หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 761 ตอบโต้สำเร็จ
เล่มที่ 26 ตอนที่ 761 ตอบโต้สำเร็จ
พระทัยของฮองเฮาเต้นเร็ว ถูกคำพูดนี้ของเฟิ่งหลิงทำให้โกรธอย่างเห็นได้ชัด
แม่ทัพกงซุนแค่นเสียงเย็นในใจ รู้สึกชื่นชมคำพูดของเฟิ่งหลิงยิ่งนัก ทำให้ฮองเฮาลิ้มลองรสชาติของการถูกผู้อื่นบีบบังคับเสียหน่อย ช่างทำให้ผู้อื่นมีความสุขจริงๆ
จักรพรรดิเหลียนไหนเลยจะสนใจคำตัดพ้อของฮองเฮา อย่างไรก็ตาม เหตุใดหลิงเอ๋อร์จึงกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาได้ พระองค์เลิกขนงขึ้นเล็กน้อย รอโอรสของตนกล่าวต่อไปอย่างสงบ หากเขาไม่มอบเหตุผลที่เหมาะสมออกมา เกรงว่าปากของขุนนางทั้งหลายคงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่
“มิใช่ว่าฮองเฮาทรงตรัสว่าจะทำตัวเป็นแบบอย่างหรอกหรือ? เหตุใดจึงรู้สึกอยุติธรรมได้เล่า? หรือผู้อื่นห้ามทำแต่พระนางกระทำได้?” มุมปากของเฟิ่งหลิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม มิได้ถูกความสับสนอลหม่านรอบด้านทำลายอารมณ์เขาแม้แต่น้อย
แม้ในใจขององค์ชายรองและองค์ชายสามจะรู้สึกตื่นตะลึง เสด็จพี่ใหญ่ที่ยามปกติวางตัวเป็นคุณชายพูดน้อยวันนี้ถึงกับขัดแย้งกับฮองเฮาโดยตรงเช่นนี้เชียวหรือ นี่ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกมีความสุข ยิ่งก่อเรื่องยิ่งดี เพียงแต่องค์ชายแปดหวงฝู่รุ่ยกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล ฮองเฮาเป็นบุคคลที่มิอาจหาเรื่องได้ วันนี้เสด็จพี่ใหญ่โกรธเพียงนี้จะต้องเป็นเพราะคุณหนูกงซุนกระมัง?
“องค์ชายใหญ่หมายความว่าอย่างไร?” ฮองเฮาเห็นจักรพรรดิเหลียนไม่ยอมเอ่ยพระโอษฐ์ช่วยพระนางจึงทำได้เพียงทอดพระเนตรไปยังเฟิ่งหลิงด้วยสายพระเนตรเย็นชา พระนางไม่ยอมถูกคนผู้นี้รังแกเป็นแน่
“ความหมายขององค์ชายเช่นข้าก็คือ หวังว่าฮองเฮาจะเสด็จลงจากตำแหน่งฮองเฮาและคืนให้แก่ฮองเฮาพระองค์ก่อน!”
เมื่อกล่าวถึงฮองเฮาพระองค์ก่อน เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านพลันชะงักลง ทุกคนล้วนทราบดีว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนเป็นเรื่องต้องห้ามในพระราชวัง ไม่ว่าใครก็ไม่มีความกล้าจะเอ่ยถึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการกล่าวต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้เลย ทุกคนรีบมองไปทางจักรพรรดิเหลียน จริงดังคาด จักรพรรดิสูงศักดิ์มีท่าทีมืดครึ้มอยู่บ้าง
“เจ้า เจ้า…”
ฮองเฮาพระองค์ก่อน?! ถึงกับกล้ากล่าวถึงพระนางที่นี่เชียวหรือ!
“หากกล่าวถึงคุณธรรม ฮองเฮาเป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติจะกล่าวประโยคนี้เป็นที่สุด แน่นอนว่าการกระทำของเสด็จพ่อก็มีส่วนผิด ฮองเฮาพระองค์ก่อนเป็นภรรยาร่วมผูกผมของเสด็จพ่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังทำประโยชน์มากมายให้แก่แคว้นเหลียน ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เสด็จพ่อย่อมไม่ควรแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่ ควรมีฮองเฮาพระองค์เดียวชั่วชีวิตเพื่อเป็นแบบอย่างทางด้านคุณธรรมให้แก่ประชาชน เช่นนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ดีงามแน่นอน แต่ทั้งๆ ที่ฮองเฮาทรงทราบว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนหายตัวไปไม่ทราบร่องรอยแต่ยังมานั่งบนตำแหน่งฮองเฮาอีก มิใช่ว่าเป็นการแย่งชิงมาด้วยพลังและอำนาจหรือ? ยามนี้ยังทรงตรัสเรื่องคุณธรรมกับพวกเราอีกหรือ? เช่นนั้นเชิญฮองเฮาเสด็จลงจากตำแหน่งฮองเฮาด้วยพระองค์เองก่อนเถิด”
ท่าทีของฮองเฮาดูบิดเบี้ยวไปหลายส่วน “ฝ่าบาท พระองค์จะปล่อยให้องค์ชายใหญ่พูดว่าร้ายพระองค์เช่นนี้หรือเพคะ?”
