หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 764 เกิดอุบัติเหตุ
เล่มที่ 26 ตอนที่ 764 เกิดอุบัติเหตุ
“คุณหนูกงซุนโปรดวางใจ เปิ่นกงเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว” เดิมทีนางไม่อยากปะทะกับฮองเฮา แต่อีกฝ่ายถึงกับส่งซ่างกวนเมิ่งมาทำร้ายโอรสของตน หวงฝู่อี้คือชีวิตของนาง หากหวงฝู่อี้เป็นอะไรไปจริงๆ อวี้กุ้ยเฟยจะสู้ตายกับฮองเฮาโดยไม่เสียดายที่จะแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นยามนี้นางจึงไม่กลัวว่าฮองเฮาจะก่อเรื่องอันใดขึ้นมาอีก
นางคาดเดาถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เบื้องหลังของนางมีองค์ชายใหญ่สนับสนุนทำให้นางมั่นใจมากพอ
“เปิ่นกงจะสั่งให้คนคุ้มครองคุณหนูกงซุนกลับไป”
“ไม่ต้องเพคะ วันนี้หม่อมฉันอยากไปเดินเล่นในวังเสียหน่อย”
อวี้กุ้ยเฟยแย้มยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เปิ่นกงจะสั่งให้นางข้าหลวงหลายคนไปกับคุณหนูกงซุน หากมีอะไรก็สามารถบอกพวกนางได้”
“ขอบพระทัยเหนียงเหนียงเพคะ”
สตรีสุขุมเยือกเย็นเดินอยู่ในสวนบุปผาหลวง ทุกครั้งที่มีข้าราชบริพารในวังเดินผ่านล้วนทักทายนางด้วยความเคารพ ยามนี้นางกำลังจะเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ ทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติกับนางอย่างระมัดระวัง
เพียงแต่อีกด้านหนึ่งกลับมีสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนจับจ้องทุกการกระทำของนาง
“คุณหนู คุณหนูกงซุนเข้าวังมาแล้ว เมื่อครู่ออกจากตำหนักอวี้กุ้ยเฟยแล้วขอรับ”
ฝูจีได้รับรายงาน ดวงตาพลันมีประกายเย็นยะเยือก “เดินไปที่ใดแล้ว?”
คนชุดดำเบนสายตาขึ้นมอง “ยังไม่ออกไปขอรับ แต่ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งไม่เข้าใจ คุณหนูกงซุนผู้นั้นเดินรอบพระราชวังรอบหนึ่ง ผู้น้อยคิดว่าไม่ธรรมดา”
เดินรอบพระราชวังรอบหนึ่ง? นี่หมายความว่าอย่างไร
ฝูจีหรี่ตาเล็กน้อย “จับตาดูนางให้ดี ดูว่านางวางแผนอะไรอยู่”
“ขอรับ!” คนชุดดำทะยานร่างกลายเป็นสายลมหายไปจากสายตาของฝูจี
“คุณหนูกงซุน”
ขันทีน้อยสองคนเดินเข้ามาทักทาย อวิ๋นซูผงกหัวเล็กน้อย จากนั้นสายตาจึงทอดมองไปยังระเบียงทางเดินซ้ายมือ นางกำลังทำความคุ้นเคยกับสภาพพื้นที่ภายในวัง ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดจะหาความคิดบางอย่างจากสิ่งที่ได้เห็นเบื้องหน้า
ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะส่งเหมยเฟยออกไปในวันพิธีหมั้นหมายก็ต้องคิดแผนที่ไม่มีช่องโหว่ง อวิ๋นซูเดินทอดน่องไปรอบพระราชวัง เชื่อมโยงทุกสิ่งในสมองราวกับตาข่ายขนาดใหญ่ จะส่งเหมยเฟยออกไปเช่นไรให้ปลอดภัยและสามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายทั้งหมดได้ นางจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับสภาพในวังเสียก่อน
ดังนั้นอวิ๋นซูจึงคิดว่าระยะนี้จะเข้าวังบ่อยๆ โดยใช้เหตุผลเรื่องการรักษาให้หวงฝู่อี้เป็นข้ออ้างและทำแผนการให้สมบูรณ์
ยามนี้เอง บริเวณไม่ไกลมีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา สตรีผู้เดินนำหน้าดึงดูดความสนใจของอวิ๋นซูเป็นคนแรก
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะสังเกตุเห็นนางเช่นกัน บนใบหน้าเผยความยินดีอยู่หลายส่วนก่อนจะรีบเดินเข้ามา
“คุณหนูกงซุน”
“คุณหนูฟู่ ไม่พบกันนาน” อวิ๋นซูมองไปยังใบหน้าแดงสุขภาพดีของฟู่หย่า แม้อีกฝ่ายจะซูบผอมลงมาก ทว่าวันนี้ดูแล้วคงไม่เป็นอะไร
ฟู่หย่าแย้มยิ้มเล็กน้อย พลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ยินดีกับคุณหนูกงซุนด้วย ใกล้จะได้แต่งงานกับองค์ชายใหญ่แล้ว”
อวิ๋นซูรับคำอวยพรของอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งใจ “เดิมทีคิดจะหาเวลาไปเยี่ยมที่จวนฟู่เสียหน่อย เหตุใดคุณหนูฟู่จึงไม่พักผ่อนอีกสักหลายวัน?”
