หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 754 ไม่เลือกวิธีการ
เล่มที่ 26 ตอนที่ 754 ไม่เลือกวิธีการ
ภายในจวนแม่ทัพ
ภายในห้องหนังสือ บุรุษร่างกำยำยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ประตูถูกเปิดออกเบาๆ “ท่านแม่ทัพ”
พ่อบ้านชรายืนอยู่เบื้องหน้าแม่ทัพกงซุนด้วยท่าทีนอบน้อม อีกฝ่ายจึงค่อยหันมา “ระยะนี้ในเมืองหลวงมีข่าวลือมากมาย สั่งให้คนไปบอกทางเรือนฝูหรงเสียหน่อย อย่าให้คุณหนูท่านนั้นออกจากจวนแม่ทัพโดยพลการ เพิ่มความระมัดระวังให้มาก”
“ขอรับ ผู้น้อยจะไปเดี๋ยวนี้”
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่นานด้านนอกกลับมีเสียงอันเคร่งเครียดดังขึ้น “ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!”
ยามนี้พ่อบ้านชราไม่สนใจมารยาทอันใดแล้ว พริบตาเดียวก็พุ่งเข้ามา “แย่แล้วขอรับท่านแม่ทัพ ที่เรือนฝูหรง…”
คนกลุ่มหนึ่งเดินไปยังทิศทางของเรือนฝูหรงด้วยฝีเท้าเร่งร้อน กระทั่งแม่ทัพกงซุนก็ยังสังเกตุเห็นแล้วว่าหูตาเหล่านั้นที่ถูกวางตัวอยู่ในมุมมืดของจวนหายไปไม่เหลือร่องรอย ในยามที่ทุกคนมาถึง ทั่วทั้งเรือนฝูหรงเงียบงัน หลงเหลือเพียงเสียงลม ทุกห้องว่างเปล่าราวกับไม่เคยมีผู้ใดอยู่อาศัย
“คนเล่า?”
“ท่านแม่ทัพขอรับ หายไปหมดแล้วขอรับ!”
หายไปแล้ว? แม่ทัพกงซุนขมวดคิ้วแน่น พวกนางไปเมื่อใดกัน ถึงกับไม่มีคนของจวนแม่ทัพเห็นเชียวหรือ? แต่สิ่งที่ทำให้แม่ทัพกงซุนโกรธเกรี้ยวก็คือ แขกสูงศักดิ์ถึงกับหายไปในอากาศโดยไม่แม้แต่จะกล่าวลาเช่นนี้เชียว? เห็นจวนแม่ทัพของเขาเป็นอะไรกัน อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปเช่นนั้นหรือ?
“ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ?”
ด้านนอกมีเสียงอวิ๋นซูแว่วมา นางผ่านทางมาทางนี้พอดี ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวทางด้านนี้จึงมาดูเสียหน่อย
“ซูเอ๋อร์ พวกฝูจีไม่อยู่แล้ว”
ในดวงตาของอวิ๋นซูมีประกายประหลาดใจพาดผ่าน มองไปทางห้องนั้นอีกครั้ง “ออกไปด้านนอกหรือ?”
“สัมภาระก็หายไปแล้ว”
ยามนี้คลื่นลมภายนอกกำลังรุนแรง สตรีผู้นั้นจะไปที่ใดได้? ยิ่งไปกว่านั้นฝูจีไปไม่ลา มิใช่เป็นการแสดงให้เห็นว่านางไม่พอใจจวนแม่ทัพกงซุนเป็นอย่างมากหรอกหรือ? อวิ๋นซูตามแม่ทัพกงซุนกลับมายังห้องหนังสือ “ท่านพ่อ คงไม่มีคำอธิบายดีๆ ให้ทางมหาราชครูกระมัง?”
