หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 785 ความรักลึกซึ้ง
เล่มที่ 27 ตอนที่ 785 ความรักลึกซึ้ง
ไม่ว่าฮองเฮาจะอดทนอดกลั้นเพียงใด แต่ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ความรักที่พระนางมีต่อฝ่าบาทยังคงยากจะปกปิด
แม่นมทอดถอนใจ จู่ๆ ราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้จึงรีบวิ่งตามไป “เหนียงเหนียง พระนางเสด็จไปไม่ได้นะเพคะ หากพระนางเสด็จไป…” อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลงเหลือไว้ให้นางมีเพียงชายฉลองพระองค์ที่หายไปในมุมหนึ่ง “…หากทรงเสด็จไป มิใช่ฝ่าบาทจะทรงทราบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระนางหรือ…”
“ฝ่าบาท นี่พระองค์…”
เงาร่างโอนเอนร่างหนึ่งทะยานเข้ามาท่ามกลางสายตาของข้าราชบริพาร ไม่นานก็มีขันทีเดินเข้ามาประคองจักรพรรดิเหลียน ชั่วขณะที่แตะถูกหลังพระหัตถ์โดยไม่ทันระวังทำให้ขันทีผู้นั้นตกใจขึ้นมาโดยพลัน “ฝ่าบาท เหตุใดพระหัตถ์ของพระองค์จึงร้อนเพียงนี้? ใครก็ได้รีบไปตามหมอหลวงเร็วเข้า…”
ทว่าจักรพรรดิเหลียนกลับยื่นมือไปหยุดความตื่นตระหนกของเขาเอาไว้ พระโอษฐ์ขาวซีดขยับเล็กน้อย “เจิ้นไม่เป็นไร สั่งให้คน…ไปเตรียมน้ำให้เจิ้นแช่…”
“ฝ่าบาท…”
เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ดูผิดปกติ ขันทีใหญ่พลันต้องขมวดคิ้ว “ยังมัวตะลึงอะไรกันอยู่ รีบเตรียมน้ำให้ฝ่าบาทแช่เร็วเข้า!”
จักรพรรดิเหลียนรู้สึกฝีเท้าของตนหนักอึ้งยิ่งนัก ในพระหัตถ์กำกระดาษแผ่นนั้นแน่น ราวกับกำลังกำความเชื่อมั่นบางอย่างไว้ก็มิปาน
พระองค์ลากพระวรกายอันร้อนรุ่มและเหนื่อยล้าไปนั่งลงข้างเตียงช้าๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกด้วยความสั่นเทา ทอดพระเนตรไปยังกลอนที่ทำให้คิดคำนึง
“ฉินเอ๋อร์ วันนี้มีคนใช้ประโยชน์จากความรักที่เจิ้นมีต่อเจ้าอีกแล้ว…”
ดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนลึกล้ำแต่กลับเจือไปด้วยความเจ็บปวด ใช่แล้ว เหตุใดทั้งๆ ทุกคนต่างรู้ดีว่าพระองค์ไม่อาจลืมนาง มีเพียงนางผู้เดียว…แต่นางกลับโหดเหี้ยมละทิ้งพระองค์ไว้เบื้องหลังนานหลายปีเพียงนี้ หรือนางจะซ่อนอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของโลกอย่างสงบ มองไม่เห็นเท่ากับไม่รู้ว่าตนกำลังรอนางอยู่เช่นนั้นหรือ?
เพียงแต่วันนี้ ตนเกือบจะทำพลาดไปแล้ว
พระองค์ไม่อยากแตะต้องสตรีอื่น เพียงพระองค์เข้าใกล้ก็ทำให้พระองค์คิดถึงใบหน้างดงามของนาง
หากจะกล่าวว่าในฐานะที่เป็นจักรพรรดิจำเป็นต้องเลือกรับนางสนมเพื่อถ่วงดุลอำนาจแต่ละฝ่ายในราชสำนัก แต่วันนี้พระองค์เข้าใจแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจเทียบได้กับรอยยิ้มของนางเพียงผู้เดียว
“เจ้ากำลังตำหนิเจิ้นใช่หรือไม่?”
