หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 692 ซ่างกวนพ่ายแพ้
เล่มที่ 24 ตอนที่ 692 ซ่างกวนพ่ายแพ้
“เป็นเรื่องจริงเพคะ ฝ่าบาท เป็นเพราะองค์ชายสี่กุมหลักฐานที่คุณหนูซ่างกวนวางยาพิษทำร้ายองค์ชายห้าอยู่ในมือ ดังนั้นจึงนำความเดือดร้อนมาสู่ตัว หลังจากที่องค์ชายสี่ฟื้นคืนสติก็รีบไปคิดบัญชีกับนาง นึกไม่ถึงว่าสตรีโหดเหี้ยมผู้นี้จะลงมือสังหารผู้อื่นอีกครั้ง หากคุณหนูกงซุนมิลงมือช่วยเหลือ ตอนนี้องค์ชายสี่ก็คง…” อวี้กุ้ยเฟยสะอึกสะอื้น ทุกคนยากจะเชื่อหูของตนยิ่งนัก ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้เชียวหรือ
“อวี้กุ้ยเฟย นี่พระองค์…” สายตาที่ซ่างกวนเมิ่งใช้มองอวี้กุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง แม้ในยามฝันนางก็คิดไม่ถึงว่าอวี้กุ้ยเฟยจะพลิกลิ้นเช่นนี้
“อวี้กุ้ยเฟย ในเมื่อรู้แล้ว เหตุใดจึงรอถึงตอนนี้ค่อยกล่าวออกมาเล่า” ฮองเฮาเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว อวี้กุ้ยเฟยผู้นี้พลิกคำพูดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ซ่างกวนเมิ่งติดกับนางอย่างชัดเจน สตรีผู้นี้เจ้าเล่ห์จริงๆ ในช่วงเวลาสุดท้ายถึงกับดึงดูดให้ตนออกหน้า ทั้งยังเรียกฝ่าบาทและแม่ทัพกงซุนมาสนับสนุนนางอีกด้วย
“ฝ่าบาทเพคะ ที่อวี้กุ้ยเฟยทรงตรัสมิใช่ความจริง เมิ่งเอ๋อร์ไหนเลยจะกล้าทำเรื่องเช่นนี้…”
เมื่อเห็นฮองเฮาเอ่ยพระโอษฐ์ ซ่างกวนเมิ่งจึงรีบร้อนขอร้องให้ตน
อวี้กุ้ยเฟยแย้มยิ้มอย่างเย็นชา “เดิมทีหม่อมฉันคิดรอให้มีหลักฐานในมือเพียงพอเสียก่อนค่อยกราบทูลฝ่าบาท ทุกคนต่างทราบดีว่าฐานะของคุณหนูซ่างกวนสูงส่ง จะกล้าขัดแย้งนางตามใจได้อย่างไร? หากไม่ใช่ว่าวันนี้คุณหนูซ่างกวนลงมือโหดเหี้ยมกับหม่อมฉันเพียงนี้ หม่อมฉันคงไม่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตยอมออกหน้าเป็นพยานแล้ว ตอนนี้อาการประชวรขององค์ชายสี่ยังไม่หายดี หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก หากกระทั่งหม่อมฉันยังเป็นอะไรไป ผู้ใดจะดูแลองค์ชายสี่ ผู้ใดจะเผยแพร่ความจริงต่อชาวประชา?”
