หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 745 โรคระบาดปะทุ
เล่มที่ 25 ตอนที่ 745 โรคระบาดปะทุ
“ช่วยด้วย! เจ็บจะตายอยู่แล้ว! มิใช่ว่าคุณหนูกงซุนเป็นพระโพธิสัตว์หรือ? ช่วยด้วย เหตุใดไม่มีผู้ใดมาช่วยข้า!” เสียงเอะอะโวยวายของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นบริเวณประตู ดึงดูดชาวบ้านไม่น้อยมาล้อมดู ทุกคนต่างชี้มือชี้ไม้ ส่วนองครักษ์บริเวณประตูกลับยืนนิ่งราวกับเทพปกปักษ์
เพียงไม่นานในประตูก็มีคนเดินมา เมื่ออวิ๋นซูออกมาพลันทำให้เกิดการเคลื่อนไหวใหญ่
“คุณหนูกงซุน! ดูเถิด เป็นคุณหนูกงซุน!”
“อายุน้อยยิ่งนัก อายุน้อยเพียงนี้ก็ได้รับสืบทอดชื่อหัตถ์เซียนแล้ว ร้ายกาจจริงๆ !”
ข้างหูมีเสียงอุทานดังแว่วมาเป็นระลอก ทำให้แม่ทัพกงซุนที่เดิมทีรู้สึกไม่พอใจกวาดตามองครู่หนึ่ง แล้วจึงมองไปยังบุรุษที่กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง แต่มิได้มีไอสังหารมากมายเพียงนั้นแล้ว “ยังมัวตะลึงเรื่องอะไรอยู่ แบกคนเข้าจวน!”
“โอ้ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว…คุณหนูกงซุน จะต้องช่วยข้านะขอรับ!”
“วางใจเถิด! บุตรีของแม่ทัพเช่นข้าจะต้องช่วยเจ้าแน่! สหายบนถนนทุกท่านก็วางใจได้ ซูเอ๋อร์ของข้ามีวิชาแพทย์สูงส่ง จะต้องทำให้บุรุษผู้นี้ออกจากจวนอย่างปลอดภัยแน่นอน!” แม่ทัพกงซุนยืนอยู่บริเวณประตู ตะโกนราวกับจะประกาศชื่อเสียงอวิ๋นซูให้โด่งดังยิ่งขึ้นก็มิปาน ไม่มีมาดแม่ทัพใหญ่เฉกเช่นยามปกติแม้แต่น้อย
ชุนเซียงรู้สึกว่าบุรุษผู้นี้ดูแปลกๆ เพียงแต่เมื่อเห็นท่าทีเหงื่อเต็มใบหน้าทั้งยังมีริมฝีปากที่ถูกกัดจนเป็นรอยเลือดของอีกฝ่าย ดูแล้วไม่เหมือนเสแสร้ง
อวิ๋นซูจับชีพจรให้เขา รีบเขียนเทียบยาให้ชุนเซียงไปสั่งให้คนหยิบยาแล้วจึงให้บุรุษผู้นั้นกินยาเม็ดระงับปวดไปหนึ่งเม็ด เสียงครางด้วยความเจ็บปวดของบุรุษผู้นั้นจึงค่อยลดลง
“คุณหนูกงซุน…ข้า ข้ามีทางช่วยหรือไม่?”
“คุณชายโปรดวางใจ เพียงแค่ต้องลมหนาวรวมกับที่ระบบการย่อยไม่ดี หลายวันนี้ให้กินเพียงโจ๊กและอาหารอ่อน ทานยาให้ตรงเวลาก็จะรักษาได้แล้ว”
“ภรรยาและบุตรในบ้านข้าล้วนมีอาการเช่นเดียวกันกับข้า ไม่ทราบว่าใช้ยาของคุณหนูได้หรือไม่?”