ตอนแรกตนเคยสาบานว่าจะปกป้องความปลอดภัยของนาง จะเป็นไหล่ที่นางพึ่งพิงได้ แต่ภายหลังเล่า ตนยังคงพ่ายแพ้ให้เสด็จพ่อ ดังนั้นนางจึงไปจากตน ใช่หรือไม่?
“เหตุใดเจ้า…โหดร้ายเช่นนี้…เจ้าโกรธเจิ้น เจ้าก็บอกเจิ้นได้ เจ้าสามารถโวยวายได้ แต่เหตุใด…กลับไปโดยไม่ลา…”
จักรพรรดิเหลียนตรัสกับกระดาษแผ่นนั้น สุรเสียงอันสั่นไหวดังก้องไปทั่วตำหนักประทับอันกว้างใหญ่
“เจิ้นไม่เกลียดเจ้า เจิ้นไม่เกลียดเจ้าจริงๆ เจิ้นรักเจ้า ดังนั้น…อย่าซ่อนตัวอีกได้หรือไม่ ออกมาเถิด…”
หางตาของจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก พระองค์กำกระดาษแผ่นนั้นแน่น กดลงบนหน้าผากของตนอย่างลึกล้ำราวกับเก็บซ่อนความเศร้าอันยิ่งใหญ่เอาไว้ก็มิปาน
ความร้อนรุ่มในพระวรกายรุนแรงยิ่งขึ้นตามความผันผวนของอารมณ์ ในพระศอมีโลหิตทะลักออกมา พระองค์กล้ำกลืนเข้าไปอย่างอดทน
ดูเหมือนจักรพรรดิเหลียนจะไม่สนใจว่าร่างกายของตนจะได้รับความทรมานเช่นไร ต่อให้เจ็บปวดลึกล้ำยิ่งกว่านี้ก็เทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในใจ
เขาผิดไปแล้ว เขาผิดไปแล้วจริงๆ ตอนแรกควรยอมทิ้งตำแหน่งจักรพรรดิออกท่องเที่ยวพเนจรไปด้วยกันกับนาง เพียงแต่เสียใจภายหลังแล้วอย่างไรเล่า? กระทั่งโอกาสจะขอโทษ นางก็ยังไม่มอบให้…
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ จักรพรรดิเหลียนพลันนึกไปถึงคำว่าลาจากชั่วนิรันดร์ มิแน่ว่าจนกระทั่งตนแก่ตาย นางก็ไม่ยอมโผล่ออกมาอีกกระมัง?
ไม่! ไม่! วันเวลาเช่นนี้นับเป็นนรกบนโลกมนุษย์อย่างแท้จริง!