นางทราบถึงความลำบากใจของแม่ทัพกงซุน และเข้าใจว่าเขาไม่ชอบฝูจี อยากให้นางออกไปให้เร็วเสียหน่อย ทว่าต้องมิใช่การไปด้วยวิธีเช่นนี้
“หึ นางต้องการไปเอง มิใช่พ่อบีบบังคับนาง ไปแล้วก็ดี ทางที่ดีอย่าได้กลับมาอีก!” ยามนี้ชาวบ้านด้านนอกล้วนตามหาร่องรอยของคนรุ่นหลังแห่งตระกูลหวายหวัง หากนางทำอะไรบุ่มบ่ามจนเผยฐานะของตนก็ไม่เกี่ยวกับจวนแม่ทัพของเขา! แม้แม่ทัพกงซุนจะคิดเช่นนี้ แต่สายตากลับหยุดอยู่บนโต๊ะ จากนั้นจึงเม้มปากหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง
นางเป็นคนที่ท่านมหาราชครูไหว้วานเขา ยามนี้คนไม่อยู่แล้ว ตนควรเขียนจดหมายกลับไปอธิบายเสียหน่อย ควรสลัดความรับผิดชอบไปให้สิ้นถึงจะถูก
อีกด้านหนึ่ง รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนตัวเข้าไปยังตำหนักของอวี๋เฟย
อวี๋เฟยคิดว่าเมื่อได้ชื่อว่าทำงานให้ฮองเฮากลับได้รับผลประโยชน์มาไม่น้อย ตลอดเส้นทางไม่มีผู้ใดเข้าขวางรถม้าแม้แต่น้อย
ในยามที่สตรีผู้นั้นก้าวลงพื้น พลันมีนางข้าหลวงเดินเข้ามา พาคนกลุ่มนั้นไปยังห้องโถงใหญ่ อวี๋เฟยรีบหลีกทางให้ทุกคน ในห้องเหลือเพียงฝูจีตลอดจนสาวใช้ในอาภรณ์สีอ่อนหลายคน
อวี๋เฟยเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม คุกเข่าลงด้วยความเลื่อมใส “ผู้น้อยน้อมพบคุณหนูเจ้าค่ะ”
เสียงอันเย็นชาดังขึ้นเหนือศีรษะ “ยามนี้เจ้าเป็นสนมแล้ว ไม่จำเป็นต้องมากมารยาทถึงเพียงนี้” แม้จะกล่าวเช่นนี้แต่ฝูจีกลับไม่มีเจตนาให้อีกฝ่ายลุก ยื่นมือออกไปปลดผ้าแพรปิดหน้าของตนออก “เรื่องคราวนี้ต้องไหว้วานเจ้าแล้ว”
อวี๋เฟยทั้งเคารพและหวาดกลัว “สามารถทำประโยชน์ให้คุณหนูได้นับเป็นวาสนาชั่วชีวิตของผู้น้อยแล้วเจ้าค่ะ” นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้างดงามโดดเด่นสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตา อวี๋เฟยรู้สึกตาพร่า ความงดงามเช่นนี้น่าสั่นสะท้านเสียจนสมองของนางขาวโพลน เมื่อสบตาลึกล้ำคู่นั้น จิตวิญญาณราวกับถูกฉุดดึงออกไปโดยพลัน
ฝูจีไม่ได้สนใจมองใบหน้าอวี๋เฟยมากนัก เดินไปนั่งลงด้านข้าง เมื่อเงาร่างงดงามหยาดเยิ้มเคลื่อนไหว อวี๋เฟยจึงค่อยได้สติกลับมา
ใจของนางเต้นระรัวราวกับโผบิน ใบหน้าขาวกระจ่างเจือรอยแดงระเรื่อ กระทั่งสตรีได้เห็นใบหน้าเช่นนี้ยังรู้สึกใจเต้น เกรงว่าใต้หล้าแห่งนี้คงไม่มีบุรุษใดสามารถต่อต้านความงามนี้ได้แม้เพียงผู้เดียวกระมัง? ไม่เสียทีที่เป็นคุณหนูของตระกูลพวกนาง ความงดงามเช่นนี้นับเป็นหนึ่งในใต้หล้าจริงๆ
“ไม่ทราบว่าคุณหนูเข้าวัง มีสิ่งใดให้ผู้น้อยทำหรือไม่เจ้าคะ?”
ฝูจีคิดครู่หนึ่ง “เรื่องหินตกจากฟ้า เจ้าได้ข่าวอะไรมาบ้างหรือไม่?”
คนของตระกูลหวายหวังจำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ให้มาก พวกเขาปิดซ่อนตัวตนมาหลายปีเพียงนี้ เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด จู่ๆ กลับมีก้อนหินก้อนหนึ่งมาแหวกหญ้าให้งูตื่น ทำให้ราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนมีท่าทีระมัดระวัง พวกเขาจำเป็นต้องตรวจสอบลับลมคมในของเรื่องนี้
“ผู้น้อยได้ยินมาว่า ดูเหมือนจักรพรรดิเหลียนจะไม่เชื่อคำพยากรณ์บนก้อนหินนัก อีกทั้งยังไม่ได้ออกคำสั่งให้ตรวจสอบร่องรอยของตระกูลหวายหวัง กลับเป็นขุนนางในราชสำนักที่ค่อนข้างร้อนรน”
ฝูจีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางได้ยินมานานแล้วว่าจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนพระองค์นี้ไม่สนใจราชกิจ กระทั่งเรื่องสำคัญเพียงนี้ก็ยังมองข้าม ดูแล้วคงไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากเกินไปจริงๆ
สตรีงดงามใคร่ครวญเล็กน้อย ในสมองพลันปรากฏความคิดหนึ่งขึ้นมา “ยามนี้ฮองเฮาเชื่อใจเจ้าแล้วหรือไม่?”
“หลายปีมานี้ผู้น้อยทำงานให้ฮองเฮาไปไม่น้อย แม้ไม่อาจกล่าวได้ว่าเชื่อใจเต็มสิบส่วน แต่นับได้ว่าไม่มีใจระแวงผู้น้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าต้องการให้เจ้าแนะนำข้าให้แก่ฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียน ให้นางช่วยผลักดันข้าเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่”
พระชายาองค์ชายใหญ่?! อวี๋เฟยเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ เหตุใดคุณหนูจึง…ประเดี๋ยวก่อน พระมารดาผู้ให้กำเนิดขององค์ชายใหญ่คือบุตรสาวคนโตของตระกูลมหาราชครู หรือจะกล่าวว่า…
สายตาคมกริบทิ่มแทงมา ทำให้อวี๋เฟยรีบเก็บความคิดของตน เพียงแค่สายตานี้นางก็สัมผัสได้ว่าเมื่อครู่คุณหนูมีเจตนาสังหารตนแล้ว! ใช่แล้ว นางลืมไปได้อย่างไร ในฐานะที่ตนเป็นผู้น้อยย่อมไม่อาจรู้มากเกินไปนัก ต่อให้รู้ก็ต้องแสร้งทำเป็นเลอะเลือน มิเช่นนั้นจะนำอันตรายมาสู่ตัว
ในเมื่อคุณหนูต้องการเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ ตนก็ทำได้เพียงช่วยเป็นกำลังให้นาง ส่วนเรื่องอื่นไม่ใช่ปัญหาที่นางจะไปครุ่นคิด
“เรื่องแนะนำคงไม่ลำบากนัก เพียงแต่…”
“เพียงแต่อันใด?” กระทั่งฝูจีเองก็รู้สึกแปลกใจ ตนถึงกับกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกไปจริงๆ อีกทั้งเมื่อครู่ยังมีความคิดขึ้นมาว่า ในเมื่อนายน้อยแห่งตระกูลมหาราชครูไม่ไว้หน้าตน ตนก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นของที่ฝูจีต้องการ ไม่มีอะไรที่ไม่ได้
ทำให้เขารู้ถึงความร้ายกาของตนเสียก่อน ถึงตอนนั้นจะยินยอมแต่งงานหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับนาง
สิ่งที่นางต้องการก็คือ ทำให้อีกฝ่ายเสียใจที่เสียมารยาทกับตนในตอนแรก! จะต้องทำให้เขาสูญเสียชื่อเสียงเกียรติยศทั้งหมด!
