หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 744 เกียรติยศพระราชทาน
เล่มที่ 25 ตอนที่ 744 เกียรติยศพระราชทาน
อวิ๋นซูคิดไม่ถึงว่าฝูจีมาหาถึงประตูเพื่อที่จะ “ช่วยเหลือ” ตน
นางแย้มยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณแม่นางมาก ทว่าเมื่อคืนซูเอ๋อร์มิได้ออกจากจวน เชื่อว่าแม่นางคงเข้าใจผิดแล้ว”
ถึงกับไม่ยอมรับเชียวหรือ? องครักษ์เงาของตนจะรายงานข้อมูลผิดพลาดได้อย่างไร
“วันนี้เช้ามิใช่สาวใช้ในจวนกล่าวกันว่าหาคุณหนูกงซุนไม่พบหรือ? ในใจของฝูจีเป็นกังวลยิ่งนักจึงมาดูเสียหน่อย” นางมองสำรวจอวิ๋นซูครู่หนึ่ง สายตาเช่นนั้นราวกับคมมีดก็มิปาน อาบน้ำแล้วหรือ? เมื่อคืนทำเรื่องอันใดจึงต้องกลับมาอาบน้ำแต่เช้า? ช่างไม่รู้จักยางอายเสียจริง!
“วันนี้ซูเอ๋อร์ตื่นค่อนข้างเช้า ดังนั้นสาวใช้จึงหาไม่พบจนเกิดเรื่องน่าขัน ทำให้แม่นางฝูจีเป็นห่วงแล้ว” บนใบหน้าของอวิ๋นซูไม่มีความผิดปกติแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเช่นที่นางกล่าว
ในดวงตาของฝูจีมีประกายพาดผ่าน ในใจกลับคิดไปว่าเป็นสตรีเจ้าเล่ห์จริงๆ รู้ว่าตนไม่อาจเอ่ยถามได้โดยตรง มิเช่นนั้นคล้ายกับเป็นการยอมรับกับปากว่าตนสั่งให้คนจับตาดูทุกการกระทำของนาง
“เช่นนั้นหรือ? ดูแล้วฝูจีคงคิดมากไป คุณหนูกงซุนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
ฝูจีแย้มยิ้ม ต่อให้เป็นปฏิกิริยาเล็กน้อยก็จะทำให้นางแสดงออกมาให้ได้
สาวใช้ข้างกายมองจนตกตะลึงไปนานแล้ว ฝูจีราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ ค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวยาวปัดผมบริเวณแก้มไปทัดหู “คุณหนูกงซุนคิดว่าข้างามหรือไม่?”
“งามเจ้าค่ะ แม่นางฝูจีเป็นคนที่งามที่สุดเท่าที่ซูเอ๋อร์เคยพบ” อวิ๋นซูคิดเช่นนี้จริงๆ นางรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากบนร่างของฝูจีในวันนี้ หรืออีกฝ่ายจะมาลองเชิงตน? เมื่อคืนเฟิ่งหลิงว่าเขามิได้บอกเรื่องตนกับฝูจีอย่างละเอียด
“เจ้าคิดว่าบุรุษใต้หล้านี้ จะมีผู้ใดไม่ชอบใบหน้างดงามของฝูจีหรือไม่?”
คิ้วงามเลิกขึ้นเล็กน้อย ทั้งๆ ที่เป็นคำพูดโอหังหาใดเปรียบ ทว่าเมื่อถูกกล่าวออกมาจากนางกลับคล้ายจะสมเหตุสมผล
“ย่อมมีผู้ที่ชื่นชอบคนงามแน่นอน”
“หากให้เลือกระหว่างคุณหนูกงซุนและฝูจีได้เพียงผู้เดียว คุณหนูกงซุนคิดว่าบุรุษบนโลกนี้จะเลือกผู้ใด?”
คำพูดเช่นนี้ของฝูจีมิใช่เพียงเพราะต้องการจะอวดโฉมอันงดงามของตนเท่านั้น นางอยากได้ยินอวิ๋นซูกล่าวยอมรับจากปากว่าสู้ตนไม่ได้ โจมตีความเชื่อมั่นของอีกฝ่าย เติมเต็มความภาคภูมิใจของตน
ไหนเลยจะรู้ว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ปรากฏเจตนาโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย กลับทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา “ซูเอ๋อร์มิใช่บุรุษบนโลกใบนี้ จะทราบได้อย่างไรว่าบุรุษใต้หล้าจะเลือกเช่นไร”
อะไรนะ นี่นางไม่ยอมรับว่าตนมีมีเสน่ห์กว่านางหรือ?
