หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 783 กระจ่างแจ้งโดยพลัน
เล่มที่ 27 ตอนที่ 783 กระจ่างแจ้งโดยพลัน
ภายในศาลา บุรุษรูปงามเป็นเอกกำลังจับจ้องหมากขาวดำบนโต๊ะ “ฝ่าบาทเล่า?”
“ทูลองค์ชายใหญ่ ท่านอ๋องตงหลินมีธุระเร่งด่วนไม่สามารถเข้าวังตามนัดหมาย ด้วยเหตุนี้ฝ่าบาทจึงเสด็จกลับไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีใหญ่แย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้คนมาเชิญองค์ชายใหญ่ไปตามนัดด้วยกัน เพียงแต่น่าเสียดายที่องค์ชายปฏิเสธ คิดไม่ถึงว่าที่แท้องค์ชายใหญ่ปากอย่างใจอย่าง วันนี้ถึงกับเร่งทำงานในมือให้เสร็จ ทั้งยังเสด็จมาเงียบๆ คิดไม่ถึงว่ากลับต้องพบเจอความว่างเปล่า
“เสด็จกลับไปแล้วหรือ?” เฟิ่งหลิงขมวดคิ้ว มองไปยังสถานการณ์หมากที่จัดเรียงอยู่บนกระดานอีกครั้ง ในสมองปรากฏภาพจักรพรรดิเหลียนเรียงหมากอย่างโดดเดี่ยวและเบื่อหน่ายขึ้นมา
ไม่รู้จะทำอย่างไรกับพระองค์ดีจริงๆ
“องค์ชาย ในเมื่อท่านอ๋องตงหลินไม่อาจเข้าวัง มิสู้องค์ชายดวลหมากเป็นเพื่อนฝ่าบาทสักหลายกระดานเป็นอย่างไร?” ขันทีใหญ่ที่อยู่ด้านข้างเสนอแนะ “ฝ่าบาทจะต้องดีพระทัยมากเป็นแน่” เขารู้สึกว่าพ่อลูกคู่นี้มีเวลาให้กันน้อยยิ่งนัก
เฟิ่งหลิงมิได้กล่าวคำใด อย่างไรก็ตาม การที่เขาหมุนตัวเดินจากไปนับว่าแสดงถึงความคิดในใจของเขาแล้ว
“องค์ชายใหญ่ วันนี้ฝ่าบาททรงเสด็จไปทางถนนตรงทะเลสาบบงกชพ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษเบื้องหน้ามิได้กล่าวคำใด แต่ยังคงเปลี่ยนทิศทางไปยังถนนบริเวณทะเลสาบบงกช ขันทีใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเข้าใจโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ย ทราบดีว่าความจริงแล้วในใจองค์ชายใหญ่เคารพนับถือฝ่าบาทมาก เพียงแต่ด้วยนิสัยที่เย็นชาเกินไป อ้อไม่สิ เป็นเพราะแสดงออกได้เย็นชาเกินไปต่างหาก บางทีพ่อลูกคู่นี้เพียงยังหาวิธีที่จะเผชิญหน้ากันอย่างเหมาะสมไม่พบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินไปใกล้สวนทะเลสาบบงกช เฟิ่งหลิงกลับสัมผัสได้ถึงลมหายใจในอากาศที่แตกต่างไปจากยามปกติ
“วันนี้มิได้แขวนโคมหรือ?”
ขันทีใหญ่ยืดคอมองไป ใช่แล้ว เหตุใดบนระเบียงทางเดินจึงได้มืดเพียงนั้น ข้าราชบริพารเหล่านี้แอบขี้เกียจหรือ?
“เสด็จพ่อเสด็จกลับไปทางถนนเส้นนี้หรือ?”