จักรพรรดิเหลียนทำเพียงปลายพระเนตรมองไปที่เขาอย่างเรียบเฉย “เจิ้นไม่มีอะไรจะพูด” ในพระทัยของพระองค์ เดิมทีแคว้นเหลียนก็มีฮองเฮาเพียงพระองค์เดียวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่รู้สึกว่าคำพูดของเฟิ่งหลิงมีอะไรรุนแรงเกินไป
“…” ฮองเฮารู้สึกราวกับพระศอถูกผู้อื่นบีบแน่น แต่ไหนแต่ไรพระนางไม่เคยรู้สึกย่ำแย่เพียงนี้มาก่อน
“สองเรื่องนี้จะนำมาเทียบเคียงกันได้อย่างไร? แคว้นมิอาจขาดฮองเฮาแม้เพียงวันเดียว! ยิ่งไปกว่านั้น เปิ่นกงเป็นคนที่ไท่ซ่างหวงทรงเลือกด้วยพระองค์เองเพราะเหมาะสมกับตำแหน่งฮองเฮาที่สุด!” ฮองเฮาในยามนี้ตรัสไม่คิด กระทั่งไท่ซ่างหวงก็ยังกล่าวถึง เมื่อทรงตรัสจบ มีคนไม่น้อยหน้าเปลี่ยนสีดังคาด
ทุกคนล้วนทราบดีว่า เพราะเรื่องการแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่เมื่อปีนั้นทำให้ฝ่าบาทไม่ลงรอยกับไท่ซ่างหวง ประเด็นที่ไม่ควรหยิบยกขึ้นมาฮองเฮาก็ยังหยิบยกขึ้นมาเสียได้
“ในความคิดขององค์ชายเช่นข้า สองเรื่องนี้เหมือนกันโดยสิ้นเชิง ข้าองค์ชายเป็นตัวเลือกบุตรเขยที่เหมาะสมที่สุดซึ่งแม่ทัพกงซุนเลือกออกมาเช่นเดียวกัน หากคุณหนูกงซุนมีการหมั้นหมายแล้วจึงต้องอยู่กับคู่หมั้นไปชั่วชีวิต เช่นนั้นเสด็จพ่อก็ไม่ควรแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่ไปชั่วชีวิต มิเช่นนั้นจะไร้คุณธรรมเฉกเช่นที่ฮองเฮาทรงตรัส เช่นนั้นขอบังอาจถามฮองเฮา ในพระทัยของพระนาง เสด็จพ่อทรงไร้คุณธรรมหรือไม่?”
อะไรนะ? ฮองเฮาพลันชะงักไป คำพูดของเฟิ่งหลิงถึงกับทำให้พระนางสิ้นไร้คำพูด “นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร…”
“ยิ่งไปกว่านั้น คุณหนูกงซุนมีเพียงการหมั้นหมายปากเปล่าประโยคเดียว ฮองเฮากลับต้องการปฏิบัติอย่างโหดร้ายเพียงนี้ เช่นนั้นฮองเฮาพระองค์ก่อนกับเสด็จพ่อเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริง ยามนี้ฮองเฮากลับครอบครองตำแหน่งฮองเฮา มิใช่ว่าเป็นการทำลายความสัมพันธ์ของสามีภรรยาหรอกหรือ ขอบังอาจอาจถาม คุณธรรมอยู่ที่ใดกัน?”