“คุณหนูกงซุนไม่ยอมพูด แต่มิใช่ว่าไม่รู้กระมัง?” ยามนี้น้ำเสียงของฝูจีไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย สำหรับนาง นางไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมารยาทอันใดเมื่อพูดคุยกับบุตรตรีแม่ทัพตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว และยิ่งเป็นคนที่นางเกลียด นางยิ่งไม่เคยใคร่ครวญเรื่องอื่นใด จะต้องทำให้อีกฝ่ายลำบากใจให้ถึงที่สุด
“คุณหนูกงซุนกับองค์ชายใหญ่มีความสัมพันธ์กันเช่นไรกันแน่?”
ในที่สุดอีกฝ่ายก็เอ่ยตรงประเด็นมิอ้อมค้อม อวิ๋นซูยังคงยิ้มตอบอย่างสงบนิ่ง แต่กลับมิได้กล่าวตอบ คล้ายกับยอมรับการคาดเดาของฝูจีกลายๆ
เป็นสตรีเช่นเดียวกัน ฝูจีรู้สึกว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายเย้ยหยันยิ่งนัก หรือนางไม่รู้ว่าวันนี้ตนมาเพื่อเจตนาใด? แม้ตนจะยังมิได้ตัดสินใจว่าจะตอบรับการแต่งงานครั้งนี้หรือไม่ แต่ของของนาง หรือของของนางในอนาคต ย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาข้องเกี่ยว! ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับฝูจีแล้ว หากเป็นของที่ตนโยนทิ้ง นางย่อมต้องทำลายเสีย ไม่ยอมให้ผู้อื่นได้ประโยชน์โดยเด็ดขาด เพราะพวกนางไม่คู่ควร!
“จากที่ข้ารู้ คุณหนูกงซุนเพิ่งจะถูกรับกลับมาที่แคว้นเหลียนเมื่อไม่นานมานี้กระมัง? ก่อนหน้านี้คุณหนูกงซุนอยู่ที่ใด? คนที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเฉกเช่นคุณหนูกงซุน หากยืนอยู่ข้างกายองค์ชายใหญ่ มิใช่ว่าจะเป็นการไม่เหมาะสมหรือ?” ฝูจีเดินวนรอบกายอวิ๋นซู เอ่ยด้วยน้ำเสียงสูงราวกับออกคำสั่งก็มิปาน
“แน่นอนว่าฝูจีกล่าวเช่นนี้เพราะคิดเพื่อคุณหนูกงซุน คนเช่นคุณหนูกงซุนไม่เหมาะกับพระราชวัง และยิ่งไม่เหมาะกับองค์ชายใหญ่ หากต้องการสร้างเกียรติยศให้ตนเอง มิสู้ให้แม่ทัพกงซุนหาสามีอื่นให้เสีย บางทีอาจจะเป็นวาสนาที่สมบูรณ์และงดงามยิ่งกว่า”
ฝูจีสังเกตสีหน้าอวิ๋นซูราวกับต้องการเห็นท่าทีไม่พอใจบนใบหน้าสุขุมนิ่งเรียบนั้น ไหนเลยจะรู้ว่าตั้งแต่ต้นจนกระทั่งตอนนี้ อวิ๋นซูกลับทำราวไม่ได้ยิน หรือบางทีอาจกล่าวได้ว่าไม่เข้าใจคำพูดของตน
“ขอบคุณในความใส่ใจของแม่นางฝูจี หากแม่นางไม่มีเรื่องอื่นต้องการกล่าว เช่นนั้นซูเอ๋อร์ขอตัวกลับห้องไปพักผ่อนเสียก่อน”
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ในดวงตาของฝูจีมีประกายอันตรายส่องสว่าง ด้านหลังของนางมีบุรุษในอาภรณ์สีดำสามคนปรากฏตัวขึ้นโดยพลัน ทั่วทั้งร่างมีไอสังหารอันเข้มข้นแผ่ออกมา
ยามนี้เอง ลมเย็นสายหนึ่งพัดมา ด้านหลังอวิ๋นซูมีบุรุษสามคนปรากฏตัวขึ้นเช่นเดียวกัน ทะยานมาขวางอยู่เบื้องหน้านางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อเกิดเป็นเกราะกำบังอันแข็งแกร่ง
ความไม่พอใจในดวงตาของฝูจีพุ่งทะยานถึงขีดสุด บุตรีแม่ทัพที่ต่ำต้อยเพียงผู้เดียวถึงกับมีองครักษ์เงาเชียวหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น…เหตุใดก่อนหน้านี้องครักษ์เงาของตนจึงมิมารายงานนาง หรือว่า จะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา?!
