หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 759 แยกคู่ยวนยาง
เล่มที่ 26 ตอนที่ 759 แยกคู่ยวนยาง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จักรพรรดิเหลียนพลันรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า เหตุใดหลิงเอ๋อร์จึงไม่ต้องใจคนที่บิดาพูดคุยด้วยง่ายเสียหน่อยเล่า?
ในดวงเนตรของฮองเฮามีประกายไหลผ่าน งิ้วๆ สนุกๆ เริ่มแสดงแล้ว! แม่ทัพกงซุนผู้นี้ วันนี้พระนางจะทำให้เขาหาทางลงไม่ได้!
จักรพรรดิเหลียนแสร้งไอปลอมๆ ครั้งหนึ่ง “อืม วันนี้เป็นวันดีจริงๆ ความจริงเจิ้นมีความคิดนี้นานแล้ว เช่นนั้นถือโอกาสนี้เลือกชายาให้องค์ชายใหญ่เลยแล้วกัน!”
เมื่อพระองค์ตรัสจบ ทั่วทั้งงานพลันโกลาหล! นี่จะกะทันหันเกินไปหรือไม่ วันนี้ฝ่าบาทต้องการพระราชทานสมรสให้องค์ชายใหญ่หรือ? จะเป็นคุณหนูตระกูลใดกันแน่!
สีหน้าขององค์ชายรองอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไป เสด็จพ่อต้องการเลือกคุณหนูตระกูลใดมาเป็นชายาขององค์ชายใหญ่เล่า? เขาเป็นองค์ชายที่ได้รับความโปรดปรานเพียงนั้น จะต้องเลือกคนที่มีเบื้องหลังเข้มแข็งเป็นแน่ มือที่อยู่ในแขนเสื้ออดไม่ได้ที่จะกำแน่น ความอิจฉาในใจขององค์ชายรองเพิ่มมากขึ้น หากมิใช่เพราะองค์ชายผู้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนนี่ คนที่สมควรได้เลือกชายาควรจะเป็นตน! ทั้งยังไม่มีใครสามารถสั่นคลอนตำแหน่งรัชทายาทที่ควรเป็นของเขาได้ เพียงแต่ตอนนี้…
องค์ชายสามหวงฝู่หลินวางแผนในใจอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังพิจารณาข้อมูลอะไรบางอย่าง
ในมุมมืด ฝูจีที่เพิ่งถอยไปได้ไม่นานหยุดฝีเท้าลง นางสนใจทุกการเคลื่อนไหวในงานมาโดยตลอด พระดำรัสของจักรพรรดิเหลียนในยามนี้กลับทำลายแผนการของนางจนสิ้น
มิใช่ว่าการเลือกชายาองค์ชายใหญ่ควรออกมาจากพระโอษฐ์ของฮองเฮาหรือ? เหตุใดจู่ๆ วันนี้จักรพรรดิเหลียนจึงคิดจะพระราชทานสมรสได้เล่า? สายตาเลื่อนไปหยุดอยู่บนร่างของอวิ๋นซูแล้วจึงมองไปยังแม่ทัพกงซุนอีกครั้ง ดียิ่ง สองพ่อลูกคู่นี้รอโอกาสนี้มานานแล้วกระมัง?! ในดวงตาของฝูจีเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ตนร่ายรำจริงจังเพียงนี้เพื่อสิ่งใดกัน? ส่วนคุณหนูกงซุนผู้นั้นมิได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่กลับจะถูกเลือกเป็นพระชายาหรือ?
พระราชดำรัสของจักรพรรดิเหลียนกระจ่างชัดเป็นพิเศษ “บุตรีของแม่ทัพกงซุน ฉายาหัตถ์เซียน มีทั้งความสามารถและคุณธรรมครบครัน เป็นที่รักของชาวประชา ระยะนี้เมืองหลวงเกิดความวุ่นวายกะทันหันทว่าได้รับการแก้ไขจากนางอย่างรวดเร็ว ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถและคุณธรรมของคุณหนูกงซุน ก่อนหน้านี้เจิ้นมีความคิดนี้นานแล้ว วันนี้จึงถือโอกาสพระราชทานสมรสให้นางกับองค์ชายใหญ่หวงฝู่หลิง เลือกฤกษ์งามยามดี จัดงานอภิเษกให้เสร็จสิ้น!”