เฟิ่งหลิงกล่าวเช่นนี้ทำให้ฮองเฮากลายเป็นประหนึ่งนางบำเรอข้างห้องที่อยากถูกยกเป็นภรรยาเอกไปโดยพลัน รู้สึกเป็นเรื่องที่สุดจะทน
คนไม่น้อยรู้สึกสั่นสะท้านในใจ ทางด้านหนึ่งก็รู้สึกว่าคำพูดขององค์ชายใหญ่ไม่เหมาะสม อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล สองเรื่องนี้มีจุดที่เหมือนกันอยู่จริงๆ ฮองเฮาไม่ควรปฏิบัติต่อคุณหนูกงซุนอย่างโหดเหี้ยมเพียงนั้น กระทั่งนายน้อยตระกูลหนานก็กล่าวแล้วว่าเป็นเพียงเรื่องที่คนรุ่นพ่อกล่าวหมั้นหมายออกมาในยามว่าง ในใจของเขามีผู้อื่นอยู่แล้ว แต่ฮองเฮากลับดื้อรันต้องการให้คุณหนูกงซุนทำตามสัญญาหมั้นหมายและแต่งให้นายน้อยตระกูลหนาน ไม่รู้ว่าพระนางต้องการให้คุณหนูกงซุนไปอยู่ที่ใดกันแน่?
“ใช่แล้ว ในเมื่อฮองเฮาทรงมีเหตุมีผลถึงเพียงนี้ก็ควรเสด็จลงจากตำแหน่งฮองเฮา เชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องแพร่ออกไปไกลเป็นแน่ ชื่อเสียงของฮองเฮาจะถูกผู้คนสรรเสริญไปอีกนับพันปี ส่วนกระหม่อมก็จะกระทำการอย่างไม่เห็นแก่ตัวเฉกเช่นพระนาง ทำการหมั้นหมายครั้งนี้ให้สมบูรณ์ ไม่ทราบว่าฮองเฮาทรงคิดเห็นอย่างไร?” แม่ทัพกงซุนเอ่ยปาก ฮองเฮาถูกทำให้โกรธจนแทบกระอักโลหิต
ความหมายของเขาก็คือ ขอเพียงฮองเฮายอมเสด็จลงจากตำแหน่ง เขาก็จะให้บุตรีของตนแต่งให้นายน้อยตระกูลหนาน! แต่ฮองเฮาจะยอมได้อย่างไร? เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้…
“เปิ่นกง…ตำแหน่งฮองเฮาของเปิ่นกง…ไท่ซ่างหวงทรงแต่งตั้ง…จะลงจากตำแหน่งตามใจได้อย่างไร…”
“ในเมื่อฮองเฮาทรงตรัสเช่นนี้ เชื่อว่าพระนางคงคิดว่าการแต่งงานของบุตรธิดาย่อมเป็นไปตามคำพูดของบิดามารดาและจัดการโดยแม่สื่อใช่หรือไม่? เช่นนั้นยามนี้แม่ทัพกงซุนต้องการให้องค์ชายเช่นข้าเป็นบุตรเขยของเขา ไม่ทราบว่าฮองเฮายังมีความเห็นอื่นใดอีกหรือไม่? พวกเราสามารถสนทนาถึงปัญหานี้ได้อีกสามวันสามคืนให้เต็มที่” คำพูดของเฟิ่งหลิงราวกับเข็มอาบยาพิษ แต่ละเข็มทิ่มแทงไปยังพระทัยของฮองเฮา
“ฮองเฮา”
ยามนี้เอง จักรพรรดิเหลียนที่เงียบงันมาโดยตลอดเอ่ยพระโอษฐ์ขึ้นในที่สุด ฮองเฮาหันไปด้วยท่าทีเคร่งเครียด ในพระทัยของพระนางรู้ดีว่าฝ่าบาทจะไม่ช่วยพระนาง
“แม่ทัพกงซุนกล่าวได้ชัดเจนแล้ว หากฮองเฮายอมกระทำตนเป็นแบบอย่าง เขาก็จะเดินบนเส้นทางคุณธรรม จะให้คู่บุพเพนี้ลงเอยกัน หรือเจ้าจะกระทำตนเป็นเรื่องน่าสรรเสริญในประวัติศาสตร์ ต้องดูที่ฮองเฮาเองแล้ว” ความหมายของจักรพรรดิเหลียนชัดเจนยิ่งนัก เช่นเดียวกับแม่ทัพกงซุน จะเห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้หรือจะยอมลงจากตำแหน่งฮองเฮาและกลายเป็นเรื่องน่าสรรเสริญของประวัติศาสตร์
สีพระพักตร์ของฮองเฮาแปรเปลี่ยนไปย่ำแย่ยิ่งนัก ในพระทัยรู้สึกไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่ควรใช้เรื่องนี้โจมตีองค์ชายใหญ่อย่างรุนแรง ยามนี้กลับนำมาบีบบังคับตนจนตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเพียงนี้ไปได้
หากกลับคำ วันหน้าพระนางจะเอาหน้าที่ไหนไปเผชิญหน้าผู้คน?
