หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 25 ตอนที่ 743 เผชิญหน้า
เล่มที่ 25 ตอนที่ 743 เผชิญหน้า
ยามเช้าบนภูเขาหนาวเย็นเป็นพิเศษ เมื่อได้สติกลับมาจากทิวทัศน์อันงดงามเมื่อครู่นี้ ราวกับผืนแผ่นดินถูกดวงอาทิตย์ปลุกให้ตื่น ข้างหูมีเสียงนกร้องดังแว่วมา
อวิ๋นซูมองดูป่าเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก ยอดไม้มีน้ำค้างแขวนเอาไว้ ที่แคว้นเหลียนมีปรากฏการณ์พิเศษอยู่ นั่นก็คือในฤดูหนาว ที่นี่กลับไม่ขาดแคลนเหล่านกและสัตว์ป่า
ไม่ทราบว่าเฟิ่งหลิงนำผลไม้ป่ามาจากที่ใด ทั้งยังล้างจนสะอาดแล้วก่อนจะนำมาให้
เมื่อมองไปยังดวงหน้าเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจเบื้องหน้า เฟิ่งหลิงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เหตุใดช่วงเวลาอันน่าหวงแหนจึงสั้นเพียงนี้ เมื่อคิดว่าตนได้มองนางหลับทั้งคืน เกรงว่าวันเวลาดีๆ หลังจากนี้ของตนคงพบได้เพียงในฝันแล้วกระมัง?
“แย่แล้ว”
“ซูเอ๋อร์?”
อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้นมอง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจนใจ “ยามออกจากจวนข้าลืมบอกชุนเซียง”
“อา! คุณหนู?! คุณหนูเล่า?!” ยามเช้า ชุนเซียงนำอุปกรณ์แต่งผมมาในห้องของอวิ๋นซูเฉกเช่นยามปกติ แต่กลับพบว่าบนเตียงเรียบร้อย ไม่มีเงาร่างของอวิ๋นซูอยู่เลย เมื่อคืนยามตนนำขนมมาส่งก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ทำให้นางตกใจจนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา
“ท่านแม่ทัพ แย่แล้ว! คุณหนูหายไปแล้ว!” เพียงไม่นานก็มีคนมาที่ห้องแม่ทัพกงซุน เสียงประตูถูกเปิดออกดังขึ้น บรรยากาศอันเย็นยะเยือกถาโถมเข้ามา “เจ้ากล่าวอันใด? ซูเอ๋อร์หายไป?! เร็ว รีบพาองครักษ์ในจวนไปหา ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องหาคุณหนูกลับมาให้ได้!”
คนกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันด้วยความร้อนใจ รีบวิ่งไปยังประตู ทว่าบริเวณทางเลี้ยว พ่อบ้านชรากลับเดินมาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ท่านแม่ทัพ…”
“มีอะไรค่อยว่ากันทีหลัง เจ้าเองก็รีบพาคนไปตามหาบนภูเขาเสียหน่อย!”
แม่ทัพกงซุนไหนเลยจะมีอารมณ์ฟังเขารายงานอะไรอีก ถึงกับมีคนกล้าลักพาตัวซูเอ๋อร์ของเขา “หากข้าจับได้จะต้องถลกหนังมันออกมาเป็นแน่!”
ในใจของพ่อบ้านชราสั่นไหว รีบเดินมาดึงมือเขาเอาไว้ “ไม่ ไม่ใช่ขอรับท่านแม่ทัพ คุณหนูกลับมาแล้ว!”
“เจ้ากล่าวอันใด?”