เมื่อตรัสจบ ภายในงานพลันเกิดเสียงอุทานและเสียงชื่นชมดังมาเป็นระลอก คราวนี้จู่ๆ ก็เกิดโรคระบาดอันแปลกประหลาดขึ้นในเมืองหลวง คุณหนูกงซุนแก้ไขได้จริงๆ ไม่เสียทีที่เป็นหัตถ์เซียน แต่เมื่อมีคนชื่นชมมากย่อมมีคนที่ความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นไม่น้อย กระทั่งองค์ชายรองหวงฝู่อวี้ก็ยังหัวเราะในใจด้วยความยินดี
ได้แม่ทัพกงซุนที่มีนิสัยดื้อรั้นเช่นนั้นมาเป็นพ่อตาของเสด็จพี่ใหญ่ มิแน่ว่าจะถูกรังแกเช่นไร กระทั่งเสด็จพ่อยังต้องไว้หน้าเขาอยู่สามส่วน หากแม่ทัพกงซุนเกิดบ้าขึ้นมา เกรงว่าเสด็จพี่ใหญ่คงทำได้เพียงรับหมัดรับเท้า ไม่กล้าตอบโต้อันใด
ไม่มีใครรู้ว่าเฟิ่งหลิงมีความสนิทสนมส่วนตัวกับแม่ทัพกงซุน รู้เพียงว่าวันเวลาในภายภาคหน้าของเขาคงไม่ดีแน่
คนไม่น้อยยกจอกเหล้าอวยพรองค์ชายใหญ่ บุรุษรูปงามเป็นเอกถึงกับเผยรอยยิ้มบางเบาอย่างอยากจะเห็น รอยยิ้มเช่นนี้ ในสายตาของผู้อื่นกลับรู้สึกว่าเขากำลังฝืนก็มิปาน จะอย่างไรฐานะขององค์ชายใหญ่ก็สูงศักดิ์ ทั้งยังมีใบหน้าโดดเด่น ต้องการคนงามเช่นไรย่อมมีทั้งสิ้น แต่เมื่อแต่งกับคุณหนูกงซุน วันหน้าต่อให้เขาต้องการรับสนมก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากแม่ทัพกงซุนเสียก่อน อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องคิดก็ทราบได้ แม่ทัพกงซุนย่อมไม่อนุญาตให้บุตรีของตนได้รับความอยุติธรรมแม้เพียงครึ่งส่วนเป็นแน่ เช่นนั้นเท่ากับว่าองค์ชายใหญ่จะต้องมีต้นไม้โดดเดี่ยวเป็นคุณหนูกงซุนผู้เดียว ลืมเรื่องการสร้างผืนป่าได้เลย!
หากกล่าวกันตามจริง ใบหน้าของคุณหนูกงซุนเรียกว่าอยู่ในระดับกลางเท่านั้น ในแคว้นเหลียนของพวกเขามีสตรีงามโดดเด่นมากมาย น่าสงสารองค์ชายใหญ่จริงๆ
แต่กลับไม่มีผู้ใดรู้เลยว่า ยามนี้ในใจของเฟิ่งหลิงกำลังลิงโลดยิ่งนัก เดิมทีเขาไม่คิดจะให้อวิ๋นซูกลายเป็นจุดรวมสายตาของผู้คนเร็วเพียงนี้ ทว่าแม่ทัพกงซุนกระทำการรวบรัด ทำให้เขาได้รับความยินดีอย่างเหนือคาด เรียกได้ว่าเป็นการแก้ไขอุปสรรคในใจของเฟิ่งหลิงที่ไม่อาจก้าวข้ามมาได้โดยสิ้นเชิง
หากมิใช่ว่ายามนี้สายตาทั้งหมดรวมอยู่บนร่างของเขาและอวิ๋นซู เขาอยากจะส่งสายตาให้นางเสียจริง ให้นางรู้ว่าตนในยามนี้ยินดีและคาดหวังเพียงใด
อย่างไรก็ตามเฟิ่งหลิงรู้สึกผิดต่อนางอยู่บ้าง จะอย่างไรทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดขึ้นเพราะการผลักดันของแม่ทัพกงซุน ไม่ทราบว่าในใจของนางจะรู้สึกกล่าวโทษตนหรือไม่? ฮ่าๆ นี่ตนกำลังคิดอันใดอยู่ ซูเอ๋อร์จะมีความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร เกรงว่านางคงเป็นห่วง กลัวว่าการกระทำของแม่ทัพกงซุนจะทำให้เขาลำบากมากกว่า
ทั้งสองพลันเบนสายตาขึ้นมอง กระทั่งสบตาแลกเปลี่ยนสายตากันพอดี ทั้งคู่สามารถอ่านความอ่อนโยนและความสั่นไหวในดวงตาของอีกฝ่ายได้ ทว่าไม่นานก็เบนสายตาออกไปด้วยเกรงว่าผู้อื่นจะพบความผิดปกตินี้
ฮองเฮาลอบสังเกตเฟิ่งหลิง ในพระทัยสรวลเย็นชา เขาคงคิดว่าตนสมปรารถนาแน่นอนแล้วกระมัง?
