หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 732 แขกลึกลับ
เล่มที่ 25 ตอนที่ 732 แขกลึกลับ
“ดูแล้วระยะนี้องค์ชายของพวกเราคงพบเรื่องยุ่งยากไม่น้อย” หลานอวิ๋นเดินเข้ามา เขาคิดว่าเฟิ่งหลิงอาจจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ จากความเข้าใจที่เขามีต่อเฟิ่งหลิง ยิ่งไม่อยากให้ตนรู้ เขาก็ยิ่งอยากจะรู้ให้กระจ่าง
“มิใช่ว่าช่วงนี้ศิษย์พี่ยุ่งมากหรือ? คุณหนูฟู่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“…” ระยะนี้หลานอวิ๋นมักจะไปเยี่ยมฟู่หยาที่จวนตระกูลฟู่อยู่บ่อยๆ เดิมทีนี่เป็นเรื่องที่ตนมอบหมายให้เขา เพียงแต่เมื่อมากครั้งเข้า เฟิ่งหลิงจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเดิม จริงดังคาด บุรุษหล่อเหลาเบื้องหน้ามีท่าทีลำบากใจอยู่หลายส่วน “กระหม่อมกำลังตอบแทนน้ำใจผู้อื่นแทนองค์ชายอย่างไรเล่า”
“อืม องค์ชายเช่นข้ารู้สึกขอบคุณนัก แต่จะอย่างไรชายหญิงย่อมมีความแตกต่าง มิสู้ให้หลานหลิงไปเยี่ยมแทนเป็นอย่างไร?”
หลานอวิ๋นกระแอ่มไอออกมาหลายครั้ง “เด็กผู้นั้นกระทำการหยาบกร้านใจร้อน หากไปกระทบกระทั่งกับคุณหนูฟู่ เช่นนั้นคงเสียมารยาทแล้ว”
“จะเป็นไปได้อย่างไร ระยะนี้นางมิได้ก่อความยุ่งยากอันใด เชื่อว่านางคงเต็มใจจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง” เฟิ่งหลิงชอบเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนยุ่งยากใจของหลานอวิ๋นยิ่งนัก เป็นดังที่ตนคาดเดาจริงๆ
ในดวงตาของเฟิ่งหลิงมีประกายลุกโชน หลานอวิ๋นหลบตาโดยไม่รู้ตัว ทว่าการกระทำนี้นับว่าเปิดเผยความในใจของเขาจนสิ้นแล้ว
กล่าวไปก็แปลกยิ่งนัก ในขณะที่ไปเยี่ยมเยียนฟู่หยา เขาพบว่าบนร่างของสตรีผู้นี้มีส่วนที่เหนือผู้อื่นอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือบรรยากาศต่างไม่แพ้บุรุษแม้แต่น้อย เขารู้ว่าก่อนหน้านี้ฟู่หยามีใจให้เฟิ่งหลิง ทว่ายามนี้เฟิ่งหลิงมีอวิ๋นซูแล้ว ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเขาจึงปลอบใจฟู่หยาจนได้ไปมาหาสู่เช่นนี้ กระทั่งหลานอวิ๋นก็ไม่ทราบว่าตนเริ่มมีความรู้สึกดีกับฟู่หยาตั้งแต่ยามใด
จำนวนครั้งที่ทั้งสองได้พบปะกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลานอวิ๋นก็ยิ่งชื่นชมนาง เพียงแต่เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าในใจของฟู่หยารู้สึกเช่นไรกับตนกันแน่
“หากมีเรื่องอะไรที่กระหม่อมช่วยได้ ขอให้องค์ชายรีบรับสั่งมาเถิด ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ กระหม่อมก็จะไม่บ่น!” หลานอวิ๋นรีบเปลี่ยนไปมีท่าทีสุภาพนอบน้อม กระทั่งคำพูดคำจาก็ยังเปลี่ยนไป ราวกับมีความน้อยเนื้อต่ำใจ คล้ายกับอยู่ใต้ชายคาผู้อื่นจำเป็นต้องก้มหัวก็มิปาน
ในที่สุดเฟิ่งหลิงก็แย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นจึงเก็บท่าทีของตน
“ข้ามีแขกอยู่ผู้หนึ่ง อาจให้เจ้ารับรองไปก่อน”
แขก? เมื่อเห็นท่าทีของเฟิ่งหลิง หลานอวิ๋นพลันรู้สึกเสียใจที่ตนรีบร้อนสัญญาไปเมื่อครู่ “คงมิใช่ว่า…ทางท่านมหาราชครู…”
เฟิ่งหลิงเบนสายตาขึ้นมอง หัวใจของหลานอวิ๋นเต้นตึกตัก แย่แล้ว จริงๆ เลย…หากเป็นแขกจากท่านมหาราชครู นั่นย่อมมิใช่อะไรที่คนธรรมดาจะรับรองได้ เหตุใดเมื่อครู่ตนจึงรนหาที่ตายเช่นนั้น?
