หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 690 ทวีความเข้มข้น
เล่มที่ 23 ตอนที่ 690 ทวีความเข้มข้น
อวิ๋นซูมองนางอย่างเรียบเฉย ราวกับไม่ได้ยินความถากถางในน้ำเสียงของนาง “มีเรื่องบางอย่างทำให้เสียเวลา ทั้งยังเกรงว่าจะรบกวนความสุนทรีย์ของเหนียงเหนียงทั้งหลาย”
“อ้อ? เช่นนั้นหรือ เมิ่งเอ๋อร์เกือบจะคิดไปว่าคุณหนูกงซุนร้อนตัวจึงไม่กล้ามา คิดทำลายเจตนาดีของอวี้กุ้ยเฟยเสียแล้ว” ซ่างกวนเมิ่งพยายามระงับรอยยิ้ม อวี้กุ้ยเฟยเอ่ยปากอย่างเย็นชา “มาแล้วก็ดี คุณหนูกงซุนเชิญนั่งเถิด”
สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นค่อยๆ เข้าสู่ที่นั่ง เพียงแต่ยังคงรักษาระยะห่างกับอวี้กุ้ยเฟยคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ ระหว่างคนทั้งสองเกิดบรรยากาศปฏิเสธขึ้นมา แต่ละคนไม่มีการแลกเปลี่ยนทางสายตาใดๆ
“ดูท่าทางคุณหนูกงซุนไม่ค่อยเต็มใจนัก”
“ใช่แล้ว ดูท่าทีเย็นชาเช่นนั้นของอวี้กุ้ยเฟยเถิด หากต้องการเชิญผู้อื่นมา จะอย่างไรก็ควรเผยรอยยิ้มบ้างถึงจะถูก” นางสนมทุกคนพากันเอียงหูซุบซิบ อย่างไรก็ตามในใจกลับคิดว่าการรวมตัวกันในครั้งนี้น่าสนุกยิ่งขึ้นเพราะการต่อสู้ระหว่างคนทั้งสอง
นางข้าหลวงกลุ่มหนึ่งเดินใกล้เข้ามา ในมือถือจานขนมอันงดงามปราณีตหลากสีสันพร้อมด้วยสุราเลิศรส แม่นมผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้านางสนมทุกท่านบนใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้ม “ฮองเฮาทรงมีราชกิจรัดตัว อีกสักครู่จะมาร่วมสังสรรค์กับเหนียงเหนียงทุกพระองค์ นี่เป็นน้ำพระทัยเล็กน้อยของฮองเฮา ขนมบัวหิมะจากเมืองเสวี่ย หวังว่าเหนียงเหนียงทุกพระองค์จะทรงโปรด”
ขนมบัวหิมะ?! บนใบหน้าของนางสนมหลายคนเผยท่าทีตื่นตะลึงออกมา “ได้ยินว่าบัวหิมะนี้ ร้อยปีจะออกดอกครั้งหนึ่งมิใช่หรือ?”
“ลี่เฟยทรงตรัสได้ถูกต้องแล้ว ขนมบัวหิมะนี้ฮองเฮาเก็บทะนุถนอมไว้หลายวัน จนกระทั่งวันนี้จึงนำมาให้เหนียงเหนียงทุกท่านได้ลิ้มลอง” แม่นมคารวะเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ
คิดไม่ถึงว่างานเลี้ยงรวมตัวของนางสนมในปีนี้ฮองเฮาจะพระทัยกว้างขวางเช่นนี้ ในใจของทุกคนล้วนกระจ่างแจ้งดีว่างานรวมตัวของนางสนมเป็นเพียงธรรมเนียมเท่านั้น ปีที่ผ่านมาฮองเฮามิได้มีเรื่องสำคัญอันใด ทำเพียงเผยพระพักตร์เล็กน้อยแล้วจากไป คิดไม่ถึงว่าปีนี้จะมอบความยินดีเช่นนี้ให้พวกนาง
ในเมื่อของยอดเยี่ยมเช่นนี้ก็นำออกมาแล้ว แม้พวกนางจะมีอคติต่อฮองเฮาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบกับความอยากอาหารของพวกนาง
ขนมสีขาวมีควันพวยพุ่งออกมาเล็กน้อย ตามมาด้วยกลิ่นของบัวหิมะอันเย็นเยียบ นางสนมไม่น้อยเผยสีหน้าเมามายออกมา ยามนี้เอง อวี้กุ้ยเฟยกลับเอ่ยปากขึ้นว่า “เหตุใดคุณหนูกงซุนจึงไม่กินเล่า? หรือขนมบัวหิมะที่ฮองเฮาทรงตระเตรียมอย่างปราณีตจะไม่ถูกปากเจ้า?”