“แต่ว่า ฝ่าบาทเพคะ”
สุรเสียงที่เต็มไปด้วยความแปลกใจดังออกมาจากพระโอษฐ์ของฮองเฮา รอบด้านพลันเงียบลง แต่ว่า? หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงอันใด…
จักรพรรดิเหลียนค่อยๆ หันไป พระองค์ย่อมรู้ว่าขอเพียงชายาองค์ชายใหญ่ที่พระองค์เลือกไม่ใช่คนที่ฮองเฮาอนุญาต พระนางจะต้องมีข้ออ้างเป็นแน่ อย่างไรก็ตามยามนี้คุณหนูกงซุนมีฐานะสูงส่งในใจของชาวประชา ไม่รู้ว่าฮองเฮาจะนำเหตุผลอันใดออกมาต่อต้าน?
“หม่อมฉันได้ยินว่าคุณหนูกงซุนหมั้นหมายแล้วเพคะ” ยามที่ฮองเฮาตรัสคำนี้ ดวงเนตรยังทอดพระเนตรไปทางอวิ๋นซูด้วยความขบขัน
แม่ทัพกงซุนขมวดคิ้ว หมั้นหมาย ฮองเฮาคงมิได้ตรัสถึง…
“อ้อ? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” จักรพรรดิเหลียนรู้สึกแปลกพระทัยอยู่บ้าง พระองค์คิดว่าฮองเฮากล่าวโดยไม่มีมูลความจริง จะอย่างไรแม่ทัพกงซุนก็ไม่เคยกล่าวเรื่องนี้กับพระองค์มาก่อน
หนานฟางเฟยที่นั่งอยู่บนตำแหน่งสำคัญรู้สึกเคร่งเครียดเป็นพิเศษ เขาพบว่าแม่ทัพกงซุนกำลังใช้สายตาแปลกๆ มองมาที่ตน เพียงแต่หนานฟางเฟยสาบานต่อสวรรค์ได้เลยว่าเขามิได้นำเรื่องนี้ออกไปพูดให้ผู้อื่นฟัง
“ใช่แล้ว คนที่คุณหนูกงซุนหมั้นหมายด้วยก็คือนายน้อยของตระกูลหนานเพคะ!”
อะไรนะ?! รอบด้านพลันสับสนอลหม่าน ตระกูลกงซุนและตระกูลหนานถึงกับมีความสัมพันธ์เช่นนี้เชียวหรือ?!
