หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 703 หย่งเจียแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
เล่มที่ 24 ตอนที่ 703 หย่งเจียแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
ในยามที่ทุกคนกลับมายังโถงไว้ทุกข์ หย่งเล่อและหย่งผิงพบว่ามีโต๊ะเพิ่มขึ้นมาสองตัว บนโต๊ะมีคัมภีร์วางกองอยู่
“องค์หญิงทั้งสอง รัชทายาททรงมีรับสั่งให้องค์หญิงทั้งสองคัดคัมภีร์ร้อยจบภายในสามวันเพื่อเป็นกุศลให้แก่ฮองเฮา มิอาจให้ผู้อื่นคัดแทนได้ หากตรวจพบจะถูกลงโทษตามกฎวังอย่างเคร่งครัด” คำพูดของขันทีทำให้พวกนางหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน นี่ นี่หมายความว่าอย่างไร? เหตุใดมีเพียงพวกนางที่ต้องคัดคัมภีร์เล่า?
“กงกง สามวันจะคัดคัมภีร์ร้อยจบได้อย่างไร?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของขันทีเจือไปด้วยความลึกล้ำอยู่หลายส่วน “รัชทายาททรงตรัสว่าหากมีความตั้งใจย่อมต้องทำได้ องค์หญิงทั้งสองพระองค์ฉลาดเฉลียวเพียงนี้ ย่อมเข้าใจดีว่าหากไม่สำเร็จจะมีเรื่องใดรอทั้งสองพระองค์อยู่”
แม้บนใบหน้าของอีกฝ่ายจะประดับไปด้วยรอยยิ้ม แต่หย่งเล่อและหย่งผิงกลับรู้สึกหนาวเหน็บอย่างไม่เป็นธรรมชาตินัก หากทำไม่สำเร็จรัชทายาทจะ…ลงโทษพวกนางหรือ?
“ฮ่ะๆ องค์หญิงทั้งสองรีบหน่อยเถิด ตอนนี้ผ่านไปครึ่งวันแล้ว อีกสองวันให้หลังบ่าวจะมานำคัมภีร์ไปถวาย” หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ ขันทีก็จัดอาภรณ์ของตนแล้วเดินจากไป
หย่งเล่อและหย่งผิงชะงักไปครู่หนึ่งจึงค่อยได้สติกลับมา “เร็วๆๆ นำอุปกรณ์การเขียนมา! นำอุปกรณ์การเขียนมาให้ข้า!”
ทั้งสองนั่งลงด้วยความกระวนกระวาย บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นซึมออกมา
ร้อยจบ คัดคัมภีร์ร้อยจบ! มือที่ถือพู่กันของพวกนางอดไม่ได้ที่จะสั่นระริก รีบคัดคัมภีร์โดยไม่สนใจสายตาสงสัยรอบด้าน
หย่งเจียที่กลับมาช้ากว่าก้าวหนึ่งเห็นภาพเช่นนี้ นางถอยไปด้านข้างด้วยความสงสัย คุกเข่าลงในตำแหน่งของตน ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าเมื่อครู่นี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น
เมื่อสตรีที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวปรากฏตัวขึ้น หย่งเล่อและหย่งผิงจึงรู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง เหตุใดมีเพียงพวกนางสองคนที่ต้องคัดคัมภีร์ หย่งเจียเล่า?! หรือเป็นเพราะพวกนางกลับมาเร็วกว่าจึงถูกขันทีจับได้?
“เร็ว รีบนำไปให้หย่งเจียครึ่งหนึ่ง…”
องค์หญิงหย่งเจียเงยหน้าขึ้น อะไรนะ? บริเวณตำแหน่งของนางไม่มีโต๊ะแล้วจะคัดอย่างไร?
เงาร่างในอาภรณ์สีขาวปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าหย่งเล่อ กล่าวด้วยเสียงสงบนิ่งเจือไปด้วยความเย็นชาและเข้มงวด “องค์หญิงหย่งเล่อ รัชทายาทรับสั่งว่าให้องค์หญิงทั้งสองคัดเท่านั้น”
หย่งเล่อเงยหน้าขึ้น พบสีหน้าขาวซีดจนเห็นได้ชัดของตู้หย่วนซิ่ว ไม่รอให้นางมีปฏิกิริยากลับมาตู้หย่วนซิ่วก็เอ่ยอีกครั้ง “เหลือเวลาไม่มากแล้ว องค์หญิงรีบคัดเสียหน่อยเถิด” นางเอี้ยวตัวไป หางตาปลายมองไปยังหย่งเล่ออย่างกล่าวเตือน จากนั้นจึงเดินกลับไปยังตำแหน่งที่นั่งของตนท่ามกลางสายตาหวาดกลัว
เป็นนางมองผิดไปหรือ? เหตุใดจึงรู้สึกคล้ายกับว่าชายารองเปลี่ยนไปมาก เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ตนตอบอะไรไม่ได้ หย่งเล่อได้ยินเสียงฝนหมึก เมื่อหันไปมองพลันพบว่าหย่งผิงใช้เวลาตอนที่ตนสนทนากับชายารองเมื่อครู่นี้คัดไปแล้วเต็มหน้า!