“อาการเช่นเดียวกัน? ไม่ทราบว่าบ้านคุณชายอยู่ที่ใด? มิสู้ข้าไปดูด้วยตัวเองเสียหน่อยจะดีกว่า”
บุรุษผู้นั้นเผยความยินดีออกมา รีบกล่าวขอบคุณ “คุณหนูมีใจดุจพระโพธิสัตว์จริงๆ ผู้น้อยขอขอบคุณในบุญคุณช่วยชีวิตของคุณหนูแทนครอบครัวของผู้น้อยด้วยขอรับ! เพียงแต่…บ้านของผู้น้อยยากจน เกรงว่าจะไม่มีเงินตอบแทนคุณหนู…”
อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย “ข้าไม่ต้องการเงินของคุณชาย ได้ช่วยคุณชายก็ดีแล้ว”
เมื่อบุรุษผู้นั้นกินยาและพักผ่อนครู่หนึ่งจึงดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เพียงไม่นาน ชาวบ้านก็เห็นว่าบุรุษที่เมื่อครู่ยังเจ็บปวดจนทนไม่ไหวเดินออกมาจากในจวนด้วยท่าทางสบายๆ ภายใต้การคุ้มครองขององครักษ์ในจวน คุณหนูกงซุนยังขึ้นรถม้าไปด้วยกันกับเขา เพียงไม่นานเรื่องก็แพร่ออกไป กล่าวกันว่าคุณหนูกงซุนช่วยชีวิตคนอีกแล้ว ทั้งยังตามไปที่บ้านของคนผู้นั้นเพื่อรักษาภรรยาและบุตรที่มีอาการป่วยเช่นเดียวกันด้วย ทุกคนต่างชื่นชมคุณหนูกงซุนไม่ขาดปาก
อย่างไรก็ตาม วันต่อมาเรื่องราวกับเปลี่ยนไป
“คุณชายเฉิน ครั้งที่แล้วท่านบอกว่าหากมีน้ำมันดีๆ ให้นำมาให้ท่านมิใช่หรือ? ข้านำมาเล็กน้อยท่าน…” ผู้มาขายน้ำมันยื่นมือออกไปผลักประตูไม้ที่ปิดแน่น กลิ่นเหม็นเน่าเสียดจมูกพลันถาโถมเข้ามา
กลิ่นอะไร? “คุณชายเฉิน? คุณชายเฉินท่านอยู่หรือไม่…”
ภายในเรือนโกโรโกโส เทียบกันแล้วยังดูน่าหดหู่ยิ่งกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ผู้ขายน้ำมันเดินเข้าไปด้วยความสงสัย “คุณชายเฉิน ข้านำน้ำมันมาแล้ว น้ำมันครั้งนี้ค่อนข้างถูก…”
เท้าของเขาราวกับเหยียบถูกอะไรบางอย่าง ทำให้ร่างกายโอนเอนจนล้มลงไป
“โอ้ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว อะไรกัน…” เขาเหยียบลงบนวัตถุไม่แน่ชัดที่ทำให้เขาสะดุดอย่างรุนแรง ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อมองไปกลับพบว่าเป็นแขนของมนุษย์!
คนขายน้ำมันรู้สึกคล้ายกับมีน้ำเย็นสาดลงมายังศีรษะ ทำให้เขากล่าวอันใดไม่ออกไปชั่วครู่ ค่อยๆ มองไปช้าๆ บุรุษผู้นั้นถึงกับล้มอยู่ที่ พื้นดวงตาเบิกกว้างมีเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ด ลูกตาเขียวช้ำกำลังมองมาที่ตน ท่าทางน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“คะ คนตาย!”
ความเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดังไปถึงเพื่อนบ้านบนถนนเดียวกัน ไม่นานก็มีคนตามมา “เกิดอะไรขึ้น?”
คนขายน้ำมันผู้นั้นล้มลุกคลุกคลานออกมาจากด้านใน “คนตาย! มีคนตาย! ครอบครัวคุณชายเฉินทั้งหมด ตะ ตายทั้งครอบครัว!”
อะไรนะ?!
ทุกคนพากันวิ่งเข้ามา กลิ่นเหม็นเน่าอันเข้มข้นทำให้พวกเขาต้องอุดจมูก เมื่อมองไปพบว่าหนึ่งครอบครัวสามชีวิตล้วนนอนตายอยู่บนพื้น สภาพการตายน่าอนาจหาใดเปรียบ!