“…ชะ ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
เฟิ่งหลิงรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งนัก พลันนั้นจึงรีบยกชายอาภรณ์เดินไปเบื้องหน้า
ยามนี้จักรพรรดิเหลียนกำลังเสด็จไปยังใจกลางทะเลสาบอย่างเชื่องช้า เสียงดนตรีไพเราะราวอยู่ในห้วงฝันคล้ายทำให้เกิดสะพานอันลึกลับ ดึงดูดให้พระองค์ต้องการสำรวจทิวทัศน์ประหนึ่งภาพฝันนี้ให้แน่ชัด
ทางด้านหลัง เพียงไม่นานเฟิ่งหลิงก็พบความผิดปกติทางด้านนี้
ภายในมุมมืดมีเงาร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนไหวไปมา ดวงตาเฟิ่งหลิงมืดครึ้มลง จากมุมของเขาสามารถมองเห็นเงาร่างที่ขยับเข้าไปใกล้จักรพรรดิเหลียนอย่างไร้ซุ่มไร้เสียงเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
ในใจของสาวใช้ทั้งหลายที่อยู่ในมุมมืดรู้สึกตกใจยิ่งนัก ตอนนี้พวกนางไม่สนใจสิ่งอื่นใดแล้ว วันนี้คุณหนูใช้ใบหน้าที่แท้จริงออกมาปรากฏตัว ไม่อาจปล่อยให้จักรพรรดิเหลียนเห็นได้เป็นอันขาด! องครักษ์เงาที่เดิมที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดพยายามเคลื่อนไหวเต็มกำลัง พากันมุ่งหน้าเข้าไปใกล้เงาร่างในอาภรณ์สีเหลืองสว่างร่างนั้น คิดไม่ถึงว่าในเวลาเดียวกัน ลำคอกลับเกิดความเจ็บปวด พริบตาต่อมาพวกเขาถึงกับล้มลงบนพื้น ถูกคนปิดปากปิดจมูกแล้วลากออกไป
“อา!” สาวใช้ทันเพียงส่งเสียงออกมาเบาๆ จากนั้นจึงถูกลากออกไปในมุมมืดด้วยวิธีการเช่นเดียวกัน
“อื้อๆ!”
พวกนางถูกลากไปยังสวนรกร้างไร้ผู้คนที่อยู่ติดกัน ถูกมัดรวมไว้ด้วยกัน เบื้องหน้าปรากฏร่างบุรุษรูปงามผู้มีใบหน้าอึมครึม สาวใช้ทั้งหลายพลันดวงตาสว่างวาบ องค์ชายใหญ่?! เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้…
ขันทีใหญ่มองไปยังใบหน้าไม่คุ้นเคยที่อยู่เบื้องหน้าเหล่านั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ เดินมาข้างกายเฟิ่งหลิงด้วยท่าทางร้อนใจ “องค์ชาย ฝ่าบาททรงกำลังชื่นชมการร่ายรำอยู่ริมทะเลสาบพ่ะย่ะค่ะ”
ตกลงคนเหล่านี้เป็นคนของตำหนักใดกันแน่? เมื่อครู่องค์ชายใหญ่สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงสั่งให้เขาไปจับตาดูการเคลื่อนไหวของจักรพรรดิเหลียนด้านข้าง ขันทีใหญ่จึงค่อยพบว่ากลางทะเลสาบถึงกับมีสตรีนางหนึ่งกำลังร่ายรำ! โชคดีที่ฝ่าบาทเพียงมองอยู่ไกลๆ มิได้มีการเคลื่อนไหวอื่นใด เขาจึงตามมาที่นี่อย่างวางใจ
เขาคิดว่าเป็นเหนียงเหนียงจากตำหนักใดกำลังแย่งชิงความโปรดปรานอีกแล้ว! เพียงแต่คราวนี้แตกต่างจากวิธีก่อนๆ อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามเฟิ่งหลิงกลับจดจำสาวใช้นางหนึ่งได้ดี ไม่ต้องคิดเขาก็รู้ว่าสตรีที่อยู่กลางทะเลสาบผู้นั้นคือใคร! ช่างใจกล้ายิ่งนัก ฝูจีมีแผนการใดกันแน่?!
“องค์ชาย นี่…”
“เจ้ากลับไปเสีย เรื่องที่นี่มอบให้ข้าเถิด”
“…พ่ะย่ะค่ะ” ในเมื่อเฟิ่งหลิงเอ่ยปากแล้ว ขันทีใหญ่จึงทำได้เพียงน้อมรับคำสั่ง ในขณะที่หมุนตัวไปยังอดไม่ได้ที่จะมองไปยังคนแปลกประหลาดบนพื้นครู่หนึ่ง
หลังจากขันทีผู้นั้นจากไป องครักษ์เงาพลันดึงเศษผ้าที่ใช้อุดปากสาวใช้ผู้หนึ่งออก
“องค์ชายใหญ่ เร็วเถิดเพคะ รีบไปหยุดคุณหนูเถิด…คุณหนูคิดว่าองค์ชายจะมา ไหนเลยจะรู้ว่า…”
“นี่หมายความว่าอย่างไร?” ในน้ำเสียงของเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยความเย็นชา คิดว่าตนจะมาหรือ?
