หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 765 ฟื้นจากความตาย
เล่มที่ 26 ตอนที่ 765 ฟื้นจากความตาย
สายตาคมกริบเย็นยะเยือกทิ่มแทงไป นางข้าหลวงผู้นั้นเบนสายตาขึ้นมองตามสัญชาตญาณ สบเข้ากับดวงเนตรที่ราวกับมองทุกสิ่งทุกอย่างทะลุปรุโปร่งของจักรพรรดิเหลียนเข้าพอดี นางรีบก้มหน้าด้วยความร้อนตัว ไม่กล้ามองอีกต่อไป
“ใช่แล้ว เมื่อครู่คล้ายว่าหม่อมฉันเห็นคุณหนูกงซุนอยู่ด้วยกันกับคุณหนูฟู่ เพียงแต่เห็นที่สวนบุปผาด้านหลังเพคะ”
ในกลุ่มคนมีข้าราชบริพารหลายคนกล่าวคล้อยตาม
เมื่อครู่อวิ๋นซูสนทนากับฟู่หย่าครู่หนึ่งย่อมมีข้าราชบริพารที่ผ่านทางมาไม่น้อยเป็นพยานได้ เมื่อนางข้าหลวงผู้นี้กล่าวว่าทั้งสองทะเลาะกันริมทะเลสาบ คิดดูแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
“ฝ่าบาท คุณหนูฟู่ลมหายใจขาดห้วงไปแล้ว แต่คุณหนูกงซุนกลับ…ไม่เคารพผู้ตายเช่นนี้” อวี๋เฟยใช้มือกุมหน้าอก “เมื่อครู่หม่อมฉันกล่าวเตือนแล้ว แต่คุณหนูกงซุนยังดื้อรั้น หากหมอหลวงฟู่รู้เข้า เขาอายุมากแล้ว เกรงว่าจะรับเรื่องเช่นนี้ไม่ไหว”
ยามนี้อวิ๋นซูยังคงกดหน้าอกของฟู่หย่าโดยไม่สนใจว่าจะมีผู้อื่นอยู่ด้วย เรี่ยวแรงเช่นนั้นทำให้ผู้อื่นที่ได้เห็นคิดว่านางกำลังทรมานร่างกายฟู่หย่า ตกลงมีความแค้นลึกล้ำอันใดกันแน่ กระทั่งฝ่าบาทเสด็จมาแล้วนางยังคงลงมือไม่ไว้ไมตรี
รอบด้านมีเสียงซุบซิบดังแว่วมา ถึงแม้จักรพรรดิเหลียนจะไม่ตรัสคำใด แต่มีคนมากมายเพียงนั้นเป็นพยาน ไม่เป็นผลดีต่ออวิ๋นซูจริงๆ
ทุกคนหลีกทางให้ จักรพรรดิเหลียนเสด็จเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวัง สายพระเนตรหยุดอยู่บนใบหน้าอันเปียกชื้นและขาวซีดของฟู่หย่า สภาพไร้สีเลือดเช่นนั้นเป็นดั่งที่อวี๋เฟยกล่าว ถึงแก่ชีวิตไปแล้ว
“คุณหนูกงซุน?” สุรเสียงเจือไปด้วยการกล่าวเตือน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนางควรอธิบายเหตุผลที่เหมาะสมให้ผู้อื่นฟังเสียก่อน มิเช่นนั้นจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ง่าย
ชุนเซียงทนไม่ไหวอีกต่อไป นางรีบก้าวออกมาคุกเข่าลง “ทูลฝ่าบาท คุณหนูกำลังช่วยชีวิตคุณหนูฟู่ สถานการณ์เร่งด่วน ขอฝ่าบาทโปรดอภัยเพคะ”
“ช่วยชีวิต แต่นางลมหายใจขาดห้วงไปแล้ว…”
เมื่อคนอื่นได้ฟังนับว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริงๆ ในน้ำเสียงของอวี๋เฟยเจือไปด้วยความเคร่งขรึมอยู่หลายส่วน “ฝ่าบาททรงประทับอยู่ที่นี่ คุณหนูกงซุนถึงกับไม่คารวะ จะไม่เห็นกฎเกณฑ์อยู่ในสายตาเกินไปหรือไม่”
“เหนียงเหนียง การช่วยคนไม่อาจยืดเยื้อ ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยเพคะ ยิ่งไปกว่านั้นหม่อมฉันจำเป็นต้องกล่าวเพื่อคุณหนูสักประโยค เมื่อครู่คุณหนูฟู่อยู่ด้วยกันกับคุณหนูของหม่อมฉันจริงๆ แต่นางพาสาวใช้จากไปก่อนแล้ว หม่อมฉันเห็นว่าเย็นแล้วจึงเสนอให้คุณหนูกลับจวน คิดไม่ถึงว่ายามผ่านมาที่นี่จะได้ยินเสียงคนตกน้ำ มิใช่ทะเลาะกันเช่นที่ผู้อื่นกล่าว ขอฝ่าบาทโปรดวินิจฉัย!”
