หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 718 รอดจากเหตุการณ์เลวร้าย
เล่มที่ 24 ตอนที่ 718 รอดจากเหตุการณ์เลวร้าย
เซียวอี้เชินค่อยๆ หลับตาทั้งสอง พยายามสงบอารมณ์ของตน เขาบอกกับตัวเองไม่หยุดว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เขาจะถูกผลกระทบจนธาตุไฟเข้าแทรกง่ายดายเพียงนั้นได้อย่างไร? ขอเพียงสงบจิตใจได้ก็จะไม่มีเสียงอันน่ารังเกียจเหล่านั้นปรากฏขึ้นอีก!
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพบค่ายกลเช่นนี้มาก่อน เป็นไปได้มากว่าทุกคนที่อยู่ในค่ายกลจะถูกควบคุมจิตใจจนเกิดการฆ่าฟันกันเอง ส่วนผู้ที่เหลือคนสุดท้ายก็จะฆ่าตัวตาย แต่ค่ายกลเช่นนี้ สำหรับเขาเซียวอี้เชินแล้วไม่มีประโยชน์อันใด เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการควบคุมตนเองสูง เพียงแค่มีผลกระทบต่ออารมณ์เท่านั้น คิดจะเอาชีวิตของตนง่ายๆ เช่นนี้หรือ? น่าหัวเราะยิ่งนัก!
จริงดังคาด เพียงไม่นานเสียงนั้นก็หายไปกับสายลม “เพียงเท่านี้หรือ?” เขาหัวเราะกับความว่างเปล่า เพียงแต่เซียวอี้เชินกลับไม่สังเกตเลยว่าเสียงหัวเราะในยามนี้ของตนน่าสังเวชเพียงใด
เขาจับกระบี่ในมือแน่น จากประสบการณ์ของเขา เมื่อภาพลวงตาไม่ประสบผล อีกฝ่ายจะต้องใช้กลไกอาวุธลับเป็นแน่ ตอนนี้มิใช่เวลามาผ่อนคลาย
บุรุษยืนอยู่ตรงกลางอย่างเงียบงันเช่นนั้น รอรับการเคลื่อนไหวรอบด้านอย่างสงบ เตรียมตัวป้องกันอย่างรวดเร็วที่สุด
ไหนเลยจะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านกลับนิ่งเงียบราวไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เซียวอี้เชินรอจนหงุดหงิดใจ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลงมือ มิสู้เป็นฝ่ายควบคุมก่อนจะเป็นไร!
บรรยากาศบนร่างของบุรุษพลันเปลี่ยนไป พลังภายในล้นทะลักออกมาจากจุดตันเถียนแพร่มายังฝ่ามือ ได้ยินเสียงดังสนั่น เขาซัดฝ่ามือลงไปที่พื้นโดยพลัน พริบตานั้นก็มีเสียงสะเทือนต่ำๆ ดังมาระลอกหนึ่ง จากนั้นรอบด้านจึงเกิดระเบิดอย่างแรง ตู้มๆๆ …ฝุ่นดินฟุ้งกระจายทั่วฟ้า ทรายสีเหลืองร่วงลงมาราวฝนโปรยปราย เพียงไม่นานก็ทำให้หมอกอันเข้มข้นสลายไป
ทิวทัศน์รอบด้านเริ่มกระจ่างชัด หลงเหลือไว้เพียงกลิ่นดินโคลนอันเข้มข้น เซียวอี้เชินลุกขึ้นยืน มุมปากยกขึ้นเป็นวงโค้ง มองหาคู่ต่อสู้ที่ตนคาดเดา เดิมทีคิดว่าการลงมือนี้จะไปแตะถูกกลไกอะไรบางอย่าง ไหนเลยจะรู้ว่าทุกสิ่งกลับสงบนิ่งไร้คลื่นลม
