หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 739 สับเปลี่ยนจดหมาย
เล่มที่ 25 ตอนที่ 739 สับเปลี่ยนจดหมาย
กู้สวิ๋นฟางมาถึงจวนแม่ทัพกงซุนด้วยอาการหอบหายใจแรง ในยามที่เดินผ่านเรือนของฝูจียังจงใจแค่นเสียงอย่างรังเกียจครั้งหนึ่ง หากมิใช่ว่ามีเรื่องต้องการบอกอวิ๋นซู เขาคงไม่คิดจะเข้าใกล้สถานที่อัปมงคนนี่!
เมื่อเข้ามายังเรือนของอวิ๋นซู เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “แขกสูงศักดิ์ของพวกเจ้าจะไปเมื่อใด? ข้าไม่อยากเห็นนางอีก!”
อวิ๋นซูที่อยู่ข้างโต๊ะเบนสายตาขึ้น พบใบหน้าไม่สบอารมณ์ของกู้สวิ๋นฟาง “ผู้บาดเจ็บเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”
กู้สวิ๋นฟางตบแขนเสื้อ “เจ้ามิถามข้าเสียหน่อยหรือว่าข้าเหนื่อยแทบตายแล้วหรือไม่? เสียทีที่ข้าเป็นสหายของเจ้า เจ้าถึงกับทิ้งข้าไว้ที่นั่นผู้เดียว…” กู้สวิ๋นฟางบ่น นั่งลงดื่มชาด้วยตัวเอง
“ราชครูซุนผู้นี้ยังนับว่ามีจิตใจดีงาม ผู้บาดเจ็บเหล่านั้นได้รับเงินชดเชยแล้ว ทั้งยังมิได้สร้างปัญหาใหญ่อันใด แต่ว่า…ข้ากลับได้ยินข่าวมีประโยชน์อย่างหนึ่ง สมควรใส่ใจจึงรีบมาบอกเจ้าโดยเฉพาะ”
อวิ๋นซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ม้าตัวนั้นถูกผู้อื่นวางแผนใส่หรือ?”
กู้สวิ๋นฟางพลันเบิกตากว้าง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?! ส่งคนไปตรวจสอบมาแล้วหรือ?”
ในสมองของนางปรากฏภาพรอยแผลบนร่างของม้าตัวนั้น เห็นได้ชัดเจนว่ามีคนใช้ของประเภทก้อนหินโจมตีมัน อวิ๋นซูคิดมาตลอดว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด เมื่อคิดให้ละเอียด เดิมทีม้าคลั่งตัวนั้นมิได้พุ่งมาทางพวกเขา แต่จู่ๆ กลับเปลี่ยนทิศทางวิ่งมาทางนี้ราวกับมีคนจงใจดึงดูดมันมาก็มิปาน
“เจ้าไปล่วงเกินผู้ใดมาหรือไม่?” กู้สวิ๋นฟางมีความรู้สึกไวกับแผนการชั่วร้ายเช่นนี้ยิ่งนัก แต่เพราะคราวนี้อวิ๋นซูช่วยอนุสามและผู้บาดเจ็บเหล่านั้นจึงมีชื่อเสียงโด่งดัง กู้สวิ๋นฟางจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเชื่อมโยงกับนาง
“บางทีคงเป็นเพียงเรื่องบังเอิญกระมัง ยามปกติคุณหนูมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นน้อยมาก คงมิได้ล่วงเกินผู้ใดหรอกเจ้าค่ะ” ชุนเซียงที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก เพียงแต่ในใจกลับไม่สงบ ยามนั้นนางดึงอวิ๋นซูมาหลบด้านข้างแล้ว เห็นม้าคลั่งตัวนั้นใกล้จะเลี้ยวเข้าไปยังถนนอีกด้านหนึ่งแล้ว แต่จู่ๆ กลับร้องครั้งหนึ่งแล้วเปลี่ยนทิศทางมาทางพวกนาง ยามนี้กู้สวิ๋นฟางกล่าวเตือนอีกครั้ง นับว่าแปลกประหลาดจริงๆ
“ช่างเถิด จะอย่างไรก็มิได้เกิดเรื่องใหญ่” อวิ๋นซูไม่ได้คิดสืบสวนให้ละเอียดอีกต่อไป จะอย่างไรยามนั้นบนถนนก็มีผู้คนมากมาย หากต้องการรวบรวมหลักฐานย่อมมิใช่เรื่องง่ายเพียงนั้น ต่อให้พิสูจน์ได้ว่าม้าตัวนั้นถูกผู้อื่นเล่นงาน แต่จะจับผู้อยู่หลังม่านออกมาได้อย่างไร?
