หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 727 ไล่ล่ายามค่ำคืน
เล่มที่ 25 ตอนที่ 727 ไล่ล่ายามค่ำคืน
เงาร่างสีดำร่างหนึ่งทะยานผ่านกำแพงอย่างรวดเร็ว ตงฟางรุ่ยอยู่ในชุดสีดำทั้งร่าง ใช้ผ้าสีดำบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง กำลังกลั้นใจฟังเสียงการเคลื่อนไหวรอบด้าน
เสียงไออันคุ้นเคยเช่นนั้นทำให้เขาดวงตาสว่างวาบ ในที่สุดก็หาพบแล้ว!
แม้ว่านกพิราบสื่อสารจะไม่ได้นำข่าวอันใดกลับมา แต่ตงฟางรุ่ยเชื่อว่ามันหาที่อยู่ของเหมยเฟยพบแล้ว เช่นนั้นต่อให้มิได้จดหมายตอบกลับ ขอเพียงตนให้นกพิราบสื่อสารออกไปอีกครั้ง มิใช่ว่าจะหาเป้าหมายพบได้หรือ?
ตำหนักเย็นแห่งนี้เจือไปด้วยบรรยากาศอันคุ้นเคย บางทีอาจเป็นความสัมพันธ์ของแม่ลูก ตงฟางรุ่ยมั่นใจได้ในทันทีว่าเป็นเหมยเฟยจะต้องถูกขังอยู่ในนี้เป็นแน่!
ตำหนักแห่งนี้คล้ายกับตำหนักเย็นที่เหมยเฟยเคยอยู่ในแคว้นเฉินเป็นอย่างยิ่ง มีความเย็นยะเยือกและความน่าสะพรึงเช่นเดียวกัน ฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอันเข้มข้นจนอดไม่ได้ที่จะอารมณ์หดหู่ขึ้นมา
ตงฟางรุ่ยสูดหายใจลึก ทะยานร่างครั้งหนึ่งขึ้นไปบนหลังคาอย่างไร้เสียง สายตาอันคมกริบจับจ้องไปยังลานเรือนอันแปลกหน้า พบว่าในมุมหนึ่งมีองครักษ์เฝ้าอยู่หลายคนดังคาด!
จะต้องไม่ได้มีเพียงพวกนี้แน่นอน! ตงฟางรุ่ยไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เขาทำเพียงมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบด้านไม่หยุด เหมยเฟยจะถูกซ่อนไว้ที่ใดกันแน่?
ยามนี้เอง แสงสว่างกลุ่มหนึ่งพลันดึงดูดความสนใจของตงฟางรุ่ย ใช่แล้ว เหตุใดเขาจึงคิดไม่ถึง ในเมื่อนี่เป็นตำหนักเย็น เช่นนั้นห้องที่ยังคงมีแสงเทียนลุกโชนจนกระทั่งตอนนี้จะต้องเป็นสถานที่ที่หมู่เฟยอยู่เป็นแน่!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ตงฟางรุ่ยก็รีบขยับเท้าไต่ไปตามหลังคา มุ่งเข้าไปยังทิศทางที่มีแสงเทียนอย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะได้พบกับมือสังหารบ่อยๆ ทำให้ประสาทรับรู้ของตงฟางรุ่ยเฉียบคมเป็นอย่างยิ่ง จู่ๆ เขาก็หยุดการเคลื่อนไหวแล้วหมอบลงบริเวณไกลออกไป ยิ่งเข้าไปใกล้ห้องนั้น กลิ่นอายของยอดฝีมือยิ่งมาก ดูแล้วคงมีคนรอลอบโจมตีอยู่ในมุมมืด รอใครบางคนส่งตนเองไปถึงประตูอย่างเงียบสงบ
ตงฟางรุ่ยหวังเพียงว่าตนจะไม่ใช่เหยื่อ
จะเดินหน้าต่อไปหรือไม่? ตงฟางรุ่ยอดไม่ได้ที่จะลังเลขึ้นมา กลิ่นอายของยอดฝีมือเหล่านั้นคล้ายมีคล้ายไม่มี อย่างไรก็ตามเขามีความรู้สึกเฉียบคมต่ออันตรายยิ่งนัก เมื่อเดินผิดพลาดเพียงก้าวเดียว เป็นไปได้มากว่าจะตกอยู่ในวงล้อมของศัตรู
ควรดึงดูดความสนใจของพวกเขาอย่างไร? ในสมองของตงฟางรุ่ยราวกับเกิดแสงสว่าง พลันนั้นจึงเปลี่ยนทิศทางกลับไปตามทางที่มา
ภายในตำหนักเย็นฟื้นคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด เงาร่างในอาภรณ์ชุดดำปรากฏตัวขึ้นบริเวณมุมกำแพงอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่คราวนี้บนหลังของเขามีถุงกระสอบมาด้วย
ภายในถุงกระสอบมีเสียงจี๊ดๆๆ ดังแว่วมา มุมปากของตงฟางรุ่ยยกขึ้นเป็นวงโค้ง เลือกสถานที่เหมาะๆ แห่งหนึ่งเปิดถุงกระสอบออก
ชั่วขณะนั้นมีกลุ่มก้อนสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนล้นทะลักออกมาราวกับคลื่นสีดำที่แพร่กระจาย ตำหนักที่เดิมที่เงียบสงบแปรเปลี่ยนไป เกิดเสียงที่ทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านดังแว่วมา
“ผู้ใด?!”
