หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 758 เปิดตัวงดงาม
เล่มที่ 26 ตอนที่ 758 เปิดตัวงดงาม
แขนเสื้อสีขาวอันโดดเด่นงดงามวาดเป็นวงโค้งงามพิลาศกลางอากาศ สตรีผู้หนึ่งเหยียบย่างเข้าไปท่ามกลางพิรุณบุปผา ปรากฏตัวต่อสายตาของทุกคน ผมสีดำราวหมึกปลิวไสว ร่างกายงดงามหมุนตัวในอากาศหลายรอบ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจที่สุดก็คือ ท่วงท่าการหมุนตัวงดงามปานนั้น ราวกับบนร่างของนางมีคลื่นไหลวนเป็นระยะ คล้ายกับนางเซียนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเหยียบย่างผ่านปุยเมฆลงมายังแดนมนุษย์
ทุกคนถูกภาพอันงดงามเช่นนั้นดึงดูด ในใจคาดหวังยิ่งนัก สตรีผู้นี้จะมีใบหน้างามล่มแคว้นเช่นไร ต่างรู้สึกอดรนทนไม่ไหวอยากยื่นมือไปปัดเส้นผมยาวนั้นออกเพื่อเผยใบหน้าที่แท้จริงเสียเอง
กระทั่งฮองเฮาก็อดไม่ได้ที่จะดวงตาสว่างวาบ วิธีการปรากฏตัวที่โดดเด่นและพิเศษเช่นนี้ พระนางเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
จากนั้นไม่ทราบว่านางรำในอาภรณ์สีชมพูกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากที่ใด แขนเสื้อยาวโบกสะบัดไปในอากาศ บดบังสายตาของทุกคน
คนไม่น้อยต่างยืดคอ แต่กลับเห็นใบหน้าอันงดงามนั้นได้เพียงรางๆ
นกยูงสีขาวยืนอยู่ตรงกลาง กลีบดอกไม้โปรยปรายเต็มพื้น การเคลื่อนไหวกลายเป็นหยุดชะงัก สตรีผู้นั้นหันหลังให้ทุกคน เวลาคล้ายจะถูกหยุดอยู่เพียงเท่านี้ คนไม่น้อยพากันกลั้นหายใจ
ท่วงทำนองเปลี่ยนไปราวกับลำธารที่ไหลตกลงมาจากที่สูง สตรีผู้นั้นยกมือขึ้นข้างหนึ่งยกขาขึ้นข้างหนึ่ง หมุนตัวช้าๆ ด้วยท่วงท่างดงามหาใดเปรียบ
คนไม่น้อยเก็บท่าทางงามล้ำเช่นนี้ไว้ในสายตา ชั่วขณะต่อมา ยามพบว่าใบหน้าที่ปรากฏเบื้องสายตาทุกคนเป็นเพียงความงามระดับกลาง ทุกคนพลันเผยท่าทีผิดหวังออกมา
พวกเขารู้สึกว่าภาพที่ประหนึ่งนางเซียนเมื่อครู่นี้ควรจะเป็นนางรำที่มีหน้าตางามพิลาศถึงจะถูก! ยามนี้ใบหน้านั้นกลับทำให้ความงามลดลง แม้จะเรียกว่างาม แต่ยังไม่เพียงพอกับความสั่นสะท้านยามเปิดตัว
กระทั่งฮองเฮายังถอนปัสสาสะในพระทัย ใช่แล้ว บนโลกใบนี้ไหนเลยจะมีนางเซียนจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามากมายเพียงนั้น ใบหน้าเช่นนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
ในดวงตาของฝูจีเจือไปด้วยความหยิ่งยโส นางไม่สนใจสายตาของทุกคนแม้แต่น้อย ด้วยฐานะของตน พวกเขาไม่คู่ควรที่จะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของตน สายตาทอดมองไปยังบุรุษรูปงามที่อยู่ไกลออกไป มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
ต่อให้ไม่ใช้ใบหน้าอันโดดเด่นตนก็สามารถใช้ท่วงท่าการร่ายรำมาทำให้ทุกคนหลงใหลได้! นี่เป็นความมั่นใจของนาง