เขามองไปยังศพทั้งสองบริเวณไม่ไกลที่เย็นชืดไปนานแล้ว พริบตานั้นกลับรู้สึกว่าปล่อยให้เศษสวะพวกนี้อยู่ข้างกายตนก็ไม่มีประโยชน์อะไร ไม่มีการคุ้มครองจากพวกเขามิใช่ว่าตนยังมีชีวิตอยู่ดีหรือ ดูท่าทางเมื่อกลับไปจะต้องฝึกองครักษ์เงาที่มีความสามารถขึ้นมาใหม่เสียแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาจึงเก็บกระบี่กลับมาแล้วก้าวออกไป ทันใดนั้นใบหน้าพลันเปลี่ยนสี
พลังภายในที่เดิมที่อัดแน่นอยู่ทั่วทั้งร่างกลับสลายไปในพริบตา ขาทั้งสองอ่อนแรง บุรุษทรุดลงกับพื้นโดยไม่ได้คาดคิดแม้แต่น้อย ใช้ฝักกระบี่พยุงร่างกายไปได้อย่างหวาดเสียวจึงดูไม่น่าอนาจเกินไปนัก
เกิดอะไรขึ้น? จู่ๆ กลับรู้สึกราวกับว่าพลังภายในของเขาทั้งหมดหายไป การเต้นของหัวใจก็เริ่มอ่อนลงเช่นกัน
จากนั้นความเจ็บปวดที่ยากจะรับไหวพลันแพร่ออกมาจากจุดตันเถียน พริบตานั้นเซียวอี้เชินพลันรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง ถูกพิษหรือ?! ตั้งแต่เมื่อใดกัน…
ในสมองเกิดประกายบางอย่าง ตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้เขาพูดคุยกับภาพลวงตามาโดยตลอด มิได้แตะต้องสิ่งใดโดยสิ้นเชิง เพียงอย่างเดียวที่เขาแตะต้องก็คือหมอกเหล่านั้น! หรือจะกล่าวว่า…นั่นเป็นยาพิษที่ไร้กลิ่นไร้สี? ตนเสียเวลาไปมากมายเพียงนั้นย่อมสูดหมอกพิษเข้าไปแน่ ดังนั้น…
ในยามที่เซียวอี้เชินรับรู้ว่าตนลำพองใจเกินไปก็ไม่ทันเสียแล้ว ทัศนวิสัยของเขาค่อยๆ พร่าเลือน ถึงกับไม่อาจพยุงร่างกายของตนได้อีกต่อไป ข้างหูแว่วเสียงทราย ราวกับมีคนกำลังใกล้เข้ามาด้วยความรวดเร็ว
ไม่ได้ จะล้มลงตอนนี้ไม่ได้ หากเป็นศัตรูตนต้องตายโดยไม่ต้องสงสัยเลย จะตายในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร? ความไม่ยินยอมพร้อมใจอันรุนแรงอัดแน่นอยู่เต็มร่าง ค้ำจุนมิยอมให้ร่างกายล้มลงไป จนกระทั่งเงาร่างในอาภรณ์สีดำอันคุ้นเคยปรากฏขึ้นบริเวณไม่ไกล พริบตาเดียวคนผู้นั้นก็มาถึงข้างกายของเขา
“ฝ่าบาท…”
เสียงนี้ ในที่สุดก็ทำให้เซียวอี้เชินหลับตาลง ทั่วทั้งร่างโอนเอนล้มไปเบื้องหน้า
“ฝ่าบาท!”
…
“องค์ชาย” บุรุษในอาภรณ์ชุดดำปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเฟิ่งหลิง เมื่อเห็นท่าทีกลับมามือเปล่าของเขาจึงคาดเดาอะไรบางอย่างได้บ้าง น้ำเสียงเจือไปด้วยความเสียดาย “ล้มเหลวหรือ?”