กลิ่นอายของยอดฝีมือจำนวนมากพลันชัดเจนขึ้น พวกเขาทะยานมาจากทั่วทุกสารทิศ เดิมทีคิดว่ามีผู้บุกรุก คิดไม่ถึงว่าเมื่อมองไปจะเห็นกลุ่มก้อนสีดำเคลื่อนไปมาอย่างวุ่นวายอยู่ภายในสวนบุปผา พริบตาเดียวก็เข้าไปในพุ่มไม้ บ้างก็เดินตรงไปยังระเบียงทางเดิน
“นี่มันอะไรกัน หนูหรือ?”
“เหตุใดจึงมีหนูมากมายเพียงนี้!” ยอดฝีมือทุกคนล้วนสังเกตุเห็นความผิดปกติของเรื่องราว “ระวังถูกหลอก!”
ไม่แน่ว่าหนูเหล่านี้อาจจะถูกผู้อื่นนำมาปล่อยก็เป็นได้ ฮองเฮาทรงมีรับสั่งไว้แล้วว่าห้ามไม่ให้แมลงวันแม้เพียงตัวเดียวบินเข้ามาได้ ยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องพูดถึงหนูมากมายเพียงนี้เลย! บุรุษหลายคนสบตากันอย่างเข้าใจ พริบตานั้นจึงแยกย้ายกันไปรอบๆ ไล่จับเจ้าตัวเล็กที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เหล่านี้
ตงฟางรุ่ยเห็นว่าเรื่องกำลังพัฒนาไปตามแผนการของตนมุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลำพองใจ จากนั้นจึงถือโอกาสที่กำลังวุ่นวายมุ่งหน้าตรงไปยังห้องที่มีแสงเทียนส่องสว่างอย่างรวดเร็ว
เหตุใดข้างนอกจึงเอะอะเพียงนี้?
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นมองไปยังเหมยเฟยที่นอนหลับไม่สนิท อดไม่ได้ที่จะมองออกไปด้านนอก นี่ไม่ปกติยิ่งนัก ต้องทราบว่ายามปกติเมื่อถึงเวลานี้ตำหนักเย็นจะสงบราวกับผืนทะเลสาบ คล้ายกับที่รกร้างว่างเปล่า
“รุ่ยเอ๋อร์!”
ยามนี้เอง เหมยเฟยที่อยู่บนเตียงลุกขึ้น มองไปด้านนอกด้วยความร้อนใจ
“เหนียงเหนียง?”