หญิงชราผู้ที่มีประสบการณ์สูงหรี่ตามอง รู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงก้มหน้ามองให้ละเอียดอีกครั้ง “สวรรค์! นะ นี่ไม่ใช่โรคระบาดหรือ?!”
“อะไรนะ? โรคระบาด!”
เมื่อคำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนจึงรีบหมุนตัววิ่งออกไป รีบถอดเสื้อนอกของตนโยนไปไว้ด้านข้าง “สวีมา ท่านอย่าทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ฤดูหนาวเช่นนี้จะมีโรคระบาดมาจากที่ใด!”
แคว้นเหลียนไม่เกิดโรคระบาดมาหลายปีแล้ว เพียงไม่นานก็มีคนกล่าวขัดคำพูดของหญิงชราผู้นั้น
“เป็นเรื่องจริง ยามข้ายังสาวเคยไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีคนติดโรคระบาดเช่นนี้จนตาย! จากนั้นหมู่บ้านก็ถูกทหารปิดล้อม ได้ยินว่าสุดท้ายคนทั้งหมู่บ้านก็ตายกันหมด!”
“เอ๋?! นี่มันเป็นไปได้อย่างไร…”
“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าเขาให้คุณหนูกงซุนรักษาจนหายดีแล้วหรือ? เหตุใดจึงได้…”
เพียงไม่นานข่าวนี้ก็แพร่ไปถึงจวนแม่ทัพกงซุน
ภายในห้อง อวิ๋นซูมองไปยังชุนเซียงที่มีสีหน้าย่ำแย่ “เจ้ากล่าวว่าคุณชายที่มารักษาในจวนเมื่อสองวันก่อนหน้านี้ หนึ่งครอบครัวสามชีวิต ล้วนตายกันหมดแล้วหรือ?”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู ด้านนอกลือกันอย่างบ้าคลั่ง พวกเขากล่าวว่ากินยาของคุณหนูจึงติดโรคระบาดตาย! มีเหตุผลเช่นนั้นที่ไหนกัน ทั้งๆ ที่คุณหนูรักษาพวกเขาจนหายดีแล้วแท้ๆ เหตุใดจึงติดโรคระบาดได้?” คนเหล่านั้นรู้จักเพียงบิดเบือนความจริง สุดท้ายเจตนาดีของคุณหนูกลับถูกสาดน้ำโคลนเช่นนี้หรือ?
“แย่แล้วๆ! ท่านแม่ทัพ ด้านนอกมีคนตายมากมายแล้วขอรับ!”
พ่อบ้านชราวิ่งเข้ามาในห้องหนังสือของแม่ทัพกงซุน รายงานทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ยินมาจากนอกจวนในวันนี้อย่างร้อนรน
“มีคนตายมาก นี่หมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านแม่ทัพยังจำได้หรือไม่ขอรับ? หลายวันก่อนมีคุณชายมาตะโกนอยู่หน้าประตูบอกให้คุณหนูกงซุนช่วยรักษาเขา ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้จึงถูกพบว่าตายอยู่ในเรือนทั้งครอบครัว กล่าวกันว่าติดโรคระบาดแล้ว! จากนั้น…มีคนไม่น้อยเกิดอาการเช่นนี้อย่างฉับพลัน ล้วนตายกันหมดแล้วขอรับ!”
“โรคระบาด?” แม่ทัพกงซุนมิได้เชื่อมโยงเรื่องนี้กับอวิ๋นซูอย่างเห็นได้ชัด “เช่นนั้นก็รีบไปรายงานที่ราชสำนัก!” กล่าวจบก็ลุกขึ้นยืน แต่พ่อบ้านชรากลับขวางเขาไว้ “รายงานราชสำนักไม่ได้ขอรับ รายงานไม่ได้!”
“เรื่องโรคระบาดมิอาจรั้งรอ!”
“นายท่าน แต่พวกเขากล่าวกันว่าเพราะกินยาของคุณหนูเข้าไปจึงติดโรคระบาดตาย!”
อะไรนะ?!
