หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 779 การปกป้องของจักรพรรดิเหลียน
เล่มที่ 26 ตอนที่ 779 การปกป้องของจักรพรรดิเหลียน
“เสียนเฟย หากยังก่อเรื่องอีกก็ออกไปเถิด!” พระดำรัสของจักรพรรดิเหลียนทำให้เสียนเฟยหยุดการกระทำของตนอย่างยากจะเชื่อ เหตุใดฝ่าบาทจึงเป็นเช่นนี้ องค์หญิงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์ พระองค์จะมองคุณหนูกงซุนลงมือโหดเหี้ยมกับนางไปต่อหน้าต่อตาได้หรือ?
ยามนี้เอง หวงฝู่เสียที่สลบไสลมาตลอดพลันลุกขึ้นนั่ง เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องเล็กแหลมออกมา
“กรี้ด!” นางดิ้นรุนแรงราวกับได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส
แม่ทัพกงซุนกลัวว่านางจะทำร้ายอวิ๋นซูจึงรีบเดินเข้าไปจับไหล่นางกดลง
อย่างไรก็ตามชั่วขณะต่อมาสตรีผู้นั้นกลับหลับตาเงียบลงอีกครั้งประดุจหุ่นกระบอกที่ลมหายใจขาดห้วง
ท่าทีของเสียนเฟยแข็งค้างอยู่ตรงนั้น น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลลงมา “เสีย เสียเอ๋อร์…” หัวใจของนางคล้ายกับถูกเสียงกรีดร้องทำให้หยุดเต้น เดินเข้าไปด้วยท่าทีแข็งทื่อ “เสียเอ๋อร์ เจ้าอย่าทำให้หมู่เฟยตกใจ…”
“เหนียงเหนียงโปรดวางพระทัย องค์หญิงเพียงสลบไปเท่านั้น”
เพียงสลบไปเท่านั้น? เสียนเฟยใช้สายตาแปลกประหลาดมองอวิ๋นซู คำพูดเช่นนี้นางกล่าวออกมาได้อย่างไร “เจ้า เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่?”
“หากเหนียงเหนียงยังพูดจาไม่ดีกับซูเอ๋อร์อีก กระหม่อมจะพานางกลับไปทันที!” แม่ทัพกงซุนรู้สึกว่าเสียนเฟยโง่งมยิ่งนัก ทั้งๆ ที่ซูเอ๋อร์กำลังพยายามยื้อชีวิตองค์หญิง นางกลับรบกวนครั้งแล้วครั้งเล่า ตกลงยังสนใจชีวิตองค์หญิงอยู่หรือไม่
“พวกเจ้า พวกเจ้าล้วนมาเพื่อเอาชีวิตองค์หญิงเก้า! เปิ่นกง เปิ่นกงไม่ปล่อยพวกเจ้าแน่!” เสียนเฟยกรีดร้องออกมา จักรพรรดิเหลียนส่งสายตาครั้งหนึ่ง พลันมีองครกษ์สองนายเดินเข้ามาคุมตัวนาง พาสนมที่แทบจะใจสลายออกไป
“ฝ่าบาท! พวกเขาทำร้ายเสียเอ๋อร์! เสียเอ๋อร์เป็นธิดาของพระองค์ เหตุใดพระองค์จึงไม่ยอมช่วยนาง ฝ่าบาท!” เสียงร้องตำหนิของเสียนเฟยหยุดลงนอกประตูห้อง จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปทางอวิ๋นซู “องค์หญิงเก้ายังมีทางช่วยหรือไม่?”