“เป็นรุ่ยเอ๋อร์ รุ่ยเอ๋อร์มาแล้ว!” นับเป็นความเชื่อมโยงของแม่ลูกจริงๆ นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากด้านนอกโดยพลัน รีบอดกลั้นความเจ็บปวดจากการขยับร่างกาย “ไม่ จะให้เขามาปรากฏตัวไม่ได้…”
นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? อู๋ฮุ่ยอวิ๋นไม่เชื่อ หรือองค์ชายรองจะบุกเข้ามาอย่างเปิดเผยเพียงนี้จริงๆ? ต้องทราบว่าด้านนอกมีคนคุ้มกันอยู่มาก นี่อันตรายเกินไป เมื่อคิดถึงตรงนี้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นจึงอดไม่ได้ที่จะเดินไปข้างหน้าต่าง เมื่อเปิดหน้าต่างออกพลันได้ยินเพียงเสียงดังขึ้นสองเสียง องครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณนั้นล้มลง จากนั้นนางจึงเห็นเงาร่างในอาภรณ์สีดำพุ่งทะยาน ชั่วขณะต่อมา บุรุษผู้หนึ่งมายืนอยู่เบื้องหน้าของนาง ทั้งสองสบตากันโดยไม่ได้เตรียมตัวแม้แต่น้อย เวลาราวกับหยุดหยุดเช่นนี้ อู๋ฮุ่ยอวิ๋นแทบจะลืมหายใจ
เป็นบุรุษแปลกหน้าที่ไม่เคยพบมาก่อน เพียงแต่อาภรณ์สีดำบนร่างกลับแตกต่างจากองครักษ์ที่คอยเฝ้าที่นี่ เดิมทีนางควรจะกรีดร้องเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือ เพียงแต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดกลับรู้สึกว่าสายตาของบุรุษผู้นั้นดูคุ้นเคย คล้ายกับ…
“องค์ชายรอง?”
ดวงตาของตงฟางรุ่ยสว่างวาบ สตรีเบื้องหน้าสวมอาภรณ์เรียบง่าย หากไม่ใช่อู๋ฮุ่ยอวิ๋นแล้วจะเป็นผู้ใด เพียงแต่นางแตกต่างจากก่อนหน้านี้ยิ่งนัก ใบหน้าไร้การแต่งแต้มดูขาวซีดและซูบผอม ในดวงตามีประกายสงบนิ่งทว่ายามนี้ยังคงเจือไปด้วยความกังวลอยู่หลายส่วน
มุมปากของเขายกโค้ง “เจ้าถึงกับจำข้าได้เชียว” ประโยคนี้มิใช่คำถาม แต่เป็นความมั่นใจ
หัวใจของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นเต้นตึกตัก ภาพเรื่องราวในอดีตราวกับล้นทะลักออกมาจากสมอง นางหลบเลี่ยงสายตาของตงฟางรุ่ยโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการปิดบังความกระอักกระอ่วนของตน “ข้ามีนามทางชีว่า…”
“รีบไป! เวลากระชั้นชิดแล้ว!” ไม่รอให้นางกล่าวจบ ตงฟางรุ่ยก็คิดจะกระโดดเข้าไปในหน้าต่าง ทันใดนั้นธนูอันคมกริบดอกปักลงบนแผ่นไม้ข้างกายเขาจนเกิดเสียงดังฉึก
เขาหันไปมองด้วยสายตาเย็นยะเยือก ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด บุรุษในอาภรณ์สีดำจำนวนมากกำลังไล่ตามมาทางเขาด้วยความรวดเร็ว
ในที่สุดเหมยเฟยก็ได้สติกลับมาจากความยินดี “รุ่ยเอ๋อร์ รีบไป!” นางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทันใดนั้นมีธนูนับไม่ถ้วนถูกยิงมา ตงฟางรุ่ยยื่นมือออกไปปิดหน้าต่างตามสัญชาตญาณ สกัดกั้นลูกธนูหลายดอกแทนอู๋ฮุ่ยอวิ๋นได้ทันเวลา
สตรีผู้นั้นยืนพิงขอบหน้าต่างด้วยความหวาดกลัว กุมหัวใจที่เต้นอย่างบ้าคลั่งของตนแล้วจึงค่อยได้สติกลับมา เมื่อครู่ตนเกือบจะถูกธนูยิงจนพรุนแล้ว!
เพียงไม่นานด้านนอกก็มีเสียงอาวุธปะทะกันดังแว่วมา เหมยเฟยดิ้นจนตกเตียง “เหนียงเหนียง! อย่า…”
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นกำลังจะเข้ามาประคองนางแต่กลับมีคนกระแทกประตูจนเปิดออก มือแกร่งจับไหล่นางแน่น สรรพสิ่งรอบด้านพลันพร่ามัว เพียงพริบตาเดียวนางก็ถูกลากออกไปนอกห้อง กระบี่อันเย็นยะเยือกพาดอยู่บนคอของนาง
“หึ กลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำเช่นนี้เจ้าคิดว่าพวกเราจะติดกับหรือ?” บุรุษด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงถากถาง มองไปยังบุรุษชุดดำที่กำลังต่อสู้พัวพันกับคนอื่นเบื้องหน้า “ผู้ใดส่งเจ้ามา? หากไม่ยอม ข้าจะฆ่านางเสีย!”