ภายในเรือนของอวิ๋นซูบรรยากาศแปลกประหลาดอย่างชัดเจน ชุนเซียงยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบเงียบ สายตามองกลับไปกลับมาระหว่างอวิ๋นซูและบุรุษผู้นั้น บนร่างของพวกเขายังคงมีน้ำค้างยามเช้า ดูแล้วคงมิได้กลับมาทั้งคืน หรือจะเกิดอะไรขึ้น…
“ชุนเซียง ยังไม่รีบไปรินชาร้อนมาอีก” อวิ๋นซูคล้ายจะถูกการจับจ้องของชุนเซียงทำให้รู้สึกไม่สบายจึงเอ่ยปากไล่นาง
“เจ้าค่ะ”
สาวใช้หมุนตัวเดินจากไป แต่กลับเห็นแม่ทัพร่างกำยำเดินก้าวใหญ่เข้ามาด้วยบรรยากาศอันตราย
“ท่านแม่ทัพ….” ชุนเซียงยังไม่ทันคารวะ เงาร่างของแม่ทัพกงซุนก็ปรากฏตัวขึ้นบริเวณประตู “ซูเอ๋อร์เจ้าไปไหนมาทั้งคืน? พบอันตรายอันใดหรือไม่…”
เขามิได้สังเกตเห็นเฟิ่งหลิงที่อยู่ในห้องโดยสิ้นเชิง ทำเพียงเดินมาเบื้องหน้าอวิ๋นซูแล้วมองสำรวจนาง “เหตุใดร่างกายจึงเย็นเพียงนี้? ผู้ใดพาเจ้าไป เหตุใดถึงไม่บอกกับพ่อสักคำ มิได้พบอันตรายอันใดใช่หรือไม่? หากมีคนรังแกเจ้าพ่อจะต้องช่วยเจ้า…”
“แค่กๆ” พ่อบ้านชราที่อยู่ด้านหลังรีบกระแอ่มไอออกมาสองครั้งเพื่อเตือนแม่ทัพกงซุน กลัวว่าเขาจะเอ่ยว่าต้องการถลกหนังผู้อื่น เช่นนั้นย่อมไม่ได้เด็ดขาด
“ท่านพ่อ…” บนใบหน้าของอวิ๋นซูเผยรอยยิ้มออกมา ทว่าสายตากลับมองไปยังบริเวณอื่น
แม่ทัพกงซุนจึงค่อยรู้ตัวว่าในห้องมีคนอื่นอยู่ด้วย เมื่อหันไปมอง บนใบหน้าของบุรุษรูปงามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นธรรมชาตินัก กำลังมองมาที่ตน
“…”
“แม่ทัพกงซุน เมื่อคืน…ข้ามาหาซูเอ๋อร์เพราะมีธุระ จึงลืมบอกกล่าวกับท่านแม่ทัพ”
อะไรนะ?! กล่าวเช่นนี้ ซูเอ๋อร์อยู่กับองค์ชายใหญ่ทั้งคืนหรือ?! แม่ทัพกงซุนพลันเบิกตาทั้งสองกว้าง ทำให้รอยยิ้มของเฟิ่งหลิงแข็งค้าง
สายตาของอีกฝ่ายมองขึ้นลงสำรวจเขาอย่างไร้ยางอาย จากนั้นจึงขมวดคิ้ว ถึงกับใช้ร่างกายกำยำมาขวางอยู่เบื้องหน้าอวิ๋นซู “องค์ชาย เมื่อคืนซูเอ๋อร์อยู่กับองค์ชายตลอดหรือ?”
น้ำเสียงเช่นนี้…คล้ายกับเขาเป็นนักโทษที่อยู่ในคุกก็มิปาน
เฟิ่งหลิงแย้มยิ้ม ท่าทีอึดอัดอย่างชัดเจน สายตาของเขามีความรู้สึกผิดอยู่หลายส่วน
“โปรดอภัยที่แม่ทัพเช่นข้าต้องเสียมารยาท จะอย่างไรองค์ชายกับซูเอ๋อร์ก็ยังมิได้แต่งงานกัน ทำเช่นนี้จะไม่เป็นการเสียเกียรติหรือ? ไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของซูเอ๋อร์ยิ่งนัก!” แม้แม่ทัพกงซุนจะทราบดีว่าเฟิ่งหลิงและอวิ๋นซูมีความรักต่อกัน แต่เขายังคงใคร่ครวญถึงชื่อเสียงของอวิ๋นซู บุรุษสตรีไร้คู่อยู่ด้วยกันทั้งคืน จะกล่าวว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือ? เขาไม่เชื่อ! จะอย่างไรเขาก็เป็นผู้มีประสบการณ์มาก่อน…
“ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดแล้ว ข้า…”
“เช่นนั้นหรือ? ข้าแม่ทัพเข้าใจผิดจริงหรือ?” แม่ทัพกงซุนเดินก้าวมาเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง สายตาดุดันเช่นนั้นจับจ้องไปยังเฟิ่งหลิง มีท่าทางราวกับต้องการมองทะลุคำโกหกของเขา
บนใบหน้าของอวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะเห่อร้อน เพียงแต่เมื่อเห็นเฟิ่งหลิงถูกบีบบังคับจนมีท่าทีสิ้นหวังเช่นนั้น ในใจก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ความรู้สึกหวานล้ำแผ่ขยายอย่างบอกไม่ถูก
เฟิ่งหลิงไม่อาจตอบเขาได้อย่างตรงไปตรงมาจริงๆ จะอย่างไร…เขาก็มีความคิดเช่นนั้นจริงๆ ในฐานะที่เป็นบุรุษยังคงยากจะหลีกเลี่ยง พริบตานั้นจึงไม่ทราบว่าควรกล่าวเช่นไร
“อายุขององค์ชายก็ไม่น้อยแล้ว ถึงเวลาใคร่ครวญเรื่องสำคัญชั่วชีวิตแล้วกระมัง หากองค์ชายยังไม่ได้กราบทูลฝ่าบาทเรื่องนี้ ข้าแม่ทัพเห็นว่าองค์ชายอย่าเพิ่งพบซูเอ๋อร์จะเป็นการดี” ในน้ำเสียงของแม่ทัพกงซุนเต็มไปด้วยความอันตรายอันเข้มข้น เฟิ่งหลิงชะงักไป “นี่…”
“ทำไม หรือองค์ชายไม่คิดจะรับผิดชอบ?!”
“…” กล่าวเช่นนี้ คล้ายกับเขาต้องการทำเช่นนั้นจริงๆ ก็มิปาน
“องค์ชายคิดจะทูลขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทเมื่อใดกันแน่?” แม่ทัพกงซุนยังคงบีบบังคับต่อไป ท่าทีเช่นนั้นคล้ายกับว่าหากเฟิ่งหลิงกล้ากล่าวว่าไม่เพียงคำเดียว เขาจะเรียกคนมาโยนอีกฝ่ายออกไปจริงๆ ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีฐานะเช่นไร
“…เร็วที่สุด”
“อะไรนะ? เร็วที่สุด? มิใช่ว่าอีกครู่จะกลับวังไปขอราชโองการทันทีหรือ?!”
“…”
“ท่านพ่อ…” ในที่สุดอวิ๋นซูก็เอ่ยปากขึ้นด้วยกลัวว่าแม่ทัพกงซุนจะบีบบังคับต่อไป เช่นนั้นตนคงไม่มีหน้าไปพบผู้อื่นแล้ว
จริงดังคาด เมื่อนางเอ่ยปาก แม่ทัพกงซุนพลันได้สติกลับมาจากท่าทีเคร่งเครียด “ซูเอ๋อร์ รู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่?!”
“…จู่ๆ ลูกก็รู้สึกปวดหัวเล็กน้อย” นางกุมหน้าผากตนเองพลางลอบโบกมือลับหลังแม่ทัพกงซุน ส่งสัญญาณให้เฟิ่งหลิงจากไป
“ปวดหัว?! เป็นไข้ลมหนาวหรือไม่? โธ่ อากาศหนาวเย็นเพียงนี้ องค์ชายพาเจ้าไปที่ใดกันแน่?! เร็ว รีบตามหมอ…เอ๋? องค์ชายเล่า?!” เมื่อแม่ทัพกงซุนหันไป ไหนเลยจะมีเงาร่างของเฟิ่งหลิงอยู่อีก
…
“เจ้าว่าอะไรนะ? กงซุนซูไม่อยู่จวนทั้งคืน เพิ่งจะกลับมาตอนเช้าหรือ?” อีกด้านหนึ่ง ฝูจีเองก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน “นางไปที่ใด?”