“เพียงแต่ฮองเฮาพระองค์นี้อารมณ์แปลกประหลาดและเอาแต่พระทัย หากคุณหนูต้องการความช่วยเหลือจากฮองเฮา ต้องกระทำตามพระนาง ผู้น้อยคิดว่า…” ในน้ำเสียงของอวี๋เฟยเต็มไปด้วยความกังวล
“พูดมา…”
“ผู้น้อยคิดว่า ฮองเฮาเห็นองค์ชายใหญ่เป็นหนามตำตามาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ได้เลือกคนผู้หนึ่งไว้เป็นตัวเลือกพระชายาองค์ชายใหญ่แล้ว แต่องค์ชายใหญ่กลับไม่ยอมเชื่อฟัง ยามนี้หากต้องการให้ฮองเฮาจับคู่คุณหนูกับองค์ชายใหญ่ในฐานะพระชายา คุณหนูจำเป็นต้องแสดงท่าทีว่ายินยอมอุทิศตนรับใช้ฮองเฮา ให้ฮองเฮาเชื่อใจคุณหนู และเห็นคุณหนูเป็นหมากจนยอมวางคุณหนูไว้ข้างกายองค์ชายใหญ่เพื่อเป็นหูตาให้พระนางเจ้าค่ะ” อวี๋เฟยคิดว่าฮองเฮาย่อมไม่ยอมจับคู่ให้องค์ชายใหญ่เป็นแน่ แต่หากคิดจะวางคนของตนไว้ข้างกายเขา ฮองเฮาย่อมมีประสบการณ์มากกว่าผู้ใด
ฝูจีใคร่ครวญครู่หนึ่ง นี่ต้องการให้ตนแสร้งทำเป็นหุ่นเชิดโง่งม ปล่อยให้ผู้อื่นจับวางเช่นนั้นหรือ? นางปรายตามองไปด้านข้างราวกับพิจารณาความเป็นไปได้
อวี๋เฟยรู้ดีว่านี่ไม่ยุติธรรมกับฝูจีผู้สูงศักดิ์จริงๆ “คุณหนูโปรดวางใจ เรื่องนี้มอบหมายให้ผู้น้อยเถิด ขอเพียงคุณหนูแสดงท่าทีเชื่อฟัง ผู้น้อยย่อมมีวิธีให้ฮองเฮาเชื่อใจพวกเรา”
เพราะความต้องการของฝูจี อวี๋เฟยจึงรีบไปยังตำหนักฮองเฮาโดยไม่รั้งรอ ด้านหนึ่งเพื่อรายงานผล อีกด้านหนึ่งเพื่อการใหญ่ของพวกนาง
“ส่งจดหมายออกไปแล้วหรือ?” ฮองเฮาทอดพระเนตรไปยังสตรีเบื้องหน้าอย่างเกียจคร้าน คิดมาตลอดว่าอวี๋เฟยทำงานให้ตนเป็นการส่วนตัว
“ทูลฮองเฮา หม่อมฉันสั่งให้คนไปส่งจดหมายให้ใต้เท้าทั้งสองในคุกแล้วเพคะ บอกให้พวกเขารออย่างอดทน”
ฮองเฮาพยักพระพักตร์เล็กน้อย พระนางรู้สึกว่าฝ่าบาทคงไม่สังหารสองคนนั้นทันที ดังนั้นเรื่องเวลายังนับว่ามีประโยชน์ต่อตน ยามนี้ฝ่าบาทยังทรงกริ้วเรื่องซ่างกวนเมิ่ง เมื่อเวลานานไป ตนย่อมหาโอกาสโอนอ่อน นำทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่เส้นทางเดิม จะอย่างไรยามนี้ฝ่าบาทก็ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะกำจัดตำแหน่งฮองเฮาของตน
“ฮองเฮาเพคะ”
บนใบหน้าของอวี๋เฟยเผยรอยยิ้มประจบประแจง ฮองเฮาพบเจอคนมามาก ย่อมรู้ว่าคนที่แย้มยิ้มเช่นนี้ให้พระนางจะต้องมีเรื่องขอร้องเป็นแน่
“มีเรื่องอันใด?”
“หม่อมฉันมีญาติผู้น้องจากแดนไกลผู้หนึ่ง นางมาจากชนบท เพียงแต่หน้าตางดงามยิ่งนัก หากนางมีโอกาสได้ทำประโยชน์ให้ฮองเฮา นับว่าเป็นวาสนาชั่วชีวิตของนางแล้วเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อวี๋เฟยคิดจะให้ญาติผู้น้องของตนบินมาเกาะกิ่งไม้กลายเป็นหงส์หรือ?