กู้สวิ๋นฟางแย้มยิ้ม “ไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่จริงๆ แต่คุณหนูกงซุนกลับโด่งดังแล้ว!” เขาหนุนแขนตนเองอย่างเกียจคร้าน “เกรงว่าตอนนี้ ขอเพียงข้ากล่าวว่าตนเป็นสหายของคุณหนูกงซุน เดินไปที่ใดล้วนมีแต่คนอยากเลี้ยงข้าวกระมัง? ฮ่าๆ”
“คุณชายกู้ อย่าทำให้ชื่อเสียงของคุณหนูของบ่าวต้องเสียหายนะเจ้าคะ!” ชุนเซียงมองไปทางเขาอย่างดุดันโดยพลัน ผู้อื่นไม่กล้ากล่าว ทว่ากู้สวิ๋นฟางกล้าทำเรื่องไร้อย่างอายเช่นนี้ออกมาจริงๆ
“สาวใช้ผู้นี้นี่ ข้าทำให้คุณหนูเจ้ามีหน้ามีตามากขึ้นต่างหาก!”
“หลิงเอ๋อร์อยู่ในเรือนคนเดียวคงกลัวมาก คุณชายกู้รีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนนางเถิด!” ชุนเซียงกล่าว เห็นได้ชัดว่าต้องการบีบให้ผู้อื่นรีบไป
กู้สวิ๋นฟางบ่นพึมพำพลางถอยออกไป ประตูถูกชุนเซียงปิดลงจนส่งเสียงดัง จากนั้นจึงทอดถอนใจเบาๆ เรียกคืนสีหน้าของตน “คุณหนูคิดว่าเรื่องนี้บังเอิญหรือไม่เจ้าคะ?”
สิ่งที่นางใส่ใจคือความปลอดภัยของอวิ๋นซู ยามนี้พวกนางอยู่ในแผ่นดินอื่น กระทำเรื่องใดยังต้องระวังเสียหน่อย
อวิ๋นซูเงียบไปครู่หนึ่ง “คิดฟุ้งซ่านไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด หากอีกฝ่ายเพ่งเล็งมาที่ข้าจริงๆ ครั้งแรกไม่สำเร็จคงมีครั้งต่อไป รออย่างสงบก็พอ”
…
“ท่านแม่ทัพขอรับ” องครักษ์ผู้หนึ่งปรากฏตัวในห้องหนังสือของแม่ทัพกงซุน
“มีเรื่องอันใด?”
“ผู้น้อยพบคนน่าสงสัยจำนวนหนึ่งในจวน”
สายตาของแม่ทัพกงซุนพลันเปลี่ยนไปโหดเหี้ยม “เหตุใดยังไม่รีบจับมาอีก?!”
“คือว่า…ผู้น้อยพบว่าคนน่าสงสัยเหล่านี้คล้ายจะมีเจ้านายอยู่ในเรือนฝูหลงแห่งนั้นขอรับ”
สายตาของแม่ทัพกงซุนเปล่งประกาย ความหมายของเขาก็คือฝูจีสั่งให้คนแอบเข้ามาในจวนแม่ทัพของตนเพื่อเป็นหูเป็นตาคอยคุ้มครองความปลอดภัยของนางหรือ? นี่เป็นการไม่เชื่อใจจวนแม่ทัพของเขาหรือไม่ หรือเป็นเพราะมีแผนการอื่นใด ต้องการจับตาดูจวนแม่ทัพของเขาหรือ? หากเป็นผู้อื่นแม่ทัพกงซุนย่อมไม่อนุญาตให้มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด เพียงแต่ฐานะของฝูจีค่อนข้างพิเศษ นางมีความระมัดระวังเช่นนี้คล้ายจะเป็นเรื่องปกติ
ทว่าเลี่ยงไม่ได้ที่ในใจของแม่ทัพกงซุนจะมิค่อยยินดี เขาแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง มิใช่ท่านมหาราชครูกล่าวว่าอีกไม่นานจะมีคนมารับฝูจีไปหรือ? เหตุใดยามนี้จึงไม่มีผู้ใดปรากฏตัวแม้แต่ครึ่งคน เจ้านายผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ จวนแม่ทัพของพวกเขาก็ไม่ยินดีต้อนรับเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง
“คุณหนูขอรับ องครักษ์ในจวนแม่ทัพพบคนของพวกเราแล้ว”
บุรุษในอาภรณ์สีดำผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าฝูจี สตรีงดงามผู้นั้นทำเพียงมองเขาเล็กน้อย รอเขากล่าวต่อไปอย่างสงบ
ในฐานะที่เป็นประหนึ่งไข่มุกกลางฝ่ามือของตระกูลหวายหวัง ความปลอดภัยของฝูจีย่อมสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากสาวใช้ผู้มีวรยุทธหลายคนที่อยู่ข้างกายนางแล้ว ยามปกติยังมีองครักษ์เงาที่คอยคุ้มครองโดยไม่เปิดเผยใบหน้าง่ายๆ
“เพื่อมิให้เกิดการปะทะกัน ผู้น้อยจึงแสดงฐานะไปอย่างชัดเจนแล้วขอรับ”
“อืม ได้” ฝูจีมิได้กล่าวอะไรมากนัก นางไม่กลัวล่วงเกินจวนแม่ทัพ ในความคิดของนาง การส่งคนไปจับตาดูจวนแม่ทัพก็เพื่อดูว่ามีคนคิดร้ายต่อตนหรือไม่ เป็นเรื่องที่เป็นไปตามหลักการฟ้าดิน คนของตนทักทายพวกเขาก่อนแล้ว นับว่าไว้หน้าพวกเขามากแล้ว
รถม้าคันหนึ่งแล่นมายังประตูหลังของจวนแม่ทัพ บุรุษผู้มีรูปร่างค่อนข้างเล็กลงจากรถม้า เคาะประตูอย่างคุ้นเคยแล้วจึงเดินไปยังเรือนของอวิ๋นซูโดยตรง
ลมเย็นสายหนึ่งพัดมา บุรุษผู้นั้นหยุดฝีเท้า มองรอบด้านด้วยความระมัดระวัง สาวใช้ผู้หนึ่งเดินเข้ามา “นี่มิใช่ฉายกงกงหรือ?”
ขันทีน้อยผู้นั้นมีสีหน้าเคร่งขรึมลง จากนั้นจึงแย้มยิ้มเล็กน้อย ไม่รอให้สาวใช้ผู้นั้นกล่าวอันใดก็รีบทักทายเสียก่อน “ข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำ ขอตัวก่อนขอรับ” จากนั้นจึงถอยหลังไปสามก้าวแล้วหมุนตัวเดินจากไป
เงาร่างอันอึมครึ้มผ่านไปอย่างรวดเร็ว สาวใช้ที่อยู่ด้านหลังกระพริบตา เป็นนางมองผิดไปหรือ? เมื่อครู่ราวกับเห็นคนอยู่หลังฉายกงกง เหตุใดพริบตาเดียวก็ไม่เห็นแล้ว บางทีคงเป็นตนตาฝาดไปจริงๆ
“คุณหนู ในวังมีจดหมายมาเจ้าค่ะ” บนใบหน้าของชุนเซียงเจือไปด้วยรอยยิ้มบางเบา พบว่าในดวงตาของอวิ๋นซูมีประกายยินดีพาดผ่านจริงดังคาด
ฉายกงกงรออยู่ที่นั่นแล้ว ทุกครั้งองค์ชายใหญ่ล้วนให้เขามาส่งจดหมาย
“บ่าวน้อมพบคุณหนูกงซุนขอรับ นี่เป็นจดหมายที่องค์ชายมอบให้ท่าน” เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากเอวแล้วส่งให้ถึงมืออวิ๋นซู
“ลำบากกงกงแล้ว”
ฉายกงกงคารวะเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบเดินจากไปเมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้นเฉกเช่นที่เคยเป็นมา มิได้กล่าวคำใดให้มากความ
อวิ๋นซูกลับมาในห้อง ก้มหน้าลงมอง แต่กลับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ในจดหมายว่างเปล่า ด้านบนไม่มีตัวอักษรแม้เพียงครึ่งตัว เหตุใดจึงส่งจดหมายขาวโพลนเช่นนี้มา? นี่หมายความว่าอย่างไร?
