเหนียง ถึงแม้เรื่องในวังหลังแห่งนี้จะมีฮองเฮาคอยกำกับดูแล แต่หากซ่างกวนเมิ่งกระทำผิดโทษฐานสังหารสนมเล่า?” กระทำผิดฐานสังหารสนม จำเป็นต้องทูลรายงานองค์จักรพรรดิ
ชั่วขณะนั้น อวี้กุ้ยเฟยราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา หากต้องการทำให้ซ่างกวนเมิ่งมิมีวันพลิกฐานะได้อีก จำเป็นต้องมอบความผิดใหญ่หลวงที่นางไม่อาจหนีพ้น “องค์ชายใหญ่ทรงมีรับสั่งใด เปิ่นกงย่อมช่วยเหลือสุดความสามารถ!”
…
เงาร่างลับๆ ล่อๆ เดินไปเดินมาอยู่นอกตำหนักของอวี้กุ้ยเฟย จากนั้นจึงมีเกี้ยวหลังหนึ่งค่อยๆ ใกล้เข้ามา
“คุณหนูกงซุน เหนียงเหนียงของผู้น้อยรออยู่นานแล้วขอรับ” ขันทีน้อยผู้หนึ่งเดินเข้ามา คารวะอวิ๋นซูอย่างนอบน้อม
สตรีสุขุมเยือกเย็นแย้มยิ้มเล็กน้อย “อาการประชวรขององค์ชายเป็นอย่างไรบ้าง?”
ขันทีน้อยผู้นั้นขมวดคิ้ว “เห้อ องค์ชายสี่ทรงเสวยยาตามเทียบยาที่คุณหนูมอบให้ ไม่เพียงแต่ไม่เห็นผล แต่กลับมีท่าทีสาหัสยิ่งขึ้นอีกขอรับ”
“เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร? เร็ว รีบพาข้าไปดู”
บริเวณไม่ไกล นางข้าหลวงลับๆ ล่อๆ ผู้นั้นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย อาการขององค์ชายสี่ไม่ดีหรือ?
“คุณหนูกงซุนมาแล้ว” เมื่ออวี้กุ้ยเฟยเห็นอวิ๋นซูก็รีบลุกขึ้นยืน จากนั้นมีบุรุษในอาภรณ์สีดำผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพวกนาง “ทูลเหนียงเหนียง นางข้าหลวงผู้นั้นยังอยู่ด้านนอก”
“รู้แล้ว ทางที่ดีให้นางเข้ามาใกล้เสียหน่อย ให้องครักษ์บริเวณประตูแยกย้ายไปเสีย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
นางข้าหลวงรีบประคองชุดชาร้อนเดินเข้ามา อวี้กุ้ยเฟยและอวิ๋นซูสบตากัน ในดวงตามีความนัยบางอย่างที่ผู้อื่นมองไม่ออก
นางข้าหลวงผู้นั้นรอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงซุบซิบดังมาจากด้านใน
“คุณหนูกงซุน เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร? เดิมทีอี้เอ๋อร์ยังดีๆ อยู่ หลังจากกินยาของเจ้าก็มีสภาพเช่นนี้! ได้ยินว่าองค์จักรพรรดิยังคิดจะประทานป้ายหัตถ์เซียนให้เจ้า เปิ่นกงกลับเห็นว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติเช่นนั้น!”
เสียงของอวี้กุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอันยากจะปกปิด นางข้าหลวงผู้นั้นเบิกตากว้าง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่มิใช่ว่ายังดีๆ อยู่หรือ?
“เหนียงเหนียงทรงตรัสเช่นนี้คงไม่ถูกต้องนัก เดิมทีอาการประชวรขององค์ชายสี่ก็มิมั่นคงอยู่แล้ว เมื่อเสวยยาไปแล้วเกิดปฏิกิริยาไม่ดีนับเป็นเรื่องปกติ เหนียงเหนียงจะมาตำหนิหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะ?”
“เจ้ากล่าวว่ามีวิธีรักษาองค์ชายสี่มิใช่หรือ? ดังนั้นเปิ่นกงจึงได้ฟังคำของเจ้า มิเช่นนั้นคงให้หมอหลวงในวังมารักษาองค์ชายสี่แล้ว! ไม่ได้ หากเจ้ารักษาองค์ชายสี่ไม่ได้เปิ่นกงจะเอาความเจ้าแน่!”