อวิ๋นซูส่งสายตาครั้งหนึ่ง องครักษ์เงาทั้งสามพลันเลือนหายไปอีกครั้ง ในอากาศยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของยอดฝีมือ มิเช่นนั้นผู้อื่นคงรู้สึกว่าเมื่อครู่เป็นเพียงความฝันของตน
สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นทำเพียงหันกลับไปมองอย่างเรียบเฉย ไม่แม้แต่จะกล่าวโต้เถียงอันใด ค่อยๆ เดินหายไปจากสายตาของฝูจี
อย่างไรก็ตาม ในความคิดของฝูจี วิธีการเช่นนี้ของอวิ๋นซูคล้ายจะทำให้นางอัปยศก็มิปาน ท่าทีของอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อครู่ถึงตอนนี้ราวกับกำลังดูปาหี่ การไม่กล่าวคำใด หากมิใช่ว่ารู้สึกต่ำต้อยก็ต้องรู้สึกมั่นใจ แต่สายตาของอวิ๋นซูกลับมิใช่ตวามต่ำต้อย ฝูจีคิดว่าอวิ๋นซูมั่นใจว่านางจะเอาชนะตนได้จึงทำเพียงแย้มยิ้มแต่ไม่กล่าวคำใด นั่นนับเป็นความอัปยศอย่างหนึ่งสำหรับตน!
เป็นเพียงบุตรีแม่ทัพ ไม่รู้จักประมาณตัวเอาเสียเลย!
ฝูจีคิดว่าจำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายได้เห็นดีกันเสียหน่อย เพื่อดูท่าทีของนางตลอดจนท่าทีของนายน้อยตระกูลมหาราชครูที่มีต่อตน ในฐานะที่เป็นไข่มุกกลางฝ่ามือตระกูลหวายหวัง นี่ไม่ใช่เรื่องที่นางจะทนได้! นางจะต้องทำให้อวิ๋นซูเสียใจเสียใจที่มองข้ามนาง!
…
วันเดียวกัน
แม่ทัพกงซุนถูกพามาเบื้องพระพักตร์จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียน สุรเสียงอันพึงพอใจดังแว่วมา “ฮ่าๆๆๆ…แม่ทัพกงซุน นับว่ามีบุตรีที่ดีจริงๆ! ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้มีผู้ใดมาพบเจิ้น?”
แม่ทัพกงซุนยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ในสมองหลงเหลือเพียงความชื่นชมที่จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนมีต่ออวิ๋นซู
“ราชครูซุนถึงกับกล่าวชื่นชมคุณหนูกงซุนต่อหน้าเจิ้น ท่านว่าพระอาทิตย์จะขึ้นทางตะวันตกหรือไม่เล่า?” ต้องทราบว่าราชครูซุนผู้นี้ ชั่วชีวิตของเขากล่าวชมเพียงผู้เดียว นั่นก็คือตัวเขาเอง! ตั้งแต่เรื่องการศึกษาอันลึกซึ้งของเขา อวดว่าเคยสอนสั่งองค์จักรพรรดิมาแล้วสองพระองค์ กระทั่งความยิ่งใหญ่ของแคว้นเหลียนก็ยังมีความเกี่ยวพันกับเขาอย่างแยกไม่ออก! อีกทั้งยังโอ้อวดว่าเขารู้จักผู้คน มีวิธีการชี้แนะที่ดี ลูกหลานแต่ละคนล้วนโดดเด่นมีเหตุผล สามารถเป็นเสาหลักของแคว้นได้ ภายหลังจึงมักจะอวดเรื่องสุขภาพอันแข็งแรงของตน ได้บุตรชายมายามแก่ บนร่างไม่มีสิ่งใดที่ไม่ร้ายกาจ
คิดไม่ถึงว่าวันนี้ ยามเมื่อจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนกล่าวถึงเรื่องป้ายหัถต์เซียน ราชครูซุนจะเอ่ยปากชมอวิ๋นซู กล่าวว่าอวิ๋นซูมีความสามารถสูงส่ง สามารถรักษาผู้ป่วยใกล้ตายให้หายเป็นปกติได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจิตใจดีงาม ได้รับความชื่นชมจากชาวประชาอย่างลึกล้ำ คิดว่ามีคุณสมบัติมากพอที่จะได้รับเกียรติในการถือป้ายหัตถ์เซียน
“ดังนั้น พระองค์คิดจะพระราชทานสมรสให้องค์ชายใหญ่เมื่อใด?”