ในขณะเดียวกัน
“คุณหนูขอรับ ผู้น้อยพบว่าในจวนแม่ทัพมีคนน่าสงสัยมาหา”
บุรุษในอาภรณ์สีดำอีกผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าฝูจี ยื่นจดหมายในมือไปให้ด้วยท่าทีนอบน้อม
ฝูจีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางรู้ว่าองครักษ์เงาของตนจะไม่นำของเช่นนี้มามอบให้โดยไม่มีเรื่องราวอันใดเป็นแน่ จริงดังคาด อีกฝ่ายรีบอธิบาย “ดูเหมือนว่าคนที่มาจากวังจะนำจดหมายมามอบให้คุณหนูกงซุนขอรับ”
มอบให้นาง? ฝูจีรู้สึกสนใจขึ้นมาจริงๆ คุณหนูกงซุนผู้นี้ไปมาหาสู่กับคนในวังหรือ? เมื่อคิดถึงตรงนี้นางจึงรีบยื่นมือไปรับจดหมายมา ตัวอักษรอันงดงามบนจดหมายสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตา รอยพู่กันอันสง่างามทำให้ดวงตาของฝูจีสว่างวาบ เพียงไม่นานนางก็เข้าใจ นี่คือลายมือของบุรุษ
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ในใจจึงมีความรู้สึกแปลกประหลาด นางค่อยๆ เปิดออกอ่าน ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มลึกล้ำปรากฏขึ้นหลายส่วน
ยามโหย่ว[1] สะพานวั่งเยว่
มีบุรุษในวังนัดพบคุณหนูกงซุนหรือ? น่าสนใจ
เดิมทีคิดจะเผาจดหมายในมือ อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของฝูจีชะงักไป เปลี่ยนใจนำมันเก็บไว้ด้านข้างอย่างดี ยามโหย่วหรือ?
…
ม่านราตรีเริ่มแผ่ขยาย แสงจันทร์สดใสสาดส่องลงมาบนถนนงดงามของเมืองหลวง โคมไฟมังกรส่องสว่างเป็นประกาย ผู้คนบนถนนเคลื่อนไหวไปมา ตามมาด้วยเสียงจอแจ
แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านเมืองหลวงอันสง่างามแห่งนี้ แสงสีหลากหลายสะท้อนอยู่บนผืนน้ำ ผู้คนเดินผ่านไปมาทำให้เกิดเงาสะท้อนอยู่ในน้ำ เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยน ในสายลมพัดพากลิ่นเค็มจางๆ ของแม่น้ำมา ทั้งยังคละเคล้าไปด้วยเสียงพายเรือ เรือลำเล็กรอดผ่านใต้สะพานสูง ด้านในบรรจุผู้คนว่างานที่ต้องการชื่นชมทิวทัศน์ยามค่ำคืน
บริเวณหอสุราไม่ไกล ภายในห้องชั้นสาม หน้าต่างห้องที่หันหน้าเข้าสู่สะพานวั่งเยว่ถูกเปิดค้างเอาไว้
กลิ่นหอมของชาโชยมา ดวงตาอันงดงามคู่นั้นเจือไปด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
ฝูจีรั้งบ่าวอยู่ข้างกายเพียงนางเดียวเพื่อคอยปรนนิบัติ คนอื่นๆ ต่างคุ้มครองอยู่ในเงา นางมองไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนอย่างสงบ เดิมทีมาเพราะอารมณ์อยากดูเรื่องคึกคัก ทว่ายามนี้กลับถูกทิวทัศน์อันงดงามอาบย้อม อารมณ์จึงค่อยๆ รู้สึกมีสีสันขึ้นมาหลายส่วน
ในสมองปรากฏสายตาสูงส่งเช่นนั้นของอวิ๋นซูขึ้นมา ยามนี้เมื่อคิดดูแล้วกลับอยากจะเย้ยหยันเสียจริง คุณหนูจวนแม่ทัพผู้สง่างามถึงกับลอบไปมาหาสู่กับบุรุษในวัง หากแพร่ออกไปคงทำให้ผู้คนขบขันยิ่ง
นางอดไม่ได้ที่จะอยากรู้ ยามคุณหนูกงซุนรู้ว่าตนรู้ความลับของนางแล้ว บนใบหน้าจะปรากฏท่าทีเช่นไรขึ้นมา
ฝูจีเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนจึงมีเจตนาอันเป็นศัตรูต่ออวิ๋นซูมากมายเพียงนี้ หากกล่าวถึงใบหน้าและฐานะ อีกฝ่ายมิอาจเทียบตนได้โดยสิ้นเชิง สตรีเช่นนี้ แต่ไหนแต่ไรฝูจีมิเคยเห็นอยู่ในสายตา และยิ่งไม่มีใจไปคิดเล็กคิดน้อยเช่นนั้น แต่ทั้งๆ ที่เป็นเช่นนี้ บนร่างของสตรีผู้นั้นกลับมีบรรยากาศบางอย่างที่บรรยายไม่ถูก ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งหัวใจ
ฝูจีไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้ เนื่องจากตลอดมามีเพียงผู้อื่นที่หวาดกลัวและเคารพนาง ฐานะและตำแหน่งของนางมิอาจสั่นคลอน บางทีนางทำเช่นนี้เพราะอยากทำให้ตนสบายใจจริงๆ ทำให้นางรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงเพราะสตรีผู้นั้นวางมาดใหญ่โตเพื่อตบตาผู้อื่นเท่านั้น อีกฝ่ายเพียงแค่บุตรีของแม่ทัพผู้หนึ่งที่ไม่มีอะไรดี
มองไปยังถนนหนทางอันครึกครื้นแล้วจึงมองไปยังพระจันทร์ที่แขวนอยู่บนท้องฟ้า ฝูจีพลันรู้สึกสนใจขึ้นมา การกระทำของตนกล่าวไปแล้วก็น่าขันยิ่งนัก เหตุใดจึงเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ นับว่าไม่สมฐานะของตนจริงๆ เพียงแต่ยามนี้คนก็นั่งอยู่ที่นี่แล้ว อีกไม่นานจะถึงยามโหย่วแล้ว เช่นนั้นก็รอดูเรื่องน่าขันเถิด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ฝูจีจึงก้มหน้าลง ยามนี้เอง เงาร่างในอาภรณ์สีเงินสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตาของนาง ทำให้นางหยุดการเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว
บนสะพานมีเงาร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งเดินมาจากฝั่ง ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายแข่งกับแสงจันทร์ ดึงดูดสายตาของฝูจีโดยพลัน บุรุษผู้นั้นมีรูปร่างกำยำงดงาม การเคลื่อนไหวปรากฏความสง่างามชัดเจน สายตาค้นหาของเขามองสำรวจรอบด้านราวกับกำลังรอผู้ใดอยู่
เป็นเขาหรือ?
ฝูจีกลั้นใจสำรวจ ทั้งๆ ที่ห่างกันเพียงนี้ อีกฝ่ายย่อมมิอาจเห็นตน แต่นางยังคงทำเช่นนี้
คนผู้นั้นมีดวงตางดงามยิ่งนัก ทว่าสิ่งอื่นกลับธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ บนใบหน้ามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ทำให้ผู้คนเกิดความประทับใจลึกล้ำ มินับว่าหล่อเหลาแต่กลับดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตามฝูจีเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง นางมองเพียงปราดเดียวก็มองออก บุรุษผู้นั้นปลอมแปลงใบหน้า ต่อให้เป็นเช่นนี้ก็มิอาจปกปิดดวงตาที่ราวกับประกายคลื่นของเขาได้
บุรุษผู้นั้นคล้ายจะหาผู้ที่ตนนัดหมายไม่พบจึงหรี่ตามองไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ไกลออกไป เงาของเขาสะท้อนอยู่บนผืนน้ำ ลมเย็นพัดอาภรณ์โบกสะบัดราวกับภาพความฝันที่หากกระพริบตาจะหายไปโดยพลัน ฝังกลบอยู่ในความงดงามเช่นนี้
——————————————————————
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ยามโหย่ว คือเวลาประมาณ 17.00-19.00 น.
nitnit
เรื่องราวชวนให้ติดตาม
Venus36
เข้าใจที่ฝูจีรู้สึกอยากทำร้ายนางเิกอยู่เรื่อย เพราะกลัวนี่เอง 55555 อวิ๋นซูรู้ทันว่ามีคนทำร้าย รออย่างสงบ นางถนัดในการเฝ้ารอถูกเล่นงานแล้วโจมตีตลบหลังจ้า รอให้รู้ก้อนเถอะว่าใคร อวิ๋นซุไม่อยูีเฉยแน่ แต่จะรู้ไหม จดหมายถูกสับเปลี่ยนไปแล้ววว
Venus36
ฝูจีสารเลว หึ เล่นสกปรกถึงเพียงนี้เลย หึ เฟิงหลิงรู้ตัวหน่อยว่านางเอกไม่ได้มา มีการสับเปลี่ยนจดหมาย บ้าชิบ