“จะมาถึงเมื่อใด?” คนของท่านมหาราชครูปรนนิบัติไม่ง่ายเลย ดูแล้วตนต้องเตรียมตัวเสียก่อน
“อาจมาถึงแล้ว”
อะไรนะ? หลานอวิ๋นยังไม่ทันมีปฏิกิริยากลับมา บุรุษรูปงามกลับก้มหน้าลงไม่เอ่ยปากอีก จู่ๆ เขาพลันมีลางสังหรณ์ไม่ดี แขกผู้นี้ คล้ายกับเฟิ่งหลิงไม่ต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง
อีกด้านหนึ่ง จวนแม่ทัพกงซุน
“ท่านแม่ทัพ มีจดหมายลับมาขอรับ”
ภายในห้องหนังสือ องครักษ์นายหนึ่งนำจดหมายหนังวัวฉบับหนึ่งมามอบให้ด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม ดวงตาของแม่ทัพกงซุนเปล่งประกาย ตัวอักษรด้านบนทำให้เขาสีหน้ามืดครึ้มลงโดยพลัน
เมื่อเปิดออกอ่าน ใบหน้ากำยำกลับมีความสงสัยอยู่หลายส่วน
ท่านมหาราชครูกล่าวว่าอีกไม่กี่วันจะมีแขกมาเยือน ให้ตนต้อนรับให้ดี
แขกอันใดกัน ถึงกับต้องให้ท่านมหาราชครูเขียนจดหมายด้วยตัวเองเชียว แม่ทัพกงซุนขมวดคิ้วเล็กน้อย เพียงแต่เมื่อมองวันเวลาที่เขียนอยู่บนจดหมายอีกครั้ง ถึงกับเป็นจดหมายที่ถูกส่งออกมาเมื่อห้าวันก่อนเชียวหรือ ต้องทราบว่ายามปกติ จดหมายของท่านมหาราชครูจะมาถึงในวันถัดไป นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“จดหมายที่ท่านมหาราชครูเขียนเมื่อห้าวันก่อน เหตุใดเพิ่งจะมาถึงตอนนี้” เขาเงยหน้าขึ้นถามองครักษ์เบื้องหน้าด้วยความตำหนิ
“เรียนท่านแม่ทัพ จดหมายฉบับนี้ ท่านมหาราชครูเพิ่งจะส่งออกมาเมื่อวานขอรับ”
นี่หมายความว่าอย่างไร? จดหมายที่เขียนเมื่อห้าวันก่อนเพิ่งจะส่งออกมาเมื่อวานหรือ?