เสียงเคร้งดังขึ้น จักรพรรดิเหลียนกวาดของทั้งหมดบนโต๊ะลงโดยพลัน การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดขันทีใหญ่ที่กำลังเฝ้าอยู่ด้านนอก เขารีบวิ่งเข้ามา แต่กลับเห็นบุรุษผู้นั้นมีท่าทางประหนึ่งสัตว์ร้าย ทำให้เขาตกใจจนไม่กล้าเข้าใกล้
“เร็วเข้า ยังเตรียมน้ำร้อนไม่เสร็จอีกหรือ?!” บางทีตอนนี้คงต้องให้ฝ่าบาทแช่น้ำให้สติแจ่มชัดจึงจะเป็นการดี
“เรียนท่านกงกง เพิ่งเตรียมเสร็จขอรับ”
ขันทีใหญ่ผ่อนคลายลง จากนั้นจึงเดินเข้าไป “ฝ่าบาทเตรียมน้ำร้อนเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ บ่าวจะประคองพระองค์…”
“ไม่จำเป็น…”
จักรพรรดิเหลียนยันเข่าลุกขึ้นยืน อย่างไรก็ตาม ทุกย่างก้าวทำให้ขันทีใหญ่รู้สึกร้อนใจยิ่งนัก วันนี้ฝ่าบาทเป็นอะไรกันแน่ ท่าทีเช่นนี้ทำให้ผู้อื่นตกใจจริงๆ
หลังฉากกั้นลมมีควันสีขาวลอยออกมา ไอน้ำอุ่นร้อนถาโถมมายังใบหน้า
ฉลองพระองค์สีเหลืองสว่างถูกปลดออกทีละชิ้น จากนั้นตามมาด้วยเสียงน้ำระลอกหนึ่ง
ขันทีใหญ่ไม่กล้าจากไป ทำได้เพียงเฝ้าอยู่ด้านนอกเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขายังคงสังเกตการเคลื่อนไหวด้านในอย่างสงบ หากไม่มีเสียง เขาจำเป็นต้องรีบวิ่งเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของฝ่าบาท
ในสมองของจักรพรรดิเหลียนย้อนนึกไปถึงทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างไม่อาจควบคุม ความร้อนในกายแผ่ปกคลุมอย่างรุนแรง พระองค์กำหมัดกัดฟันแน่น พยายามรักษาสติสัมปชัญญะของตนเอาไว้
ไม่ทราบว่ามีคนมากน้อยเพียงใดกำลังรอดูเรื่องน่าขันของเขา? ลูกไม้เช่นนี้เขาเห็นมามากแล้ว เขาไม่ยอมแพ้ให้วิธีการชั่วร้ายเช่นนี้แน่!
เพียงแต่ฤทธิ์ของยารุนแรงยิ่งนัก เขาใช้น้ำตบลงบนแก้มของตนไม่หยุด ทุกครั้งราวกับต้องพยายามเต็มที่ถึงจะทำให้ตนรักษาสติสัมปชัญญะไม่เผยความอับอายออกไปได้
“ฝ่าบาท พระองค์ พระองค์ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
เสียงนี้ดังขึ้นทำให้ขันทีที่อยู่ด้านนอกตกใจ ตอนนี้เอง ด้านหลังกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง
“เสด็จพ่ออยู่ด้านในหรือ?”
“เอ๋? องค์ชายใหญ่ พระองค์เสด็จมาได้พอดี…ฝ่าบาทกำลังแช่น้ำอยู่พ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่ยอมให้บ่าวไพร่ไปปรนนิบัติ บ่าวเป็นห่วง…” สีหน้าของขันทีใหญ่ดูแปลกประหลาด เนื่องจากเมื่อครู่นี้สีพระพักตร์ของจักรพรรดิเหลียนแดงระเรื่อ อย่างไรก็ตามเขาไม่อาจพูดมากเกินไปนัก
เฟิ่งหลิงเห็นทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตาของตน ย่อมรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เขาส่งสายตาให้ขันทีรั้งอยู่แล้วเดินก้าวเข้าไปด้านใน
เสียงประตูถูกเปิดออกดังขึ้น เฟิ่งหลิงขมวดคิ้ว มองไปยังอาภรณ์ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เมื่อเดินผ่านฉากกั้นลมนั้นไป พบว่าแผ่นหลังพร่าเลือนกำลังพิงแผ่นหินในสระ ท่าทางดูเหนื่อยล้ายิ่งนัก
“เจ้ามาทำไม?”
สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนแหบพร่าอยู่บ้าง เฟิ่งหลิงค่อยๆ เดินเข้าไป สายตาหยุดอยู่บนโลหิตบริเวณจมูกทั้งสองสายที่ถูกเช็ดจนพร่าเลือน “เสด็จพ่อ ท่านถูกพิษ!”