“เจ้ากล่าวว่าคุณหนูฟู่พาสาวใช้ไปแล้ว? เช่นนั้นสาวใช้เล่า เหตุใดเปิ่นกงจึงไม่เห็นแม้แต่เงา?”
ชุนเซียงขมวดคิ้วแน่น “หม่อมฉันเองก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก หม่อมฉันและคุณหนูพบคุณหนูฟู่ตกน้ำเป็นคนแรก หลังจากนั้นเหนียงเหนียงจึงเสด็จมา ฝ่าบาทเพคะ คุณหนูของหม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์ รอให้คุณหนูฟู่ฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะกระจ่างชัดแน่นอน”
อวี๋เฟยส่ายศีรษะเบาๆ “คุณหนูฟู่ลมหายใจขาดห้วงไปแล้ว เหตุใดพวกเจ้าต้องทำเช่นนี้…”
คิดไม่ถึงว่ายามนี้ สตรีที่ลมหายใจขาดห้วงไปแล้วกลับขดตัว ดีดตัวขึ้นจากพื้น “แค่กๆ…” ฟู่หย่าที่ใบหน้าขาวซีดราวกระดาษสำลักน้ำออกมาก่อนจะไออย่างรุนแรงท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน
นางยื่นมือไปจับข้อมืออวิ๋นซูแน่น สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ รอบด้านพลันสับสนอลหม่านขึ้นมา
“คุณหนูฟู่กลับมามีชีวิตแล้ว! สวรรค์ คุณหนูฟู่กลับมามีชีวิตแล้ว!”
“มหัศจรรย์ยิ่งนัก ตายแล้วฟื้น!”
อวี๋เฟยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ไม่กล้าเชื่อสายตาของตนโดยสิ้นเชิง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? นางมองไปยังนางข้าหลวงที่เข้าไปตรวจสอบเมื่อครู่นี้ นางข้าหลวงผู้นั้นมีสีหน้าเหลือเชื่อเช่นกัน ตนตรวจสอบลมหายใจของคุณหนูฟู่แล้วแท้ๆ นางไม่มีลมหายใจแล้วจริงๆ!
“รีบตามหมอหลวง!” อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้น ขันทีน้อยที่อยู่เบื้องหน้านางจึงค่อยได้สติกลับมา “บ่าว บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้…”
ชุนเซียงรีบหยิบเสื้อคลุมที่ตนถอดออกเมื่อครู่มาคลุมบนร่างคุณหนูฟู่ มองไปทางอวิ๋นซูด้วยความตื่นเต้น “คุณหนู ดีเหลือเกิน…” หากคุณหนูฟู่เป็นอะไรไป มีพยานที่ไม่เป็นผลดีต่อคุณหนูมากมายเพียงนั้น ต่อให้มีสิบปากก็มิอาจแก้ต่างได้
อวิ๋นซูในยามนี้มีเหงื่อเต็มหน้าผาก นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน คารวะจักรพรรดิเหลียนภายใต้การประคองของชุนเซียง
“หม่อมฉันเสียมารยาทแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยเพคะ”
“ไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว เจิ้นเข้าใจ ช่วยคนสำคัญกว่า! ตอนนี้คุณหนูฟู่เป็นอย่างไรบ้าง?” ท่าทีเชื่อใจอวิ๋นซูของจักรพรรดิเหลียนทำให้อวี๋เฟยที่อยู่ด้านข้างลอบรู้สึกไม่ดี
เหตุใดบอกว่าจะช่วยก็ช่วยกลับมาได้? หรือคุณหนูกงซุนผู้นี้ใช้มนตร์ดำอันใดกัน?