แย่แล้ว แย่แล้ว! นางคัดไม่ทันแล้วจริงๆ!
องค์หญิงทั้งสองไหนเลยจะสนใจว่าตัวอักษรของตนจะเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่ พวกนางไม่กล้าคิดเล่นลูกไม้อันใดอีก มือขยับไปมาอย่างวุ่นวายโดยไม่มีเวลาหยุดว่าง
ตู้หย่วนซิ่วมองดูทั้งสองที่อยู่ในสภาพย่ำแย่หาใดเปรียบ เมื่อครู่มิใช่ว่านางวุ่นวายเรื่องผู้อื่นมากเกินไป ความหมายของขันทีชัดเจนยิ่ง รัชทายาทต้องการให้พวกนางสองคนคัดคัมภีร์ เชื่อว่า…คงเกิดเรื่องอะไรขึ้นเป็นแน่ ดังนั้นจึงเพ่งเล็งพวกนาง การให้คัดคัมภีร์ร้อยจบเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง หากทำสำเร็จจริงๆ มือของพวกนางคงใช้ไม่ได้แล้วกระมัง? หากไม่สำเร็จ…เรื่องย่ำแย่ในพระราชวังแห่งนี้มากเกินพอแล้ว นางไม่อยากเห็นเรื่องไม่ดีอันใดเกิดขึ้นอีก
ม่านราตรีค่อยๆ แผ่ขยาย ภายในโถงไว้ทุกข์เต็มไปด้วยบรรยากาศหนักอึ้ง มีเพียงลมหายใจสองสายที่กระชั้นถี่รุนแรง
เร็วขึ้น อีกต้องเร็วกว่านี้…
หย่งเล่อและหย่งผิงรู้สึกราวกับมือทั้งสองมิใช่ของตนอีกต่อไป เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลผ่านแก้มไม่หยุด พวกนางรู้สึกว่าอักษรในมือตนไหวเอน ราวกับจะบินออกมาจากกระดาษได้ทุกเมื่อ
“น้ำ เร็วเข้า นำน้ำมาให้ข้าดื่ม”
“เช็ดเหงื่อให้ข้า เร็ว…”
เสียงนี้ทำให้ตงฟางเนี่ยนที่กำลังนอนหลับลืมตาขึ้น “หมู่เฟย…”
ตู้หย่วนซิ่วยื่นมือไปลูบหัว ตงฟางเนี่ยนยังเด็ก ต่อให้เขาหลับก็ไม่มีผู้ใดกล่าวอะไร แต่ผู้อื่นยังต้องลืมตาเฝ้า
เงาร่างหลายร่างเดินผ่านประตูมา ตู้หย่วนซิ่วเงยหน้าขึ้นมอง รู้สึกราวกับคนเหล่านั้นกำลังมองมาทางนี้
“เนี่ยนเอ๋อร์เด็กดี หมู่เฟยจะไปนำเสื้อนอกมาให้เจ้า”
เมื่อปลอบตงฟางเนี่ยนให้สงบแล้ว ตู้หย่วนซิ่วก็ค่อยๆ ถอยออกไป เมื่อเดินไปถึงประตูก็หันไปมองสตรีทั้งสองที่มีเหงื่อเต็มหน้าครั้งหนึ่ง ทอดถอนใจเบาๆ แล้วเดินหายเข้าไปในความมืด
“เร็วหน่อย เคลื่อนไหวเร็วอีกหน่อย”
ภายในเงามืด ขันทีน้อยหลายคนกำลังวุ่นวายกับอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นสตรีที่เดินอยู่บนระเบียงทางเดินไม่ไกลจึงรีบเข้ามา “บ่าวถวายพระพรชายารองพ่ะย่ะค่ะ ที่นี่ลมแรง พระสนมออกมาเพราะเหตุใดหรือ?”
ตู้หย่วนซิ่วทำเพียงมองไปด้านหลังเขา “เปิ่นกงมาหยิบเสื้อนอกให้องค์ชายน้อย นี่พวกเจ้า…”
“บ่าวกำลังเตรียมสินเดิมให้องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ” บนใบหน้าของขันทีประดับไปด้วยรอยยิ้ม ตู้หย่วนซิ่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “สินเดิม?”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายเถี่ยเจินใกล้จะกลับแล้ว รัชทายาททรงมีรับสั่งให้พวกกระหม่อมเตรียมสินเดิมให้องค์หญิงสำหรับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ รบกวนชายารองหรือ? บ่าวจะให้พวกเขาย้ายไปให้ไกลเสียหน่อย”
กำลังคิดจะจากไป ตู้หย่วนซิ่วกลับเรียกเขาเอาไว้ “ไม่ทราบว่ารัชทายาทคิดจะให้องค์หญิงพระองค์ใดไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์หรือ?”
