หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 717 ความคิดในใจ
เล่มที่ 24 ตอนที่ 717 ความคิดในใจ
“ฝ่าบาทจำภรรยาอย่างหม่อมฉันมิได้แล้วหรือ?” สตรีผู้มีใบหน้างดงามปิดซ่อนรอยยิ้ม เพียงแต่เซียวอี้เชินกลับเห็นความเย้ยหยันได้จากดวงตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ภรรยา? ฮ่าๆ
มุมปากของบุรุษรูปงามยกยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าเดียวกัน เสียงเดียวกัน มีเพียงท่าทีเช่นนั้นที่นางไม่เคยมี ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าผู้คนหรืออยู่เบื้องหลังผู้คน ฮองเฮาซูล้วนมีความสง่างามและบารมีเช่นนั้นอยู่เสมอ เคยเผยท่าทีเย้ยหยันเช่นนี้กับตนเมื่อใดกัน เซียวอี้เชินรู้สึกสนุกยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าภาพลวงตานี้จะทำให้ตนได้เห็นของที่ทำให้ตนมีความสุข
เขาคลายท่าทีระมัดระวังของตน มองไปยังคนทั้งสองที่แตกต่างกันเบื้องหน้าด้วยท่าทีแย้มยิ้ม
“จักรพรรดิเซียวทรงตามหาหม่อมฉันอยู่หรือ?”
ใบหน้าสุภาพงดงามอีกด้านหนึ่งเจือไปด้วยเจตนาอันเป็นศัตรูโดยไม่ปกปิดแม้แต่น้อย ดวงตาเช่นนั้นราวกับงูพิษตัวหนึ่งที่ต้องการชีวิตตน เซียวอี้เชินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นี่ถึงจะเป็นนางอย่างแท้จริง เพียงแต่เขากลับพบว่าตนหวาดกลัวอวิ๋นซูที่อยู่เบื้องหน้า แต่กลับคิดถึงอวิ๋นซูก่อนหน้านี้ ความรู้สึกสับสนเช่นนี้ทำให้เขาเกือบลืมไปว่าตนอยู่ในสถานการณ์อันตราย
“ฝ่าบาท ภรรยาอย่างหม่อมฉันงดงามหรือน้องสาวฝาแฝดของหม่อมฉันงดงามกว่าเพคะ?” นางสัมผัสใบหน้าอันงดงามของตน ในดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังเคียดแค้น
ใช่ สมควรเกลียดชังเคียดแค้นแล้ว ภาพลวงตานี้ทำให้ผู้คนอยู่ในความสุขได้จริงๆ สิ่งที่เขาอยากเห็นก็คือท่าทีเช่นนี้ของนาง
“ฝ่าบาท ชีวิตนี้ของหม่อมฉันจะไม่ยอมเป็นสนมของพระองค์เด็ดขาด ฝ่าบาทช่วยปฏิบัติตนให้มีศักดิ์ศรีด้วยเพคะ”
ท่าทีของสตรีสุภาพงดงามผู้นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เซียวอี้เชินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ถึงกับเอ่ยปากอย่างทนไม่ไหว “เรื่องที่เจิ้นคิดจะทำ ไม่มีผู้ใดขวางได้”
“ฝ่าบาทไม่รักข้าภรรยาแล้วหรือ? ใช่ คนที่พระองค์รักก็คือน้องสาวฝาแฝดของหม่อมฉัน”
สตรีงดงามผู้นั้นก้มหน้าลงด้วยความสิ้นหวัง เซียวอี้เชินคิดจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่จู่ๆ อีกฝ่ายกลับเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่เดิมที่งดงามพลันเปลี่ยนไปน่าหวาดกลัวยิ่ง หางตามีเลือดอันเสียดแทงนัยน์ตาไหลออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดง “เพราะเหตุใด?! หม่อมฉันช่วยพระองค์ให้ขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์ถึงกับปฏิบัติต่อหม่อมฉันอย่างเลวร้ายเพียงนี้เชียว? เซียวอี้เชิน เจ้ามันก็แค่โจรเลือดเย็น! ฮ่าๆๆ ผิดหวังหรือไม่? ฮ่าๆๆ สุดท้ายเจ้าก็ยังทอดทิ้งอวิ๋นเม่ย! ความรู้สึกที่ถูกทรยศเป็นอย่างไรบ้าง? ฮ่าๆๆ…”
“เขาไม่คู่ควรที่จะถูกรัก เขาจะต้องมีจุดจบไม่ดีแน่นอน!”