อวิ๋นซูรู้สึกซาบซึ้งหาใดเปรียบที่ยามนี้จักรพรรดิเหลียนยังเชื่อใจนาง “องค์หญิงถูกพิษจริงๆ เพคะ เมื่อครู่หม่อมฉันสลายพิษบริเวณบาดแผลขององค์หญิงแล้ว และสั่งให้คนไปต้มยาตามเทียบมาเทียบหนึ่ง แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่พระหัตถ์นั้น….เสียหายไปถึงกระดูกและเส้นเอ็นแล้วเพคะ”
ความหมายของอวิ๋นซูชัดเจนยิ่งนัก ตั้งแต่วันนี้ไป มือขวาขององค์หญิงเก้าเกรงว่าจะใช้ไม่ได้แล้ว
จักรพรรดิเหลียนหลับพระเนตรลง “มีชีวิตต่อไป มีชีวิตต่อไปก็ดีแล้ว”
เหตุใดโอรสธิดาของพระองค์จึงเกิดเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า
“ใครก็ได้”
หมอหลวงที่รออยู่ด้านนอกนำขวดกระเบื้องเล็กๆ ขวดหนึ่งเดินเข้ามา ชั่วขณะที่ประตูถูกเปิดออก อวิ๋นซูเห็นเสียนเฟยที่ยังถูกคุมตัวอยู่ด้านนอกมองมาด้วยสายตาทิ่มแทง
“นี่คือยาทาแผลที่คุณหนูกงซุนมอบให้องค์หญิงเก้า หมอหลวงพบว่าด้านในเป็นยาพิษ”
ยาทาแผลที่ตนมอบให้ขวดนั้นหรือ? เมื่ออวิ๋นซูรับขวดระเบื้องนั้นมาพลันต้องขมวดคิ้ว “ทูลฝ่าบาท นี่มิใช่ขวดที่หม่อมฉันมอบให้เพคะ” นางชี้ไปยังขวดที่สมบูรณ์ไม่มีส่วนใดเสียหาย “ยาทาแผลขวดนั้นของหม่อมฉัน บนขวดมีรอยตำหนิชัดเจนอยู่รอยหนึ่ง แต่ขวดนี้กลับไม่มี”
นางดมกลิ่นด้านในอีกครั้ง เป็นพิษจริงๆ
“ความหมายของเจ้าก็คือ มีคนแอบสับเปลี่ยนเพื่อจงใจใส่ร้ายหรือ?”
อวิ๋นซูใคร่ครวญครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองหวงฝู่เสียบนเตียงที่มีสีหน้าขาวซีด นี่เป็นการยืมมีดฆ่าคนอีกครั้งจริงๆ “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่า…องค์หญิงเก้าได้รับบาดเจ็บเพราะหม่อมฉันจริงๆ เพคะ”
“เจ้าจะกล่าวว่าเหมือนเรื่องคุณหนูฟู่หรือ?” จักรพรรดิเหลียนพบเบาะแสในคำพูดได้โดยพลัน
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย “นี่เป็นเพียงการคาดเดาของหม่อมฉันเพคะ”
จักรพรรดิเหลียนใคร่ครวญครู่หนึ่ง ความจริงเมื่อคิดดูแล้วสองเรื่องนี้คล้ายจะเพ่งเล็งไปยังคุณหนูกงซุน ตกลงผู้ใดกันแน่ที่มีความมานะบากบั่นถึงเพียงนี้ ตอนนี้ถึงกับเกี่ยวพันไปถึงองค์หญิงด้วย! ไม่เห็นจักรพรรดิเช่นเขาอยู่ในสายตาเชียวหรือ?
ตอนนี้อวิ๋นซูตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วน ในความคิดของผู้อื่น อุบัติเหตุหนึ่งครั้งคืออุบัติเหตุ แต่หากเป็นสองครั้งเล่า?