“จักรพรรดิเซียวถูกพิษแล้ว เดิมทีกระหม่อมคิดจะกำจัดเขาทันที แต่องครักษ์เงาของอีกฝ่ายมาถึงก่อน”
ไม่ใช่ว่าเขากังวลว่าตนจะสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เพียงแต่ในฐานะที่พวกเขาเป็นคนในแคว้นเหลียนย่อมต้องมั่นใจว่าทางเข้าออกจะปลอดภัย เขาไม่มั่นใจว่าจักรพรรดิเซียวมีทัพเสริมมากน้อยเพียงใด หากตนเผยตัว อีกฝ่ายจะคาดเดาได้ทันทีว่าทางเข้าออกอยู่ใกล้ๆ เมื่อถึงตอนนั้นจะก่อให้เกิดสถานการณ์อันยากจะแก้ไข
ความยิ่งใหญ่ของแคว้นเหลียนทำให้กลุ่มอำนาจที่มีใจทะเยอทะยานมากน้อยเพียงใดคอยจับจ้องราวกับพญาเสือ เมื่อมีคนได้ยินเรื่องทางเข้าออกของแคว้นเหลียนจะต้องมีอำนาจแต่ละฝ่ายแทรกซึมเข้ามาเป็นแน่ ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจรับไหว
“ข้าเข้าใจ เจ้าถอยไปเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เฟิ่งหลิงย่อมไม่ทำให้องครักษ์เงาผู้นี้ลำบากใจ เขารู้ว่าในฐานะที่เป็นคนของแคว้นเหลียนย่อมมีความรับผิดชอบที่ไม่อาจผลักให้พ้นตัว นอกเสียจากจะรับประกันได้ว่าจะสามารถกำจัดทหารของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น ทำให้ความลับของแคว้นเหลียนไม่ถูกเปิดเผย มิเช่นนั้นต่อให้เฟิ่งหลิงอยู่ด้วยเขาก็ยังคงเลือกไม่เผยตัวเช่นกัน
“ดูท่าทางค่ายกลของแคว้นเหลียนก็เพียงเท่านี้เอง” ตงฟางรุ่ยที่อยู่ข้างกายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ อย่างไรก็ตามคำพูดเช่นนี้กลับไม่ได้กระตุ้นให้เฟิ่งหลิงโกรธ ความจริงพวกเขาล้วนรู้ดี หากจักรพรรดิเซียวถูกสังหารง่ายดายเพียงนั้น แคว้นอี้คงไม่ยิ่งใหญ่มาจนถึงวันนี้ บุรุษผู้นั้นนับว่ามีความสามารถอยู่บ้าง
“ออกเดินทาง”
…
ฟ้าค่อยๆ สว่าง ในความฝันปรากฏคำพูดดังเข้าหู ปลุกให้บุรุษบนเตียงสะดุ้งตื่น
“ผู้ใด?!”
เซียวอี้เชินสะดุ้งขึ้นนั่ง ไอสังหารทั่วทั้งร่างถูกเค้นออกมา มองไปรอบด้านด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ตามสิ่งที่สะท้อนสู่ม่านสายตากลับเป็นห้องเรียบง่ายที่ดูไม่คุ้นเคยแห่งหนึ่ง
ภายในห้องอันเล็กแคบกลับมีทุกสิ่งทุกอย่างครบครัน มีชุดน้ำชาผุพังเล็กน้อย บริเวณปากของกาน้ำชามีควันสีขาวโชยออกมา ตนเองกำลังนั่งอยู่บนเตียงอิฐเรียบง่ายหลังหนึ่ง บนร่างถูกคลุมด้วยอาภรณ์เก่าๆ
“ซีด…” การเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ทำให้ความเจ็บปวดระลอกหนึ่งแพร่ออกมาจากท้อง ครู่ใหญ่ๆ ผ่านไปจึงค่อยจางลง เซียวอี้เชินสูดหายใจลึก ฟังเสียงเคลื่อนไหวด้านนอกอย่างตั้งใจ
ดูท่าทางแล้วตนไม่คล้ายกับอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย
เขาลงสู่พื้นอย่างระมัดระวัง เดินไปข้างหน้าต่าง ค่อยๆ แง้มหน้าต่างออกเล็กน้อยแล้วมองไปด้านนอก ภายในรั้วมีสตรีผู้หนึ่งกำลังปั่นด้ายอยู่ในมุมหนึ่ง เงาร่างแบบบางดูวุ่นวาย ไม่ได้สังเกตเลยว่าตนตื่นแล้ว
ลำคอเรียวระหงทำให้เซียวอี้เชินคิดถึงคนผู้นั้น ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เมื่อสตรีผู้นั้นหันมาเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างอันแดงระเรื่อ เซียวอี้เชินพลันรู้สึกราวกับได้พบนาง
ห้องอันเรียบง่าย ทั้งยังมีไก่จำนวนหนึ่งกำลังจิกกินอาหารอยู่ด้านข้าง อากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางป่าเขาโถมเข้ามา เซียวอี้เชินพลันคิดไปว่าตนอยู่ในความฝันอีกหรือไม่
“ซิ่วเอ๋อร์ คุณชายท่านนั้นตื่นแล้วหรือไม่?”