ฮองเฮาใคร่ครวญครู่หนึ่ง แย้มสรวลตอบรับอย่างพอพระทัย สำหรับพระนาง มีหมากเพิ่มตัวหนึ่งมิใช่เรื่องดีหรอกหรือ?
“เหนียงเหนียง ยามนี้คุณหนูซ่างกวนไม่อาจทำงานให้เหนียงเหนียงได้แล้ว มิสู้…” เมื่ออวี๋เฟยกล่าวถึงซ่างกวนเมิ่ง ฮองเฮาพลันเข้าใจกระจ่าง นางต้องการให้ญาติผู้น้องของนางเข้าแทนตำแหน่งซ่างกวนเมิ่ง เป็นพระชายาองค์ชายใหญ่หรือ? หึ สาวบ้านป่าต่ำต้อยเพียงผู้เดียวแต่ใจทะเยอทะยานไม่น้อย
“แม้ซ่างกวนเมิ่งจะล้มเหลว แต่จะดีจะร้ายนางก็ฉลาดเฉลียว ได้ใจเปิ่นกงไปไม่น้อย ส่วนญาติผู้น้องของเจ้า…” ความหมายของห้องเขาก็คือ พระนางไม่ต้องการคนโง่งมเกินไป จะอย่างไรซ่างกวนเมิ่งก็นับว่ามีความสามารถอยู่บ้าง
“เหนียงเหนียงโปรดวางพระทัย ญาติผู้น้องของหม่อมฉันฉลาดเฉลียวมีเชื่อฟัง จะต้องทำตามการจัดการของฮองเฮาเป็นแน่ ทั้งยังไม่ทำให้เรื่องดีๆ ของเหนียงเหนียงเสียหายแน่นอนเพคะ”
พระดรรชนีของฮองเฮาเคาะลงบนที่วางแขนช้าๆ ราวกับกำลังใคร่ครวญความเป็นไปได้ของเรื่องนี้ “อีกหลายวันจะเป็นวันพระราชสมภพของฝ่าบาทแล้ว เจ้าให้นางเตรียมตัวให้ดี นี่เป็นโอกาสของนาง”
“ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ!”
ภายในห้อง สาวใช้ผู้หนึ่งกำลังหลีผมให้ฝูจีอยู่ด้านหลังอย่างเงียบงัน ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด สตรีงดงามจึงเอ่ยปาก “เจ้ามีอะไรจะพูดหรือ?”
สาวใช้ผู้นั้นวางหวีในมือลง เบนสายตาขึ้นมองไปยังใบหน้างดงามในกระจก “บ่าวมิกล้าวิพากษ์วิจารณ์ให้มากความ เพียงแต่คุณหนูเจ้าคะ ในเมื่อนายน้อยของตระกูลมหาราชครูไม่มีใจจะแต่งงาน เหตุใดคุณหนูต้อง…”
“เหตุใดต้องไม่เลือกวิธีการเช่นนี้หรือ?”
สาวใช้ผู้นั้นก้มหน้าลงอย่างหวาดกลัว “บ่าวมิได้หมายความเช่นนี้เจ้าค่ะ บ่าวเพียวรู้สึกไม่คู่ควรกับคุณหนู คุณหนูมีฐานะสูงศักดิ์ กลับต้องเข้ามาอยู่ท่ามกลางอันตรายเพียงเพราะบุรุษต่ำต้อยผู้เดียว ทุกสิ่งทุกอย่าง บ่าวล้วนเห็นความปลอดภัยของคุณหนูเป็นสำคัญ”
Malii123
แม่นางฝูจีกำลังคันนนน ไง
Venus36
บ้าบอ ตัวร้ายสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกัน ชิบหายแล้ว อวิ๋นซู เฟิงหลิง ผนึกกำลังเถอะ แต่ๆๆ ฝูจีจะทนรับอารมฮองเฮาบ้านี้ได้เหรอ อีกใจแอบกลัวฝูจีจะเข้าไปสังหารเหมยเฟย