ฐานะสูงส่ง?! สายตาของทุกคนพากันหยุดอยู่บนพระวรกายของฮองเฮา ความหมายของอวี้กุ้ยเฟยก็คือ เบื้องหลังของซ่างกวนเมิ่งมีฮองเฮาสนับสนุน ผู้ใดจะกล้ากระทำการบุ่มบ่าม หากไม่ใช่ว่าถึงท้ายที่สุด นางคงไม่ยอมเสี่ยงตายชี้ตัวเช่นนี้ เมื่อฮองเฮาได้ฟังพลันคิดว่านี่คือสารท้ารบที่อวี้กุ้ยเฟยยื่นให้พระนาง ใช้ความตายมาแย่งชิงความเห็นใจจากฝ่าบาท! ฮ่าๆ นางถึงกับมีความกล้าเช่นนี้เชียวหรือ นางไม่รู้หรือไร ไม่ว่าซ่างกวนเมิ่งจะทำสิ่งใด อย่างมากที่สุดตนก็ถูกฝ่าบาทตำหนิยกหนึ่ง มิอาจสั่นคลอนตำแหน่งฮองเฮาของตนได้แน่ อวี้กุ้ยเฟยกลับล่วงเกินตนจนถึงที่สุดเพราะเรื่องนี้ วันหน้า นางคิดจะยืนอยู่ในวังหลังแห่งนี้อย่างไร? ช่างเป็นตัวโง่งมจริงๆ
ประเดี๋ยวก่อน ในพระทัยของฮองเฮาพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด ด้วยนิสัยของอวี้กุ้ยเฟย นางควรจะไม่มีความกล้าเพียงนั้นถึงจะถูก ในวังหลังแห่งนี้ ไม่เคยมีผู้ที่กล้ามายั่วยุตนโผล่ออกมา เหตุใดอวี้กุ้ยเฟยจึงเป็นคนแรก? นางให้ความสำคัญกับเกียรติยศเช่นนั้น เหตุใดจึงยอมเสี่ยงอันตรายที่จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างมาทำตัวเป็นศัตรูกับตนได้? ยิ่งไปกว่านั้นการแสดงวันนี้…
ฮองเฮาพลันเบนพระเนตรทอดมองไปยังสตรีสุขุมเยือกเย็นที่ยืนเงียบอยู่ตลอด ละครในวันนี้เห็นได้ชัดว่านางกับกงซุนซูร่วมมือกันแสดงให้ตนดู นี่ก็เพื่อทำให้ตนเชื่อเรื่องความขัดแย้งระหว่างพวกนาง ดึงดูดให้ตนออกหน้าช่วยเหลือซ่างกวนเมิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นการปรากฏตัวของฝ่าบาทและแม่ทัพกงซุนก็บังเอิญเกินไป พวกนาง…พวกนางสมรู้ร่วมคิดกันนานแล้ว!
ฮองเฮาถูกการคาดเดาของตนทำเอาตกพระทัย กล่าวเช่นนี้แสดงว่าอวี้กุ้ยเฟยและกงซุนซูร่วมมือกันวางกับดักตน ใช้ประโยชน์จากซ่างกวนเมิ่งเพื่อดึงดูดให้ตนกระโดดเข้ามา ให้ตนช่วยล้างความผิดใหญ่หลวงอันน่ารังเกียจที่ซ่างกวนเมิ่งกระทำต่อหน้านางสนมในวังหลังทุกคน และทำให้ฝ่าบาทมีโอกาสลงโทษตนเพราะเหตุนี้!
“ฝ่าบาท ซ่างกวนเมิ่งอาศัยฐานะของตนวางยาพิษทำร้ายองค์ชายสองพระองค์ ความผิดเช่นนี้มิอาจปล่อยไปได้!” แม่ทัพกงซุนประสานหมัดทั้งสองเข้าด้วยกัน “โชคดีที่อวี้กุ้ยเฟยมีวาสนาชะตาแข็ง ไม่ได้ถูกซ่างกวนเมิ่งทำร้านสาหัส มิเช่นนั้นผู้ใดจะชี้ความผิดของนางได้อีก!”
“ไม่! เมิ่งเอ๋อร์ถูกใส่ร้าย! เมิ่งเอ๋อร์ไม่ได้วางยาพิษทำร้ายอวี้กุ้ยเฟย!” ซ่างกวนเมิ่งรีบร้อนอธิบายด้วยความกระวนกระวายใจ แต่กลับถูกแม่ทัพกงซุนใช้สายตาโหดเหี้ยมจ้องมอง “ไม่ใช่เจ้าแล้วอวี้กุ้ยเฟยและองค์ชายสี่จะถูกยาพิษชนิดเดียวกันได้อย่างไร?”
หมอหลวงทั้งหลายมองไปยังเลือดพิษที่อยู่ในถ้วย เอ่ยปากอย่างหวาดผวา “ฝ่าบาท หากเลือดของคุณหนูซ่างกวนมีพิษ เช่นนั้นถ้านางต้องการวางยาพิษทำร้ายคนผู้หนึ่งย่อมสามารถกระทำได้โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น!”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าในเลือดของซ่างกวนเมิ่งมีพิษ หากต้องการฆ่าคนผู้หนึ่งเพียงแค่ขยับนิ้วก็กระทำได้แล้ว ในใจทุกคนพลันคิดไปถึงความใกล้ชิดของตนและนางก่อนหน้านี้ บนฝ่ามือมีเหงื่อซึมออกมาด้วยความร้อนใจ ไม่รู้ว่าตนถูกลากไปพัวพันโดยไม่รู้ตัวหรือไม่?
