หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 698 รัชทายาทไร้หัวใจ
เล่มที่ 24 ตอนที่ 698 รัชทายาทไร้หัวใจ
หลิ่วเซียงพลันคิดไปถึงคำพูดที่ท่านแม่เคยกล่าวยามเข้าวัง ตั้งแต่องค์หญิงหย่งหนิงกลับมาจากแคว้นอี้ แคว้นเฉินแห่งนี้ก็เปลี่ยนไปแปลกประหลาดยิ่งนัก
มารดาของหลิ่วเซียงเป็นเพียงสตรีชาวบ้านธรรมดาผู้หนึ่ง นางไม่รู้ว่าในราชสำนักเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น เพียงแต่สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดในช่วงนี้ได้อย่างเฉียบแหลม ในฐานะที่เป็นมารดาผู้หนึ่ง นางไม่ได้รู้สึกยินดีกับวาสนาที่ตกลงมาจากฟ้าเช่นนี้มากมายนัก แต่ก็ยังทนไม่ได้ที่บุตรีจะต้องอยู่ในบ้านเล็กๆ อันยากจนไปชั่วชีวิต มิสู้ไปยังเมืองหลวงอันเจริญรุ่งเรืองดูเสียหน่อยยังจะดีกว่า ในยามที่กล่าวคำพูดประโยคนี้กับหลิ่วเซียง ท่าทีของนางแสดงให้เห็นถึงความกังวลในฐานะมารดาได้อย่างชัดเจน
ยามนี้หลิ่วเซียงเข้าใจกระจ่างแล้ว ที่แปลกประหลาดไม่ใช่แคว้นเฉิน แต่เป็นรัชทายาท
เสียงฟุ่บดังขึ้น ตู้หย่วนซิ่วคุกเข่าลง “หากรัชทายาทมิยอมเสด็จไปเยี่ยมฮองเฮา หม่อมฉันจะคุกเข่าอยู่ที่นี่!”
สายตาของตงฟางซวี่แปรเปลี่ยนไปน่าหวาดกลัวหาใดเปรียบ “เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะทำตามการจัดแจงของเจ้าหรือ?” จากนั้น ที่มุมปากพลันปรากฏรอยยิ้มถากถางออกมา ในความคิดของเขา ตู้หย่วนซิ่วไม่รู้จักประมาณตนเอาเสียเลย อาศัยฐานะของนางมาบีบบังคับตนเชียวหรือ! “เจ้าอยากคุกเข่า เช่นนั้นก็คุกเข่าให้พอใจเถิด!”
“รัชทายาท พระวรกายของชายารองไม่สู้ดีนัก อีกทั้งพื้นก็เย็น…” ขันทีใหญ่รู้สึกตื่นตะลึงนัก อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือนสักประโยค แต่กลับได้รับสายตาอันเย็นยะเยือกของตงฟางซวี่กลับมา “เช่นนั้นเจ้าก็คุกเข่าด้วยกันกับชายารอง เช่นนี้มิใช่ว่าอบอุ่นขึ้นแล้วหรือ!”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ ตงฟางซวี่ก็สะบัดแขนเสื้อเดินหายไปจากสายตาของทุกคน หลงเหลือไว้เพียงขันทีใหญ่ที่มองไปยังตู้หย่วนซิ่วด้วยท่าทีหวาดผวา “บ่าว…น้อมรับพระบัญชา”
เข่าทั้งสองสั่นระริก ขันทีใหญ่คุกเข่าลงข้างกายตู้หย่วนซิ่ว
“รัชทายาท…รัชทายาท…” เมื่อเห็นบุรุษจากไปด้วยท่าทีเด็ดขาด จิตใจของตู้หย่วนซิ่วพลันจมดิ่ง เหตุใดรัชทายาทจึงจิตใจโหดเหี้ยมเพียงนี้ หรือเขาไม่เชื่อคำพูดของตน?
