หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 740 พบหน้า
เล่มที่ 25 ตอนที่ 740 พบหน้า
ภายในห้อง สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างสังเกตุเห็นความผิดปกติของฝูจี เหตุใดคุณหนูจึงมองไปนอกหน้าต่างโดยไม่ขยับเขยื้อน? เมื่อมองไปตามสายตาของนาง สาวใช้พบว่าบนสะพานมีเงาร่างในอาภรณ์สีเงินผู้หนึ่งยืนอยู่ เป็นบุรุษผู้นั้นหรือ?
ดวงตาของบุรุษผู้นั้นน่ามองยิ่งนัก เพียงแต่ด้วยระดับเช่นนี้ย่อมมิอาจเข้าตาของคุณหนู ตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ฝูจีมองไปยังบุรุษผู้นั้นอย่างเงียบงัน สายน้ำอันงดงาม บรรยากาศน่าพึงพอใจ เงาร่างนั้นยืดอกตรง กลมกลืนเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นภาพที่แตกต่างออกไป ทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกมีความสุข
ชั่วขณะนี้ ราวกับฝูจีลืมเลือนทุกสิ่งก็มิปาน กระทั่งชาร้อนข้างมือเย็นไปนานแล้ว ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนสะพานเปลี่ยนไปกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ทว่าบุรุษผู้นั้นยังคงยืนรออยู่เช่นนั้น ราวกับไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปี เขาจะยังคงรออยู่ที่นี่ก็มิปาน
มุมปากของฝูจียกโค้ง คงเป็นเขาแล้วกระมัง
ยามนี้จดหมายอยู่ในมือของตน ไม่ว่าเขาจะรอนานเพียงใดก็มิสมปรารถนา อย่างไรก็ตาม ฝูจีอดไม่ได้ คิดอยากจะดูเสียหน่อยว่าบุรุษผู้นั้นจะรอได้นานเพียงใด
ยิ่งรอนาน ย่อมแสดงให้เห็นว่าสตรีผู้นั้นยิ่งสำคัญต่อเขา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มือที่อยู่ในแขนเสื้อของฝูจีอดไม่ได้ที่จะกำแน่น ความรู้สึกไม่สบอารมณ์ในใจเริ่มแผ่ขยาย
เฟิ่งหลิงมองไปยังเรือลำเล็กที่แล่นใกล้เข้ามา เลยยามโหย่วไปแล้วทว่ายังมิเห็นเงาร่างของอวิ๋นซู นี่ไม่เหมือนกับนิสัยของนาง หากนางมีเรื่องสำคัญไม่อาจมาตามนัดหมายจะต้องส่งคนมาแจ้งตนถึงจะถูก
คงมิใช่ว่ามีเรื่องเหนือคาดอันใดเกิดขึ้นหรอกกระมัง? อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานเฟิ่งหลิงก็ปัดความคิดนี้ออกไปจากสมอง อวิ๋นซูมิใช่คนอ่อนแอเช่นนั้น ข้างกายนางยังมีองครักษ์เงาคอยคุ้มครอง หรือจะเกิดความผิดพลาดอะไรบางอย่าง?
เสี่ยวฉายจื่อกลับมารายงานว่าจดหมายถูกส่งมอบถึงมือนางแล้วจริงๆ เช่นนั้นเหตุใดนางจึงไม่มาเล่า? หรือจะกล่าวว่า…นางรู้ฐานะของฝูจีแล้วจึงรู้สึกโกรธ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ในใจของเฟิ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะเต้นตึกตัก จะเป็นเช่นนี้หรือ? แต่ซูเอ๋อร์ของเขามิใช่สตรีไร้เหตุผล หากในใจของนางเกิดความสงสัยจะต้องมาถามตนให้ชัดเจนด้วยตัวเองเป็นแน่
ฝูจีเห็นบุรุษผู้นั้นมีความเคลื่อนไหวจึงเลิกคิ้วขึ้นโดยพลัน รู้สึกว่าเรื่องผิดปกติแล้วหรือ? เขาจะไปแล้วหรือ?