เขาออกแรงที่มือ กระบี่อันคมกริบถูกกดเฉือนเข้าที่ผิวหนังละเอียดบริเวณลำคอของนาง เลือดพลันไหลซึมออกมา
ใบหน้าซูบผอมอดไม่ได้ที่จะเผยท่าทีเจ็บปวด บุรุษที่กำลังต่อสู้พัวพันชะงักการเคลื่อนไหวไปชั่วครู่ บุรุษชุดดำถือโอกาสนี้ถีบตงฟางรุ่ยอย่างแรง
“อึก…” เขาถอยหลังไปหลายก้าว เผยท่าทีโกรธเกรี้ยวต่อบุรุษที่อยู่เบื้องหลังอู๋ฮุ่ยอวิ๋น
“รู้ความดีนี่ วางอาวุธในมือลงเสีย มิเช่นนั้น…” ในน้ำเสียงอัดแน่นไปด้วยเจตนาข่มขู่อันเข้มข้น กล้าบุกเข้ามาในถิ่นของพวกเขาย่อมต้องรับผิดชอบผล
บุรุษชุดดำทั้งหมดห้อมล้อมตงฟางรุ่ยไว้ สถานการณ์คล้ายกับว่าต่อให้เขาติดปีก็มิอาจบินหนี
“ไม่ ไม่ต้องสนใจข้า…” อู๋ฮุ่ยอวิ๋นเอ่ยปาก พลันนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเจ็บปวด บุรุษเบื้องหลังตะคอกนางอย่างดุดัน “หุบปาก!” มือที่จับไหล่นางออกแรงบีบ นี่คือผู้มีวรยุทธ สตรีอ่อนแอเช่นนี้ไหนเลยจะรับไหว
เมื่อเห็นท่าทีเจ็บปวดเช่นนี้ของนาง ในดวงตาของตงฟางรุ่ยพลันมืดครึ้ม เดิมทีคิดจะพุ่งเข้าไป เพียงแต่บุรุษในอาภรณ์สีดำที่ล้อมรอบกลับมีไอสังหารอันไร้ก้นบึ้งเอ่อล้นออกมา
“หากกล้าขยับมั่วซั่วก็อย่ามาตำหนิว่าข้าไม่เกรงใจ!”
ชีวิตของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นอยู่ในกำมือของเขา เชื่อว่าคนผู้นี้จะต้องไม่กล้าทำให้นางเสียหายแม้แต่น้อย เพียงแต่…ถึงกับบุกเข้ามาในตำหนักเย็นเพียงลำพัง บุรุษชุดดำคิดว่านี่เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำอีกหรือไม่?
เขาส่งสายตาครั้งหนึ่งพลันมีบุรุษชุดดำเข้าไปตรวจสอบในห้องว่าเหมยเฟยยังอยู่หรือไม่
“เจ้ากล้าแตะต้องนางหรือ!” กระทั่งตงฟางรุ่ยก็คิดไม่ถึงว่าเมื่อได้เห็นอู๋ฮุ่ยอวิ๋นถูกทำร้ายหัวใจของตนจะโกรธเกรี้ยวเช่นนี้
ดวงตาของสตรีผู้นั้นสั่นไหวเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยคิดว่าชีวิตของตนจะผูกเข้ากับการกระทำขององค์ชายรองเช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม วันเวลาที่เขาทรมานตนก่อนหน้านี้เขาทำได้โดยไม่กระพริบตา เขาคือองค์ชายรองจริงหรือ?
“หึ เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้ว่าข้ากล้าหรือไม่” เขาขยับมือเล็กน้อย อู๋ฮุ่ยอวิ๋นพลันส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด นางไม่อาจยืนอย่างมั่นคงได้อีก ร่างกายโอนเอนจะล้มลงไป
“เจ้า….”