“เหนียงเหนียง พระองค์รีบลุกขึ้นเถิด ที่นี่บ่าวจะคุกเข่าเอง พระองค์รีบเสด็จไปดูฮองเฮาเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีใหญ่กล่าวเตือน ทางด้านฮองเฮา ยามนี้ไม่มีผู้ใดดูแล
“ดูเหมือนว่ารัชทายาทจะไม่เชื่อคำพูดของข้า เร็ว รีบให้หมอหลวงไปทูลรายงานรัชทายาทเร็วเข้า! จะต้องให้พระองค์เสด็จไปเยี่ยมฮองเฮาให้ได้!”
น้ำตาของตู้หย่วนซิ่วไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม นางลุกขึ้นยืนด้วยสภาพย่ำแย่ ยกชายกระโปรงวิ่งออกไป หลิ่วเซียงมองท่าทีของสตรีสง่างามในยามนี้ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ชายารองหรือ? ในฐานะที่เป็นชายารองของรัชทายาทถึงกับได้รับการปฏิบัติเย็นชาเพียงนี้เชียว ตกลงแล้วสตรีในวังหลังมีหรือไม่มีวาสนากันแน่? นางเริ่มสงสัยแล้วว่าการที่ตนเข้ามาในกรงอันงดงามแห่งนี้เป็นเรื่องถูกหรือผิด
ลมหนาวพัดเข้ามาปะทะใบหน้าอันเย็นชา ในดวงตาของตงฟางซวี่ปรากฏความอ้างว้างที่ผู้อื่นมองไม่ออก เสียงของตู้หย่วนซิ่วยังคงวนเวียนอยู่ในหู เสด็จแม่ใกล้จะไม่ไหวแล้วหรือ? ในใจหนักอึ้งจนน่าหวาดกลัว เพียงแต่จะอย่างไรเขาก็มิอาจโน้มน้าวตนเองได้ เนื่องจากทุกครั้งที่เห็นเสด็จแม่มักจะคิดไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่พระนางทำกับอวิ๋นซู
นั่นเป็นสตรีในใจของโอรสเพียงหนึ่งเดียวของพระนาง แต่พระนางกลับลงมือสังหารอย่างเห็นแก่ตัว อวิ๋นซูทำสิ่งใดผิดกันแน่ นางกระทำเรื่องราวมากมายเพียงนั้นเพื่อแคว้นเฉิน แต่ช่วงเวลาที่จะได้กลับแคว้นกลับต้องมาถูกทรยศ
ตงฟางซวี่ไม่อาจให้อภัยในทุกการกระทำของฮองเฮา เขาเองก็เข้าใจเป็นอย่างดี ในพระทัยของเสด็จแม่ตนมิใช่สิ่งสำคัญที่สุด แผ่นดินต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพระนาง ในเมื่อตอนที่พระนางสั่งให้คนตามสังหารอวิ๋นซูยังไม่คิดถึงความสัมพันธ์แม่ลูก เช่นนั้นตอนนี้จะอาศัยเหตุผลอันใดมาตำหนิตน?
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ต้องคิดตงฟางซวี่ก็ทราบดีว่าหากตนไปพระนางจะกล่าวอะไรบ้าง
การกระทำของตนในยามนี้ไร้สาระจริงๆ หรือ? เขาเพียงแค่อยากทำให้ตนรู้สึกดีขึ้นบ้าง ต้องการหาสิ่งที่จะเป็นแรงผลักดันให้ตนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เพียงนี้เท่านั้น หากจะกล่าวถึงขุนนางซื่อสัตย์ที่ถูกเขาสังหาร คนที่เขาสังหารเหล่านั้นแรกเริ่มต่างคิดอยากให้ซูเอ๋อร์ของเขาตาย เหตุใดพวกเขาจึงไม่เคยคิดว่าอวิ๋นซูก็เป็นผู้บริสุทธิ์เล่า! ตงฟางซวี่ไม่อยากได้ยินคำพูดสั่งสอนอันใดอีกต่อไป เขาไม่ได้ทำผิด เรื่องนี้เขาเข้าใจกระจ่างยิ่งกว่าผู้ใด
“รัชทายาท…” นอกห้องทรงอักษรมีหมอหลวงสามคนยืนรออยู่
“มีอะไร?”