ยามนี้ในเขตที่อยู่อาศัยนั้นว่างเปล่าไร้ผู้คน หลังจากที่เรื่องของครอบครัวคุณชายเฉินถูกพบ ผู้ที่มีอาการป่วยเป็นคนแรกก็คือคนขายน้ำมันผู้นั้น
หลังจากนั้น ทุกคนที่เข้าไปในเรือนแห่งนั้นทั้งหมดต่างพบว่ามีอาการเช่นเดียวกัน ล้วนตายกันไปตำนวนมาก เมื่อได้ยินเรื่องนี้ โรงหมอทุกแห่งต่างปิดประตูไม่รับผู้ป่วย คนเหล่านั้นถูกทำให้หวาดกลัว บนถนนมีเสียงร้องโอดครวญดังมาไม่หยุด ท่าทางคล้ายกับบุรุษผู้นั้นตอนอยู่หน้าประตูจวนแม่ทัพทุกกระเบียดนิ้ว
เพียงไม่นานก็มีคนกล่าวว่าคุณหนูกงซุนเลี้ยงอาการป่วย วินิจฉัยโรคระบาดเป็นอาการป่วยจากลมหนาว ทำให้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการรักษาไปแล้ว ทำให้เกิดการปะทุของโรคระบาดในวันนี้ ทั้งยังมีคนกล่าวว่าเพราะกินยาที่คุณหนูกงซุนออกให้จึงเกิดโรคระบาดเช่นนี้ขึ้นมา มีคนตายไปมากมาย
เพียงไม่นาน บริเวณประตูของจวนแม่ทัพกงซุนก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งห้อมล้อม ตะโกนโหวกเหวกต้องการให้อวิ๋นซูออกมาอธิบายให้พวกเขาฟัง!
“หัตถ์เซียนอันใดกัน! ทำร้ายผู้คนไปไม่น้อยแล้ว! ยามนี้เกิดโรคระบาด เมืองหลวงจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร!”
“มีจิตใจดังพระโพธิสัตว์อันใดกัน เป็นเทพแห่งความตายแท้ๆ! ให้คุณหนูกงซุนออกมามอบคำอธิบายให้พวกเราเสีย!”
ยิ่งนานไปก็ยิ่งได้ยินคำก่นด่ามากมาย องครักษ์ภายในจวนแม่ทัพทนรับไม่ไหวจริงๆ ไม่นานก็มีคนออกมาใช้แรงไล่ออกไป
“ฆ่าคนแล้ว! จวนแม่ทัพกงซุนฆ่าคนแล้ว!”
“ช่วยด้วย หัตถ์เซียนทำร้ายคน!”
“น่ารังเกียจ! จิตใจของคนเหล่านี้ถูกสุนัขกินไปแล้วหรือไร?” เสียงปังดังขึ้น แม่ทัพกงซุนสะบัดฝ่ามือใส่โต๊ะจนแตก เขาส่งคนออกไปสืบมาแล้ว คุณชายเฉินตายทั้งครอบครัวจริงๆ อีกทั้งอาการในยามตายบังเอิญเหมือนกับโรคระบาดจริงๆ เรื่องนี้เกรงว่าคงปิดบังได้ไม่นาน อีกไม่นานคงแพร่ไปถึงพระกรรณของฝ่าบาทแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เกิดโรคระบาดท่ามกลางเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นโดยเด็ดขาด! หากไม่สามารถควบคุมได้จะทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่!
เงาร่างของสตรีสุขุมเยือกเย็นปรากฏตัวบริเวณประตู แม่ทัพกงซุนเบนสายตาขึ้นมอง “ซูเอ๋อร์ เจ้าคิดจะทำอย่างไร?”
“ท่านพ่อ ซูเอ๋อร์คิดจะออกไปดูเสียหน่อย”
“ไม่ได้ อันตรายเกินไป! ตอนนี้คนเหล่านั้นกำลังคลั่ง พ่อไม่อยากให้เจ้าเสี่ยงอันตราย!” ก่อนหน้านี้ได้รับบุญคุณจากอวิ๋นซูก็ชื่นชมไม่ขาดปากว่าเป็นพระโพธิสัตว์ ยามนี้เมื่อเกิดเรื่องก็นำความรับผิดชอบทั้งหมดมาโยนไว้บนร่างของนาง จะอย่างไรแม่ทัพกงซุนก็ไม่อยากช่วยคนตาขาวเช่นนี้อีก
“หากเกิดขึ้นเพราะลูกจริงๆ ลูกย่อมต้องรับผิดชอบแก้ไขเรื่องนี้”
“นี่มันโรคระบาด! นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น! พ่อจะรีบไปกราบทูลฝ่าบาท ให้ในวังส่งหมอหลวงมารักษา ซูเอ๋อร์ เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง เด็กๆ พาคุณหนูกลับจวน!”