“ท่านแม่ทัพ!” ด้านนอกมีเสียงพ่อบ้านชราดังแว่วมา แม่ทัพกงซุนเงยหน้าขึ้น “เข้ามา”
พ่อบ้านชราผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม เดินมากระซิบบางอย่างข้างหูแม่ทัพกงซุน
“คนเล่า?!” เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ ท่าทีของพ่อบ้านชราดูแข็งทื่ออยู่บ้าง “จัดเตรียมให้อยู่เรือนข้างแล้วขอรับ”
“เร็ว รีบให้คนเก็บกวาดเรือนฝูหรงเสีย นี่คือแขกสูงศักดิ์!” แม่ทัพกงซุนยังมิทันได้จัดการอารมณ์ให้กระจ่าง พ่อบ้านชราก็กล่าวว่ามีเกี้ยวมาหยุดอยู่ที่ประตูหลังจวนแม่ทัพแล้ว ทั้งยังเข้ามาแล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังนำจดหมายสำคัญมาด้วย
จดหมายลึกลับที่มาถึงช้า แขกสูงศักดิ์ที่มาถึงแล้ว แม่ทัพกงซุนรู้สึกว่ายังมิได้จัดเตรียมทุกอย่างให้เพียบพร้อม หวังเพียงว่าจะไม่รับรองแขกสูงศักดิ์ล่าช้า
“เร็วๆๆ เคลื่อนไหวให้เร็วเสียหน่อย”
เงาร่างสุขุมเยือกเย็นเดินอยู่บนระเบียงทางเดินอย่างแช่มช้า บ่าวไพร่ที่กำลังวุ่นวายอยู่บริเวณไม่ไกลดึงดูดความสนใจของนาง
พ่อบ้านชราสีหน้าเคร่งเครียด ท่าทีเช่นนี้อวิ๋นซูไม่เคยเห็นมาก่อน
“เรือนฝูหรง?”
“คุณหนูเจ้าคะ ได้ยินว่าเป็นเรือนที่ใช้รับรองแขกสูงศักดิ์ของจวน เพียงแต่ชุนเซียงได้ยินว่ามีแขกเข้าพักน้อยมาก” ชุนเซียงมองไปตามสายตาของอวิ๋นซูแล้วจึงเล่าเรื่องที่ตนได้ยินมา “ดูท่าทางจวนแม่ทัพคงมีแขกมาเยือนแล้วเจ้าค่ะ”
อวิ๋นซูไม่ได้คิดอะไรมาก จะอย่างไรจวนแม่ทัพในยามนี้ก็มิได้ปฏิเสธผู้คนเฉกเช่นกาลก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทัพกงซุนและขุนนางในราชสำนักก็ผ่อนคลายขึ้นมาก มีแขกสูงศักดิ์มาเยือนย่อมมิใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด
กำลังคิดจะเดินจากไปบริเวณทางเดินเล็กๆ ด้านข้าง ทว่าหางตากลับเห็นเงาร่างในอาภรณ์สีขาวร่างหนึ่ง ทำให้อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าลง
ชั่วขณะนั้นนางคิดว่าตนได้เห็นนางเซียน สตรีผู้นั้นใช้ผ้าปิดบังใบหน้า เพียงแต่ทั่วทั้งร่างราวกับมีไอเซียนแผ่ออกมา ยามนี้พ่อบ้านชรากำลังโค้งเอวกล่าวอะไรบางอย่างอยู่หน้านางด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
อีกฝ่ายคล้ายจะสังเกตุเห็นสายตาของอวิ๋นซูจึงปรายตามองมาด้วยท่าทีเรียบเฉย อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานก็ละสายตาออกไปราวกับมิอยากสิ้นเปลืองสายตาไปกับนาง
เบื้องหลังของสตรีผู้นั้นมีสาวใช้ในอาภรณ์สีอ่อนจำนวนหนึ่งเดินตามมา ช่างดูพริ้วไหวเสรีราวนางเซียนจริงๆ
แม่นางผู้นั้นคือแขกสูงศักดิ์ในคราวนี้หรือ? ในสมองของอวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะปรากฏดวงตาสีดำอันเรียบเฉยคู่นั้นขึ้นมา เผยใบหน้าออกมาเพียงครึ่งเดียวกลับทำให้ตนรู้สึกประทับใจอย่างลึกล้ำ แคว้นเหลียนแห่งนี้มีแต่คนเหนือคนจริงๆ เชื่อว่าคงเป็นสาวงามล้ำเลิศอีกผู้หนึ่งกระมัง