หมอหลวงต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว “รัชทายาท เวลาของฮองเฮาเหลือไม่มากแล้ว เชิญรัชทายาทเสด็จไปทอดพระเนตรหน่อยเถิด”
บรรยากาศบนร่างของตงฟางซวี่เปลี่ยนไปโดยพลัน “กระทั่งพวกเจ้าก็คิดจะมาออกคำสั่งกับข้าหรือ?!”
หมอหลวงคุกเข่าลงบนพื้นอันเย็นเยียบ “รัชทายาท กระหม่อมมิกล้า เพียงแต่เกรงว่าฮองเฮาจะอยู่ไม่พ้นคืนนี้แล้ว! ขอให้รัชทายาทโปรดคิดถึงความสัมพันธ์แม่ลูก…”
“พอแล้ว! หากกล้ากล่าวอีกแม้เพียงคำเดียว ข้าจะลากพวกเจ้าไปตัดหัว!”
หมอหลวงทั้งหลายรีบก้มหน้าลงด้วยท่าทีตื่นตระหนัก สิ่งที่พวกเขาทำได้ล้วนทำไปหมดแล้ว เพียงแต่ฮองเฮา…ในใจของทุกคนรู้สึกรับไม่ไหว เมื่อคิดถึงความลำบากที่ฮองเฮาได้รับในช่วงนี้ทุกคนต่างรู้สึกทนไม่ได้
ตงฟางซวี่แค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง บนร่างของเขามีบรรยากาศที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้แผ่ออกมา นอกห้องทรงพระอักษรพลันเงียบสงบ เสียงปิดประตูดังลั่น เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประทับด้วยโทสะที่อัดแน่นเต็มร่าง มองไปยังภาพวาดที่แขวนอยู่บนกำแพง
ไม่มีผู้ใดเข้าใจเขา ไม่มี…ต่อให้ในใจจะเจ็บปวดหาใดเปรียบ แต่เขายังคงไม่คิดจะเหยียบย่างไปในตำหนักฮองเฮาแม้เพียงครึ่งก้าว
“รัชทายาทเล่า? เหตุใดรัชทายาทยังไม่มา!” ในตำหนักของฮองเฮามีเสียงข้าวของหล่นแตกดังแว่วมา ข้าราชบริพารทุกคนต่างปรนนิบัติด้วยร่างกายสั่นเทา บรรยากาศหนักอึ้งยิ่งนัก
ในยามที่ตู้หย่วนซิ่วปรากฏตัวบริเวณประตูตำหนักเพียงลำพัง พระพักตร์ของฮองเฮาพลันเปลี่ยนไปขาวซีด พระนางทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น พระวรกายสั่นสะท้านหาใดเปรียบ “เขา เขายังไม่ยอมมาอีกหรือ?”
“หมู่เฟย…” ตงฟางเนี่ยนขดตัวอยู่ในมุมหนึ่ง เขาไม่กล้าเข้าใกล้ฮองเฮา รู้สึกว่าวันนี้เสด็จย่าแตกต่างจากยามปกติยิ่งนัก
ตู้หย่วนซิ่วเดินเข้าไปอย่างสงบ บริเวณหางตายังคงแขวนไปด้วยน้ำตา “เสด็จแม่ รัชทายาททรงมีราชกิจรัดตัว อีกครู่หนึ่งคงเสด็จมาแล้วเพคะ” ตอนนี้ทำได้เพียงยืดเวลาออกไปเท่านั้น
ไหนเลยจะรู้ว่าพระพักตร์ของฮองเฮากลับปรากฏรอยสวรลอันซีดเซียว พระนางราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ตามตัวใต้เท้าจี้มา!”