ยามนี้เอง บุรุษหยาบกร้านผู้หนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก ในมือถือกระต่ายป่าสองตัว แต่งกายคล้ายนายพราน
“เหตุใดวันนี้จึงเร็วเช่นนี้?”
สตรีผู้นั้นหยุดการเคลื่อนไหวในมือ เดินเข้าไปต้อนรับด้วยความดีใจ บุรุษส่งสัตว์ในมือที่ล่ามาได้ไปให้นางอย่างคุ้นเคยแล้วจึงหัวเราะเสียงดัง “ได้รับเงินจากผู้อื่นมากมายเพียงนั้นย่อมควรดูแลให้ดีถึงจะถูก ข้าจะไปดูเสียหน่อยว่าเขาตื่นแล้วหรือไม่”
ประตูถูกเปิดออก นายพรานมองไปบนเตียงอิฐอันว่างเปล่า พลันนั้นมีกระบี่เล่มหนึ่งพาดอยู่บนลำคอของเขา บุรุษตื่นตะลึงยิ่งนัก “คุณชาย?!”
“กรี้ด!”
สตรีด้านหลังได้เห็นก็ตกใจจนหน้าถอดสี ทำให้กระต่ายป่าในมือตกพื้น “คะ ใครก็ได้…” เพียงแต่นางลืมไป ที่นี่คือกลางภูเขาลึก ครอบครัวนายพรานไม่มีเพื่อนบ้าน ไหนเลยจะมีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากนาง
“เจ้าคือผู้ใด? เหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
อีกฝ่ายคล้ายกับไม่รู้วรยุทธ หรือจะเป็นเพียงนายพรานธรรมดา?
“คุณชายโปรดวางใจ มะ มีคุณชายหลายคนพาท่านมา กล่าวว่าต้องการให้ท่านพักผ่อนคืนหนึ่ง ทั้งยังให้เงินพวกเราด้วย…”
“นายท่าน!” ยามนี้เอง ด้านนอกมีบุรุษในชุดผ้าหยาบหลายคนปรากฏตัวขึ้น มองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยท่าทีหวาดระแวงพลางเดินเข้ามา
องครักษ์เงาเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาแล้วจึงไม่ถูกผู้อื่นสงสัย สภาพเช่นนี้ดูราวกับคนรับใช้ธรรมดาทั่วไป
เซียวอี้เชินปล่อยนายพรานข้างกาย บุรุษผู้นั้นรีบถอยไปด้านข้าง ปกป้องสตรีไว้ในอ้อมกอดพลางกล่าวปลอบเสียงเบา “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…” อย่างไรก็ตามสีหน้าของเขากลับเผยความคิดที่แท้จริงของตนออกมาจนสิ้น ความจริงเขาถูกกระบี่นั้นทำให้ตกใจไม่น้อย
องครักษ์เงาผู้หนึ่งพาสามีภรรยาคู่นั้นออกไปปลอบใจ เซียวอี้เชินหันมา คนด้านหลังปิดประตูเรียบร้อยแล้ว
“ฝ่าบาทถูกพิษจนสลบไสลไม่ได้สติ กระหม่อมพบครอบครัวนายพรานนี้เข้าจึงให้ฝ่าบาทพักผ่อนเสียก่อน ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา”
“ที่นี่คือที่ใด?”