จักรพรรดิเหลียนไร้ซึ่งคำพูดไปในพริบตา พระองค์ทราบว่าเรื่องที่เกี่ยวกับตระกูลหนาน ฮองเฮาย่อมไม่พูดเหลวไหลเป็นแน่ ยามนั้นจึงทอดพระเนตรไปทางแม่ทัพกงซุน พบว่าแม่ทัพร่างกำยำหน้าแดงก่ำ “ฮองเฮาทรงตรัสเหลวไหลแล้ว พวกเรา พวกเรา…” เขาถึงกับไม่ทราบว่าควรพูดอะไรเพื่อปิดบังความร้อนรนในใจตนไปชั่วขณะ
ฮองเฮาทรงสรวลออกมาในพริบตา ยามนี้พระนางไม่รู้สึกกริ้วแม้แต่น้อย ทอดพระเนตรไปยังท่าทีเช่นนั้นของแม่ทัพกงซุน รู้สึกสนใจยิ่งนัก
“เปิ่นกงจะกล่าววาจาเหลวไหลได้อย่างไร นี่เป็นเรื่องจริง ตลอดมาแม่ทัพกงซุนกล่าวว่าตนเองเป็นคนเปิดเผยจริงจัง คงไม่คิดปฏิเสธหรอกกระมัง? เช่นนั้นแล้ว จะทำผิดต่อนายน้อยตระกูลหนานได้อย่างไร? อย่างไรเสียเขาก็รอคุณหนูกงซุนมานานหลายปีเพียงนี้แล้ว”
ฮองเฮาทอดพระเนตรไปทางหนานฟางเฟยด้วยความเห็นใจเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้นยังตรัสด้วยความขออภัยอยู่หลายส่วน “เปิ่นกงไม่ทราบว่านายน้อยตระกูลหนานและคุณหนูกงซุนหมั้นหมายกัน ก่อนหน้านี้ยังต้องการเลือกคุณหนูตระกูลเหมาะสมให้นายน้อยตระกูลหนานด้วยเจตนาดี ทำให้นายน้อยตระกูลหนานลำบากใจแล้ว”
อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวนี้ถูกแพร่ออกไป หัวใจของคุณหนูไม่น้อยที่อยู่ในงานล้วนแตกสลาย หากคุณหนูกงซุนหมั้นหมายกับนายน้อยตระกูลหนานจริงๆ มิใช่ว่าพวกนางจะไม่มีโอกาสแล้วหรือ?
ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในงานย่อมมิพลาดสายพระเนตรของฮองเฮา นี่จะเป็นช่วงเวลาที่นางพระนางยินดีเป็นที่สุด กระบองเดียวแยกคู่ยวนยางออกจากกัน มิใช่เรื่องที่พระนางโปรดปรานที่สุดหรือไร?
ท่าทีของจักรพรรดิเหลียนแปรเปลี่ยนไปเคร่งขรึมขึ้นไม่น้อย เนื่องจากพระองค์เห็นสีหน้าของหนานฟางเฟยจึงทราบได้ว่ามีเรื่องเช่นนี้อยู่จริงๆ
มือที่อยู่ในแขนเสื้อของหนานฟางเฟยกำแน่น เหตุใดข่าวจึงแพร่ไปถึงพระกรรณฮองเฮาได้?
สายตาของเขามองไปทางอวิ๋นซูที่อยู่ตรงข้ามด้วยความเคร่งเครียด เขาทั้งหวาดกลัวและร้อนรน กลัวว่าจะเห็นความตำหนิในดวงตาของอวิ๋นซู กลัวนางจะคิดว่าคำขอของตนไม่ประสบผลจึงทำร้ายน้ำใจ ทั้งยังคาดหวังว่านางจะเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์ แต่เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้?
มีเพียงเด็กรับใช้ที่อยู่ด้านหลังหนานฟางเฟยที่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในใจ คงมิใช่ว่าตอนที่ตนอยู่บนระเบียงทางเดินเมื่อครู่นี้เกิดร้อนใจไปชั่วขณะจึงพูดคำเหล่านั้นออกไปจนผู้อื่นได้ยินหรอกกระมัง? นายน้อยมักจะสั่งสอนคนในเรือนของตนว่าอย่าได้ปากมาก คิดไม่ถึงว่า…
เพียงแต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง ยามนี้ฮองเฮาประกาศเรื่องนี้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาแล้ว คุณหนูกงซุนจำเป็นต้องแต่งให้นายน้อยของตนแล้วกระมัง? นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรือไร! ประการแรกทำลายความฝันที่ต้องการเกาะกิ่งไม้สูงของนางเสีย ประการที่สองทำให้ตนเบิกบานใจ เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความรู้สึกผิดในใจของเด็กรับใช้พลันลดลงมาก ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นลิขิตสวรรค์!