สตรีบนเวทีกระโดดหมุนตัวอีกครั้งทำให้สายตาของทุกคนพร่าเลือน ทุกการเคลื่อนไหวอันละเอียดอ่อนของนางราวกับออกมาจากภาพวาดงามล้ำ การเคลื่อนไหวเช่นนี้มิใช่อะไรที่ใครจะทำได้ตามใจ ปลายนิ้วของนางราวกับลากผ่านหัวใจของทุกคน การก้าวเท้าแต่ละก้าวประหนึ่งเหยียบย่างเข้าสู่จิตวิญญาณ สายตาของนางราวกับกำลังฉุดกระชากความคิด
พริบตานั้นทุกคนพลันคิดว่านางจะหน้าตาเป็นอย่างไรล้วนไม่สำคัญ สตรีเช่นนี้พวกเขาเต็มใจยอมสยบอยู่ใต้เท้าโดยไม่รู้สึกอยุติธรรมแม้แต่น้อย
อวิ๋นซูกำลังชื่นชมการร่ายรำสะเทือนฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ ตั้งแต่มาถึงแคว้นเหลียนนางก็รู้สึกตื่นตะลึงกับเรื่องต่างๆ มากมาย ได้พบเรื่องที่นางไม่เคยเห็นมากมาย นางพบว่าไม่ว่าจะเป็นบุตรีอนุภรรยาแห่งจวนโหวก็ดีหรือจะเป็นฮองเฮาแห่งแคว้นอี้ในชีวิตที่แล้วก็ดี ยังคงมีเรื่องราวมากมายที่นางไม่ทราบ รู้สึกขอบคุณสวรรค์ยิ่งนักที่ให้โอกาสนางมาเกิดใหม่อีกครั้ง ทำให้นางได้ใช้สายตาที่กว้างไกลกว่าเดิมมองดูโลกใบนี้
คิดไม่ถึงว่าการร่ายรำจะทำให้ผู้คนสั่นสะท้านและหลงใหลได้เพียงนี้ ยามเมื่ออวิ๋นซูได้สติกลับมา พบว่านางรำผู้นั้นกำลังมองตนอยู่ เพียงแต่ไม่ทราบว่านางรู้สึกไปเองหรือไม่ นางถึงกับเห็นความเย้ยหยันและเย็นชาจากสายตาของนางรำผู้นั้น
ในดวงตาของอวิ๋นซูเกิดความแปลกใจ บนใบหน้าของนางรำผู้นั้นปรากฏรอยยิ้มลึกล้ำแฝงความหมาย หมุนตัวครั้งหนึ่งทะยานไปสู่ใจกลางแขนเสื้อยาวที่โบกสะบัดอยู่กลางอากาศราวสายธาร
“อืม ความสามารถของนางรำผู้นี้ไม่เลวเลย” จักรพรรดิเหลียนที่อยู่บนตำแหน่งสูงสุดตรัสชมออกมา คำชมนี้ตกอยู่ในพระกรรณของฮองเฮา เดิมทียังรู้สึกริษยา ทว่าพริบตาต่อมากลับถูกความคิดหนึ่งที่ปรากฏในสมองกดเอาไว้ ต้องทราบว่าในวังไม่ขาดแคลนนางรำ แต่มีไม่มากที่จะได้รับคำชมจากฝ่าบาท สตรีผู้นี้นับว่ามีความสามารถจริงๆ
ฮองเฮาวางแผนในพระทัยอย่างรวดเร็ว พระเนตรทอดมองไปยังอวี๋เฟยที่อยู่ด้านข้าง สนมนางนี้ไม่ได้มีความสามารถเท่าใดนัก เดิมทีตนไม่อยากรับนางมาเป็นหมากข้างกาย ทว่าข้อดีเพียงหนึ่งเดียวของนางก็คือไม่มีจุดเด่นเหนือผู้อื่น นี่ทำให้ฮองเฮารู้สึกวางพระทัย ยิ่งไปกว่านั้นจากความคิดของพระนาง อวี๋เฟยมิได้มีใจทะเยอทะยานมากนัก ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าหากนางได้รับความโปรดปรานมากเกินไปแล้วจะทำให้นางเกิดความคิดบางอย่าง
ขอเพียงปกป้องนางให้อยู่ในวังหลังได้อย่างไร้กังวล ไม่ว่างานเช่นไรอวี๋เฟยผู้นี้ล้วนเต็มใจทำให้พระนางทั้งสิ้น ตอนนี้การเลือกสนมใกล้เข้ามาแล้ว ตนก็ต้องเริ่มมองหาตัวเลือกมาทำให้ตำแหน่งและอำนาจในฐานะเจ้านายแห่งวังหลังของตนมั่นคง เลือกคนที่ฝ่าบาทจะให้ความสำคัญย่อมเป็นการดีที่สุด
“ทางวังรับนางรำผู้นี้มาจากที่ใด?” รอบด้านมีเสียงอุทานด้วยความแปลกใจดังมาเป็นระรอก นางรำเพียงผู้เดียวถึงกับเสริมบรรยากาศบนเวทีได้จนถึงขีดสุด คนไม่น้อยเริ่มสืบหาฐานะและเบื้องหลังของฝูจี
จักรพรรดิเหลียนคล้ายกับถูกความคึกคักของผู้คนผลักดัน อดไม่ได้ที่จะตรัสถามขันทีใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