“ผู้น้อยไม่ทราบขอรับ วันนี้ผู้น้อยได้ยินสาวใช้ในจวนตะโกนโวยวาย เพียงแต่ไม่นานก็ได้ยินว่าคุณหนูกงซุนกลับมาแล้ว”
ฝูจีอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน หรือนางจะไปพบเขา? ไม่ เป็นไปไม่ได้ จดหมายยังอยู่ในมือตน หรือมิเช่นนั้น นายน้อยตระกูลมหาราชครูคงมาพบนางด้วยตนเองแล้ว
เพียงแต่ไม่กลับมาทั้งคืน…
เสียงปังดังขึ้น ฝูจีเขวี้ยงหวีไม้ลงพื้นอย่างแรง “ไร้อยางอาย!”
องครักษ์เงาร่างกายแข็งทื่อ ไม่ทราบว่าเหตุใดฝูจีจึงมีโทสะมากมายถึงเพียงนี้
“ยังมีผู้ใดกลับมากับนางอีก?”
“ผู้น้อยไม่ทราบขอรับ แม่ทัพกงซุนส่งคนไปคุ้มครองเรือนของคุณหนูกงซุนอย่างแน่นหนา มิให้พวกเราเข้าใกล้”
ฝูจีไม่เข้าใจว่าความโกรธเกรี้ยวในใจของตนเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อคิดว่าอวิ๋นซูอาจอยู่กับเฟิ่งหลิง นางพลันรู้สึกเจ็บปวดในใจจนทนไม่ไหว
มีเพียงสวรรค์ที่ทราบว่าเมื่อคืนนางนอนไม่หลับทั้งคืน ในสมองล้วนมีแต่เสียงของเฟิ่งหลิง เขาถึงกับไม่แยแสตน ท่าทีเย็นชาเพียงนั้น ยังมีบุรุษที่กล้าปฏิบัติกับนางเช่นนี้อีกหรือ!
แต่ไหนแต่ไรฝูจีไม่เคยถูกผู้อื่นปฏิบัติด้วยความเย็นชาเช่นนี้มาก่อน พริบตานั้นจึงรู้สึกไม่อาจกล้ำกลืน
“ไป ช่วยข้าหาภาพเหมือนขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเหลียนมาเสีย ข้ากลับอยากจะเห็นเสียจริง เขาจะวิเศษวิโสมาจากที่ใด!”
…
ภายในห้องฟุ้งกระจายไปด้วยไอน้ำหนา ชุนเซียงปรนนิบัติอวิ๋นซูอาบน้ำ ช่วยนางถูหลังอย่างระมัดระวัง
ชุนเซียงอดไม่ได้ที่จะมองไปยังผิวอันนุ่มลื่น เมื่อคิดถึงเรื่องเช้านี้อีกครั้ง สภาพที่อวิ๋นซูเดินเข้ามาด้วยกันกับเฟิ่งหลิงเช่นนั้น ระหว่างคุณหนูและองค์ชายใหญ่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงหรือ? ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ ชุนเซียงกลับรู้สึกเสียดาย
“เป็นอะไรไป?”
“คุณหนูเจ้าคะ เมื่อคืน…ท่านไปที่ใดกันแน่?” ชุนเซียงรู้ว่าอวิ๋นซูจะไม่ตำหนินาง ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวจึงต้องเอ่ยปากถาม
“ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขา”
ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขา?! นี่เป็นเรื่องจริงหรือ? ชุนเซียงรีบมองไปยังท่าทีของอวิ๋นซูอีกครั้ง พบว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย หรือจะมีเพียงเท่านี้จริงๆ? ย้อนคิดไปถึงยามที่อวิ๋นซูกลับมา บนร่างยังมีเศษหญ้าและกลิ่นน้ำค้างติดอยู่ บางทีอาจมีเพียงเท่านี้จริงๆ กระมัง
หลังจากปรนนิบัติอวิ๋นซูอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว หน้ากระจก ชุนเซียงช่วยจัดการผมให้อวิ๋นซูไปอย่างเชื่องช้า ในใจคิดไปถึงช่วงเวลาที่ตนอยู่ข้างกายคุณหนู สองนายบ่าวประสบเรื่องราวมามากมาย หากคุณหนูจะแต่งออกไปจริงๆ ในใจของนางคงรู้สึกโศกเศร้ามากกระมัง? อย่างไรก็ตาม ชุนเซียงรู้ดีว่าอวิ๋นซูจะพานางติดตามไปข้างกายด้วย
ยามนี้เอง ด้านนอกมีเสียงสาวใช้ดังแว่วมา
“คุณหนู…”
“มีเรื่องอันใด?” ชุนเซียงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย ต้องทราบว่าหากไม่มีเรื่องสำคัญอันใด บ่าวไพร่ในจวนจะไม่มารบกวนอวิ๋นซู เนื่องจากพวกเขาทราบดีว่าข้างกายนางเองมีสาวใช้คนสนิทที่ชื่อชุนเซียงผู้นี้อยู่
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูฝูจีกำลังรออยู่ที่ลานเจ้าค่ะ”
ฝูจี? สายตาของอวิ๋นซูพลันเปลี่ยนไป คิดถึงเรื่องที่นางสับเปลี่ยนจดหมายที่เฟิ่งหลิงมอบให้ตน วันนี้คิดจะมาแจ้งความผิดหรือไร?