เมื่อคิดถึงองค์หญิงทั้งสองที่กำลังคัดคัมภีร์ เกรงว่าคงมีความหวังไม่มากนัก เช่นนั้นจะเหลือก็เพียง…
ขันทีน้อยไม่ได้ตอบ ทำเพียงแย้มยิ้มแล้วเดินจากไป
เมื่อเห็นพวกเขากำลังยุ่ง ตู้หย่วนซิ่วพลันรู้สึกยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าพระราชวังแห่งนี้เย็นชาขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีสภาพของปีที่ตนเข้าวังหลงเหลืออยู่อีก ทว่านางกลับไม่อาจไปจากสถานที่แห่งนี้ได้เพราะรากฐานของนางอยู่ที่นี่ ทำได้เพียงไหลไปตามกาล ผลาญอายุของตนไปช้าๆ
ฟ้าค่อยๆ สว่าง ในตอนที่ทุกคนรู้สึกรางเลือน ขันทีใหญ่ก็พานางข้าหลวงหลายคนมาปรากฏตัวในโถงไว้ทุกข์
หย่งเล่อและหย่งผิงเงยหน้าขึ้นโดยพลัน มิใช่กล่าวว่ามีเวลาจำกัดสามวันหรือ? เหตุใดขันทีจึงมาอีกแล้วเล่า? มือของพวกนางสั่นอย่างรุนแรง สีหน้าขาวซีดราวกระดาษ
คิดไม่ถึงว่าขันทีใหญ่ผู้นั้นจะปรายตามองพวกนางด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงเอ่ยปากว่า “องค์หญิงหย่งเจีย เชิญเสด็จด้านนี้พ่ะย่ะค่ะ”
อะไรนะ? หย่งเจียเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย นี่กำลังเรียกนางหรือ?
นางลุกขึ้นยืนด้วยความขลาดเขลา หย่งเจียไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดไปหรือไม่จึงเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “กะ เกิดอะไรขึ้นหรือ?” หรือเป็นเพราะนางพบองค์ชายเถี่ยเจินที่ริมทะเลสาบ รัชทายาทจึงต้องการตำหนิตน?
เมื่อย้อนคิดดู ท่าทีหลีกหนีของตนดูเสียมารยาทมากจริงๆ หรือจะเป็นเพราะองค์ชายไปทูลกับรัชทายาทจึงเรียกตนไป คิดจะลงโทษ?
หย่งเจียเครียดจนมีเหงื่อซึมออกมาที่ฝ่ามือ หย่งเล่อและหย่งผิงที่มีท่าทีเหนื่อยล้าด้านข้างทำเพียงแย้มยิ้มอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น พวกนางต้องคัดคัมภีร์ ตอนนี้หย่งเจียก็ถูกเรียกตัวไปเพียงลำพัง ไม่แน่ว่าจะถูกลงโทษหนักยิ่งกว่ากระมัง? ใช่แล้ว จะให้พวกนางรับโทษอยู่สองคนได้อย่างไร เช่นนั้นออกจะไม่ยุติธรรมเกินไป!
“องค์หญิงเสด็จไปก็ทรงทราบเองพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีสะบัดไม้ปัดฝุ่นครั้งหนึ่งแล้วจึงเดินนำหน้า เดินไปสองสามก้าวก็หยุดลงราวกับกำลังรอให้หย่งเจียเดินตามมา
สตรีขี้ขลาดผู้นั้นไม่กล้าต่อต้าน ทำได้เพียงสูดหายใจลึกแล้วเดินตามไป
ขันทีที่อยู่เบื้องหน้าไม่กล่าวคำใด หย่งเจียก็ทำเพียงเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ แต่ยังคงมองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง ราวกับต้องการคาดเดาว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
“อา!” นางสนใจเพียงขันทีเบื้องหน้า มิได้สังเกตเส้นทางที่เท้าของตนแม้แต่น้อย เมื่อไม่ระวังจึงเหยียบถูกชายกระโปรง ร่างกายถลาออกไป โชคดีที่จับชายอาภรณ์ของขันทีเบื้องหน้าได้ทันเวลา จากนั้นจึงพยายามสงบลมหายใจของตนอย่างหวาดกลัว หากล้มไปเช่นนี้จะต้องเจ็บมากกระมัง?