ฮองเฮารีบหันมาแย้มสรวลเล็กน้อย “ทูลฝ่าบาท แม่นางผู้นี้เป็นญาติผู้น้องจากแดนไกลของอวี๋เฟย ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เพิ่งจะเข้าวังมา ต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์เพคะ”
เมื่อฮองเฮาทูลตอบ จักรพรรดิเหลียนพลันมีพระพักตร์เคร่งขรึมลง ทั้งยังมิได้ตอบอันใด ทำเพียงพยักพระพักตร์เล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าพระองค์ได้ยินแล้ว
ญาติผู้น้องจากแดนไกลของอวี๋เฟย? อวี๋เฟย…ใช่แล้วดูเหมือนว่าในวังหลังจะมีคนผู้นี้อยู่
ในพระทัยของฮองเฮารู้สึกผิดหวัง วันนี้ฝ่าบาทเป็นอะไรไป เหตุใดคล้ายกับตั้งแง่เหินห่างกับตนไปทั่ว มีเจตนาทำให้ตนลำบากใจหรือ? หากเป็นยามปกติ แม้ไม่สนิทชิดเชื้อแต่ก็ไม่ทำให้พระนางหงุดหงิดใจเช่นนี้
ยามนี้เองมี จู่ๆ พลันเสียงอุทานดังขึ้น
สตรีกลางเวทีที่ดูคล้ายนางเซียนกระโดดขึ้นสูง หมุนตัวกลางอากาศราวกับกำลังโผบินก็มิปาน กลีบบุปผาสีชมพูนับไม่ถ้วนโปรยปรายออกมาจากแขนเสื้อของนาง ร่วงลงสู่เส้นผมของทุกคนรวมไปถึงโต๊ะและจอกสุรา
“ฮ่าๆ น่าสนใจ นางรำผู้นี้น่าสนใจจริงๆ”
องค์ชายรองอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้ม ในดวงตาเจือไปด้วยประกายสนใจอันเข้มข้น เขาก้มลงหยิบสุราที่มีกลีบดอกไม้ลอยอยู่ด้านบนขึ้นจิบ ในนั้นมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป เมื่อมองไปทางนางรำผู้นั้นอีกครั้ง คล้ายกับมีเมล็ดพันธุ์บางอย่างกำลังเติบโตอยู่ในใจ
ต้องทราบว่าในวัง ด้วยฐานะที่เป็นถึงองค์ชาย หากต้องการได้สตรีนางหนึ่งย่อมไม่ใช่เรื่องยากลำบากอันใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสตรีต่ำต้อยที่เป็นเพียงนางรำเลย
ความแปลกใจของเฟิ่งหลิงเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ เนื่องจากเขารู้ว่าหากอยู่ในวัง ยิ่งเปิดเผยมากก็ยิ่งดึงดูดความยุ่งยากได้ง่าย เป็นเพียงสตรีที่ต้องการเกาะกิ่งไม้สูงอีกนางหนึ่งเท่านั้น ลูกไม้เช่นนี้ตนเห็นมามากพอแล้วจึงก้มหน้าไม่สนใจอีก คิดไม่ถึงว่ากลับพบว่าในจอกสุราของตนมีกลีบดอกไม้ลอยอยู่เช่นกัน อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
เขามิได้มีความสนใจด้านนี้นัก กำลังจะให้คนมาเปลี่ยนสุรา แต่กลับพบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว
คล้ายกับว่าบนกลีบดอกไม้ขนาดใหญ่มีอักษรสลักอยู่! เฟิ่งหลิงใช้หางตาปลายมองไปรอบด้าน พบว่าไม่มีใครตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตน ความสนใจของทุกคนต่างถูกนางรำบนเวทีดึงดูดไปจนสิ้น เขาขยับเล็กน้อย หยิบกลีบดอกไม้ในสุราขึ้นมา ปรายตามองอย่างเชื่องช้า แต่กลับทำให้ในใจของเขาต้องผวา
สายตาคมกริบจ้องมองไปยังสตรีบนเวทีสูง เฟิ่งหลิงคล้ายจะมองเห็นรอยยิ้มลำพองใจบริเวณมุมปากของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
นางรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำสิ่งใดอยู่? ถึงกับกล้าเข้าวัง ทั้งยังเผยหน้าต่อหน้าทุกคน ไม่เห็นความปลอดภัยของตระกูลหวายหวังอยู่ในสายตาแม้แต่น้อยเชียวหรือ?
เพียงแต่เมื่อคิดอีกครั้ง เฟิ่งหลิงที่เดิมทีเคร่งเครียดกลับค่อยๆ ผ่อนคลายลง ทุกคนล้วนมีทางเลือกเป็นของตนเอง อีกทั้งเขาก็มิใช่คนชอบวุ่นวายเรื่องของผู้อื่นให้มากความ หากนางคิดว่าทำเช่นนี้จะข่มขู่ตนได้ เช่นนั้นจะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว
หากนางคิดจะใช้ความปลอดภัยและร่องรอยของตระกูลหวายหวังมาล้อเล่นเฟิ่งหลิงก็จะไม่หยุด ยิ่งไปกว่านั้นถึงกับส่งข้อความให้ตนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เห็นได้ว่าเป็นการยั่วยุ ต้องการบอกตนว่าในเมื่อไม่ยอมสานสัมพันธ์กับนาง นางก็จะแทรกซึมเข้าวังมาด้วยตนเอง
เฟิ่งหลิงไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรที่ทำให้ตนไม่สามารถอธิบายต่อท่านตาของตนได้ จะอย่างไรเขาก็ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล หากฝูจีก่อเรื่องวุ่นวายอันใดเฟิ่งหลิงก็จะไม่รั้งนางแม้แต่น้อย ยามนี้สิ่งที่เขาใส่ใจที่สุดก็คือเบาะแสของเสด็จแม่ เมื่อหาเสด็จแม่พบก็นับว่าสะสางบุญคุณความแค้นยี่สิบปีนี้แล้ว จากนั้นเฟิ่งหลิงจะไปจากสถานที่แห่งนี้ ต่อให้มีการแก่งแย่งชิงดีกันเพียงใดก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
เมื่อคิดถึงตรงนี้เฟิ่งหลิงก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองไปกลางเวทีด้วยท่าทีนิ่งเรียบ ไม่มีความโกรธเกรี้ยวอันใด ดูเสียหน่อยว่าต่อไปอีกฝ่ายคิดจะทำเช่นไร
ในขณะที่ทุกคนจมลงสู่ท่วงท่าการร่ายรำที่ราวกับภาพฝันนั้นเอง กลีบดอกไม้สีชมพูโปรยปรายทั่วฟ้า สตรีในอาภรณ์ชุดขาวผู้นั้นหายไปตั้งแต่ยามใดก็มิอาจทราบ หลงเหลือเพียงกลิ่นหอมที่ชวนให้ผู้คนหลงใหล
ท่วงทำนองสิ้นสุดลง คนไม่น้อยจึงค่อยได้สติราวกับตื่นจากความฝัน รีบมองไปรอบด้านเพื่อหาร่องรอยของนางรำผู้นั้น ทว่าสิ่งที่ตามมากลับเป็นนางรำในอาภรณ์สีทองหรูหรากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาด้วยความครื้นเครง ทุกสิ่งทุกอย่างราวเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งผ่านไปอย่างราบรื่นเพียงนี้ อวี๋เฟยจึงผ่อนคลายลงได้ในที่สุด แม้จะสนอกสนใจในฐานะของฝูจีทว่าไม่มีใครสงสัย นางรีบมองไปยังท่าทีของฮองเฮา พบว่าในพระเนตรของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความพอพระทัย ดูท่าทางความหวังของคุณหนูใกล้จะสำเร็จแล้ว
ในที่สุดทุกคนก็คิดถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ พวกเขายังไม่ได้กล่าวอวยพรฝ่าบาท
หลังจากความสุขและเสียงชื่นชมผ่านไป บริเวณที่นั่ง ชายร่างกำยำผู้หนึ่งลุกขึ้นยืน รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบงัน
สายตานับไม่ถ้วนรวมกันอยู่บนร่างของแม่ทัพกงซุน ท่านแม่ทัพใหญ่ต้องการคารวะสุราฝ่าบาทหรือ?