“วางกระบี่ในมือลงเสีย!” บุรุษชุดดำตะโกนเสียงดัง ตงฟางรุ่ยกัดฟัน ลังเลครู่หนึ่งแล้วจึงชูกระบี่ในมือขึ้น ค่อยๆ ก้มตัวลง สังเกตุการเคลื่อนไหวรอบด้านอย่างระมัดระวัง
องค์ชายรอง…นี่ เขาจะยอมวางมือจริงๆ หรือ? อู๋ฮุ่ยอวิ๋นยากจะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนได้เห็น
บุรุษที่เข้าไปในห้องกลับออกมาอีกครั้ง “คนด้านในยังอยู่!”
บุรุษที่อยู่ด้านหลังอู๋ฮุ่ยอวิ๋นทำเพียงมองเขา ช่วงเวลาพริบตาที่เขาผ่อนคลายนี้เอง ตงฟางรุ่ยพลันหยิบลูกเล็กๆ สีดำออกมาจากแขนเสื้อลูกหนึ่งด้วยความรวดเร็วแล้วปาลงบนพื้น ได้ยินเสียงดังสนั่น รอบด้านฟุ้งกระจายไปด้วยหมอกควันอันเข้มข้น บดบังทัศนวิสัยของทุกคน เงาร่างสีดำทะยานขึ้นสู่กำแพงวัง หายไปจากความวุ่นวาย
“สมควรตาย ตามไป!”
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นถูกผลักลงพื้นอย่างรุนแรง บุรุษชุดดำไม่สนใจนางอีก พากันไล่ตามไปทางบุรุษที่หนีไป
“ฮุ่ยอวิ๋น รุ่ยเอ๋อร์ รุ่ยเอ๋อร์เล่า?” เหมยเฟยคลานมาถึงประตู นางได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวทั้งหมดเมื่อครู่นี้ “รุ่ยเอ๋อร์หนีไปแล้วหรือ?”
“เหนียงเหนียง…องค์ชายรองเขา เขาไม่เป็นไร…” ในใจผ่อนคลายไปได้ ยังดีที่องค์ชายรองมิได้ยอมจำนนจริงๆ มิเช่นนั้นตนจะสบายใจได้อย่างไร นี่จึงจะเป็นเขามิใช่หรือ? เขาจะทำให้ตัวเองถูกลากลงนรกเพียงเพราะสตรีต่ำต้อยผู้หนึ่งได้อย่างไร?
เพียงแต่…ความเป็นห่วงในดวงตาของเขาเมื่อครู่นี้มิใช่เรื่องเท็จ เขาเองก็เป็นห่วงตนหรือ? อู๋ฮุ่ยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดฟุ้งซ่านขึ้นมา
อีกด้านหนึ่ง
ตงฟางรุ่ยได้รับบาดเจ็บ การเคลื่อนไหวย่อมมิได้รวดเร็วเท่ากับบุรุษชุดดำเหล่านั้น
สมควรตาย เหตุใดจึงสลัดไม่หลุดเสียที! ในวังยังมีองครักษ์อื่นอยู่ เขาย่อมไม่สามารถใช้เส้นทางหลักในวังได้ มิเช่นนั้นจะถูกมองว่าเป็นมือสังหารและดึงดูดผู้อื่นมาอีก หากเดินอยู่บนเส้นทางเล็กๆ คนเหล่านั้นก็ไล่ตามมาไม่หยุด ช่างเป็นพวกสารเลวจริงๆ ถึงกับใช้สตรีอ่อนแอมากบีบบังคับ!
เพียงแต่ตนเป็นอะไรไป กล่าวกันตามเหตุผลแล้ว ต่อให้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นตายเบื้องหน้าตน เขาก็ไม่ควรเจ็บใจถึงจะถูก!
Venus36
เนิ่มรักกันแล้วหรือเปล่าคู่นี้ ตอนแต่งกันก็ทำนางซะเจ็บแสบ พอมาตอนนี้มารู้สึก ทั้งคู่จากไม่รักอาจรู้สึกต่อกันลึกๆ จะว่าไปเกือบช่วยได้แล้วเชียว องค์ชานรองประมาทเกินไป แทนจะฟังพระเอกสักหน่อย ซวยเลย จะว่าไปอีพ่อใจร้ายมาก ทอดทิ้งลูกสาวตัวเองได้ ลูกหลานก็ึคงฆ่าทิ้งไม่สนเช่นกัน