“ใช่แล้ว ดูเถิดว่าตอนนี้ยังมีผู้ใดอยู่ข้างกายเขาอีก? ความชั่วย่อมตอบแทนด้วยความชั่ว ความดีย่อมตอบแทนด้วยความดี เขาฆ่าคนบริสุทธิ์ไปมากมายเพียงนั้น ตอนนี้การเอาคืนเพิ่งจะเริ่มต้น!”
“หุบปาก!” มือที่อยู่ในแขนเสื้อของเซียวอี้เชินกำแน่น อารมณ์ที่เดิมทีมีความสุขกลับแปรเปลี่ยนไปไม่สบอารมณ์ยิ่ง
“เขาแพ้แล้ว เป็นเพียงผู้พ่ายแพ้คนหนึ่ง”
“เขาจะต้องได้ลิ้มลองรสชาติอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเป็นแน่” สตรีทั้งสองไม่ได้เก็บงำความคิด “เขาเป็นเพียงคนที่รู้สึกด้อยกว่าผู้อื่น ก่อนหน้านี้ยามเป็นองค์ชายก็ใช่ เขาอิจฉาผู้อื่นที่มีอำนาจมากกว่าหมู่เฟยตน อีกทั้งหมู่เฟยของเขาก็ไม่ได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิ”
“ดังนั้นเขาจึงทำให้องค์ชายพระองอื่นตายอย่างน่าอนาจเพียงนั้น เพื่อจะทำลายความต่ำต้อยในใจตน เนื้อแท้ของเขาก็เป็นเพียงสุภาพบุรุษจอมปลอมเท่านั้น!”
“สุภาพบุรุษจอมปลอม! เจ้าจะต้องไม่ตายดี!”
“หุบปาก! เจิ้นยังไม่ถึงคราวให้พวกเจ้ามาชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์!” เซียวอี้เชินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาไม่อยากได้ยินคำพูดเช่นนี้จากปากของนาง เซียวอี้เชินไม่อาจยอมรับโดยเด็ดขาดว่าคำพูดเหล่านี้ถูกเขาซ่อนเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจอย่างขลาดเขลา เขารู้สึกต่ำต้อยหรือ? นั่นเป็นเพราะสวรรค์ไม่ยุติธรรมกับเขา อาศัยอะไรที่คนเหล่านั้นเกิดมาก็สูงส่งกว่าตน? เป็นองค์ชายเช่นเดียวกัน อาศัยอะไรที่พวกเขามีหมู่เฟยที่แข็งแกร่งคอยค้ำจุน? ความสามารถของตนเหนือกว่าพวกเขาเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง! ตำแหน่งจักรพรรดิย่อมต้องเป็นของตน! จะกล่าวว่าเขาทำร้ายพี่น้องหรือ? คนเหล่านั้นเห็นตนเป็นพี่น้องตั้งแต่เมื่อใดกัน?
“พวกมันสมควรแล้ว! พวกมันสมควรตาย!” เซียวอี้เชินมองไปทางอวิ๋นซู “เจ้าเองก็เห็นกระมัง สามปีมานี้แคว้นอี้แข็งแกร่งยิ่งใหญ่กว่าเมื่อก่อนมาก ยังมีผู้ใดกล้ามาสงสัยเจิ้นอีก? หากให้พี่น้องขึ้นครองบัลลังก์ แคว้นอี้คงล่มสลายไปนานแล้ว!” จากนั้นจึงมองไปยังฮองเฮาผู้งดงามของเขา “เจ้าเลือกคนไม่ผิด มีเพียงข้าที่จะมีคุณสมบัติเป็นจักรพรรดิได้ คนพวกนั้นตายเพราะทำตัวเอง เจ้าเลือกจักรพรรดิที่ดีให้ชาวประชาแล้ว!”
ในดวงตาของเซียวอี้เชินเจือไปด้วยประกายสั่นไหวอันไร้ก้นบึ้ง เขาเดินไปหยิบคันธนูที่ตกอยู่บนพื้นเมื่อครู่นี้ขึ้นมา จากนั้นจึงเล็งไปยังสตรีผู้งดงามช้าๆ
สายตาของอีกฝ่ายพลันเปลี่ยนไป “ฝ่าบาทจะฆ่าภรรยาเช่นข้าหรือ?”