“คุณหนูฟู่สำลักน้ำที่สะสมอยู่ในช่องอกออกมาแล้ว ไม่เป็นอะไรมากแล้วเพคะ”
นับว่าทุกคนได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่เสียทีที่เป็นหัตถ์เซียน ถึงกับช่วยชีวิตคนออกมาจากประตูผีได้เชียว!
“ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? อยู่ดีๆ เหตุใดคุณหนูฟู่จึงตกทะเลสาบได้?”
มีหมอหลวงหลายคนตามมาจับชีพจรตรวจสอบให้ฟู่หย่า ทั้งยังมีคนส่งน้ำขิงให้ถ้วยหนึ่ง สตรีอ่อนแรงผู้นั้นจึงอบอุ่นขึ้นบ้าง
“นี่ข้า…เกิดอะไรขึ้น?” ฟู่หย่ารู้สึกปวดหัวจึงกุมศีรษะของตน ในดวงตาเต็มไปด้วยความงุนงง
“คุณหนูฟู่ เมื่อครู่มีผู้ใดผลักท่านตกทะเลสาบหรือไม่? บ่าวในจวนเล่า?”
บ่าว? ฟู่หย่าเบนสายตาขึ้นมองด้วยความสงสัยก่อนจะหยุดลงบนใบหน้าเปี่ยมกังวลของอวิ๋นซู “ข้า…นี่ข้า…”
“คุณหนูฟู่ยังจำได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นริมทะเลสาบ?” อวิ๋นซูค่อยๆ ย่อตัวลง จับไหล่ฟู่หย่าเบาๆ เพื่อให้นางสงบใจ
สตรีผู้นั้นขมวดคิ้วแน่น พยายามย้อนนึก “ใช่แล้ว หลังจากบอกลาคุณหนูกงซุนพวกเราก็เดินมาตามสวนแห่งนี้ คิดจะออกจากวังเพื่อกลับจวน แต่ยามที่ผ่านทะเลสาบนี้…”
“เกิดอะไรขึ้น?” อวี๋เฟยเดินก้าวมาเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง มีท่าทีร้อนรนอย่างชัดเจน ปฏิกิริยาเช่นนี้ตกอยู่ในสายตาของอวิ๋นซู อดไม่ได้ที่จะพิจารณาให้มาก
“เยี่ยนหงเล่า? คุณหนูกงซุนเห็นสาวใช้ข้างกายข้าหรือไม่?” ฟู่หย่าราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จับมืออวิ๋นซูแน่น
สตรีสุขุมเยือกเย็นส่ายศีรษะเล็กน้อย “ตอนที่พวกเรามาถึงมีคุณหนูฟู่ตกน้ำอยู่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้อื่นอีก”
“นี่ จะเป็นไปได้อย่างไร…”
“กล่าวเช่นนี้ คุณหนูฟู่มิได้ถูกผลักตกน้ำเพราะทะเลาะกับคุณหนูกงซุนหรือ?” สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียงมืดครึ้ม สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของฟู่หย่า “ทะเลาะ? ฟู่หย่ามิเคยทะเลาะกับคุณหนูกงซุนเลยเพคะ นี่…”
ดวงเนตรอันคมกริบของจักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปทางนางข้าหลวงที่อยู่ด้านข้างโดยพลัน อีกฝ่ายหดคอกลับไปเล็กน้อย “บ่าว บ่าว…อาจจะฟังผิดไป…”
“ฟังผิดไปหรือ?” สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนเต็มไปด้วยความอันตราย
“บ่าวได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจริงๆ เพคะ อาจไม่ใช่คุณหนูกงซุนกับคุณหนูฟู่กระมัง…ตอนที่บ่าวติดตามเหนียงเหนียงมาถึงก็เห็นคุณหนูกงซุนและยังมีคุณหนูฟู่ที่กำลังตกน้ำ ดังนั้นจึงคิดว่า…”
“เด็กๆ ลากบ่าวสุนัขช่างโกหกผู้นี้ไปเสีย โบยประหาร!” จักรพรรดิเหลียนไหนเลยจะเชื่อข้ออ้างโง่งมเช่นนี้ของนาง พลันนั้นมีองครักษ์เดินเข้ามา พาตัวนางข้าหลวงที่เอาแต่ร้องขอชีวิตออกไป
“ข้าคิดออกแล้ว!” ประโยคนี้ของฟู่หย่าทำให้รอบด้านเงียบลงโดยพลัน อวี๋เฟยกลั้นหายใจด้วยความเคร่งเครียด “ยามนั้นเยี่ยนหงและบ่าวไพร่คนอื่นๆ ในจวนติดตามอยู่ด้านหลังข้า ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ จึงมีลมพัดมาระลอกหนึ่ง ตอนที่ข้าหันกลับไป พวกนางก็ไม่อยู่แล้ว!”
นี่…คำพูดนี้ฟังดูแล้ว เหตุใดจึงทำให้รู้สึกหวาดผวาเล่า
นางข้าหลวงขี้ขลาดไม่น้อยรีบมองไปรอบด้าน คงมิใช่ว่า…ริมทะเลสาบมีของสกปรกอันใดอยู่กระมัง? หรือจะเป็นผีน้ำมาหาตัวตายตัวแทน?!
“จากนั้นราวกับมีคนผลักข้า…” ฟู่หย่าราวกับถูกความทรงจำของตนทำเอาตกใจ กอดแขนของตนด้วยความหวาดกลัว
อวิ๋นซูปลอบนางเสียงเบา “ไม่เป็นไร ผ่านไปแล้ว คุณหนูฟู่กลับจวนไปพักผ่อนเถิด ที่นี่อากาศเย็นทำให้หนาวได้”
“เยี่ยนหงเล่า ข้าจะตามหานาง!” ฟู่หย่าไม่ยอมจากไป อวิ๋นซูจึงมองไปทางจักรพรรดิเหลียน
“รีบสั่งให้คนออกค้นหาให้ทั่วทั้งพระราชวัง ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาก็ต้องหาสาวใช้ที่หายตัวไปทั้งหมดออกมาให้ได้! คุณหนูฟู่กลับไปรอข่าวที่จวนเถิด มิเช่นนั้นหมอหลวงฟู่จะเป็นห่วง” ถึงกับมีคนกล้าเล่นลูกไม้ใต้ตาเขาเชียว ยิ่งไปกว่านั้นเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเพ่งเล็งคุณหนูกงซุน
จักรพรรดิเหลียนพลันคิดไปถึงพระราชทานสมรสที่ตนพระราชทานให้เฟิ่งหลิง ไม่ทันไรก็ทำให้เกิดคลื่นลมเช่นนี้ มีคนท้าทายอำนาจของพระองค์!