เรื่องของฟู่หย่ายังไม่ทันตรวจสอบให้ชัดเจน องค์หญิงเก้าก็มาเกิดเรื่องเหนือคาดอีก ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับอวิ๋นซู ต่อให้นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ยากจะปิดปากผู้อื่น
จักรพรรดิเหลียนเข้าใจดี ตั้งแต่ที่พระองค์ประกาศเรื่องการอภิเษกระหว่างองค์ชายใหญ่และคุณหนูกงซุนย่อมนำปัญหายุ่งยากมากมายมาให้เด็กคู่นี้ เหตุใดพระองค์จะไม่ทราบเล่า นี่เป็นหนึ่งในเป้าหมายของพระองค์เช่นกัน สุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่าสุนัขจนตรอกทำได้ทุกอย่าง เทียบกับรอให้เกาทัณฑ์ลับโจมตีมา มิสู้กระตุ้นให้พวกเขาลงมือเสียยังจะดีกว่า ขอเพียงกำจัดอำนาจอีกฝ่ายได้ก็จะได้รับความสงบมั่นคงกลับคืน
ดูเหมือนพระองค์จะรอไม่ไหวแล้ว รอมาเนิ่นนานหลายปีเพียงนี้ คงถึงเวลาตัดสินเด็ดขาดแล้ว แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะโหดร้ายกับเด็กสองคนนี้ก็ตาม
นี้เป็นสงคราม เป็นสงครามที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจหลีกหนี
“เสียเอ๋อร์…เสียเอ๋อร์…” เสียนเฟยนั่งอยู่บนพื้น พึมพำชื่อองค์หญิงเก้าในสภาพน่าสังเวช เสียงประตูดังขึ้น นางรีบเงยหน้าขึ้นมอง คลานไปเบื้องพระบาทจักรพรรดิเหลียนโดยไม่สนใจสิ่งใด “ฝ่าบาท! พระองค์ต้องแก้แค้นแทนองค์หญิงเก้านะเพคะ! องค์หญิงเก้าเป็นผู้บริสุทธิ์ นางเป็นผู้บริสุทธิ์…”
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้มาจนซีดเซียว ในพระทัยเกิดความรู้สึกรังเกียจขึ้นหลายส่วน นางสนมในวังหลังแห่งนี้ ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องใดก็รู้จักใช้เพียงน้ำตามาแก้ไขหรือ? หากน้ำตาสามารถแก้ไขทุกเรื่องได้ ใต้หล้านี้คงไม่มีความวุ่นวายแล้วกระมัง?
“เสียนเฟย ดูสภาพเจ้าตอนนี้เถิด องค์หญิงเก้ากำลังพักผ่อนอยู่ด้านใน ระยะนี้เจ้าอย่าได้รบกวนนาง เจิ้นจะสั่งให้หมอหลวงดูแลนางให้ดี”
กล่าวเช่นนี้ องค์หญิงเก้าไม่เป็นอะไรมากหรือ?
บนใบหน้าของเสียนเฟยปรากฏความยินดี “ฝ่าบาททรงคิดจะจัดการคุณหนูกงซุนเช่นไรเพคะ?”
“เหตุใดต้องจัดการคุณหนูกงซุนด้วย? เจิ้นหาตัวการพบแล้ว”
อะไรนะ?
แม่ทัพกงซุนพาอวิ๋นซูถอยออกมาจากในห้อง พวกเขาได้ยินคำพูดของเสียนเฟยอย่างชัดเจน การปรากฏตัวของสองพ่อลูกคู่นี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเสียนเฟยบิดเบี้ยว ยามนี้เอง องครักษ์สองนายลากตัวขันทีน้อยผู้มีใบหน้าเขียวช้ำผู้หนึ่งเข้ามา
“เป็นเจ้าบ่าวสุนัขนี่ที่วางยาพิษในยาขององค์หญิงเก้า เมื่อครู่เขายอมรับสารภาพหมดแล้ว”
“นี่…” เสียนเฟยมองไปทางขันทีน้อยที่ตนจำหน้าไม่ได้โดยสิ้นเชิง เป็นเช่นนี้จริงหรือ? แต่ว่า…แต่ว่า…นางมองไปทางอวิ๋นซูอีกครั้ง ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ใบหน้านิ่งเรียบไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่ายถึงกับทำให้เสียนเฟยรู้สึกหวาดกลัว ไม่ จะต้องไม่เป็นเช่นนี้ คุณหนูกงซุนจะต้องเป็นผู้ลงมือแน่นอน! เพราะองค์หญิงเก้ารู้ความลับของนาง ดังนั้น…
“เสียนเฟย เจ้าเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถิด” สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย เสียนเฟยยังไม่มีปฏิกิริยาอันใดก็ถูกองครักษ์พาตัวออกไป
“ไม่ ฝ่าบาท! พระองค์ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุดนะเพคะ เป็นคุณหนูกงซุนลงมือ…เป็นคุณหนูกงซุนลงมือ!”