“ไม่ เขาไม่ฆ่าเจ้าหรอก เขาจะทำให้ตนเสียใจอีกครั้งได้อย่างไร?”
ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด สตรีสุภาพงดงามมายืนอยู่ด้านหลังเซียวอี้เชินแล้ว บนใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
ธนูอันเย็นยะเยือกถูกเล็งไปยังสตรีเบื้องหน้า การเคลื่อนไหวของเซียวอี้เชินกลับหยุดชะงักลงเพียงเท่านั้น ราวกับมีพลังอันไร้รูปลักษณ์ดึงรั้งมือของเขาไว้ จะอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยธนูออกไปได้ ใบหน้านั้น ใบหน้าที่เขาเก็บซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจมาโดยตลอด ต่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นเพียงภาพลวงตา ทว่านางก็ยืนอยู่เบื้องหน้าตนราวกับความจริง
รักหรือ? เขาไม่เคยคิดว่าตนรักนางมาก่อน การที่แต่งกับนางเพียงเพราะอิทธิพลของตระกูลอวิ๋นภายในแคว้นอี้เท่านั้น การได้นางเท่ากับได้รับการสนับสนุนจากตระกูลอวิ๋น! สำหรับตนนางเป็นเพียงแผ่นหินให้เหยียบย่างขึ้นไปเท่านั้น ทั่วทั้งใต้หล้านี้ล้วนเป็นของเขา เขาจะมีใจรักมั่นต่อสตรีผู้เดียวได้อย่างไร? ต่อให้มีอวิ๋นเม่ยที่เชื่อฟังตนมากแล้วอย่างไรเล่า น้ำเสียงและใบหน้าของนางยังคงปรากฏในความฝันของตน
เขารักนางเช่นนั้นหรือ? ไม่ทราบว่าเริ่มตั้งแต่ยามใดที่เขาหลงรักหมากตัวหนึ่งของตน อย่างไรก็ตามเมื่อเขาค้นพบกลับไม่อาจทนรับความรู้สึกเช่นนี้ของตนได้จริงๆ ช่างโง่งมยิ่งนัก! ดังนั้นเขาจึงบงการให้อวิ๋นเม่ยไปฆ่านางเสีย! เสียใจหรือ? เขาไม่อยากยอมรับว่าตนเคยเสียใจจริงๆ
แต่แล้วอย่างไรเล่า? มิใช่ว่าสวรรค์ส่งนางกลับมาแล้วหรือ!
“ไม่ ตลอดมาเขาล้วนอิจฉาข้า” สตรีงดงามผู้นั้นพลันมีท่าทีเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากความน่าหวาดกลัวมาเป็นความลำพองใจ “ทั่วทั้งแคว้นอี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่กล่าวว่าจักรพรรดิเซียวมีวันนี้ได้ล้วนเป็นเพราะการสนับสนุนของบุตรีคนโตแห่งตระกูลอวิ๋น เขาอยู่เบื้องหน้าได้รับการเคารพจากผู้คนนับหมื่น ส่วนข้าก็วางแผนให้เขาอยู่เบื้องหลัง เขารู้สึกต่ำต้อย ทั้งก่อนหน้านี้ยังรู้สึกว่าเขาเทียบองค์ชายองค์อื่นไม่ได้ ภายหลังจึงคิดว่าเขาสู้ข้าไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องการฆ่าข้า! ผู้พ่ายแพ้ย่อมถูกกำหนดให้พ่ายแพ้ตลอดกาล!”