จักรพรรดิเหลียนบนที่นั่งประธานก็ยกจอกสุราขึ้นด้วยความรู้สึกสนุกสนาน ราวกับคาดหวังว่าแม่ทัพกงซุนที่ยามปกติชอบต่อต้านพระองค์จะกล่าวคำพูดอันใดออกมา
“ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน อีกอย่าง ในวันดีเช่นนี้ ฝ่าบาททรงมีสิ่งใดจะตรัสกับทุกคนหรือไม่?”
อะไรนะ? ทุกคนไม่มีปฏิกิริยากลับมา คำอวยพรนี้จะรวบรัดเกินไปหรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้นฝ่าบาททรงมีข้อมูลอันใดจะประกาศหรือ?
ในดวงตาของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความจนใจ พลันนั้นมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมา นางเงยหน้าขึ้นมองกลับไป พบว่าเฟิ่งหลิงกำลังมองมาด้วยรอยยิ้ม ทั้งคู่รู้แก่ใจว่าแม่ทัพกงซุนหาเรื่องยุ่งยากมาให้พวกเขาแล้ว แต่หากคิดจะหยุดยั้งก็ไม่ทันเสียแล้ว
จักรพรรดิเหลียนอดไม่ได้ที่จะสรวลกว้าง คิดไม่ถึงว่าพระองค์จะคาดหวังให้แม่ทัพกงซุนผู้มีความเปิดเผยตรงไปตรงมากล่าววาจาประจบประแจงอันใดเสียได้ เขาสามารถกล่าวคำว่าทรงพระเจริญยิ่งยืนนานก็ไม่เลวแล้ว หากไม่ใช่เพราะบุตรีอันเป็นที่รักของเขาคงไม่ยอมพูดคำเช่นนี้เป็นแน่ ในพระทัยของจักรพรรดิเหลียนรู้สึกสงสารเฟิ่งหลิงยิ่งนัก ต่อแต่นี้ไปจะต้องเกี่ยวพันกับชายชราหัวแข็งเช่นนี้ ไม่สิ ต่อแต่นี้ไป มิใช่ว่าแม่ทัพกงซุนจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันกับตนแล้วหรือ?
MooOaun
ชอบท่านแม่ทัพจริงๆ 🤣🤣🤣
nitnit
แม่ทัพกงซูเป็นพ่อที่รักลูกแท้ๆ…ฮองเฮาไม่คิดจะให้ฝูจีเป็นสนมเหรอ อิอิ
Venus36
มันจะง่ายเหรอ ให้ดีฮองเฮาคิดขัดขวางแน่ ไหนจะฝูจีอีก โอ๊ย ไม่แน่ เชื่อเถอะ อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ทั้งคู่ยังไม่ได้ครองคู่กันง่ายดายหรอก อวิ๋นซูไม่อยากเข้าวัง ในวังแคว้นเหลียนน่ากลัวกว่าแคว้นไหนๆ เสียอีก