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด นางในยามนี้ถึงกับไม่ยินยอมให้บุรุษผู้นั้นจากไป พลันนั้นจึงลุกขึ้นยืน ในดวงตาเต็มไปด้วยความลังเล
“คุณหนู?”
ฝูจีมองไปยังสาวใช้ผู้นั้นอย่างไม่สบอารมณ์ ราวกับไม่อยากให้นางมารบกวนความคิดของตน หากบุรุษผู้นั้นจากไปแล้วตนยังจะได้พบเขาอีกหรือไม่? ชั่วขณะนั้นฝูจีพลันมีความรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นนางยิ่งรู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ใดกันแน่?
ยามนี้เอง องครักษ์เงาผู้หนึ่งปรากฏตัวข้างกายบุรุษในอาภรณ์สีเงิน ดวงตาของฝูจีพลันเปล่งประกาย ในใจมั่นใจแล้วว่าบุรุษผู้นี้จะต้องมีฐานะไม่ธรรมดาเป็นแน่ ถึงกับมีองครักษ์เงาด้วย!
“ใกล้ๆ มีคนน่าสงสัยหรือไม่?”
ปฏิกิริยาแรกของเฟิ่งหลิงก็คือ คิดว่าอวิ๋นซูจะเกิดเรื่องเหนือคาดอันใดจริงหรือไม่
“ตอบนายน้อย ไม่มีคนน่าสงสัยขอรับ”
“จวนแม่ทัพกงซุนมีอะไรผิดปกติหรือไม่?”
องครักษ์ผู้นั้นเผยสายตาสงสัยออกมา หากมีเรื่องผิดปกติ สหายร่วมงานควรกลับมารายงานนานแล้วถึงจะถูก
เฟิ่งหลิงไม่อาจรอต่อไปได้อีก กำลังคิดจะยกชายอาภรณ์เตรียมจะเดินจากไป ยามนี้เองมีลมเย็นสายหนึ่งพัดมา เบื้องหน้าปรากฏเงาร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ขึ้นร่างหนึ่ง คนผู้นั้นยืนอยู่กลางทาง ใช้ผ้าแพรปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง ทว่ายังคงเผยให้เห็นความงามล่มแคว้น ดวงตาคู่นั้นเย็นชาเฉียบคมราวกับสามารถมองทุกสิ่งทุกอย่างของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
องครักษ์เงามองไปยังสตรีเบื้องหน้าด้วยท่าทีระมัดระวัง เมื่อครู่ยามอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ตนถึงกับไม่ทันมีปฏิกิริยาเชียว
บรรยากาศอันแปลกประหลาดไหลเวียนอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ในยามที่ฝูจียืนอยู่เบื้องหน้าเฟิ่งหลิง ทุกอย่างราวกับถูกอะไรบางอย่างที่ไม่อาจจับต้องดึงดูดเข้าหากันจนเกิดความเกี่ยวพันกันขึ้นมา
เหตุใดท่านมหาราชครูจึงส่งตนมาอยู่จวนแม่ทัพกงซุน เหตุใดแม่ทัพกงซุนจึงมีบุตรีเพิ่มขึ้นมาคนหนึ่ง เหตุใดคุณหนูกงซุนจึงแปลกประหลาดยิ่งนัก เหตุใดนายน้อยของตระกูลมหาราชครูจึงไม่ยอมตอบจดหมายตน ทั้งยังมีบุรุษเบื้องหน้าผู้นี้และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณหนูกงซุน…
“ท่าน…คือผู้ใด?”