“ฮองเฮา ดูแล้ววันนี้ควรพระราชทานสมรสให้นายน้อยตระกูลหนานและคุณหนูกงซุนอย่างเป็นทางการถึงจะถูก เลือกพระชายาองค์ชายใหญ่ใหม่อีกครั้ง นับเป็นความยินดีสองเรื่อง”
ยามนี้เอง ในที่สุดหนานฟางเฟยก็ทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นยืน ดึงดูดสายตาไม่น้อย
“ไม่ทราบว่าฮองเฮาทรงได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใด? กระหม่อมรู้สึกสงสัยจริงๆ หากพูดถึงการหมั้นหมายนี้แล้ว กระหม่อมกลับไม่เคยได้ยินมาก่อน” หนานฟางเฟยพยายามควบคุมท่าทีของตน เขาไม่อยากทำร้ายคุณหนูกงซุน ยามนี้จึงได้แต่กัดฟันไม่ยอมรับ
ฮองเฮาเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย อ้อ? เหตุใดนายน้อยตระกูลหนานจึงไม่ยอมรับเล่า หรือจะกล่าวว่าเขารู้นานแล้วว่าคุณหนูกงซุนเป็นตัวปลอม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับองค์ชายใหญ่จึงคิดจะทำให้พวกเขาสมปรารถนา? ไม่ง่ายดายเพียงนั้นแน่!
“หรือนายท่านตระกูลหนานมิได้บอกนายน้อย คงเป็นไปไม่ได้กระมัง? ข่าวนี้ออกมาจากปากเด็กรับใช้ที่ยืนอยู่หลังคุณชายเอง”
เด็กรับใช้สั่นไปทั้งตัว เขาสังเกตุเห็นสายตาเปี่ยมไอสังหารของแม่ทัพกงซุนที่อยู่ตรงข้าม คงมิใช่ว่าวันนี้ตนจะไม่ได้มีชีวิตออกไปจากพระราชวังหรอกกระมัง?
“นายน้อย ข้า…” ไม่ต้องมองสีหน้าของเด็กรับใช้ หนานฟางเฟยก็ได้ยินอาการสั่นระริกในน้ำเสียงของเขา พลันรู้ว่าฮองเฮาตรัสจริง แต่เขาพูดออกไปเมื่อใดกัน?
“คุณหนูเจ้าคะ ล้วนเป็นความผิดของบ่าว เมื่อครู่ยามที่บ่าวนำของขวัญไปส่งได้ชนเข้ากับเด็กรับใช้ผู้นั้น ยามนั้นเขากล่าวออกมา บ่าวไม่ระวัง คิดไม่ถึงว่าจะถูกผู้อื่นได้ยิน” ชุนเซียงรู้สึกผิดยิ่งนัก ก้มหน้าลงกระซิบข้างหูอวิ๋นซู เหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของหนานฟางเฟยจึงคาดเดาเรื่องส่วนใหญ่ได้บ้าง
มิน่าเล่ายามเด็กรับใช้ผู้นั้นกลับมาจึงมีท่าทีโกรธเคือง ทั้งยังพูดจาแปลกๆ
แต่ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตำหนิผู้ใด “อ้อ? เช่นนั้นหรือ เหวินเซิง เจ้าพูดเช่นนี้หรือ?” หนานฟางเฟยหมุนตัวไป ส่งสายตาให้เด็กรับใช้เล็กน้อย จะอย่างไรหากเขาไม่ยอมรับก็ไม่มีผู้ใดพิสูจน์ได้
“หากพูดจาเหลวไหลเบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท มีโทษหลอกลวงเบื้องสูง! เปิ่นกงสามารถสั่งให้คนนำคำพูดทุกประโยคในยามนั้นออกมากล่าวได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยามนั้นยังมีบ่าวไพร่จวนอื่นอยู่ด้วย เชื่อว่าคงมีคนได้ยินเป็นแน่ เด็กรับใช้อย่างเจ้าคงคิดได้ชัดเจนแล้วกระมัง? โทษหลอกลวงเบื้องสูงคือประหารเก้าชั่วโคตร!” พระดำรัสของฮองเฮาทำให้ขาทั้งสองของเด็กรับใช้อ่อนแรง ใช่แล้ว ด้วยสายพระเนตรของฮองเฮาจะปกปิดได้อย่างไร…
“นายน้อย ข้า ข้า…”
บรรยากาศเคร่งเครียดและกดดัน แม่ทัพกงซุนในยามนี้อยากคว่ำโต๊ะและตะโกนใส่พระพักตร์ฮองเฮายิ่งนัก เหตุใดต้องมาทำลายเรื่องดีๆ ของบุตรีตน!
Venus36
ว่าแล้วไง ไม่ง่าย อีฮองเฮา อีฝูจี เข้าคู่กันดีนักนะ หึ เฟิงหลิ่งไม่ใช่คนจะควบคุมง่าย และจักรพรรดิคงไม่ยอมแน่