เมื่อแม่ทัพกงซุนเอ่ยปาก จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนพลันสำลักน้ำชา “แค่กๆ ท่านกล่าวอันใด…”
อีกฝ่ายกล่าวซ้ำอย่างตรงไปตรงมา “พระองค์คิดจะพระราชทานสมรสให้องค์ชายใหญ่เมื่อใด?”
“…” ทั้งๆ ที่พระองค์ต้องการกล่าวเรื่องราชครูซุนกับเขา เหตุใดจึงลากเรื่องการแต่งงานของหลิงเอ๋อร์เข้ามาเกี่ยวพันได้เล่า? “เรื่องนี้เจิ้นย่อมต้องใคร่ครวญ”
“กระทั่งราชครูซุนยังกล่าวชมซูเอ๋อร์ของกระหม่อมว่าดี ไม่ทราบว่าพระองค์ยังไม่พอพระทัยที่ใดอีก?” ในน้ำเสียงของแม่ทัพกงซุนเจือไปด้วยความอันตราย ส่วนจักรพรรดิเหลียนทรงสรวลอย่างกระอักกระอ่วน ไหนเลยพระองค์จะกล้ากล่าวว่าอวิ๋นซูไม่ดีที่ใด เพียงแต่ตอนนี้…ยังไม่ใช่เวลา
หากต้องการแต่งตั้งตำแหน่งพระชายาองค์ชายใหญ่ในยามนี้ เกรงว่าในวังคงเกิดการนองเลือดเป็นแน่
“อืม คุณหนูกงซุนนับเป็นสตรีที่หาได้ยากยิ่งในโลกนี้จริงๆ เจิ้นเองก็อยากดื่มสุรามงคลให้เร็วเสียหน่อย เพียงแต่…”
“หากมีผู้ใดกล้าขวาง กระหม่อมจะช่วยฝ่าบาทตัดหัวมันผู้นั้นเสีย!”
หากง่ายดายเพียงนี้ก็คงดี! จักรพรรดิเหลียนถอนพระปัสสาสะอย่างจนพระทัย ตอนนี้ความกดดันของพระองค์เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ หากการกระทำของหลิงเอ๋อร์ยังไม่รวดเร็วขึ้นเสียหน่อย จักรพรรดิเหลียนก็ไม่ทราบว่าพระองค์จะยืนหยัดไม่ไหวเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ต้องเอาใจแม่ทัพกงซุนเสียก่อน จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนทรงสรวล “เจิ้นคิดจะประทานป้ายหัตถ์เซียนให้คุณหนูกงซุนเสียก่อน ยามนี้อาการป่วยขององค์ชายดีขึ้นเรื่อยๆ ฮองเฮาก็รู้จักขอบเขตมากขึ้น ก่อนหน้านี้เจิ้นเคยรับปากไว้แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีอุปสรรคมากเกินไปนัก แม่ทัพกงซุน นี่นับเป็นเกียรติอันหาได้ยากยิ่ง ยังไม่รีบรับไว้แทนบุตรีอีกหรือ!”
ป้ายหัตถ์เซียน? แม้นี่จะขัดแย้งกับจุดประสงค์ที่ตนเข้าวังมาในวันนี้ แต่จะฝืนใจรับไว้
“กระหม่อมน้อมรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ!”