ในลาน เงาร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่บริเวณนั้น ราวกับนางเซียนที่มิแปดเปื้อนสิ่งใด
สายตาคลุมเครือมองไปยังทิศทางของห้องอวิ๋นซู แต่กลับไม่ทราบว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สาวใช้ที่ไปรายงานกลับมาแล้ว เดิมทีคิดจะเอ่ยปากให้ฝูจีรอครู่หนึ่ง เพียงแต่สตรีเบื้องหน้ากลับมีกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ สาวใช้จึงทำเพียงถอยไปอยู่ด้านข้างอย่างระมัดระวัง
เพียงไม่นาน สตรีในห้องก็ค่อยๆ ปรากฏตัวท่ามกลางสายตาของฝูจี
อวิ๋นซูเดินมาเบื้องหน้านาง ทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา
สตรีเบื้องหน้ากลับยื่นมือออกไป ปลดผ้าแพรที่ตนใส่ปิดหน้า เผยใบหน้างดงามที่ทำให้ผู้คนต้องหยุดหายใจ
สาวใช้ข้างกายเพียงมองไปก็ทำให้หลงใหลจนต้องสูดหายใจเย็นยะเยือก จับจ้องใบหน้านั้น เนิ่นนานผ่านไปยังคงไม่เคลื่อนไหว ในสมองพลันขาวโพน
อย่างไรก็ตาม ในดวงตาของอวิ๋นซูกลับมีประกายแปลกประหลาดพาดผ่าน เพียงไม่นานก็สงบลง
ฝูจีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางทำเช่นนี้เพื่อต้องการแสดงความเหนือกว่าออกมา ทำลายความคิดของอวิ๋นซูไปเสีย
“ได้ยินว่าเมื่อคืนคุณหนูกงซุนมิได้กลับจวน พบเรื่องยุ่งยากอันใดหรือไม่? มิแน่ว่าฝูจีอาจจะช่วยคุณหนูกงซุนได้”
nitnit
ฝูจีสวยเสียเปล่าแต่จิตใจโหดเหี้ยม น่าชิงชัง ใครจะชอบ
Venus36
เป็นตอนที่ตลกมาก ตลกพระเอกถูกต้อนจนมุม นางเอกถึงกลับขำ หากพระเอกขอพระราชทานสมรสคงไม่ง่ายแน่ อุปสรรคเยอะแน่ คอยดูว่ามีแต่คนขัดขวาง
Venus36
สวยแล้วอย่างไร มีคนสวยกว่าอวิ๋นซูในขาตินี้เยอะมาก แต่พวกผู้ทั้งหลายกลับแย่งชิงนาง แม้แต่คนหล่อที่สุดอย่างเฟิงหลิ่งเอง พระเอกหนุ่มจี้อายยังรักอวิ๋นซูหมดใจยะ หึ ดูซิมาล่อพูดซะแบบนั้น ใครๆ ก็รู้แล้วไหมล่ะ วางคนคอยสอดแนมอยู่ อยากรู้มาก อวิ๋นซูจะตอบโต้อย่างไร อย่ายอมนะ ฝีปากนางเอกใช่จะเรียบเรื่อย คมดุจมีด ใบหน้าเยือกเย็น แววตานิ่งสงบ