ทุกคนดวงตาเปล่งประกาย ฮองเฮาต้องการเรียกตัวอัครมหาเสนาบดีจี้มาหรือ? ยามนี้ทุกคนต่างทราบดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัชทายาทกับท่านอัครมหาเสนาบดีไม่ค่อยดีนัก หากรัชทายาททรงทราบ เกรงว่า…
“ยังไม่รีบไปอีก! กระทั่งพวกเจ้าก็ไม่ฟังคำสั่งของเปิ่นกงแล้วหรือ?”
ขันทีผู้หนึ่งรีบถอยออกไป ตู้หย่วนซิ่วเดินเข้ามาด้วยสองขาที่สั่นระริก มองไปยังฮองเฮาบนเตียง ในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ต่อให้การเปลี่ยนแปลงของรัชทายาทจะมากมายเพียงใด ตู้หย่วนซิ่วยังคงรู้สึกว่าเขาไม่ได้เย็นชาไร้หัวใจ แต่จะอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่ากระทั่งฮองเฮาประชวรจนเป็นอันตรายแล้วเขาจะไม่ยอมหันกลับมามองแม้เพียงสายตา ตู้หย่วนซิ่วไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเพื่อตัวเอง แต่หวาดกลัวเพื่อตงฟางซวี่
คนผู้หนึ่ง หากไม่สนใจญาติมิตร เช่นนั้นจุดจบของเขาย่อมไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นั้นยังเป็นจักรพรรดิในอนาคตอีกด้วย
ความรู้สึกไม่สงบในใจรุนแรงยิ่งขึ้น ตู้หย่วนซิ่วบอกตนเองไม่หยุดว่าเป็นไปไม่ได้ ในช่วงเวลาสุดท้าย รัชทายาทจะต้องปรากฏตัวออกมาแน่! เขาคงไม่อาจทนมองเสด็จแม่ของตนจากโลกนี้ไปอย่างน่าสังเวช ไม่ว่าจะอย่างไรนั่นก็คือผู้ที่มอบเลือดเนื้อและเลี้ยงดูเขามา! นางอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูตำหนัก คาดหวังว่าชั่วขณะต่อไปจะเห็นเงาร่างสูงใหญ่นั้นกลับมา
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด กลับมีบุรุษในอาภรณ์สีเขียวผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขา
อัครมหาเสนาบดีอายุน้อยสาวเท้าเดินเข้ามาในตำหนักอย่างร้อนรนภายใต้การนำของขันที ในดวงตาของตู้หย่วนซิ่วมีประกายสิ้นหวังไหลผ่านอย่างยากจะควบคุม รัชทายาทเขา…ใจร้ายถึงเพียงนี้จริงหรือ?
“เหนียงเหนียง ท่านอัครมหาเสนาบดีมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”
ฮองเฮากลั้นใจครู่หนึ่งแล้วจึงเบนพระเนตรขึ้น “ใต้เท้าจี้…”
จี้จิ่นยกชายอาภรณ์คุกเข่าลง “กระหม่อมถวายพระพรฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ” อย่างไรก็ตาม ในใจของเขาส่งเสียงดังสนั่น ไม่ทราบว่าตนมิได้เข้าเฝ้าฮองเฮานานเพียงใดแล้ว ตอนนี้เมื่อได้เห็นกลับรู้สึกราวกับเป็นคนละคน สตรีที่ก่อนหน้านี้ยังงดงามสง่า สตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นเฉินถึงกับแปรเปลี่ยนไปมีสภาพเช่นนี้ ซูบผอมขาวซีดราวกระดาษ คล้ายกับว่าหากมีลมพัดมาเบาๆ จะปลิวหายไปก็มิปาน
“เหนียงเหนียงพักผ่อนเถิด อย่าได้ฝืนพระวรกายลุกขึ้นเลย”
เมื่อเห็นฮองเฮาต้องการลุกขึ้นนั่ง เขาจึงรีบเดินเข้าไปอย่างร้อนรน คิดไม่ถึงว่ากลับถูกสตรีสูงศักดิ์จับมือแน่น ปลอกเล็บของพระนางจิกลงบนข้อมือจี้จิ่นจนลึก “ท่านอัครมหาเสนาบดี ช่วยรัชทายาทด้วย! จะต้องช่วยรัชทายาทให้ได้!”