อะไรนะ? ทุกคนรีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของอวิ๋นซู พบว่านางนั่งตัวตรงราวไม้กระดาน ไม่มีความตั้งใจจะแตะต้องขนมบัวหิมะนั้นแม้แต่น้อย
สตรีสุขุมเยือกเย็นแย้มยิ้มออกมา “หม่อมฉันชอบเก็บของที่ดีที่สุดเอาไว้ลิ้มรสช้าๆ ในภายหลังเพคะ”
“เปิ่นกงคิดว่ารสชาติเช่นนี้คุณหนูกงซุนคงมิชมชอบ มิสู้มอบขนมของคุณหนูกงซุนให้เปิ่นกงชิ้นหนึ่งเป็นอย่างไร?” อวี้กุ้ยเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาเต็มไปด้วยความยั่วยุอันเข้มข้น
นางสนมหลายคนเผยท่าทีแปลกใจออกมา คุณหนูกงซุนกล่าวแล้วว่าชอบเก็บของที่ดีที่สุดเอาไว้กินตอนท้าย หรืออวี้กุ้ยเฟยต้องการใช้อำนาจของตนแย่งชิงของรักของผู้อื่น? ขนมบัวหิมะนี้ชิ้นเล็กทว่าล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงว่านางจะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ ไม่จริงน่า ที่แท้อวี้กุ้ยเฟยก็เป็นคนเช่นนี้เองหรือ
อวิ๋นซูขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีเช่นนั้นดูแล้วไม่เต็มใจยิ่ง
“ทำไม คุณหนูกงซุนไม่เต็มใจหรือ? องค์ชายสี่ของเปิ่นกงได้รับความลำบากมากมายเพียงนั้นเพราะคุณหนูกงซุน ยามนี้เปิ่นกงมิได้มีข้อเรียกร้องอันใดที่มากเกินไป เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้คุณหนูกงซุนก็ช่วยไม่ได้หรือ?” ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยเจตนาตำหนิอันเข้มข้น กล่าวมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้คุณหนูกงซุนไม่เต็มใจก็คงไม่อาจต่อต้านกระมัง?
“หรือจะกล่าวว่าคุณหนูกงซุนมิอาจตัดใจจากขนมเพียงชิ้นเดียว?”
ในใจของทุกคนกระจ่างแจ้งยิ่ง ดูเถิด พวกนางรู้ว่าหากคุณหนูกงซุนปฏิเสธจะต้องถูกอวี้กุ้ยเฟยพูดจาจนอีกฝ่ายกลายเป็นคนถ่อยเป็นแน่
“โธ่ เปิ่นกงลืมไป คุณหนูกงซุนเติบโตมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท ก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะได้กลับมา จะต้องไม่เคยเห็นของล้ำค่าเช่นนี้เป็นแน่ ช่างเถิด คุณหนูกงซุนก็ค่อยๆ จิบชาไป ภายหน้าอาจจะไม่มีโอกาสเช่นนี้แล้ว” อวี้กุ้ยเฟยไม่ปิดบังความเย้ยหยันในน้ำเสียงแม้แต่น้อย นี่มิใช่กำลังหัวเราะเยาะว่าคุณหนูกงซุนคือเด็กที่เติบโตมาจากหมู่บ้านชนบทไม่เคยเห็นโลกกว้างหรอกหรือ?