จากนั้นในห้องก็มีเสียงขว้างปาข้าวของดังแว่วมา
ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้เชียวหรือ? นางข้าหลวงผู้นั้นรู้ว่าตนได้ยินเรื่องน่าสนุกเข้าแล้ว พลันนั้นจึงเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องแปลกประหลาดก็คือองครักษ์รอบด้านหายไปหมดแล้ว นางข้าหลวงผู้นั้นรู้สึกยินดียิ่ง ดูแล้วตนคงมีเรื่องไปรายงานคุณหนูซ่างกวนแล้ว!
“เหนียงเหนียงอย่าทรงกริ้ว หม่อมฉันมีวิธี”
“พูดมา เจ้ายังมีวิธีการอันใดอีก? เปิ่นกงมิเชื่อเจ้าง่ายๆ แล้ว!”
“ขอเพียงให้องค์ชายเสวยยาเทียบนั้นต่อไป…”
ไม่รอให้นางกล่าวจบ อวี้กุ้ยเฟยก็ตะโกนเสียงดังขึ้นมาโดยพลัน “อะไรนะ เจ้าคิดจะทำร้ายโอรสของเปิ่นกงให้ตายจริงๆ หรือ? ไป! เปิ่นกงไม่ต้อนรับเจ้า ได้ยินคุณหนูซ่างกวนกล่าวว่าเจ้าเป็นสายลับจากแคว้นอื่น ดูท่าทางจะเป็นเรื่องจริง เจ้ามาเพื่อทำร้ายองค์ชายเป็นแน่!”
จากนั้นในตำหนักก็มีคนเดินออกมาหลายคน นางข้าหลวงผู้นั้นรีบหมุนตัวเดินจากไป นางได้ยินข้อมูลที่มีประโยชน์เข้าแล้ว
บุรุษในอาภรณ์ชุดดำปรากฏตัวในตำหนักอีกครั้ง ส่วนสตรีทั้งสองกลับนั่งอยู่ด้วยกันอย่างสบายอุราหาใดเปรียบ บนใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย ที่แท้เมื่อครู่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่พวกนางร่วมกันแสดงเพื่อให้นางข้าหลวงผู้นั้นกลับไปรายงานซ่างกวนเมิ่งให้เร็วเสียหน่อย
“เหนียงเหนียง คราวนี้ต้องขอบพระทัยพระองค์มากจริงๆ”
อวี้กุ้ยเฟยแย้มยิ้ม “ไม่ เป็นเปิ่นกงที่ต้องขอบใจเจ้าและองค์ชายใหญ่ ซ่างกวนเมิ่ง คนผู้นี้ไม่อาจปล่อยนางไปง่ายๆ อีก! ตอนนี้เปิ่นกงเพียงต้องรออยู่ในตำหนักแล้ว”
…
“เจ้ากล่าวจริงหรือ?” ซ่างกวนเมิ่งลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น รู้สึกยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
“เจ้าค่ะ บ่าวได้ยินชัดเจน อวี้กุ้ยเฟยทะเลาะกับคุณหนูกงซุนจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังทะเลาะกันรุนแรงกระทั่งเรียกให้คนมาไล่คุณหนูกงซุนออกไป นอกจากนี้เหนียงเหนียงยังกล่าวถึงคุณหนูอีกด้วย พระนางเชื่อเรื่องที่คุณหนูกล่าวว่าคุณหนูกงซุนเป็นสายลับจากแคว้นอื่นเจ้าค่ะ!”