อย่างไรก็ตามเมื่อนางมีปฏิกิริยากลับมาจึงรีบหดมือกลับราวกับถูกสายฟ้าแล่นผ่าน “ข้า…ข้า…”
ขันทีหรี่ตาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “องค์หญิงโปรดระวังทางด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“…อืม”
คนกลุ่มหนึ่งมาถึงห้องตัดเย็บ หย่งเจียเหยียบย่างเข้าไปพลันพบว่ามีซิ่วเหนียง[1] กลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ที่นั่นด้วยความเรียบร้อย
จากนั้นจึงมีคนเดินเข้ามาจับข้อมือนางยกขึ้นในแนวระนาบ ทุกคนห้อมล้อมนางแล้วเริ่มการวัดตัว
“นี่มัน…”
ทุกคนไม่ได้กล่าวคำใด ทำเพียงก้มหน้ายุ่งแต่เรื่องของตนด้วยความตั้งใจ หลังจากผ่านกระบวนการต่างๆ นานา ซิ่วเหนียงผู้เป็นหัวหน้าก็คารวะขันทีครั้งหนึ่งแล้วพาทุกคนเดินกลับไป
“ลำบากองค์หญิงหย่งเจียแล้ว ตอนนี้เชิญเสด็จกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
พักผ่อน? “ขะ ข้ายังต้องไปโถงไว้ทุกข์ของเสด็จแม่…”
“รัชทายาททรงมีพระเมตตา องค์หญิงหย่งเจียไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าพระศพ กลับตำหนักไปพักผ่อนเถิด” ขันทีใหญ่ที่เดิมทีดูล้ำลึกจนน่าหวาดกลัว ยามนี้ถึงกับเผยรอยยิ้มอ่อนโยนให้ตน นี่ทำให้ในใจของหย่งเจียรู้สึกยินดีเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ
เหตุใดรัชทายาทจึงต้องดีกับตนเช่นนี้ นี่จะตัดอาภรณ์ชุดใหม่หรือ? เพียงแต่ยามนี้ยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ตนจะสวมอาภรณ์ชุดใหม่ได้อย่างไร?
““กงกง!” หย่งเจียส่งเสียงออกไปโดยไม่รู้ตัว ขันทีที่กำลังคิดจะเดินจากไปรีบหันกลับมา “ไม่ทราบว่าองค์หญิงทรงมีสิ่งใดจะรับสั่ง?”
“กะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เหตุใดจึงต้องตัดอาภรณ์ใหม่ให้หย่งเจีย?”
“พระพักตร์ขององค์หญิงดูไม่ดีนัก เด็กๆ ส่งองค์หญิงกลับตำหนัก” ขันทีใหญ่ไม่ได้ตอบคำถามของหย่งเจียอย่างตรงไปตรงมา ท่าทีเช่นนี้ทำให้นางยิ่งรู้สึกไม่สงบ อาภรณ์ใหม่? อาภรณ์ใหม่หรือ? ยังคิดจะถามต่อไปแต่กลับถูกนางข้าหลวงสองคนขวางเอาไว้ “องค์หญิงเพคะ เชิญเสด็จกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักเถิด”
“พวกเจ้าบอกข้ามา เหตุใดต้องตัดอาภรณ์ชุดใหม่ให้ข้าด้วย?”
เสียงของหย่งเจียสั่นระริกอย่างยากจะควบคุม นางข้าหลวงทั้งสองทำเพียงก้มหน้าต่ำอย่างเงียบงัน ไม่ได้เอ่ยตอบ “องค์หญิง ควรเสด็จกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักได้แล้วเพคะ”
…
เพียงไม่นานเรื่องที่องค์หญิงหย่งเจียถูกพาไปที่ห้องตัดเย็บก็แพร่ออกไป หย่งเล่อและหย่งผิงซึ่งกำลังคัดคัมภีร์อย่างต่อเนื่องล้วนได้ยินเรื่องนี้ นางไปทำอะไรที่ห้องตัดเย็บ? ตัดอาภรณ์ชุดใหม่หรือ? ประเดี๋ยวก่อน คงมิใช่ว่า…
ความเป็นไปได้บางอย่างเกิดขึ้นในใจ หย่งเล่อและหย่งผิงหยุดการเคลื่อนไหวในมือไปโดยปริยาย หรือรัชทายาทจะตัดสินพระทัยแล้วว่าจะให้หย่งเจียไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่ชนเผ่าเถี่ยเจิน ดังนั้นจึงพานางไปวัดตัวเพื่อตัดเย็บชุดแต่งงาน?!
ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าการที่ตนต้องคัดคัมภีร์มิใช่เรื่องลำบากอันใดอีกต่อไป อย่างน้อยในใจของพวกนางก็คิดเช่นนี้จริงๆ!
—————
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ซิ่วเหนียง คำเรียกสตรีที่มีความสามารถในการเย็บปักถักร้อย
Venus36
สงสารหย่งเจีย