สนมหลายคนพากันมีสีหน้าเคร่งขรึมลง อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบด้านด้วยกลัวว่าแม่ทัพกงซุนจะโผล่ออกมาจากที่ใดที่หนึ่งอย่างกะทันหัน พวกนางยังจำเรื่องเมื่อคราวที่แล้วได้ดี ไม่ทราบว่าคุณหนูซ่างกวนไปปะทะกับคุณหนูกงซุนได้อย่างไร ผลก็คือถูกแม่ทัพกงซุนตบตีอย่างไม่ไว้ไมตรีแม้แต่น้อย แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่ความจริงพวกนางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแม่ทัพกงซุนจะโผล่ออกมาได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ของอวี้กุ้ยเฟย ต่อไปจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นล้วนจินตนาการได้เลยทีเดียว
ทุกคนเห็นว่าสตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นหลุบตาลงเล็กน้อย มือทั้งสองที่วางอยู่บนเข่ากำแน่น มีท่าทีเงียบงันราวกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่าง พวกนางหลายคนเข้าใจความรู้สึกของคุณหนูกงซุนดี ในวังหลังแห่งนี้มีสนมกี่คนกันเชียวที่ไม่เคยถูกอวี้กุ้ยเฟยพูดจาถากถาง นางมักจะใช้รสนิยมสูงส่งของตนมารังแกผู้อื่น ทว่าแม้ทุกคนมีความอัดอั้นก็ต้องเก็บกลืนลงไปในใจ
อวี้กุ้ยเฟยแย้มยิ้ม หยิบจอกหยกขาวเบื้องหน้าขึ้นมา “รินสุราให้เปิ่นกงเสียหน่อย”
นางข้าหลวงด้านหลังเดินเข้ามา เมื่ออวี้กุ้ยเฟยปรายตามองไปพบชายกระโปรงของนางข้าหลวง จึงยื่นขาออกไปขวางโดยไม่ใส่ใจสายตาผู้อื่นแม้แต่น้อย นางข้าหลวงผู้นั้นอุทานออกมาครั้งหนึ่งแล้วจึงล้มลงไปทางอวิ๋นซู เสียงเพล้งดังขึ้น กาสุราร่วงลงพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ สุราหกใส่อวิ๋นซูทั้งร่าง
“อา!”
สตรีสุขุมผู้นั้นขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นยืน ทว่าข้างคล้ายกลับมีเสียงอันเย็นชาดังแว่วขึ้นมา “เหตุใดคุณหนูกงซุนจึงไม่ระวังเช่นนี้ ถึงกับเหยียบชายกระโปรงของนางข้าหลวงได้ อาภรณ์งดงามปราณีตเช่นนั้น มิใช่ว่าสกปรกหมดแล้วหรือ?”
คนไม่น้อยเห็นการกระทำของอวี้กุ้ยเฟยอย่างชัดเจน นางรังแกคุณหนูกงซุนอย่างใจกล้าเปิดเผยเพียงนั้น ทำให้คนไม่น้อยรู้สึกตื่นตะลึงในใจ
“บ่าวสมควรตาย! บ่าวสมควรตาย! คุณหนูกงซุนโปรดระงับโทสะ! คุณหนูกงซุนโปรดระงับโทสะ!”
นางข้าหลวงตกใจจนหน้าถอดสี รีบคุกเข่าโขกศีรษะเบื้องหน้าอวิ๋นซู สตรีสุขุมผู้นั้นมีท่าทีเปลี่ยนไป ทุกคนถึงกับเคร่งเครียดขึ้นมา ไม่รู้ว่าคุณหนูกงซุนจะอดทนกล้ำกลืนโทสะนี้ลงไปได้หรือไม่?