“ไม่ ไม่! ฝ่าบาทเพคะ หากเมิ่งเอ๋อร์ต้องการวางยาพิษทำร้ายอวี้กุ้ยเฟยจริงๆ เหตุใดตอนนี้พระนางยังยืนอยู่ที่นี่ได้อีก เมิ่งเอ๋อร์ถูกใส่ร้าย!” ซ่างกวนเมิ่งรู้ถึงความร้ายกาจของเลือดพิษของตนเป็นอย่างดี อวี้กุ้ยเฟยเพียงแค่แสดงละครเพราะต้องการใส่ร้ายตนเท่านั้น หากนางถูกยาพิษจริงๆ คงไม่มีลมหายใจมาชี้ตัวตนเช่นนี้ได้
“เป็นเพราะเจ้าคิดจะใช้ประโยชน์จากเปิ่นกงไปทำร้ายคุณหนูกงซุน! ฝ่าบาทเพคะ เดิมทีวันนี้เป็นงานเลี้ยงรวมตัวเล็กๆ ของนางสนมทั้งหลาย เพียงแต่คุณหนูซ่างกวนกลับเสนอให้หม่อมฉันเรียกคุณหนูกงซุนมาด้วยกัน คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเมื่อครู่นี้ขึ้น ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว แรกเริ่มเดิมทีซ่างกวนเมิ่งก็คิดจะใช้ประโยชน์จากนิสัยของหม่อมฉันใส่ร้ายคุณหนูกงซุนกระมัง ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ! หากเปิ่นกงมิได้รู้จักกับคุณหนูกงซุนอย่างลึกซึ้งเพราะนางเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์ชายสี่ รู้ว่าหากคุณหนูกงซุนคิดจะวางยาพิษทำร้ายเปิ่นกงก็ไม่จำเป็นต้องรอลงมือต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นเปิ่นกงคงถูกนางหลอกไปแล้ว…”
“อวี้กุ้ยเฟยนี่พระองค์…ก่อนหน้านี้เห็นได้ชัดว่าพระองค์เกลียดกงซุนซูเข้ากระดูกดำ…” เมื่อคิดถึงคำพูดของนางข้าหลวงผู้นั้น ย่อมไม่ผิดพลาดเป็นแน่ อวี้กุ้ยเฟยมีปากเสียงกับกงซุนซูในตำหนักจนรู้สึกไม่พอใจยิ่ง เหตุใดตอนนี้จึงกล่าวว่านางเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์ชายสี่เล่า
“นี่คุณหนูซ่างกวนกล่าวสิ่งใดกัน? คุณหนูกงซุนมีบุญคุณต่อองค์ชายสี่ เปิ่นกงย่อมรู้สึกซาบซึ้งยิ่ง!” ในดวงตาของอวี้กุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันเข้มข้น ฮองเฮาปลายพระเนตรมองไป ซ่างกวนเมิ่งผู้นี้โง่งมยิ่งนัก ถึงกับติดกับพวกนางเสียได้!
ซ่างกวนเมิ่งร่างกายโอนเอน นี่มันเกิดอะไรขึ้น…ไม่ นี่ไม่ใช่เรื่องจริง
อวิ๋นซูค่อยๆ ก้าวออกมา น้ำเสียงของนางเย็นยะเยือก แต่ละประโยคโจมตีไปยังจิตใจของซ่างกวนเมิ่ง “ทูลฝ่าบาท ในเลือดของคุณหนูซ่างกวนมีพิษ นี่ย่อมไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด แต่มีผู้ทำให้เกิดขึ้นภายหลัง ร่างกายเช่นนี้หากไม่ได้รับการควบคุมให้ดี เกรงว่าจะกลายเป็นรากฐานความวุ่นวายของแคว้นเหลียนได้เพคะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว มีองค์ชายสองพระองค์ถูกลากไปพัวพัน หากไม่กักขังนางเอาไว้และศึกษายาแก้ที่มีประสิทธิภาพออกมา อาการประชวรขององค์ชายสี่คงยากจะหายดี”
อะไรนะ?! นี่นางต้องการขังตนเองไว้เพื่อศึกษาหรือ?
จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนนี้ทั้งพยานและหลักฐานครบครัน ฮองเฮาคิดจะทำเช่นไร?” พระองค์โยนปัญหานี้ไปให้ฮองเฮา ซ่างกวนเมิ่งมองไปยังสตรีสง่างามผู้นั้นด้วยสายตาร้องขอ “ฮองเฮาเพคะ ช่วยเมิ่งเอ๋อร์ด้วย…”
เพียงแต่อีกฝ่ายกลับไม่มองนางแม้เพียงสายตา ฮองเฮาคิดว่าแม่ทัพกงซุนไม่ได้ตวัดกระบี่สังหารตัวโง่งมผู้นี้ในกระบี่เดียวก็นับว่านางได้เปรียบแล้วจริงๆ “หม่อมฉันดูแลไม่เข้มงวด ซ่างกวนเมิ่งกระทำความผิดใหญ่หลวง หากไม่ประหารเกรงว่าคงไม่อาจอธิบายให้ผู้อื่นฟังได้”
ประหาร?! “ไม่ ฮองเฮาเพคะ ช่วยเมิ่งเอ๋อร์ด้วย! เมิ่งเอ๋อร์ถูกใส่ร้าย!”
หึ ทำตัวเองแท้ๆ ฮองเฮารู้ว่าการที่อวิ๋นซูต้องการขังซ่างกวนเมิ่งเอาไว้คงมีจุดประสงค์อื่นกระมัง นางเป็นยาพิษที่ผู้อาวุโสตระกูลอู่สร้างขึ้นมา หากพัวพันไปถึงตระกูลอู่ที่อยู่เบื้องหลังตน เช่นนั้นคงวุ่นวายแล้ว ซ่างกวนเมิ่งตายไปผู้เดียวไม่นับว่าเสียดาย พระนางไม่อาจปล่อยให้มีจุดอ่อนอันใดได้อีก
“ทูลฝ่าบาท หากประหารคุณหนูซ่างกวน เช่นนั้นยาพิษบนพระวรกายขององค์ชายสี่จะทำเช่นไรเพคะ?” อวี้กุ้ยเฟยคาดเดาเจตนาของฮองเฮาได้โดยพลัน นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะลากฮองเฮาลงน้ำ จะไม่ยอมพลาดง่ายๆ เช่นนั้นแน่! มิแน่ว่าซ่างกวนเมิ่งอาจจะกุมความลับอันใดของฮองเฮาอยู่ก็เป็นได้
“ฝ่าบาทเพคะ ซ่างกวนเมิ่งวางยาพิษทำร้ายองค์ชาย มีใจสังหารสนม เกรงว่ามีเพียงความตายที่จะสามารถรักษากฎวังเอาไว้ได้!”
ซ่างกวนเมิ่งสองขาอ่อนแรง นางเข้าใจกระจ่างแล้วว่านางถูกฮองเฮาละทิ้งแล้ว ตายหรือ? “ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆๆ…”
จู่ๆ สตรีผู้นี้ก็หัวเราะขึ้นมา ทุกคนรู้สึกตื่นตะลึงในใจ ทหารสองนายคุมตัวนางไว้อย่างหนาแน่น “ฮ่าๆๆ…นังแพศยา! เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ? ต่อให้ต้องตายข้าก็จะต้อง…” กรอบ! คำพูดของนางยังไม่ทันกล่าวจบ แม่ทัพกงซุนก็ยื่นมือออกไปใช้แรงทำลายขากรรไกรของนาง สตรีผู้นั้นกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่คางกับลิ้นไม่อาจทำตามการควบคุมของนางได้อีก ทำได้เพียงดิ้นอย่างเจ็บปวด แขนขาตวัดไปมาในสภาพน่าอนาจ น้ำตาไหลรู้สึกเจ็บปวดไปถึงกระดูก “อือ!”