“ท่านพ่อ…” ไม่รอให้อวิ๋นซูกล่าวคำใด แม่ทัพกงซุนก็สั่งให้คนพานางกลับออกไป
ความรู้สึกไม่สงบในใจชุนเซียงแผ่ขยายยิ่งขึ้น นางรู้สึกว่าการปรากฏตัวของบุรุษในวันนั้นมีลับลมคมในมากเกินไป คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้ เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้เพ่งเล็งมาที่คุณหนูของนางเล่า? เรื่องมันบังเอิญเกินไปหรือไม่ ยามที่ป้ายหัตถ์เซียนถูกนำเข้ามาในจวนแม่ทัพก็มีคนมาขอให้รักษา คนผู้นั้นกินยาของคุณหนูไปจนอาการดีขึ้นแล้วแท้ๆ เพียงไม่นานก็เกิดโรคระบาดตายอีก! ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ราวกับมีคนกำลังควบคุม จุดประสงค์ก็คือใส่ร้ายคุณหนูของนาง ทำให้ป้ายหัตถ์เซียนแปดเปื้อน!
อวิ๋นซูยืนอยู่ในลาน มององครักษ์ทั้งหลายจากไป เพียงแต่ท่าทีเช่นนั้นของนางทำให้ชุนเซียงคาดเดาอะไรบางอย่างได้ “คุณหนูจะไปจริงๆ หรือเจ้าคะ?”
“เรื่องนี้มีลับลมคมใน”
อวิ๋นซูก็คิดเช่นเดียวกับชุนเซียง ยิ่งไปกว่านั้น โรคระบาดหรือ เรื่องเช่นนี้นางมิได้พบเป็นครั้งแรก
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วมาจากบริเวณไกลออกไป ทั้งสองเงยหน้าขึ้น พบเงาร่างงดงามร่างหนึ่งเดินเข้ามาราวกับเมฆขาว
“ดูเหมือนว่าคุณหนูกงซุนจะพบปัญหาใหญ่แล้ว จะทำเช่นไรเล่า?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของฝูจีทำให้ในใจของอวิ๋นซูปรากฏความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมา อีกฝ่ายราวกับไม่หลีกเลี่ยงการคาดเดาของนางแม้แต่น้อย
“ในเมื่อคุณหนูกงซุนได้รับเกียรติของป้ายหัตถ์เซียน ย่อมต้องรับไปให้ตลอดถึงจะถูก เพียงแต่ฝูจีอดไม่ได้ที่จะเตือนคุณหนูกงซุนสักประโยค ไม่ประมาณตัว ย่อมไม่มีจุดจบที่ดี”
ชุนเซียงสูดหายใจเย็นยะเยือก ยามนี้นางไม่คิดว่าใบหน้าที่อยู่เบื้องหน้างดงามอีกต่อไปแล้ว! ต่อให้งดงามมากเพียงใดแต่ก็ถูกคำพูดมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นเมื่อครู่นี้ของนางทำลายจนสิ้น
“คุณหนู…คุณหนูฝูจีผู้นี้จะรู้อะไรหรือไม่เจ้าคะ”
เรื่องที่ไม่มีหลักฐาน อวิ๋นซูย่อมไม่ยืนยันมั่วซั่ว แต่หากเป็นโรคระบาดจริงๆ ตนจำเป็นต้องออกหน้าแก้ไข
chaikan
โรคระบาดนี้น่าจะเป็นฝีมือของฝูจี
Venus36
หรือแผนฝูจี แต่จะแผนใครก็ช่าง อวิ๋นซูฉลาดเอาอยู่อยู่แล้ว ไม่ว่าเรืองอะไร หึ หัวเราะทีหลังดังกว่า