บนใบหน้าของสาวใช้ปรากฏรอยแดงระเรื่อ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนใจ แต่ตอนนี้หากไม่บอกสถานการณ์ที่แท้จริงกับองค์ชายใหญ่แล้วทางคุณหนูเกิดเรื่องขึ้นมาคงไม่ดีแน่!
“ฮองเฮาเหลียนรับปากว่าจะช่วยให้คุณหนูเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ ทรงตรัสวันนี้จะทำให้องค์ชายใหญ่เสด็จมาที่สวนทะเลสาบบงกช ขอเพียงคุณหนูเตรียมการแสดงให้ดี…คิดไม่ถึงว่าผู้ที่มากลับเป็นจักรพรรดิเหลียน…”
ประโยคเรียบง่ายเช่นนี้กลับทำให้เฟิ่งหลิงคาดเดาเรื่องทั้งหมดได้ ฝูจีผู้นั้นมิใช่ใจกล้าธรรมดาเสียแล้ว ถึงกับกล้าร่วมมือกับฮองเฮาเชียว…
“ฮองเฮารู้ฐานะของฝูจีหรือไม่?”
สาวใช้ผู้นั้นส่ายหน้า “องค์ชายรีบเสด็จไปเถิด มิเช่นนั้นจะไม่ทันแล้ว…”
ไหนเลยจะรู้ว่าบุรุษเบื้องหน้ากลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เหตุใดองค์ชายเช่นข้าต้องไปด้วยเล่า?” คนของเขาจับตาดูอยู่ในมุมมืดแล้ว ฝูจีไม่อาจทำร้ายเสด็จพ่อได้เป็นอันขาด!
“องค์ชาย?! คุณหนู คุณหนูทำเช่นนี้ล้วนทำเพื่อองค์ชายเพคะ!”
เพื่อเขา? เฟิ่งหลิงหัวเราะเสียงเย็น กล้าร่วมมือกับฮองเฮา ไม่รู้จริงๆ ว่านางคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่หรือโง่งมกันแน่ ที่ผ่านมาวิธีการของฮองเฮาล้วนสกปรกโสมม ยิ่งไม่ต้องกล่าวเลยว่าคนที่ฝูจีต้องการวางแผนใส่ก่อนหน้านี้คือตน ผลกลับกลายเป็นว่าเกิดผิดพลาดจนกลายเป็นเสด็จพ่อ เฟิ่งหลิงไม่ได้มีจิตใจดีงามกว้างขวางขนาดจะลงมือช่วยเหลือเช่นนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น มิแน่ว่าเรื่องนี้อาจมีบางอย่างที่เขาไม่รู้ก็เป็นได้
สรุปแล้วกล่าวได้ประโยคเดียว เขาต้องการให้ฝูจีรับกรรมที่ตนก่อ!
“องค์ชาย! องค์ชาย…อื้อ!”