“เจ้า…” ประโยคนี้กระตุ้นความโกรธของเซียวอี้เชินได้สำเร็จ “อวิ๋นซู เจิ้นรู้นานแล้วว่าเจ้าเป็นสตรีที่ชอบวางท่าใหญ่โต เจ้าไม่เคยคิดเลยกระมังว่าเหตุใดข้าจึงต้องสังหารเจ้าอย่างน่าอนาถเพียงนั้น? ในฐานะที่เป็นสตรีควรเห็นสามีเป็นแผ่นฟ้า แต่เจ้ากลับมีท่าทีสูงส่งเพียงนั้นมาโดยตลอด ยังคิดจะได้รับความรักความโปรดปรานจากเจิ้นอีกหรือ? ในเรื่องนี้อวิ๋นเม่ยเก่งกว่าเจ้ายิ่งนัก เป็นสตรีโง่งมเสียหน่อยจะเป็นไร บุรุษดูแลใต้หล้า สตรีดูแลบุรุษ เชื่อว่าจนกระทั่งเจ้าตายก็ไม่เข้าใจเหตุผลนี้กระมัง? ไม่เป็นไร คราวนี้เจิ้นจะทำให้เจ้าเข้าใจเอง”
คำพูดเพิ่งจะกล่าวออกมา ประกายสีเงินพลันส่องสว่าง ธนูอันเย็นยะเยือกถูกยิงออกไปถูกเงาร่างนั้นเข้าพอดี เพียงพริบตาเดียวสตรีก็สลายไปกลายเป็นหมอกควัน
บนใบหน้าของเซียวอี้เชินเจือไปด้วยประกายถากถาง ก็เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เดิมทีเขาไม่คิดจะอ่อนข้อเมตตาอยู่แล้ว หึ ไม่ประมาณตนเอาเสียเลย เพียงแค่หมอกควันต่ำต้อยคิดจะมาทำให้เขาอับอายหรือ? เขาค่อยๆ หันไปมองสตรีที่เหลือด้วยท่าทียั่วยุ อย่างไรก็ตามบนใบหน้าของอีกฝ่ายกลับมีเพียงความเย็นชา
“จักรพรรดิเซียวโหดเหี้ยมไร้ใจจริงๆ ทำกับภรรยาแต่งของตนเช่นนี้ได้”
“ภรรยาแต่ง? ฮ่าๆ” เซียวอี้เชินเข้าใจกระจ่างแล้ว เชื่อว่าตนคงตกอยู่ในค่ายกลอะไรบางอย่าง สตรีสองนางนี้ก็เป็นเพียงของที่ตนจินตนาการออกมาเท่านั้น คำพูดและการกระทำของพวกนางล้วนออกมาจากส่วนลึกในจิตใจของเขา นี่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจยิ่ง ราวกับในใจของตนถูกผู้อื่นแอบดูก็มิปาน
“เมื่อครู่ยามที่พระองค์ยิงธนูออกไป มิใช่ว่าในใจหวั่นไหวมากหรือ? แต่กลับแสดงออกอย่างผ่อนคลายเพียงนี้ น่าสงสารเสียจริง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวอี้เชินแข็งค้าง ดวงตาแปรเปลี่ยนไปอันตราย
สตรีผู้นั้นเบี่ยงตัว ค่อยๆ เคลื่อนไหวช้าๆ “พระองค์เป็นได้เพียงพวกปากอย่างใจอย่าง หลอกผู้อื่นได้แต่กลับหลอกตนเองไม่ได้”
“คนที่พระองค์รักมีเพียงตัวพระองค์เอง เพราะไม่อาจครอบครองจึงต้องแย่งชิง น่าเศร้าจริงๆ”
เซียวอี้เชินสูดหายใจเย็นยะเยือก เขามองไปทางซ้ายขวา ถึงกับไม่มีผู้ใดบงการทุกสิ่งทุกอย่างนี้อยู่ในมุมมืดเชียวหรือ? เพียงแค่ภาพลวงตาถึงกับกล้าโอหังเพียงนี้เชียว? ถึงกับกล่าวว่าตนน่าสงสารน่าเศร้าเชียวหรือ?
“ทำไมหรือเพคะ? พระองค์ทรงกริ้วหรือ? อยากฆ่าหม่อมฉันใช่หรือไม่?” สตรีสุภาพงดงามผู้นั้นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะนี้เสียดแทงหูของเซียวอี้เชินยิ่งนัก
จากนั้นเสียงของอีกฝ่ายพลันเปลี่ยนไป น้ำเสียงหยอกล้อแปรเปลี่ยนไปเย็นชาไร้ใจ “ที่ข้ากลับมาครั้งนี้เพื่อมาดูว่าท่านจะตกลงมาจากที่สูงเช่นไร ตกลงมาจนแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่กระดูกเช่นไร! ข้าช่วยท่านให้ขึ้นครองบัลลังก์ได้ย่อมแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างของท่านมาได้เช่นกัน! เซียวอี้เชิน ความสำเร็จในวันนี้ของท่านล้วนเป็นเพราะคนตระกูลอวิ๋นมอบให้! เมื่อไม่มีตระกูลอวิ๋น ท่านก็ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลย…”
คำพูดยังไม่ทันจบ กระบี่ก็เปล่งประกาย บุรุษฟาดฟันหมอกควันกลุ่มนั้นจนขาดสองท่อน สลายหายไปกับสายลม
“ฮ่าๆๆ…เซียวอี้เชิน เจ้าถูกกำหนดให้เป็นผู้พ่ายแพ้”
“เซียวอี้เชิน เจ้าถูกกำหนดให้อยู่โดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต”
เสียงนี้ดังมาจากทั่วทุกสารทิศ ใบหน้าของบุรุษรูปงามแปรเปลี่ยนไปมืดครึ้มหาใดเปรียบ “พอแล้ว หุบปาก! หุบปากให้ข้าเสีย!”