สตรีงามผู้นี้ดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้อยู่บ้าง รู้สึกว่านางร่าเริงขึ้นมาก นางยื่นมือไปปัดเส้นผมบนใบหน้า ในดวงตาถึงกับมีความภาคภูมิใจของสตรีปรากฏ “ฟู่หย่าทนไม่ไหว อยู่ในจวนมานานจนรู้สึกไม่สบายไปทั้งร่าง วันนี้จึงเข้าวังมาสำนักหมอหลวง จะหาหนังสือไปอ่านสักหลายเล่ม ทั้งจะขอความรู้จากหมอหลวงทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องเทียบยาด้วย คุณหนูกงซุนกำลังเดินเล่นในสวนบุปผาอยู่หรือ?”
“เมื่อครู่เพิ่งออกมาจากตำหนักอวี้กุ้ยเฟย รู้สึกอยากเดินเล่นเสียหน่อย”
ฟู่หย่ารู้ได้ทันทีว่าอวิ๋นซูเข้าวังมาเพื่อรักษาอาการป่วยให้องค์ชาย ในใจยิ่งรู้สึกนับถืออวิ๋นซูมากขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ให้ฟู่หย่าร่วมทางไปกับคุณหนูกงซุนได้หรือไม่?
“ด้วยความยินดี” อวิ๋นซูแย้มยิ้ม สตรีทั้งสองเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันไป กลายเป็นทิวทัศน์อันงดงามภายในสวนบุปผาหลวง
ในมุมมืด
ฝูจีรอไม่ไหวจนกระทั่งตามออกมา นางปลอมแปลงใบหน้า ยังคงใช้ฐานะญาติผู้น้องของอวี๋เฟย ยืนมองกลุ่มคนเบื้องหน้าอยู่บริเวณไกลออกไปอย่างเงียบงัน
“คนผู้นั้นคือใคร?”
เพียงไม่นานบุรุษชุดดำก็กลับมารายงาน “เป็นหลานของหมอหลวงฟู่ขอรับ ชื่อฟู่หย่า มักจะเข้าวังไปยังสำนักหมอหลวงบ่อยๆ”
เมื่อเห็นท่าทีพูดคุยอย่างสนุกสนานของพวกนาง ดวงตาของฝูจีพลันเกิดประกายมืดครึ้ม โดยเฉพาะรอยยิ้มของอวิ๋นซูทำให้นางรู้สึกเสียดแทงนัยน์ตายิ่งนัก
ส่งสายตาครั้งหนึ่ง บุรุษในอาภรณ์ชุดดำข้างกายจึงเดินเข้ามา
นางกล่าวอะไรบางอย่างข้างหูอีกฝ่าย คนชุดดำผู้นั้นพยักหน้า จากนั้นจึงหายไปในความมืด
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู! ในจวนมีแขกมา นายท่านให้คุณหนูรีบกลับไปเจ้าค่ะ!” ยามนี้เอง สาวใช้ผู้หนึ่งเดินตามมาเบื้องหลัง ฟู่หย่ามองไปทางอวิ๋นซูด้วยความเสียใจ “น่าเสียดายจริงๆ เดิมทีอยากจะสนทนากับคุณหนูกงซุนให้มากเสียหน่อย”
“คุณหนูฟู่มีธุระก็กลับไปก่อนเถิด วันหน้าข้าค่อยไปเยี่ยมหาที่จวน”
“ได้ พูดคำไหนคำนั้น เช่นนั้นฟู่หย่าขอตัวไปก่อน” หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ ฟู่หย่าก็พาสาวใช้ข้างกายเดินหายไปจากสายตาของอวิ๋นซู
ตอนนี้ฟู่หย่ารักษาตัวจนจะหายเป็นปกติแล้ว นี่ทำให้ความรู้สึกผิดในใจของอวิ๋นซูลดลงไม่น้อย จะอย่างไรก็เป็นเพราะตนที่ทำให้นางกลายเป็นเป้าการลงมือของซ่างกวนเมิ่ง
“คุณหนู พวกเราก็กลับจวนกันเถิด”
ชุนเซียงเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงกล่าวเตือนอวิ๋นซูข้างหู
นางพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินไปยังทิศทางที่ฟู่หย่าเดินไปเมื่อครู่นี้
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เดินผ่านสวนหมิงหู เบื้องหน้ากลับมีเสียงตู้มดังขึ้น การเคลื่อนไหวอันผิดปกตินี้ทำให้อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าลงแล้วมองไป พบว่าในทะเลสาบเกิดคลื่นกระเพื่อม มีคนตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำครู่หนึ่งแล้วจึงค่อยๆ หายไป
อวิ๋นซูมองเห็นอาภรณ์อันคุ้นเคยได้รางๆ จึงมีปฏิกิริยาขึ้นโดยพลัน “แย่แล้ว! รีบไปดูหน่อย!”