สายพระเนตรอันโหดเหี้ยมพลันทิ่มแทงไปยังบุรุษรูปงามที่สงบนิ่งประดุจสายลม ฮองเฮากัดพระโอษฐ์แน่น ไหนเลยจะสนใจความสง่างามอันใดอีก ความผึ่งผายสง่างามที่พระนางสะสมมาหลายสิบปีคล้ายจะถูกทำลายลงทั้งหมดในชั่วขณะนี้ พระนางอยากพุ่งเข้าไปก่นด่าเฟิ่งหลิงเสียจริง
คนไม่น้อยลอบหลังเหงื่อเย็นในใจ งิ้วฉากนี้จะมีสีสันเกินไปหรือไม่ ในใจของพวกเขารู้สึกรับไม่ไหวจริงๆ
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด ราวกับว่าฮองเฮาก่นด่าในใจเรียบร้อยแล้วจึงสูดพระอัสสาสะลึก เผยรอยสรวลจนพระทัยออกมา
“เปิ่นกงเพียงใส่ใจเกินไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาร้ายอันใด ช่างเถิด วันนี้เป็นวันดี ควรกระทำเรื่องมงคลตามลิขิตสวรรค์ถึงจะถูก” มีเพียงสวรรค์ที่ทราบว่ายามที่พระนางตรัสคำนี้ พระนางแทบจะกัดพระโอษฐ์จนเลือดไหล
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปยังท่าทีแย้มยิ้มไม่ถึงดวงตาของฮองเฮา วันนี้นับว่าเป็นวันที่พระองค์มีความสุขที่สุดแล้ว เพียงแต่…
สายพระเนตรอดไม่ได้ที่จะหยุดอยู่ที่เฟิ่งหลิงซึ่งกำลังแย้มยิ้มบางเบา ทว่าสิ่งที่คิดในพระทัยก็คือ เจ้าเด็กหน้าเหม็นผู้นี้ เพียงเพื่อลูกสะใภ้ของพระองค์ถึงกับต่อต้านเสด็จพ่อเช่นนี้เชียวหรือ ไม่กลัวว่าจะเป็นการซ้ำบาดแผลจนส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของพระองค์หรือไร? วันนี้เป็นวันอะไร เจ้าเด็กหน้าเหม็นนี่ลืมไปจนหมดสิ้นแล้วหรือ?! เฮ้อ หากกล่าวตามคำพูดของชาวบ้านก็คือ หมูที่เลี้ยงมาหลายปีเพียงนี้สิ้นเปลืองผักกาดขาวไปมาก ผู้ใดกล่าวว่าบุตรีที่แต่งออกไปแล้วเป็นดั่งน้ำที่สาดออกไป บุตรชายที่ต้องการแต่งลูกสะใภ้ต่างหากถึงจะเป็นกลายเป็นผู้อื่นอย่างแท้จริง
ในพระทัยของจักรพรรดิเหลียนสูดพระอัสสาสะลึก จากนั้นจึงตรัสขึ้นด้วยสุรเสียงแฝงความหมาย “ฮองเฮาเข้าใจเหตุผลเพียงนี้นับเป็นแบบอย่างของคุณธรรมอย่างแท้จริง เจิ้นรู้สึกชื่นชมยิ่งนัก”
คนไม่น้อยตื่นตะลึงในใจ นี่ฝ่าบาททรงกำลังลงดาบอย่างเปิดเผย! จริงดังคาด สีพระพักตร์ของฮองเฮาย่ำแย่ยิ่งขึ้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แม่ทัพกงซุนก็เตรียมตัวให้ดี หาฤกษ์มงคลส่งพระชายาเข้าวัง”
เมื่อทรงตรัสจบ นับว่าเป็นการสิ้นสุดเรื่องราวแล้ว
คนทั้งสองที่อยู่ในงานสบตากันอย่างเงียบงัน คล้ายกับรอมานานหลายปีแล้วก็มิปาน ไม่ทราบว่าเริ่มตั้งแต่ยามใด คล้ายกับมีด้ายแดงที่มองไม่เห็นผูกมัดระหว่างพวกเขาทั้งสอง ยามนี้พวกเขายิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายคือคู่ชีวิตที่จะอยู่กับตนไปชั่วชีวิต