“ท่าทีเช่นนี้ของคุณหนูกงซุนหมายความว่าอย่างไรกัน หรือกำลังคิดตำหนิเหนียงเหนียง?” ซ่างกวนเมิ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขึ้นมาด้วยความขบขัน อวิ๋นซูสูดหายใจลึก “คุณหนูซ่างกวน คำพูดนี้กล่าวหนักไปแล้ว ข้ายังมิได้กล่าวคำใดทั้งสิ้น”
“ไม่ได้กล่าวสิ่งใดก็มิได้หมายความว่าจะไม่คิดเช่นนี้ โชคดีที่นางข้าหลวงทำสุราหกใส่คุณหนูกงซุน หากทำให้อาภรณ์อันล้ำค่าของเหนียงเหนียงสกปรกจะทำเช่นไร? ผู้ใดที่ไม่ทราบยังคิดไปว่าคุณหนูกงซุนจงใจกระทำเพราะเรื่องเมื่อครู่นี้ หากเป็นเมิ่งเอ๋อร์จะต้องมอบขนมบัวหิมะให้เหนียงเหนียงด้วยความซาบซึ้งใจเป็นแน่ จะอย่างไรของสูงส่งล้ำค่าเช่นนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่ทุกคนจะสามารถกินได้” ซ่างกวนเมิ่งได้โอกาสจึงอดไม่ได้ที่จะพูดจาถากถางออกไป ในสายตาของนาง นางคิดว่ามีโอกาสเห็นท่าทีมากสีสันเช่นนี้ของอวิ๋นซูน้อยครั้ง ตอนนี้อวี้กุ้ยเฟยยืนอยู่ข้างตน มีความเคียดแค้นชิงชังเช่นเดียวกัน จะต้องทำให้นังแพศยาผู้นี้ได้เห็นดีกันเสียหน่อย อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ละครสนุกๆ ยังอยู่ตอนท้าย
จริงดังคาด ทุกคนเห็นดวงหน้าเล็กๆ อันสุภาพงดงามเผยท่าทีโกรธเกรี้ยวออกมาเล็กน้อย นางสูดหายใจลึกแล้วจึงนั่งลง ไม่สนใจสีหน้าลำพองใจของอวี้กุ้ยเฟย
“คุณหนูซ่างกวน มีบางคำสามารถพูดออกมาต่อหน้าผู้อื่นได้ แต่จะอย่างไรก็ควรเหลือทางลงไว้บ้างถึงจะถูก ไม่ง่ายเลยกว่าผู้ที่มีฐานะต่ำต้อยจะมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารเลิศรส ควรจับกุมโอกาสไว้ให้ดีถึงจะถูก”
ฐานะต่ำต้อย? ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก สวรรค์ อวี้กุ้ยเฟยผู้นี้ ไม่ว่าคำพูดเช่นใดล้วนกล้ากล่าวออกมาจริงๆ หากรู้ไปถึงหูของแม่ทัพกงซุน ไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่องน่าหวาดกลัวอันใดขึ้น ดูแล้วนางคงโกรธคุณหนูกงซุนเพราะอีกฝ่ายรักษาอาการขององค์ชายสี่อยู่นานนานก็ยังไม่หายจริงๆ
เสียงตุบดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงแตกอันกระจ่างชัด ทุกคนเบนสายตาขึ้นมอง ไม่ทราบว่าถ้วยชาข้างมืออวิ๋นซูร่วงลงพื้นได้อย่างไร สตรีผู้นั้นหลุบตาลง ส่วนอวี้กุ้ยเฟยก็อุทานออกมาติดๆ “ตายแล้ว ทำให้เปิ่นกงตกใจหมด! คุณหนูกงซุนทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ไม่พอใจเปิ่นกงหรือ?”