“มัดนางไว้!” แม่ทัพกงซุนรีบลงมืออย่างแข็งกร้าวก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ซ่างกวนเมิ่งกัดลิ้นฆ่าตัวตายหรือกระทำเรื่องบุ่มบ่ามบ้าคลั่งอันใดออกมาอีก
เสียงกระดูกแตกเมื่อครู่นี้ทำให้กับนางสนมทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นจะเยือก แม่ทัพกงซุนลงมือไม่ไว้ไมตรีเลยจริงๆ
“เด็กๆ นำตัวซ่างกวนเมิ่งไปลงโทษตามกฎ!” ฮองเฮาเอ่ยพระโอษฐ์รับสั่ง จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนที่อยู่ด้านหลังแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ช้าก่อน! ฮองเฮา เจิ้นยังมิได้กล่าวว่าจะมอบนางให้เจ้าจัดการกระมัง?”
“ฝ่าบาท ซ่างกวนเมิ่งเลวทรามต่ำช้า จะปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรเพคะ?”
“เลวทรามต่ำช้า? หากไม่ใช่ว่านางเป็นหลานของฮองเฮาจะมีความกล้าเช่นนี้ได้อย่างไร?” จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนทรงสรวลเล็กน้อย ฮองเฮามีพระพักตร์เคร่งขรึมลง ก้มพระพักตร์เล็กน้อย “เป็นความผิดพลาดของหม่อมฉัน เช่นนั้นให้หม่อมฉันสั่งลงโทษประหารนางให้ตายเสีย…”
“ไม่จำเป็น ยังมีเรื่องมือสังหารครั้งที่แล้วอยู่ เรื่องนี้มอบให้แม่ทัพกงซุนจัดการเถิด ยาพิษของอี้เอ๋อร์ยังไม่ได้แก้ไข เจิ้นต้องการให้ซ่างกวนเมิ่งมีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าคุณหนูกงซุนจะศึกษายาแก้พิษออกมาได้ แม่ทัพกงซุน ซ่างกวนเมิ่งก็มอบให้ท่านแล้ว จะเป็นหรือตายตามแต่ท่านว่า” จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนหยัดพระวรกายลุกขึ้น แม่ทัพกงซุนคารวะครั้งหนึ่ง “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา!”
“อือๆ!” ซ่างกวนเมิ่งพยายามดิ้น นายทหารสองคนนั้นเป็นผู้มีวรยุทธติดตัว เพียงไม่นานก็พานางออกไปได้
ใบหน้าที่เดิมที่งดงามหยาดเยิ้มกลับดูน่าหวาดผวาหาใดเปรียบเพราะคางหลุด สายตาราวกับต้องการสังหารคนอย่างโหดเหี้ยมเช่นนั้นจับจ้องไปยังอวิ๋นซู ราวกับต้องการเก็บกลืนชีวิตของอีกฝ่ายลงไปทั้งเป็น ทุกคนเห็นสตรีที่กำลังดิ้นรนถูกนำตัวออกไป บรรยากาศรอบด้านพลันแปลกประหลาดยิ่งขึ้น
เบื้องหน้าปรากฏเงาร่างสง่างาม อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมอง พบเข้ากับพระเนตรอันเย็นชาลึกล้ำของฮองเฮา
“คุณหนูกงซุน ทำได้ดียิ่งนัก”
สตรีสุขุมเยือกเย็นย่อมฟังเจตนาข่มขู่ในสุรเสียงของอีกฝ่ายออก แต่กลับทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
“อย่างไรก็ตาม…เรื่องนี้คงมิจบเช่นนี้แน่!” หลังจากทิ้งประโยคนี้เอาไว้ ฮองเฮาก็พานางข้าหลวงเบื้องหลังเดินหายไปจากสายตาของทุกคนอย่างเย็นชา รอบด้านฟุ้งกระจายไปด้วยบรรยากาศกดดันที่มิอาจสลายได้ง่ายๆ
ดวงตาอันดำมืดคู่หนึ่งจับจ้องมาทางนี้ อวิ๋นซูมองไปยังสวนบุปผาบริเวณไม่ไกลอย่างเฉียบแหลม ราวกับมีเงาร่างสีดำเปล่งประกายอย่างรวดเร็ว
Venus36
หึ อวิ๋นซูท้าทายได้ใจมาก ฮองเฮารู้จักอดีตฮองเฮาซูน้อยไปกระมั้ง ฝีมือพระนางมีหรือจะสู้อวิ๋นซูได้ นางเจอมาสารพัด ข่มขู่ หึ นางกลัวเหรอ คนที่แอบอยู่คงเป็นผู้อาวุโสพิ๋ษหรือเปล่านะ ชักเป็นห่วง