ซ่างกวนเมิ่งแย้มยิ้มเล็กน้อย ดูท่าทางจะเป็นเรื่องจริงแล้ว พิษของหวงฝู่อี้รักษาไม่ได้ ดังนั้นอวี้กุ้ยเฟยจึงพาลโกรธไปถึงนังแพศยานั่น นั่นเป็นเรื่องที่ตนหวังให้เกิดขึ้นมากที่สุด
ท่าทาง โอกาสที่ตนจะลงมือมาถึงแล้ว
วันต่อมา
ในตำหนักของอวี้กุ้ยเฟยมีแขกที่หาได้ยากยิ่งมาเยือน องครักษ์บริเวณประตูเห็นซ่างกวนเมิ่งก็รีบส่งคนเข้าไปทูลรายงาน
นางข้าหลวงที่อยู่ด้านหลังถือของขวัญมามากมาย บนใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้ม ทว่ายังคงเจือความระมัดระวังอยู่หลายส่วน อวี้กุ้ยเฟยจะยอมพบตนหรือ? ซ่างกวนเมิ่งมาในวันนี้เพียงเพื่อมาลองเชิงเท่านั้น
เพียงไม่นานองครักษ์ผู้นั้นก็ออกมา “คุณหนูซ่างกวน เชิญขอรับ”
ซ่างกวนเมิ่งมีความยินดีเต็มใบหน้า ได้ยินว่าตอนนี้องค์ชายสี่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติ คงมิเกิดเรื่องถูกไล่สังหารเฉกเช่นวันนั้นอีกเป็นแน่ นางจัดอาภรณ์ของตนแล้วจึงก้าวเดินเข้าไป
ภายในห้องโถงใหญ่ อวี้กุ้ยเฟยรออยู่ที่นั่นนานแล้ว สีหน้าของนางสงบนิ่ง อวิ๋นซูบอกแล้วว่ามิอาจแสดงท่าทีเป็นมิตรมากเกินไปนัก มิเช่นนั้นจะทำให้ซ่างกวนเมิ่งสงสัย
เมื่อสตรีงดงามหยาดเยิ้มผู้นั้นเดินเข้ามา อวี้กุ้ยเฟยพลันคิดไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่นางกระทำต่อโอรสตน ในใจอดรนทนไม่ไหว รู้สึกอยากที่จะบีบคอนางให้ตายไปเสีย อย่างไรก็ตาม สมองกลับบอกตนเองไม่หยุดว่าอย่าได้บุ่มบ่าม อย่าได้บุ่มบ่าม
“ถวายพระพรเหนียงเหนียง”
“คุณหนูซ่างกวนมาวันนี้ มีสิ่งใดจะชี้แนะหรือ?”
ซ่างกวนเมิ่งคารวะอย่างนอบน้อมครั้งหนึ่ง “เมิ่งเอ๋อร์มาวันนี้ ความจริงต้องการมาอธิบายให้เหนียงเหนียงฟังเสียหน่อย ความจริงเรื่องขององค์ชายสี่เป็นความเข้าใจผิดจริงๆ เพคะ อาการประชวรขององค์ชายย่ำแย่ซ้ำไปมาเช่นนี้ เมิ่งเอ๋อร์คิดว่านี่จะต้องเป็นแผนชั่วของสายลับจากแคว้นอื่นเป็นแน่”
“สายลับ?”
“เพคะ เหนียงเหนียงมิทรงทราบหรือ? กงซุนซูไม่ใช่คุณหนูกงซุนตัวจริง แต่เป็นสายลับจากแคว้นอื่น นางมาเพื่อทำให้วังหลังวุ่นวาย!”
ซ่างกวนเมิ่งกล่าวพลางสังเกตท่าทีของอวี้กุ้ยเฟย
สตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ เอ่ยปาก “หึ เปิ่นกงสงสัยนานแล้วว่านางเป็นสายลับ! ทำร้ายองค์ชายจนมีสภาพเช่นนี้ ตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น!”
ยังไม่ฟื้น? ดูแล้วเลือดพิษของตนมีประสิทธิภาพยิ่งนัก!
———————————————-
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ยืมดอกไม้ถวายพระ หมายถึง ใช้สิ่งของของผู้อื่นมาแสดงน้ำใจ
Pennybull
ขอร้องทุกวันว่า กรุณาให้อ่านมากกว่าสองตอนต่อหนึ่งวันได้ไหมคะ? จะช่วยให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่ทรมาน, pretty please 🙏🏻🙏🏻🙏🏻
Venus36
การละครกันทั้งก๊กจ้า… แม่ทัพหลานอวิ๋นยังไม่รู้จักอวิ๋นซูดีจ้า นางฉลาดล้ำ เฟิงหลิงไม่อยากใช้ความฉลาดของนางมาเสี่ยงอันตรายต่างหาก พระเอกรักอวิ๋นซูจากใจจริง ชอบความรักที่พระเอกมอบให้นางเอกมาเลย ไม่แปลกที่ทำให้หัวใจของอวิ๋นซูที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอักครั้งได้