“ลำบากคุณหนูกงซุนแล้ว เรื่องนี้เจิ้นจะทวงความยุติธรรมให้เจ้าเอง นอกจากนั้น หากมีคนแพร่ข่าวลือไม่เป็นความจริงอีก เจิ้นจะไม่ไว้ชีวิตเป็นแน่!” ในยามที่จักรพรรดิเหลียนตรัสคำนี้ยังทอดพระเนตรไปทางอวี๋เฟยด้วยท่าทีลึกล้ำแฝงความหมาย
อวี๋เฟยระงับความรู้สึกร้อนตัวเผชิญหน้ากับสายพระเนตรของอีกฝ่าย กลัวว่าท่าทีของตนจะเผยความคิดในใจ
นางมองไปยังใบหน้าเรียบเฉยของอวิ๋นซูด้วยความรู้สึกหวาดผวา ย้อนคิดไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ รู้สึกว่าคุณหนูกงซุนท่านนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก ทั้งๆ ที่ขอแค่ฟู่หย่าตายไปนางก็ไม่อาจหลุดพ้นความผิดที่เป็นคนผลักได้แล้วแท้ๆ ไหนเลยจะรู้ว่านางกลับช่วยคนให้กลับมามีชีวิตได้ ทำให้ฝ่าบาทสงสัยตน
อวี๋เฟยพลันรู้สึกปวดหัว ในใจเริ่มวางแผนว่ากลับไปแล้วจะรายงานคุณหนูเช่นไร
“คุณหนูเจ้าคะ เมื่อครู่มีคนมากบ่าวจึงมิได้พูด ตอนที่บ่าวลงไปช่วยคุณหนูฟู่ บ่าวเห็นว่าในน้ำมีคนอยู่ด้วยเจ้าค่ะ!” ชุนเซียงย้อนคิดไปถึงภาพเมื่อครู่นี้ ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว ทั้งๆ ที่นางดึงฟู่หย่าขึ้นมาแล้วแต่กลับรู้สึกว่ามีแรงบางอย่างต้องการดึงฟู่หย่ากลับลงไป
นางและคนผู้นั้นพัวพันกันอยู่นาน จึงต้องใช้อาวุธลับบนข้อมือถึงจะสลัดคนผู้นั้นและลากฟู่หย่าขึ้นน้ำมาได้
กล่าวเช่นนี้ แสดงว่ามีคนต้องการเอาชีวิตฟู่หย่าจริงๆ หรือ?
ไม่ หากเป็นเช่นนั้นควรใช้กระบี่สังหารนางแล้วปล่อยให้นางจมไปในน้ำ หากทำเช่นนี้ ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ช่วยคนไม่ได้ แต่นี่กลับต้องการให้ฟู่หย่าสิ้นใจต่อหน้าทุกคน…อวิ๋นซูพลันคิดไปถึงคำพูดของนางข้าหลวงผู้นั้น ดูท่าทางครั้งนี้คงมีคนเพ่งเล็งตนแล้ว!
อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงซ่างกวนเมิ่ง ก่อนหน้านี้เป็นเพราะฟู่หย่าสนิทสนมกับตน ซ่างกวนเมิ่งจึงลงมือกับฟู่หย่า เช่นนั้นคราวนี้…
ใช่แล้ว จะต้องมีคนเห็นฟู่หย่าสนทนากับตนในสวนบุปผาเป็นแน่จึงได้คิดหาโอกาส พวกเขารอให้ตนเห็นฟู่หย่าตกน้ำจึงค่อยเรียกคนอื่นมาเป็นพยาน ทำให้ตนมิอาจแก้ต่างได้!
ท่าทีของอวิ๋นซูแปรเปลี่ยนไปหนักอึ้งหาใดเปรียบ ในใจรู้สึกผิดต่อฟู่หย่ามากขึ้นหลายเท่า
nitnit
คงเป็นฦูจีที่ลงมือ อวิ๋นซูกับเฟิ่งหลิงจะรู้ทันไหมและจะรู้ไหมว่าฝูจีอยู่ในวัง
Venus36
ฟู่หย่าซวยแท้ โถ่ๆๆๆ หึ ฝูจี ลูกไม้ตื้นๆ ทำอันใดอวิ๋นซูไม่ได้หรอก แม่ทัพหลานอวิ๋นต้องเดือดแน่ เฟิงหลิ่งรู้เรื่องก็ต้องสืบแน่นอน