เฟิ่งหลิงส่งสายตาครั้งหนึ่ง องครักษ์เงาที่อยู่ด้านหลังพลันเข้ามาอุดปากสาวใช้ผู้นั้นอีกครั้ง เขาไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระเหล่านี้อีก เพียงแต่…ทางด้านเสด็จพ่อยังทำให้เขารู้สึกวางใจไม่ลง
ขณะเดียวกัน จักรพรรดิเหลียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดพระองค์จึงชื่นชมการร่ายรำกลางทะเลสาบอย่างสงบเงียบเช่นนี้ พระองค์รู้สึกเพียงว่าในอกร้อนรุ่ม อีกทั้งร่างกายทรงเสน่ห์ของสตรีตรงข้ามได้สลักลึกลงไปในดวงเนตรทั้งสองของพระองค์อย่างลึกล้ำแล้ว
ต่อให้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด แต่พระองค์ไม่สงสัยเลยว่าสตรีผู้นี้ต้องมีใบหน้างดงามล่มแคว้นเป็นแน่
ทางด้านฝูจีกำลังหมุนตัวช้าๆ ราวกับดอกบัวกลางน้ำที่ค่อยๆ เบ่งบาน สังเกตเงาร่างริมฝั่งที่มองมาทางตนอย่างหลงใหล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลำพองใจ
ไม่ว่านายน้อยตระกูลมหาราชครูจะหยิ่งยโสเพียงใด ยามนี้มิใช่ว่าต้องหมอบคลานใต้กระโปรงตนเช่นกันหรือ เขาคงรู้ว่าความงดงามของตนไม่มีผู้ใดเทียบเทียมแล้วกระมัง? คงจะเสียใจที่ตอนแรกดวงตาไร้แววจนเข้าไปพัวพันกับคุณหนูกงซุนแล้วกระมัง? ฐานะของตนสูงศักดิ์เพียงนี้ บุตรีแม่ทัพที่ต่ำต้อยเพียงคนเดียวจะเทียบเคียงได้อย่างไร
แขนเรียวยาวสะบัดออก พลันมีกลีบดอกไม้สีชมพูจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงลงจากฟ้า แขนเสื้อยาวของนางโบกสะบัดอยู่กลางอากาศราวกับสายน้ำไหล เมื่อกระทบลงบนผิวน้ำพลันก่อให้เกิดเสียงกระจ่างชัดไพเราะเสนาะหูดังเป็นระลอก
หยาดน้ำที่สาดกระเซ็นปลิวมาตามลมกระทั่งไหลหยดลงบนพระพักตร์จักรพรรดิเหลียน คละเคล้าไปด้วยกลิ่นหอมของสตรีคล้ายมีคล้ายไม่มี
ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อ บนพระพักตร์ปรากฏรอยสรวลอย่างไม่อาจควบคุม เป็นเพราะสุราบงกชจอกนั้นกระมัง? เพียงจอกเดียวถึงกับทำให้พระองค์รู้สึกเมามายเชียวหรือ
บริเวณฝั่ง ดอกบัวสายน้ำเบ่งบานกลายเป็นทิวทัศน์งาม จักรพรรดิเหลียนค่อยๆ เสด็จเดินเข้าไป ก้มลงหยิบขึ้นมาตามใจดอกหนึ่ง
ดอกบัวขาวบริสุทธิ์สะท้อนสู่ดวงเนตร ในสมองกลับปรากฏใบหน้างดงามล่มแคว้นเมื่อหลายปีก่อน ทั้งๆ ที่รู้ว่านี่เป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง แต่พระองค์กลับไม่ยอมตื่น ยังยินยอมที่จะเชื่อ สตรีในศาลาที่ร่ายรำเพื่อตนเป็นเงาที่นางส่งมาใช่หรือไม่? รู้ว่าตนคำนึงถึงนาง นางก็คำนึงถึงตนเช่นเดียวกันใช่หรือไม่?
เงาร่างของจักรพรรดิเหลียนโอนเอนเล็กน้อย พระองค์ค่อยๆ หมุนตัวเดินจากไป การกระทำเช่นนี้ทำให้ดวงตาของฝูจีปรากฎความแปลกใจอยู่หลายส่วน
เขาจะไปแล้วหรือ?!