ในที่สุดฝูจีก็เอ่ยปาก เฟิ่งหลิงคาดเดาฐานะของอีกฝ่ายได้ในทันที
เหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ เช่นนั้นซูเอ๋อร์เล่า? หรือจะกล่าวว่า…
เขาสังเกตรอบด้าน ในเมื่ออวิ๋นซูไม่ปรากฏตัว บางทียามนี้คงเป็นโอกาสอันดีที่จะจัดการเรื่องอีกฝ่าย
“นายน้อยของตระกูลมหาราชครู องค์ชายใหญ่ ใช่หรือไม่?” ราวกับฝูจีมั่นใจในการคาดเดาของตน สายตาของนางปรากฏประกายเฉียบคมไหลผ่าน ทั้งยังเจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะปกปิด
ในใจของเฟิ่งหลิงเกิดแผนการบางอย่าง “ท่านคือ…” ท่าทีเช่นนี้ราวกับเขาไม่รู้อะไรก็มิปาน
จริงดังคาด บนใบหน้าของฝูจีเจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่หลายส่วน หรือเขาไม่ทราบว่าตนรอเขาโผล่หน้าออกมาในจวนแม่ทัพ? ยามนี้กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก นับเป็นความอัปยศของตนยิ่งนัก!
“ยามที่ฝูจีมาถึงเมืองหลวง ส่งจดหมายไปให้องค์ชายหลายฉบับ องค์ชายมิได้รับหรือ?”
“ระยะนี้ในวังมีเรื่องมากมาย ข้าองค์ชายย่อมไม่มีใจจัดการจดหมายแปลกๆ เสียมารยาทแล้วจริงๆ”
เพราะยุ่งจึงละเลยจดหมายของนางหรือ? คำพูดเช่นนี้ฝูจีไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว คล้ายกับว่านางยังไม่ยอมถอดใจ ต้องการทำให้เฟิ่งหลิงยอมรับให้ได้ “ไม่ทราบว่าวันนี้องค์ชายใหญ่เสด็จออกจากวังด้วยเรื่องอันใด? มาจัดการกิจธุระเช่นกันหรือ?”
นางย่อมมิอาจถามตามตรงได้ว่าเขานัดคุณหนูกงซุนออกมาใช่หรือไม่ หากทำเช่นนี้มิใช่เป็นการเปิดเผยเรื่องที่ตนสับเปลี่ยนจดหมายของเขาหรือ
เฟิ่งหลิงสัมผัสได้อย่างเฉียบแหลม การที่อวิ๋นซูมิได้มาตามนัดในครั้งนี้ เกรงว่าคงเกี่ยวข้องกับฝูจีเบื้องหน้าเป็นแน่ อีกฝ่ายมาลองเชิงตน ดูแล้วนางคงสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอวิ๋นซูแล้ว
เขารีบใคร่ครวญในสมองอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงแย้มยิ้มเล็กน้อย “ใช่ ออกจากวังมาจึงถือโอกาสนัดพบสหายเก่าผู้หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะได้พบแม่นางฝูจีที่นี่”
สายตาของฝูจีสว่างวาบ เขาไม่ทราบว่าตนสังเกตเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามมาระยะหนึ่งแล้ว นัดพบสหายเก่าหรือ? ดูเหมือนว่าคุณหนูกงซุนเพิ่งจะกลับจวนมาไม่นานมิใช่หรือ? หรือพวกเขารู้จักกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ฝูจีอดไม่ได้ที่จะใคร่ครวญให้มาก หากระหว่างเขากับคุณหนูกงซุนมีเรื่องที่ไม่อาจบอกผู้อื่นได้ เช่นนั้นควรจะปิดบังตนถึงจะถูก แต่นี่อีกฝ่ายยอมรับอย่างเปิดเผยเช่นนี้ หรือตนจะคิดมากไปเองจริงๆ?