ช่วย? ทุกคนล้วนเข้าใจความหมายในคำพูดของฮองเฮา ใบหน้างดงามหล่อเหลาของจี้จิ่นเผยท่าทีเสียใจออกมาหลายส่วน “เหนียงเหนียง เรื่องนี้เกรงว่ากระหม่อมมิอาจทำได้”
“ไม่ มีเพียงท่านที่จะเตือนสติเขาได้! ท่านคืออัครมหาเสนาบดีที่จักรพรรดิพระองค์ก่อนทรงแต่งตั้ง รับผิดชอบภาระอันหนักอึ้ง ตอนนี้มีเพียงท่านที่จะเตือนสติเขาได้!” ฮองเฮาคล้ายกับต้องการคว้าจับฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย พระนางรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างจี้จิ่นและรัชทายาทไม่ได้ง่ายดายเพียงแค่จักรพรรดิและขุนนางเท่านั้น นอกจากนี้ในราชสำนักอันยิ่งใหญ่ มีเพียงเขาที่มีความสามารถเช่นนี้ สามารถหาวิธีดึงรัชทายาทออกมาจากโคลนตมได้
จี้จิ่นหัวเราะอย่างขมขื่น “เหนียงเหนียง ตอนนี้กระหม่อมก็ยากจะรักษาชีวิตของตนเช่นกัน”
ฮองเฮามีหรือจะไม่ทราบ ในราชสำนักยามนี้รัชทายาทกดดันตนทุกทาง เริ่มด้วยการปลดข้าราชการอายุน้อยที่เขาผลักดันด้วยเหตุผลต่างๆ นานา รัชทายาทยอมปล่อยให้ตำแหน่งต่างๆ ว่างลงแต่ไม่ยอมใช้คนที่ตนเลือก ตอนนี้ในราชสำนักไม่มีผู้ใดกล้าให้คำแนะนำตามใจอีกต่อไป บรรยากาศกดดันเป็นอย่างยิ่ง
เดิมทียังคงมีข้าราชการเก่าแก่หลายคนที่มีคุณธรรมและมีบารมีสูง แต่เมื่อมีความเห็นไม่ลงรอยกับรัชทายาทในช่วงการประชุมเช้าจึงถูกรัชทายาทปลดออกจากตำแหน่ง อนุญาตให้พวกเขากลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิด ไม่ไว้พระพักตร์จักรพรรดิพระองค์ก่อนแม้แต่น้อย
ปกครองแบบเผด็จการ นี่กลายเป็นลักษณะของการประชุมเช้าในแคว้นเฉินไปแล้ว ไม่มีอำนาจกล่าวอย่างอิสระ
“ไม่ เปิ่นกงรู้ว่าท่านมีความสามารถ ตอนแรกจักรพรรดิพระองค์ก่อนทรงตรัสต่อหน้าเปิ่นกงว่าหากมีวันใดที่แคว้นเฉินจมลงสู่สถานการณ์ยากลำบาก สามารถมาพึ่งพาอัครมหาเสนาบดีจี้ได้! ท่านคืออัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นเฉิน ไม่มีผู้ใดสูงส่งเท่าท่านอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอายุใกล้เคียงกับรัชทายาท เขาจะต้องฟังคำเตือนของท่านแน่…อีกอย่าง ไป ไปหาคุณชายใหญ่ตระกูลเฟิ่งและหลิ่วอวิ๋นเฟิง พวกเขาล้วนเป็นสหายที่ดีที่สุดของรัชทายาท จะต้องเตือนสติเขาได้แน่! เปิ่นกงไม่อยากเห็นรากฐานของแคว้นเฉินถูกทำลายไปเพียงเพราะสตรีผู้หนึ่งเช่นนี้!”