สนมนางนั้นกรีดร้อง เพียงไม่นานก็ถูกลากออกไปที่มุมหนึ่ง
จักรพรรดิเหลียนหันกลับไปพยักพระพักตร์ให้อวิ๋นซูและแม่ทัพกงซุนเล็กน้อย จากนั้นจึงหมุนตัวเดินก้าวใหญ่จากไป เงาร่างของพระองค์เจือไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอ้างว้าง อวิ๋นซูรู้ว่าอารมณ์ของฝ่าบาทไม่ดีนัก
บนโลกใบนี้ไม่มีกำแพงใดที่สายลมพัดผ่านไม่ได้ ต่อให้จักรพรรดิเหลียนมีรับสั่งให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ประกาศกับภายนอกว่าองค์หญิงเก้าประชวรหนัก ต้องรักษาพระวรกายให้ดี แต่ยังคงมีคนได้กลิ่นบางอย่าง ข่าวลือต่างๆ นานาถูกแพร่ออกไปดุจน้ำหลากจนไม่อาจควบคุม
“คิดไม่ถึงว่าจะปล่อยให้นางหลุดไปได้อีกครั้ง” แม้ในใจของฝูจีจะรู้สึกเสียดาย แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของคุณหนูกงซุนได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน
มีคนกล่าวว่านางเป็นดาวโชคร้าย ตั้งแต่คุณหนูกงซุนถูกรับกลับจวนแม่ทัพ ในวังก็เกิดเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า กล่าวว่านางไม่เหมาะจะเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ บางคนกล่าวว่าเรื่องทุกอย่างล้วนมีคุณหนูกงซุนควบคุมอยู่เบื้องหลัง ยิ่งไปกว่านั้นยังพูดกันลับๆ ว่าแม่ทัพกงซุนคือผู้บงการตัวใหญ่ที่อยู่หลังม่าน ขุนนางในราชสำนักกลัวจะถูกลากเข้าไปพัวพัน ไม่ขยันวิ่งไปจวนแม่ทัพเฉกเช่นก่อนหน้านี้อีก ทุกคนล้วนกลัวว่าตนจะกลายเป็นผู้เสียหาย
“คุณหนูกงซุนมีฝ่าบาทคอยดูแล หากจะแตะต้องนาง เกรงว่ายังต้องรอโอกาสดีๆ เจ้าค่ะ” อวี๋เฟยยืนอยู่ด้านข้างด้วยท่าทีนอบน้อม ฝูจีเงียบไปครู่หนึ่ง “ทางด้านฮองเฮาไม่มีข่าวมาอีกหรือ?””
บนใบหน้าของอีกฝ่ายปรากฏท่าทีไม่เป็นธรรมชาติชั่วขณะ ก้มหน้าลงเล็กน้อย “ระยะนี้ฮองเฮาทรงระมัดระวังทุกการกระทำ เรื่องของคุณหนูกงซุนครั้งนี้ทำให้คนไม่น้อยหันหัวหอกไปที่ฮองเฮาเจ้าค่ะ” สำหรับอวี๋เฟย วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการถ่วงเวลาออกไป
คิดไม่ถึงว่ายามนี้ในตำหนักของอวี๋เฟยกลับมีคนผู้หนึ่งมาเยือน
“ทูลอวี๋เฟย ฮองเฮาทรงมีรับสั่งเรียกอวี๋เฟยและคุณหนูหวงไปที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”
ท่าทีของอวี๋เฟยพลันชะงักค้าง ฮองเฮาสั่งให้คนมาเชิญหรือ? คงมิใช่ว่าต้องการพูดเรื่องที่จะให้คุณหนูไปเป็นสนมของฝ่าบาทหรอกกระมัง?