ชุนเซียงมีปฏิกิริยาว่องไว ไม่นานก็วิ่งไปข้างทะเลสาบแล้วมองไปในน้ำ นางตะโกนกลับมาโดยพลัน “แย่แล้วคุณหนู คุณหนูฟู่ตกทะเลสาบ! ใครก็ได้ ใครก็ได้!”
สิ่งที่แปลกก็คือภายในสวนแห่งนี้ถึงกับไม่มีข้าราชบริพารแม้แต่ผู้เดียว เมื่อเห็นเงาร่างของฟู่หย่าใกล้จะจมหายไปในน้ำ ชุนเซียงจึงไม่สนใจสิ่งอื่นใด รีบถอดชุดนอกของตนแล้วกระโดดลงไปในน้ำ
อวิ๋นซูรีบมาที่ฝั่ง จับจ้องด้วยความเคร่งเครียด เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้ ข้างกายฟู่หย่ามีสาวใช้ติดตามอยู่หลายนาง ยามนี้กลับไม่เห็นเงาร่างแม้เพียงคนเดียว
ยามนี้เอง ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาระลอกหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น? หือ นี่มิใช่คุณหนูกงซุนหรอกหรือ?”
อวิ๋นซูมองกลับไป พบสนมแปลกหน้านางหนึ่งพาคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา นางมองไปยังผิวทะเลสาบที่มีคลื่นกระเพื่อม ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “มีคนตกน้ำหรือ? ยังมัวตะลึงอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบลงไปช่วยอีก!”
เมื่อกล่าวจบก็มีขันทีน้อยหลายคนกระโดดลงไปในน้ำ เพียงไม่นานการเคลื่อนไหวทางด้านนี้ก็ดึงดูดข้าราชบริพารไม่น้อยมาล้อมดู
กลางทะเลสาบ ชุนเซียงโผล่ออกมาสูดหายใจลึก จากนั้นจึงหายไปจากสายตาของอวิ๋นซูอีกครั้ง
ลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างหนึ่งปรากฏในหัว ผ่านไปนานเพียงนี้แล้วชุนเซียงยังหาคนไม่พบ ร่างกายคุณหนูฟู่ยังไม่หายดี จะรับไหวได้อย่างไร
“หาเจอแล้ว!”
ที่โชคดีก็คือ เพียงไม่นานชุนเซียงก็กลับขึ้นมาบนผิวน้ำ นางออกแรงลากฟู่หย่าขึ้นมา ออกแรงว่ายไปที่ฝั่ง พลันมีข้าราชบริพารหลายคนเข้ามาดึงมือนาง
“นี่ นี่มิใช่คุณหนูฟู่หรือ?!” อวี๋เฟยมองไปยังสตรีที่ถูกช่วยออกมาด้วยความแปลกใจ ทุกคนวางนางลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง อวิ๋นซูรีบเข้าไปดู เมื่อจับชีพจรพบว่าชีพจรไม่เต้นแล้ว
นางข้าหลวงผู้หนึ่งรีบเข้ามาตรวจสอบ นางเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว “เหนียงเหนียง คุณหนูฟู่ไม่มีลมหายใจแล้วเพคะ!”
“อะไรนะ? ชะ เช่นนี้จะดีได้อย่างไร? อยู่ดีๆ เหตุใดจึงตกน้ำได้? คุณหนูกงซุน เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” อวี๋เฟยตื่นตระหนกอย่างชัดเจน เพียงแต่อวิ๋นซูในตอนนี้กลับไม่สนใจจะตอบนาง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน นางใช้มือวางบนหน้าอกฟู่หย่าแล้วออกแรงกด
“อา นี่คุณหนูกงซุนกำลังทำอะไร? คุณหนูฟู่หมดลมหายใจแล้ว จะเสียมารยาทกับผู้ตายเช่นนี้ได้อย่างไร?”