“เป็นสตรีที่หยิ่งยิ่งนัก” ข้างกายมีเสียงชุนเซียงดังขึ้น อวิ๋นซูปรายตามองไปเล็กน้อย
จะอย่างไรชุนเซียงก็พบเห็นผู้คนมามาก เมื่อครู่ทันเห็นสายตาที่สตรีชุดขาวใช้มองอวิ๋นซูเข้าพอดี “บ่าวเพียงรู้สึกว่าสายตาเมื่อครู่นี้ของแม่นางท่านนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจเจ้าค่ะ” ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความไม่พอใจอยู่หลายส่วน ต่อให้เป็นแขกสูงศักดิ์ของจวนแม่ทัพของนาง แต่จะอย่างไรอวิ๋นซูก็เป็นคุณหนูของจวน ผงกศีรษะเอ่ยคำทักทายเสียหน่อยจึงจะนับว่ารู้มารยาท
อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย “ไม่จำเป็นต้องคิดมาก”
จากนั้นสตรีทั้งสองจึงเดินจากไปด้านข้างราวกับมิได้เห็นสิ่งใดแม้แต่น้อย
ภายในเรือน
“หากแม่นางมีความต้องการใดสามารถบอกกล่าวกับบ่าวไพร่เหล่านี้ได้ พวกบ่าวจะจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้แม่นางอย่างดีแน่นอนขอรับ” น้ำเสียงของพ่อบ้านชราเต็มไปด้วยความนอบน้อม สตรีในอาภรณ์สีขาวเดินดูรอบเรือน จากนั้นจึงหันมา “ผ้าห่มนี้เปลี่ยนเป็นผ้าไหมกำมะหยี่ได้หรือไม่ ผ้าแพรธรรมดาข้าไม่คุ้นชิน”
พ่อบ้านชราชะงักไปเล็กน้อย ผ้าไหมกำมะหยี่…แต่ท่านแม่ทัพเคยกล่าวว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีความต้องการใดล้วนต้องรับปาก “ได้ขอรับ จะสั่งให้บ่าวไพร่ไปจัดการเดี๋ยวนี้ แม่นางโปรดรอสักครู่”
สตรีในอาภรณ์สีขาวมิได้กล่าวคำใด ทำเพียงนั่งลงด้านข้างตามใจ พ่อบ้านชราชะงักไปครู่หนึ่ง พลันมีสตรีข้างกายเอ่ยเสียงดัง “ยังไม่รีบถอยไปอีก คุณหนูของข้าต้องการอาบน้ำ!”
“อา ขอรับๆๆ เสียมารยาทแล้ว! เสียมารยาทแล้ว!”
เขาเพียงเหม่อยลอยไปชั่วครู่ คิดว่าอีกฝ่ายจะกล่าวขอบคุณด้วยความเกรงใจสักประโยค ตนถึงกับรอตอบรับตามมารยาทเชียว
แปลกยิ่งนัก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับสถานการณ์เช่นนี้ ก่อนหน้านี้หากมีแขกมาเยือน แม้ตนจะกล่าวว่ามีความต้องการใดก็สามารถสั่งกับบ่าวไพร่ได้ ทว่าแต่ไหนแต่ไรยังมิเคยมีใครกล่าวถึงความต้องการอันใดจริงๆ คิดไม่ถึงว่าไม่ทันไรแม่นางท่านนี้ก็ต้องการเปลี่ยนผ้าห่มแล้ว ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย
พ่อบ้านชราถอยออกไปด้วยความเขินอาย แย้มยิ้มอย่างจนใจ รู้สึกลำบากใจจริงๆ อย่างไรก็ตามเขาสัมผัสได้ลางๆ ว่าแขกในคราวนี้มีฐานะไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ผ้าห่มกำมะหยี่หรือ? หากยามปกตินางเป็นผู้ที่มีรสนิยมสูงเช่นนี้อยู่แล้ว เช่นนั้นจวนแม่ทัพจะต้องปรนนิบัตินางอย่างระมัดระวังจริงๆ