หนานฟางเฟยเช็คเหงื่อบนหน้าผากแล้วจึงนั่งลง เขาสัมผัสถึงสายตาแปลกประหลาดที่มองมาจากรอบด้านได้อย่างชัดเจน หลังจากผ่านวันนี้ไป ชื่อเสียงของเขานับว่าถูกทำลายแล้วกระมัง? แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี ขอเพียงทำให้คุณหนูกงซุนและองค์ชายใหญ่สมปรารถนา ตนเสียสละเล็กน้อยเท่านี้จะนับเป็นอะไรได้? อีกทั้งยังสามารถทำให้แม่สื่อที่คิดจะเหยียบย่างประตูตระกูลหนานจนสึกหรอเหล่านั้นหยุดเท้าได้พอดี คืนชีวิตสงบสุขให้ตน
“นายน้อย…” ดวงตาของเหวินเซิงแดงก่ำ เขารู้ว่าตนก่อเรื่องใหญ่แล้ว ทั้งยังทำให้นายน้อยของตนตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย
หนานฟางเฟยหันกลับมา มองไปยังท่าทีตำหนิตนเองของเด็กรับใช้
“ช่างเถิด กลับจวนไปแล้วค่อยว่ากัน” โชคดีที่ไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่อันใด มิเช่นนั้นเขาคงไม่อาจสงบใจได้ชั่วชีวิต โชคดี…หนานฟางเฟยมองไปทางเฟิ่งหลิง คิดไม่ถึงว่าเพียงสองสามประโยคขององค์ชายใหญ่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์อันตรายได้ ทั้งยังทำให้ฮองเฮาลำบากเช่นนี้ด้วย คำพูดของเขาคมกริบแตกต่างจากยามปกติราวกับเป็นคนละคน เชื่อว่าในใจของเขาจะต้องใส่ใจคุณหนูกงซุนมากกระมัง?
เดิมทีในใจของหนานฟางเฟยมีความรู้สึกไม่ยินยอมอย่างเลือนราง ยามนี้กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นความอิจฉาริษยา บางทีองค์ชายใหญ่คงเป็นพวกเก็บความรู้สึก นอกจากใบหน้าเช่นนั้นแล้วยังมีความสามารถที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกถูกทิ้งห่างจนไม่เห็นฝุ่น คุณหนูกงซุนต้องใจเขา เขาจะต้องมีจุดที่โดดเด่นเหนือผู้คนที่ผู้อื่นไม่ทราบเป็นแน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หนานฟางเฟยพลันแย้มยิ้มอย่างโศกเศร้า ก้มหน้าลงจิบสุราขมเปรี้ยวในจอก ในใจปรากฏรสชาติที่มิอาจกล่าว
ฮองเฮาในยามนี้ยังคงรู้สึกถูกเพลิงโทสะแผดเผาจนพระปรางร้อน โดยเฉพาะการลงมีดครั้งสุดท้ายของจักรพรรดิเหลียน ทำให้ฮองเฮารู้สึกว่าจักรพรรดิเหลียนคิดว่าพระนางเป็นนางบำเรอที่ต้องการได้รับการยกย่องเป็นภรรยาเอกมาโดยตลอด เกรงว่าในพระทัยของพระองค์ พระนางไม่ดีถึงเพียงนั้นเลยกระมัง? เพียงแต่…องค์ชายใหญ่ถึงกับกล้ากล่าวถึงฮองเฮาพระองค์ก่อนท่ามกลางการจับจ้องของทุกคน ทั้งยังทำให้ตนกล่าวอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว! น่ารังเกียจยิ่งนัก ความแค้นนี้ พระนางไม่ยอมจบง่ายๆ เป็นแน่
MooOaun
@Venus36 เจอคอมเม้นของคุณในทุกเรื่องที่เราอ่านเลย แสดงว่าคอเดียวกันนะเนี้ยะ 😁
Plapriga
สะใจอีช้อยยิ่งนัก!
nitnit
ฮองเอาไปล้ำเส้นก่อนเฟิ่งหลิ่งจึงเปิดหน้าชก แต่เรื่องทุกอย่างต่อไปนี้คงไม่ง่าย ต่อไปฮองเอากับฝูจีคงจะแทคทีมกัน แถมยังมี เซียวอีเชิน และ ตงฟาซวี่อีก เฮ้อ เอาใจช่วยให้อวิ๋นซู กับเฟิ่งหลิ่งได้สมหวังอย่าได้พรากจากกันเลย
Venus36
อวิ๋นซูเจอศึกหนักแน่ ไม่อยากคิดเลย แม่ทัพกงซุนนำลูกสาวขึ้นกองไฟโดยแท้ ไหนจะฮองเฮา ไหนจะเสด็จปู่ตัองขีดขวางแน่ ไหนจะฝูจีอีก โอ๊ยย คลื่นลมใต้น้ำเยอะแน่