น้ำตาเอ่อออกมาบริเวณหางตา พระอุระกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง “ล้วนเป็นความผิดของเปิ่นกง ตอนแรกไม่ควรไว้ชีวิตหลิ่วอวิ๋นซู หากสังหารนางให้เร็วเสียหน่อยคงไม่เกิดเรื่องในวันนี้!”
ในใจของจี้จิ่นสั่นไหว แต่กลับทำเพียงก้มหน้าลงไม่ได้กล่าวคำใด
ฮองเฮาจับข้อมือเขาแน่น “อย่าได้ให้นางปีศาจนั้นกลับมาเด็ดขาด! อย่าให้รัชทายาทพบนาง! ท่านอัครมหาเสนาบดี รับปากเปิ่นกง หานางปีศาจนั่นให้พบแล้วฆ่านางเสีย! ฆ่านางเสีย!” สุรเสียงของฮองเฮาแหบแห้ง เจือไปด้วยความเสียใจอันไร้ก้นบึ้ง ตู้หย่วนซิ่วขมวดคิ้ว ในใจพลันรู้สึกไร้รสชาติ ความจริงนางคิดว่านี่เกี่ยวข้องอันใดกับท่านหมอเล่า? เป็นรัชทายาทที่จมดิ่งลึกเกินไป ผิดพลาดมากเกินไป
chaikan
ฮองเฮาคิดผิดทำผิดตั้งแต่ต้น ดูถูกชาติกำเนิดของอวิ๋นซูว่าเป็นลูกอนุต่ำต้อย ทั้งๆที่อวิ๋นซูช่วยเหลือมากมาย กลับคิดสั่งฆ่านาง การที่ตงฟางซวี่เปลี่ยนไปเป็นโหดร้ายก็เพราะการกระทำของฮ่องเต้และฮองเฮาแคว้นเฉิน แต่อวิ๋นซูนางไม่มีใจให้แต่แรกแล้ว แต่ไม่มีโอกาสที่จะปรับความเข้าใจกัน
Pennybull
อ่านบทตอนนี้แล้ว ฮองเฮาแคว้นเฉินนี่ร้ายกว่าที่เคยคิด เริ่มเห็นใจและเข้าใจรัชทายาททำมัยถึงได้โกรธ แม่ (ฮองเฮา) ขนาดไม่ยอมไปเยี่ยม แถมฮองเฮาก็ยังมีการสั่งฆ่าอวิ๋นซูอีก
nitnit
ฮฮงเอาแม้จะตายยังไม่สำนึก ตัดสินใจผิดเป็นคนผลักตงฟางซวี่ลงหลุมเอง เพราะดูถูกคนว่ามีชาติกำเนิดต่ำต้อย และเนรคุณคนอวิ๋นซูทำงานให้นับว่ามีบุญคุณต่อแคว้น ทั้งๆที่รู้ว่าอวิ๋นซูไม่ต้องการแต่งกับตงฟางซวี่ ยังงี่เง่า น่าเสียดายที่อวิ๋นซูไม่ได้รักตงฟางซวี่ เพราะถ้านางเป็นฮองเฮาแคว้นเฉินจะช่วยเหลือตงฟางซวี่ได้มากมาย
Venus36
ฮองเฮาน่าตายไปจริง ตายไปเถอะ มีหน้ามาบอกอวิ๋นซูคือปีศาจ ใครกันแน่คือปีศาจ ทำให้รัชทายาทเป็นแบบนั้น