ไม่ ไม่ถูก บุรุษสตรีไร้คู่นัดพบกันลำพัง ย่อมมิได้มีความสัมพันธ์เรียบง่ายเพียงแค่สหายเก่าเป็นแน่
ฝูจีไม่ได้สังเกตเลยว่าตนใส่ใจเรื่องของเฟิ่งหลิงและอวิ๋นซูเป็นพิเศษ
“ดูท่าทางแม่นางคงมีธุระต้องกระทำ ข้าองค์ชายไม่รบกวนแล้ว! ขอตัวก่อน”
คล้ายกับว่าเขาไม่เต็มใจอยู่กับฝูจีให้มากนัก ไม่รอให้อีกฝ่ายกล่าวอะไรก็หมุนตัวเดินเข้าไปในฝูงชนแล้ว
สตรีผู้นั้นได้สติกลับมา เบื้องหน้าไหนเลยจะมีเงาร่างของเฟิ่งหลิงอยู่อีก ใบหน้างดงามที่อยู่ภายใต้ผ้าแพรปรากฏความโกรธเกรี้ยวออกมา ดูแล้วนายน้อยของตระกูลมหาราชครูท่านนี้มีท่าทีชัดเจนยิ่งนัก ไม่เต็มใจจะมีความสัมพันธ์กับตนหรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดตนต้องรับหน้าอย่างอบอุ่นด้วยเล่า!
ขณะนี้คล้ายกับฝูจีจะตัดสินใจแล้วว่าจะหมุนตัวเดินจากไปทันที เพียงแต่ไม่นานในสมองกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
เรื่องนี้จะมีอะไรที่ตนไม่รู้อยู่หรือไม่? หรือจะกล่าวว่า…นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบผ้าแพรบนใบหน้าของตน แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยถูกบุรุษปฏิเสธ จะยอมรับเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร เป็นเพราะนางมิยอมเผยใบหน้าที่แท้จริงกับเขาใช่หรือไม่ เขาคิดว่านางไม่ยอมใช้ใบหน้าที่แท้จริงมาพบผู้คนเพราะหน้าตาอัปลักษณ์ใช่หรือไม่?
นางเชื่อว่าบุรุษใต้หล้าย่อมต้องสยบต่อความงาม บางทีอีกฝ่ายอาจจะเข้าใจตนผิด
หรือจะกล่าวว่าเป็นเพราะคุณหนูกงซุนจริงๆ?
ไม่ นี่เป็นไปไม่ได้ คุณหนูกงซุนผู้นั้นมีความสามารถอย่างไรกันแน่ ถึงทำให้นายน้อยของตระกูลมหาราชครูปฏิเสธตนได้? ในแคว้นเหลียน คนที่งดงามและสูงศักดิ์ยิ่งกว่าคุณหนูกงซุนมีมากมายจนนับไม่ถ้วน เหตุใดจึงมีบุรุษยอมทิ้งคนงามเพื่อนางด้วย?
ฝูจีไม่อนุญาตให้ตนคิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป ความมั่นใจของนางไม่เคยถูกสั่นคลอน ในเมื่อตนมาถึงเมืองหลวงแล้ว ทั้งยังได้พบนายน้อยของตระกูลมหาราชครูแล้ว นางย่อมต้องการสืบถามท่าทีของอีกฝ่ายให้กระจ่างชัด อย่างน้อยนางต้องรู้ว่าตนมีสิ่งใดไม่ดีกันแน่ถึงทำให้เขาหลีกเลี่ยงเช่นนี้
หรือบางที นางคงอยากจะเห็นเสียหน่อยว่าองค์ชายใหญ่ท่านนี้มีอะไรเหนือผู้อื่นถึงได้กล้ายโสโอหังต่อตนเช่นนั้น
จิตใจที่ชอบเอาชนะของฝูจีถูกกระตุ้น นางมองไปยังทิศทางที่บุรุษผู้นั้นจากไปเมื่อครู่นี้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
ภายในจวนแม่ทัพกงซุน
องครักษ์เงากลับมาเบื้องหน้าอวิ๋นซู “เรียนคุณหนู ยามนี้องค์ชายไม่อยู่ในวังขอรับ”
ในมือของอวิ๋นซูถือจดหมายขาวโพลนฉบับนั้นเอาไว้ ในใจรู้สึกไม่สงบ ไม่อยู่ที่วังหรือ? เหตุใดเขาต้องส่งจดหมายว่างเปล่าฉบับนี้มาให้ตนด้วย มีเจตนาใดกันแน่?