สมองของอวี๋เฟยพลันขาวโพลน เกิดความคิดในหัวเพียงความคิดเดียว ตอนนี้ไม่อาจให้คุณหนูไปพบฮองเฮาได้เด็ดขาด มิเช่นนั้น…
“ญาติผู้พี่”
ยามนี้เอง จู่ๆ ฝูจีก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู อวี๋เฟยเงยหน้าขึ้นมอง คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายปลอมแปลงใบหน้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังเปลี่ยนเป็นชุดนางรำโดดเด่นในตอนนั้นอีกด้วย
“คุณหนูหวงมาได้พอดี ฮองเฮาเชิญอวี๋เฟยและคุณหนูหวงไปรับประทานอาหารร่วมกันขอรับ”
“ลำบากท่านกงกงแล้ว ญาติผู้พี่ น้องเตรียมตัวเหมาะสมแล้วเจ้าค่ะ”
ฝูจีบีบบังคับอวี๋เฟยจนไร้หนทาง ไม่มีเส้นทางให้ถอย
นางแย้มยิ้มอย่างอึดอัด “อะ อืม..รอสักครู่ เปิ่นกงจะไปเปลี่ยนอาภรณ์” ฝ่ามือของนางมีเหงื่อซึมออกมา อวี๋เฟยรีบหันหลังเดินเข้าไปในห้องโถงด้วยกลัวว่าฝูจีจะเห็นสายตาผิดปกติของนางในยามนี้
อย่างไรก็ตาม แผ่นหลังที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเช่นนั้นย่อมมิอาจพลาดสายตาของฝูจีไปได้ อวี๋เฟยมีเรื่องปิดบังนางจริงๆ ด้วย!
เพียงแต่ไม่สำคัญ ตอนนี้นางควรไปประเมินฮองเฮาเหลียนท่านนี้เสียหน่อย
ภายในตำหนักฮองเฮา สตรีงามสง่ากำลังฟังองครักษ์รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในวังระยะนี้ พระเนตรปิดสนิททำให้คนคาดเดาไม่ออกว่ายามนี้พระนางมีอารมณ์เช่นไร
“ทูลฮองเฮา อวี๋เฟยและแม่นางหวงมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้พวกนางเข้ามาเถิด”
ฮองเฮาลืมพระเนตรขึ้นอย่างเกีจคร้าน สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ แล้วจึงยืดตัวนั่งข้างโต๊ะหิน ด้านหลังมีนางข้าหลวงหลายคนถือเตาอุ่นมือ ทำให้ในศาลาแห่งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น
บริเวณไม่ไกลมีสตรีสองนางเดินเข้ามา
“หม่อมฉันถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”
“หม่อมฉันถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”
ฝูจีเพียงย่อตัวลงเล็กน้อย ไม่เหมือนกับอวี๋เฟยที่คารวะอย่างนอบน้อมเพียงนั้น
ในพระเนตรของฮองเฮาเกิดประกายแปลกประหลาด อวี๋เฟยเบนสายตาขึ้น พลันนั้นจึงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ทูลเหนียงเหนียง น้องสาวของหม่อมฉันเติบโตมาจากหมู่บ้านชนบทตั้งแต่เด็ก ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ในวัง ขอเหนียงเหนียงโปรดอภัยด้วยเพคะ”
ในความคิดของฝูจี นอกจากท่านพ่อ ท่านแม่และท่านปู่ของนาง ก็ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้นางคุกเข่าก้มตัวได้ ต่อให้เป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียนก็มิใช่ข้อยกเว้น
Venus36
โคตรเกลียดเสียนเฟย