เขาไม่ยอมรับความหวาดกลัวในใจ เขาไม่ยอมรับว่าตั้งแต่ตัดสินใจให้อวิ๋นซูเป็นฮองเฮาของตนจริงๆ ในใจก็เกิดความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กลับมาจากความตายหรือ? ทั้งๆ ที่รู้ว่านางกลับมาเพื่อแก้แค้น ในใจจะไม่รู้สึกย่ำแย่ได้อย่างไร เขาทำงานหนักมาตลอดสามปี ทว่าแคว้นอี้อันยิ่งใหญ่กลับอ่อนแอลงเพียงนี้หลังจากนางปรากฏตัว อีกทั้งนางยังพาตระกูลอวิ๋นทั้งหมดไปด้วย!
เซียวอี้เชินเคยหยิ่งผยอง คิดว่าต่อให้ไม่มีตระกูลอวิ๋นเขาก็สามารถค้ำจุนท้องฟ้าของแคว้นอี้ได้ แต่คลื่นลมในระยะนี้ค่อยๆ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในใจของตน เบื้องหน้าผู้อื่นเขามักจะแสร้งทำเป็นมีแผนการอยู่ในใจ กระทั่งเลือกออกมาจากแคว้นอี้ในเวลาเช่นนี้เพื่อมาตามหาเงาร่างของอวิ๋นซู เขาจะบอกผู้อื่นได้เช่นไรว่านี่เป็นวิธีการหลีกหนีตามสัญชาตญาณของตน? หรืออาจกล่าวได้ว่า เขาเชื่อว่าสถานการณ์ย่ำแย่ในยามนี้มีวิธีแก้ไขเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือตามนางกลับมา ตามตระกูลอวิ๋นกลับมา!
เขาย่อมไม่อาจบอกสิ่งเหล่านี้กับผู้อื่นได้ เขาคือจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ จักรพรรดิเซียวผู้ไม่เคยพ่ายแพ้! จะให้ผู้อื่นสังเกตุเห็นความไร้ความสามารถของตนได้อย่างไร?
สิ่งที่เซียวอี้เชินเชี่ยวชาญที่สุดก็คือการเปลี่ยนสถานการณ์ อย่างไรก็ตามทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนต้องมีฮองเฮาซูคอยกล่าวเตือนอยู่ข้างกาย ต่อให้เป็นฮองเฮาตัวปลอมผู้นั้นก็ตาม!
อวิ๋นซูสร้างรากฐานที่เข้มแข็งมิอาจโค่นลมให้เขา ทว่าต่อให้สามปีนี้เขาจะพยายามทำให้อำนาจของนางมาเป็นของตนเช่นไร ต่อให้กำจัดขุนนางเหล่านั้นไปเช่นไร ยามนี้เมื่อข่าวลือการตายของฮองเฮาซูแพร่ออกไป คนเหล่านั้นกลับฟื้นคืนราววัชพืชที่งอกกลับมาหลังถูกเผาไหม้ โผล่หัวกันออกมาไม่หยุด จะต่อต้านการปกครองของเขาให้พลิกคว่ำ!
“ข้าจะต้องหาเจ้าออกมาให้ได้ จะต้องทำให้ได้!” ในดวงตาของเซียวอี้เชินเต็มไปด้วยความมืดครึ้ม
Venus36
อยากเซียวอี้เชินไม่ตายดี แบบทรมานโดนพิษสู้ตายดีกว่าอยู่แต่ตายไม่ได้ ให้ทรมานจนตายถึงจะสาสม สงสารอวิ๋นซูรักคนผิดขนาดนี้ อย่างน้อยชาติใหม่เจอผู้ชายที่ดีมากอย่างพระเอก