ยามนี้เอง เสียงอันเคร่งเครียดดังแว่วมาจากมุมหนึ่ง “ซูเอ๋อร์?”
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมอง เงาร่างของบุรุษรูปงามปรากฏตัวบนต้นไม้ต้นหนึ่ง บนร่างมีแสงจันทร์สาดส่องลงมาอย่างเลือนลาง
องครักษ์เงาคารวะอย่างนอบน้อม พริบตาเดียวก็หายไปกับสายลม
อวิ๋นซูลุกขึ้นยืน เฟิ่งหลิงทะยานตัวเป็นสายลมมาเบื้องหน้านาง จับไหล่ทั้งสองของนางแน่นราวกับต้องการมั่นใจว่านางไม่มีอันตรายอันใดก่อนจะถอนหายใจยาว
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?” นางสังเกตุเห็นว่าบนร่างของเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยฝุ่น ราวกับรีบร้อนมาตลอดทาง
“เจ้าไม่ได้รับจดหมายของข้าหรือ?”
“ท่านหมายถึงจดหมายว่างเปล่าฉบับนี้หรือ?” อวิ๋นซูยื่นจดหมายในมือออกไป เมื่อเฟิ่งหลิงได้เห็นจึงสามารถพิสูจน์ความคิดของเขาได้อย่างแท้จริง ดูท่าทางฝูจีคงสับเปลี่ยนจดหมายเพื่อจะได้พบตน
บุรุษเบื้องหน้ามิได้กล่าวคำใดราวกับกำลังใคร่ครวญอะไรบางอย่าง อวิ๋นซูก็เงียบลง นางสัมผัสได้ว่าเฟิ่งหลิงมีคำพูดบางอย่างต้องการกล่าวกับนาง
บุรุษรูปงามสูดหายใจลึก จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา “ซูเอ๋อร์ ข้ามีบางเรื่องต้องการบอกเจ้า ตามข้าไปสักครู่ได้หรือไม่?”
อวิ๋นซูผงกหัวเล็กน้อย เฟิ่งหลิงดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดราวกับสมบัติล้ำค่า ภายใต้แสงจันทร์ เงาร่างทั้งสองทะยานไปตามลม หายไปท่ามกลางม่านราตรีอันเงียบสงบ
ภายในป่านอกจวนแม่ทัพ
องครักษ์เงาหลายคนรออยู่บริเวณนั้นแล้ว “องค์ชาย คนเหล่านั้นถูกผู้น้อยล่อออกไปแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ร่องรอยขององค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาของเฟิ่งหลิงล่อสายตาที่ฝูจีจัดวางไว้ในจวนแม่ทัพเพื่อเป็นการรับประกันว่าเขาจะไปมาไร้ร่องรอย
“จับตาดูต่อไป อย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้ที่นี่”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
องครักษ์เงาทั้งหลายพลันกลายเป็นสายลม เลือนหายไปไม่เหลือร่องรอย ภายในป่าอันเงียบสงบเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง
na
ฉายกงกงมีปัญหาหรือฝีมือฝูจีเก่งเกินไป จดหมายในมือถึงถูกเปลี่ยนง่ายปานนั้น
Venus36
อีหน้าด้านฝูจี อวิ๋นซูเหนือกว่าเธอหลายขุมยะ ยกเว้นหน้าตาอาจสวยกว่า และอาจเหาะแวบไม่ได้ แต่อย่างอื่นเหนือกว่าหมดเด้อ หึ เจอความเย็นชาพระเอกยังน้อย พอได้เห็นใบหน้าแท้จริงแล้วจะยิ่งหลงใหลแน่ แต่ที่พระเอกยโสใส่เพราะเธอนอกสายตายะ หึ หลงตัวเองถึงเมินแล้วสะใจ