ตอนนี้เอง ดนตรีไพเราะหยุดในจังหวะยอดเยี่ยมพอดิบพอดี สตรีกลางทะเลสาบขยับขาเล็กน้อย ทะยานข้ามจากผิวทะเลสาบราวกับนางเซียนที่โบยบินลงมาจากดวงจันทรา แขนเสื้อยาวโบกสะบัดไปตามลมเกิดเป็นวงโค้งราวภาพฝัน งดงามประหนึ่งปีกแมลงปอ
เมื่อนางทะยานถึงฝั่งพลันรีบก้าวเดินไปตามฝีเท้าของบุรุษเบื้องหน้า กำลังคิดจะเอ่ยปาก นางกลับรู้สึกเบื้องหน้าโอนเอน มือแกร่งคู่หนึ่งหมุนกลับมากอดเอวนางแน่น
ร่างทั้งสองหมุนอยู่กับที่รอบหนึ่งในสภาพแนบชิดสนิทกัน แขนเสื้อกว้างบดบังสายตาของกันและกันพอดี ฝูจีคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหันมาโอบกอดนางเช่นนี้ พลันลืมเลือนปฏิกิริยาไปชั่วขณะ
“เป็นเจ้าหรือ?” เสียงนี้แหบต่ำแต่กลับมีแรงดึงดูดที่อยากจะต้านทาน คละเคล้าไปด้วยอารมณ์รักใคร่ที่ทำให้นางใจสั่น
ลมเย็นพัดมา แขนเสื้อที่กั้นขวางระหว่างทั้งสองค่อยๆ ร่วงหล่น ใบหน้าที่ดูแปลกหน้าและคุ้นเคยปรากฏเบื้องหน้านางในที่สุด
ดวงตาของฝูจีหดเกร็ง ทำไม ทำไมจึงเป็นเขาไปได้…
แววตาของจักรพรรดิเหลียนคล้ายไม่มีสติ เต็มไปด้วยความคิดถึงที่อัดแน่น พระองค์ทอดพระเนตรใบหน้าที่ถูกผ้าแพรบดบังไปกว่าครึ่ง ดวงตาเช่นนั้นงดงามเป็นพิเศษ
“เป็นเจ้าหรือ?” พระองค์ตรัสซ้ำอีกครั้ง พระหัตถ์อีกข้างกำดอกบัวที่เก็บขึ้นมาอย่างเบามือ
หัวใจของฝูจีเต้นระรัว รู้สึกประหนึ่งตกจากสวรรค์ลงสู่นรก นางสั่นไปทั้งร่างไม่กล้าขยับ พละกำลังของจักรพรรดิเหลียนมากมายจนน่าตกใจ ราวกับว่าหากพระองค์ปล่อยมือจะสูญเสียของสำคัญไปก็มิปาน
ใบหน้าหล่อเหลาที่ผ่านการขัดเกลาจากกาลเวลาดูทรงเสน่ห์และเด็ดเดี่ยวกว่าเฟิ่งหลิงหลายส่วน
พระองค์ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ คล้ายกับมองผ่านนางไปยังคนอีกผู้หนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่…”
ลมหายใจของบุรุษถาโถมเข้ามายังใบหน้า สติสัมปชัญญะของฝูจีเรียกสตินึกคิดของนางกลับมา กำลังคิดจะใช้มือผลักออก พลันนั้นความอบอุ่นสายหนึ่งกลับแพร่กระจายจากจุดตันเถียนไปยังแขนขาทั้งสี่ ตามมาด้วยอาการชาที่ยากจะต่อต้าน ถึงกับทำให้พลังภายในของนางสลายไปในพริบตา
เดิมทีควรจะตบไปที่อกของจักรพรรดิเหลียนอย่างแรงครั้งหนึ่ง คิดไม่ถึงว่ากลับกลายเป็นอยากปฏิเสธแต่กลับน้อมรับ ชั่วขณะต่อมานางรู้สึกเจ็บปวดที่หลัง ทั้งสองถึงกับล้มลงไปกลางพุ่มดอกบัว ส่วนนางถูกบุรุษด้านบนกดทับ
ลมหายใจของพระองค์เจือไปด้วยกลิ่นสุรา นี่ทำให้ฝูจีคิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่ฮองเฮาสั่งให้คนนำสุรามามอบให้!
ชั่วขณะนี้ฝูจีพลันรู้ว่าตนติดกับแล้ว! ในสุรานั้นถูกผู้อื่นเล่นลูกไม้ ส่วนนางซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องยาถึงกับไม่รู้ตัว! เห็นได้ว่าฮองเฮามีความคิดโหดเหี้ยมเพียงใด จะต้องสั่งให้ผู้ใต้บัญชาวางยาพิษโดยที่นางไม่รู้เป็นแน่!
และพิษชนิดนี้ทำให้ฝูจีรู้สึกถึงความหวาดกลัวได้ในที่สุด
MooOaun
สมน้ำหน้า 555+
Venus36
สมน่ำหน้า กรรมตามสนอง หึ ไม่ประมาณตนเสียเลย หากองค์ชายชอบคงชอบไปนานแล้ว มั่นใจหน้าตามากไม่ใช่เหรอ คิดอุบายต่างๆ สมควร แต่ไม่อยากให้จักพรรดิเหลียนเพรี่ยงพล้ำเลย