องครักษ์เงาหลายคนสบตากัน “ฝ่าบาท ทางที่พวกเราผ่านมา…หาไม่เจอแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่ง่ายเลยกว่ากระหม่อมจะหาครอบครัวนายพรานกลางเขาเช่นนี้ได้”
แคว้นเหลียนนี้แปลกประหลาดจริงๆ พวกเขาตามฝ่าบาทมาจนถึงสถานที่ที่เรียกว่าทางเข้าออก คิดไม่ถึงว่ายามเข้าง่ายดายยามออกกลับยากลำบาก เมื่อคืนเดิมทีพวกเขาคิดจะพาจักรพรรดิเซียวไปจากสถานที่อันตรายแห่งนี้ทันที แต่จะอย่างไรก็หาเส้นทางที่ผ่านมาไม่พบ
ทุกคนพบว่าป่าเขาแห่งนี้คล้ายกับถูกวางค่ายกลไว้จนเหมือนกับเขาวงกตที่ยากจะออกไปได้ อีกทั้งสถานการณ์ของเซียวอี้เชินก็เร่งด่วน พวกเขาเกรงว่าจะทำให้นายท่านเสียเวลาจึงตัดสินใจเลือกสถานที่แห่งนี้อย่างเด็ดขาด รอให้เซียวอี้เชินตื่นขึ้นมาก่อน
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?” เซียวอี้เชินนั่งลงที่โต๊ะโกโรโกโส มองไปยังฝ่ามือที่สั่นเล็กน้อยของตน หากมิใช่ว่าเขามีพลังภายในอันหนาแน่นคุ้มครองรวมกับที่เมื่อก่อนอวิ๋นซูช่วยเขาบำรุงร่างกายให้ต้านพิษได้ เกรงว่าหากเป็นคนธรรมดาคงเสียชีวิตไปแล้วกว่าครึ่ง
“กระหม่อมคิดว่าทางเข้าออกจะต้องอยู่ใกล้ๆ นี่เป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่มีคนอยู่ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยหมอกควันเช่นนี้ กระหม่อมไปสืบดูรอบๆ บ้านนายพรานบริเวณสิบลี้แล้ว พวกเขาไม่รู้กระทั่งว่าตนอยู่ใกล้แคว้นเหลียนด้วยซ้ำ” ครบครัวนายพรานที่นี่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขามาหลายสิบปีแล้ว สำหรับพวกเขา สัตว์ที่ล่าในป่าตลอดจนธัญพืชที่หากินกันเองก็เพียงพอจะทำให้พวกเขาใช้ชีวิตได้แล้ว องครักษ์เงายังไปสืบพบมาว่า ครอบครัวนายพรานเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก พวกเขาเป็นเพียงนักเดินทางที่เข้ามาในป่าเขาแห่งนี้แล้วออกไปไม่ได้ นานไปจึงตั้งตัวอยู่ที่นี่เสียเลย ครอบครัวนายพรานในป่าเขาแห่งนี้มีไม่น้อย บุตรของพวกเขาก็เติบโตอย่างปลอดภัยทำให้ประชากรเพิ่มพูน
ถึงกับออกไปไม่ได้หลายสิบปีเชียวหรือ? มิน่าเล่าสิ่งของทั้งหมดในบ้านจึงเก่าเพียงนี้
เซียวอี้เชินขมวดคิ้ว จะอย่างไรพิษก็ยังอยู่ในร่างกายของเขา ไม่อาจกำจัดไปได้ ทั้งยามนี้ก็เริ่มวิงเวียนศีรษะบ้างแล้ว
“ออกไปเถิด หาเส้นทางต่อไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์เงาทั้งหมดพากันถอยออกไป เซียวอี้เชินนั่งลงข้างโต๊ะเพียงลำพัง มองไปยังกาน้ำชา รินชาหยาบกร้านให้ตนเอง
ชาขมไหลลงคอ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางออกมา หลายปีมานี้เขาถูกปรนนิบัติอย่างดีเยี่ยม ของที่ใช้ล้วนเป็นของที่ดีที่สุด เดิมทีคิดจะเทชาหยาบกร้านเหล่านี้ทิ้งไปเสีย เพียงแต่เมื่อคิดดูอีกครั้งจึงทำได้เพียงเม้มปากเบาๆ
nitnit
ไม่ตายคงจะก่อเวนก่อกรรมกับอวิ๋นซู กับเฟิ่งหลิง
Venus36
เซ็งมันรอดมาได้ หวังว่าจะเข้าไปหาอวิ๋นซุไม่เจอนะ