ไม่ทันไรการเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดเช่นนี้ก็ถูกอวี๋เฟยคัดค้าน ชุนเซียงรีบเดินเข้ามาหยุดนาง “เหนียงเหนียงโปรดวางพระทัย คุณหนูของหม่อมฉันย่อมมีความคิดของตัวเอง”
อวี๋เฟยมองผ่านสาวใช้ผู้นี้ไปยังการกระทำของอวิ๋นซู หรือว่าหัตถ์เซียนผู้นี้จะช่วยคนกลับมาจากความตายได้?
ชั่วขณะต่อมารอบด้านพลันต้องตื่นตะลึง
พบว่าสตรีบนพื้นถึงกับก้มตัวลง ใช้ปากประกบปากเป่าลมหายใจให้ฟู่หย่า การกระทำใจกล้าเช่นนี้ทำให้นางข้าหลวงไม่น้อยเบนสายตาออกไปไม่กล้ามอง จะอย่างไรนี่ก็ขัดต่อหลักคุณธรรม คุณหนูกงซุนกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? เหตุใดจึงทำกับสตรีผู้หนึ่งเช่นนี้…
“เป็นอะไรไป?” เสียงเปี่ยมอันตรายดังมาจากอีกฝั่งหนึ่ง ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง พบเงาร่างสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีเหลืองสว่างเดินเข้ามาภายใต้การคุ้มครองของทุกคน
“ฝ่าบาท!”
อวี๋เฟยพาทุกคนเดินเข้ามา “หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดพวกเจ้าจึงอยู่ที่นี่?” จักรพรรดิเหลียนประทับอยู่ในสวนบุปผาไม่ไกล มีคนไปทูลรายงานข้างพระกรรณว่าเกิดเรื่องขึ้นที่นี่จึงเสด็จมาดูเสียหน่อย คิดไม่ถึงว่าอวี๋เฟยและคุณหนูกงซุนจะอยู่ที่นี่ด้วย ประเดี๋ยวก่อน สตรีบนพื้นผู้นั้นคือใคร…
“ทูลฝ่าบาท คุณหนูฟู่ตกน้ำ หม่อมฉันเพิ่งจะมาถึงเช่นกันเพคะ”
ตกน้ำ? ดูท่าทางคุณหนูกงซุนคงกำลังช่วยเหลือ
ไม่รอให้จักรพรรดิเหลียนเอ่ยพระโอษฐ์ถามก็มีนางข้าหลวงผู้หนึ่งคุกเข่าลง “ทูลฝ่าบาท เหนียงเหนียง เมื่อครู่ตอนที่บ่าวเดินผ่านสวนบุปผาได้ยินเสียงคุณหนูทั้งสองทะเลาะกัน เดิมทีไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนตกน้ำ คิดไม่ถึงว่าจะ…”
นางข้าหลวงผู้นั้นหันกลับไปมองด้วยความหวาดกลัว ทุกคนพลันเข้าใจขึ้นมา ตอนที่พวกเขามาถึง ข้างทะเลสาบมีคุณหนูกงซุนผู้เดียว ส่วนคุณหนูฟู่อยู่ในน้ำ กล่าวเช่นนี้คือคุณหนูกงซุนและคุณหนูฟู่ทะเลาะกันจึงผลักคนตกน้ำหรือ?
ชุนเซียงตื่นตระหนัก นี่หมายความว่าอย่างไร? “คุณหนู พวกนาง…”
อวิ๋นซูในตอนนี้มิได้สนใจคนเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง สภาพของฟู่หย่าอันตรายยิ่งนัก หากไม่ลงมือช่วยเหลือให้เร็วคงแย่แน่
“เหลวไหล!” จักรพรรดิเหลียนไม่ใช่คนที่ถูกหลอกง่ายดายเช่นนั้น อวี๋เฟยรีบเอ่ยปาก “เป็นไปไม่ได้กระมัง? คุณหนูกงซุนจะผลักคุณหนูฟู่ตกน้ำได้อย่างไร? ทว่าเมื่อครู่ที่หม่อมฉันพาคนมา พบว่ามีคุณหนูกงซุนอยู่เพียงผู้เดียวจริงๆ…”
“บ่าวได้ยินว่าคุณหนูฟู่มีใจให้องค์ชายใหญ่ มิแน่ว่าเพราะเรื่องนี้ ดังนั้น…” ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์สตรีสองนางทะเลาะกันด้วยความหึงหวง แต่คุณหนูฟู่กลับโชคร้ายเสียหน่อยจึงถูกผู้อื่นผลักลงน้ำ
chaikan
งานนี้คงเป็นฝีมือของฮองเอากับฝูจี
nitnit
คนในวังนี่ช่างชั่วช้าจริงๆ
Venus36
กล้าพูดจาไม่มีมูล หึ คอยดูตอนหน้าจะเป็นอย่างไร จักรพรรดิมีหรือจะเชื่อ