เพียงไม่นานในห้องก็เงียบลง สตรีด้านหลังยืนเรียงแถวรอปรนนิบัติ สตรีหน้ากระจกปลดผ้าปิดหน้าออกโดยมีสตรีด้านหลังช่วย จากนั้นจึงจัดเส้นผมสีดำราวหมึกเบาๆ ใบหน้าอันงดงามไม่มีท่าทีอันใดแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามสาวใช้ทั้งหลายยังคงพิถีพิถันเคร่งครัด บรรยากาศทั้งเงียบงันและเคร่งเครียด
พ่อบ้านชราสั่งให้คนนำน้ำร้อนมา ทั้งยังส่งสบู่ดอกไม้ชั้นยอดมาด้วย
“คุณหนูเจ้าคะ จัดเตรียมเครื่องอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ในที่สุดฝูจีก็ตอบรับเสียงเบาแล้วจึงยืนขึ้น สาวใช้ทั้งหลายที่อยู่ด้านหลังรีบเดินเข้ามาช่วยนางปลดอาภรณ์บนร่างอย่างเบามือ
เงาร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งกำลังเล่นอยู่บนระเบียงทางเดิน ซูหลิงเอ๋อร์กำลังเล่นลูกบอลหญ้าในมือ มีกู้สวิ๋นฟางตามอยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยามนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดียิ่งนัก ให้ความรู้สึกราวกับพี่น้องแท้ๆ กู้สวิ๋นฟางดูแลซูหลิงเอ๋อร์เป็นอย่างดี ในใจรักใคร่เด็กน้อยผู้นี้อย่างแท้จริง
“พี่ชาย เร็วหน่อย พวกเราไปเล่นด้านหน้ากันเถิด!”
“หลิงเอ๋อร์ช้าหน่อย ประเดี๋ยวจะหกล้ม”
ยามนี้เอง กู้สวิ๋นฟางหยุดฝีเท้าลง สายตาหยุดอยู่บนเครื่องเรือนภายในสวนบุปผา ในสมองพลันมีรูปแบบของอาวุธชนิดใหม่ปรากฏ ในใจเขากำลังเบื่อหน่ายที่ระยะนี้ไม่มีอารมณ์ในการออกแบบอาวุธ คิดไม่ถึงว่าเครื่องเรือนรูปแบบใหม่นั้นจะทำให้เขาเกิดความคิดในการสร้างอาวุธขึ้นมาได้
บุรุษเริ่มคำนวณในสมองด้วยความรวดเร็ว ซูหลิงเอ๋อร์เล่นอยู่ด้านหน้า ลูกบอลหญ้าเล็กๆ ในมือกลิ้งไปด้านข้าง ยามนี้เอง จู่ๆ ก็มีลมรุนแรงพัดมาสายหนึ่ง
“อา ลูกบอลของข้า…”
เงาร่างเล็กๆ รีบไล่ตามลูกบอลหญ้านั้นไป ซูหลิงเอ๋อร์ไล่ตามลูกบอลหญ้ามาจนถึงเรือนฝูหรง มองไปรอบด้านครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พบของเล่นของนางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานเรือน
นางวิ่งไปเก็บลูกบอลหญ้าบนพื้นขึ้นมาด้วยความดีใจ ทั้งยังเป่ามันไปสองครั้ง “ไม่ดี! เป็นเด็กไม่ดีจริงๆ!”
“คุณหนู…”
เสียงอันลางเลือนดึงดูดความสนใจของซูหลิงเอ๋อร์ ยามนี้นางจึงค่อยพบว่าในห้องหนึ่งบริเวณไม่ไกลมีสตรีที่มีรูปร่างงดงามโดดเด่นหลายนางยืนอยู่
“นางเซียนหรือ?”
ในสายตาของซูหลิงเอ๋อร์ สตรีเหล่านี้คล้ายกับนางเซียนอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เด็กน้อยเหม่อลอยไปชั่วครู่ อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ห้องห้องนั้น
Pennybull
หลิงเอ๋อก่อเรื่องอีกแล้ว รำคาญจังเลย
Venus36
คงเป็นผู้หญิงที่มหาราขครูจงใจให้มาแบบนี้ คิดว่าจะเทียบกับอวิ๋นซุได้เหรอทนางคืดมากเสียเมื่อไหร่กัน หึ สงสัยตอนหน้าทีเรื่องแน่ แต่กู้สวิ่นฟางมีหรือจะก้มหัวให้ใคร