เพียงไม่นาน เรื่องที่จักรพรรดิทรงประทานป้ายหัตถ์เซียนให้คุณหนูกงซุนก็แพร่ออกไปทั่วทุกท้องถนน ชื่อของอวิ๋นซูโด่งดังราวเปลวเพลินขึ้นมาอีกครั้ง
ของพระราชทานจากจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนยาวเต็มท้องถนน เงินทองของล้ำค่านับเป็นเรื่องเล็ก แต่ป้ายสีทองที่ถูกประคองมานั้นจึงจะนับเป็นหัวข้อที่ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างคึกคัก
ป้ายหัตถ์เซียนถูกเคลื่อนย้ายไปยังจวนแม่ทัพ หลังจากอวิ๋นซูน้อมรับพระราชทานสิ่งของแล้ว แม่ทัพกงซุนก็สั่งให้คนนำป้ายหัตถ์เซียนเข้ามาในห้องโถงหลัก
“ซูเอ๋อร์วางใจเถิด ราชโองการต่อไปจะต้องเป็นพระราชทานสมรสของเจ้ากับองค์ชายใหญ่เป็นแน่!” แม่ทัพกงซุนตบไหล่อวิ๋นซูราวกับต้องการปลอบใจ เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ชุนเซียงที่อยู่หลังอวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ มองไปยังท่าทีจนใจของคุณหนูของตน รู้สึกเพียงว่าแม่ทัพกงซุนน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ยามนี้เอง เสียงอันร้อนรนดังแว่วมาจากด้านนอก “แย่แล้ว…แย่แล้ว…”
เมื่อพ่อบ้านชราเดินเข้ามา แม่ทัพกงซุนพลันมีท่าทีเย็นชา “วันนี้เป็นวันดีเพียงนี้ กล่าวคำพูดไม่เป็นมงคลได้อย่างไร ออกไป!”
“ไม่ มิใช่ขอรับท่านแม่ทัพ ที่ประตูมีชาวบ้านมาก่อความวุ่นวาย กล่าวว่าต้องการขอร้องคุณหนูให้ช่วยชีวิต จะไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป!”
ช่วยชีวิต? หึ น่าขัน เห็นจวนแม่ทัพของเขาเป็นโรงหมอหรือไร
“ยังมีคนที่จวนแม่ทัพของข้าไล่ไม่ไปอีกหรือ?”
พ่อบ้านชรารู้สึกจนใจยิ่งนัก แน่นอนว่าหากต้องการใช้อำนาจของแม่ทัพย่อมทำได้ เพียงแต่… “ท่านแม่ทัพขอรับ วันนี้เป็นวันดีที่ฝ่าบาททรงพระราชทานป้ายหัตถ์เซียนให้คุณหนู หากชาวบ้านขอร้องแล้วไม่ช่วยเหลือจนเรื่องนี้ใหญ่โตขึ้นมา ผู้น้อยเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของคุณหนู!”
ป้ายหัตถ์เซียนเท่ากับเกียรติยศและความมั่นใจที่ว่าผู้ได้รับจะช่วยรักษาชาวประชา หากยามนี้แม่ทัพกงซุนปฏิเสธชาวบ้าน มิเท่ากับว่าเป็นการตบพระพักตร์จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนหรือ นี่จะไม่ผิดต่อเกียรติยศของป้ายหัตถ์เซียนหรือ?
แม่ทัพกงซุนคิด รู้สึกว่ามีเหตุผล รีบหันไปมองอวิ๋นซู
สตรีสุขุมเยือกเย็นพยักหน้า “ช่วยคนสำคัญกว่า”
chaikan
อวิ๋นซูไม่อยู่จะไปไหนกับใครเกี่ยวอะไรกับฝูจีด้วย ฝูจีนึกว่าตัวเองสวย ต้องมีคนมาหลงไหล เลยมั่นหน้ามาก หล่อนสวย การพระราชทานป้ายหัตถ์เซียนจะนำพาความยุ่งยากมาสู่อวิ๋นซู
Venus36
เป็นไงฝูจี มั่นใจมั่นหน้าก็เท่านั้น อวิ๋นซูตอบกลับได้ฉลาดมาก ความคลุมเครือสนุก ให้คนคิดไปเองนานา สนุกดี ถือดีนัก อวิ๋นซูไม่ตอบแต่อมยิ้ม เหนือเมฆ และเริ่มเข้าใจแล้วทำไมองค์จักรพรรดิไม่ให้ทั้งคู่แต่งงานกันตอนนี้ อันตรายรอบด้านนี่เอง ดูไปแล้วพ่อพระเอกอ่อนแอ ไม่เหมือนพระเอก พระเอกมีความเข้มแข้งกว่า ปกป้องอวิ๋นซูได้แน่ สุดท้ายก็ได้ป้ายทอง แต่เดี๋ยวก่อน ครั้งนี้ฮองเฮาไม่มาขัดขวาง แต่ดันมีโรคระบาดเกิดขึ้นแน่ มันประจวบเหมาะเกินไป เป็นแผนของฮองเฮาแน่