“ใช่แล้ว เหตุใดคุณหนูกงซุนต้องจงใจปัดถ้วยชาตกพื้น ทำให้อวี้กุ้ยเฟยตกพระทัยด้วย? การกระทำเช่นนี้จะโอหังเกินไปแล้วจริงๆ!” ซ่างกวนเมิ่งจับจ้องไปยังสตรีที่อยู่ตรงข้าม อวิ๋นซูทำเพียงเบนสายตาขึ้นอย่างเย็นชา “ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับคุณหนูซ่างกวนกระมัง?”
“น่าขัน! กล้าเสียมารยาทกับอวี้กุ้ยเฟย เจ้ายังมีเหตุผลอยู่หรือไม่?”
“ข้าเพียงมือลื่นจึงทำถ้วยชาหล่นโดยไม่ทันระวังเท่านั้น คนเรามีผู้ใดบ้างไม่เคยทำผิดพลาด ผิดพลาดไปแล้วยังสามารถปรับปรุงได้ คุณหนูซ่างกวนอย่าได้คิดซับซ้อนถึงเพียงนี้จะเป็นการดี”
“เจ้ากล่าวว่าข้าความคิดซับซ้อนหรือ? เจ้าต่างหากที่มีความคิดเป็นอื่น!” น้ำเสียงของซ่างกวนเมิ่งเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว อวี้กุ้ยเฟยตบหน้าอกของตนราวกับได้รับความตกใจ จากนั้นจึงยื่นมือออกไปหยิบจอกสุราเบื้องหน้ามา ยามนี้เอง นางมองไปยังซ่างกวนเมิ่งอย่างลึกล้ำแฝงความหมาย อีกฝ่ายจึงเข้าใจได้โดยพลัน โอกาสมาถึงแล้ว!
อวี้กุ้ยเฟยเงยหน้าขึ้นดื่มสุราเลิศรสในจอก “คุณหนูซ่างกวน ช่างเถิด เปิ่นกงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้ที่มีฐานะต่ำต้อย”
“อวี้กุ้ยเฟยกล่าวได้ถูกต้อง หากทรงกริ้วจนทำร้ายพระวรกาย กลับทำให้ผู้ที่มีฐานะต่ำต้อยเช่นนั้นเอาเปรียบได้” ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกมีความสุขยิ่งนักที่สามารถทำให้อวิ๋นซูอัปยศได้เพียงนี้ เป็นเรื่องที่นางไม่อาจคาดคิดแม้ในยามฝัน
“ใช่แล้ว เปิ่นกง…”
อวี้กุ้ยเฟยพลันหน้าเปลี่ยนสี ปฏิกิริยาของซ่างกวนเมิ่งรวดเร็วยิ่งกว่าผู้ใด “อา อวี้กุ้ยเฟย พระองค์ทรงเป็นอะไรไปเพคะ?”
“โอ้ย!”
เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังออกมาจากปากอวี้กุ้ยเฟย ทุกคนเห็นสตรีสูงศักดิ์กวาดของบนโต๊ะจนสิ้น เกิดเสียงดังสับสนวุ่นวายขึ้นมาเป็นระลอก “โอ้ย! เจ็บ เจ็บยิ่งนัก!”
“อวี้กุ้ยเฟย?! เร็ว รีบไปตามหมอหลวงมา!”
“เจ็บยิ่งนัก เปิ่นกง เปิ่นกง…สุรานี่…” ท่าทางย่ำแย่เช่นนั้นของอวี้กุ้ยเฟยทำให้สนมทุกคนตกใจ ทุกคนพากันล้อมเข้ามา “อวี้กุ้ยเฟยเป็นอะไรไป?”
“เปิ่นกง เปิ่นกง…”
“แย่แล้ว! อวี้กุ้ยเฟยถูกพิษ!” ซ่างกวนเมิ่งกรีดร้องออกมา รีบเข้าไปประคองนางขึ้น “ใครก็ได้! เด็กๆ!” อย่างไรก็ตามในใจของนางกลับอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง วันตายของหลิ่วอวิ๋นซูมาถึงแล้ว!
Venus36
วันตายใครกันแน่ หึ หึ ซ่างกวนเมิ่ง