บุรุษในน้ำใช้มือเช็ดออกตามใจ “พ่อไม่เป็นไร เจ้าออกไปเถิด” ตนยังไม่ถึงเวลาให้เจ้าเด็กหน้าเหม็นนี่มาเป็นห่วง เพียงแค่ยาปลุกกำหนัดเล็กน้อยเท่านั้น
“ลูกจะไปเรียกนางสนมมาคนหนึ่ง…”
“ไม่ต้อง! เจิ้นไม่อยากเห็นพวกนาง”
หากต้องการสตรีจริงๆ เมื่อครู่พระองค์คงไม่หยุดมือ พระองค์ไม่อยากให้นางเห็นพระองค์พัวพันกับสตรีอื่น ดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนหยุดอยู่บนกระดาษที่พระองค์วางไว้ในมุมหนึ่ง แม้จะกล่าวว่าตอนแรกตนถูกกลอนบทนี้ดึงดูด แต่ภายหลังกลับเป็นมันที่ทำให้พระองค์ได้สติ
เฟิ่งหลิงทราบดีว่าจักรพรรดิเหลียนไม่อยากให้ตนเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ แต่หากจะจากไปก็ยังไม่วางใจ เขาจึงถอยออกมายืนพิงกำแพงอยู่ในมุมหนึ่งอย่างเงียบงัน หลับตาทั้งสองลงยืนกอดอกอยู่บริเวณนั้นราวกับองครักษ์คอยคุ้มครองก็มิปาน จักรพรรดิเหลียนก็ไม่มองเขาอีก ทำเพียงกัดฟันนิ่ง อดทนกับความร้อนอันรุนแรงที่โจมตีอยู่ในร่างกายแต่ระลอก
ความอุ่นของน้ำค่อยๆ ลดลง แต่พระวรกายของจักรพรรดิเหลียนยังคงแดงก่ำหาใดเปรียบ
“ใครก็ได้ เตรียมน้ำเย็น!”
เสียงนี้เจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่หลายส่วน ขันทีที่อยู่ด้านนอกตื่นตะลึง น้ำเย็นหรือ?! “บ่าว บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้…”
เฟิ่งหลิงขมวดคิ้วเบาๆ มองไปยังแผ่นหลังอันหดเกร็งของจักรพรรดิเหลียน เขารู้ว่าเสด็จพ่ออดทนจนถึงขีดจำกัดแล้ว
“อา! ฮองเฮา…”
เงาร่างที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของผู้อื่นปรากฏตัวขึ้นบนระเบียงทางเดิน สาวเท้าเร็วรี่ตรงไปยังตำหนักประทับของจักรพรรดิเหลียน
“เหนียงเหนียง ยามนี้ฝ่าบาทกำลังแช่น้ำพ่ะย่ะค่ะ บ่าวจะไปรายงานก่อน…”
“หลีกไป!” ไหนเลยจะรู้ว่าฮองเฮากลับไม่มีท่าทีสง่างามสูงศักดิ์เฉกเช่นยามปกติ ถึงกับผลักขันทีน้อยที่ขวางอยู่เบื้องหน้าออก
ด้านหน้าคือประตูที่ปิดสนิท ขวางกั้นสายตาของพระนาง
ขันทีใหญ่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ “บ่าวถวายพระพรฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง พระนาง..”
“ฝ่าบาทประทับอยู่ด้านในหรือ?” ฮองเฮามีท่าทางราวกับต้องการบุกเข้าไป ทำให้ขันทีใหญ่ตกใจจนรีบเข้ามาขวางเบื้องหน้าพระนาง “เหนียงเหนียง ฝ่าบาทกำลังแช่น้ำพ่ะย่ะค่ะ…”
ฮองเฮาราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ด้านในมีสนมอยู่ด้วยหรือไม่?”
สนม? ขันทีใหญ่เข้าใจได้โดยพลันว่าพระนางหมายถึงอะไรจึงรีบส่ายหน้า
ไม่มีสนมอยู่ด้วย…ฮองเฮารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากนั้นจึงผลักร่างเขาออก “ฝ่าบาทเพคะ ฝ่าบาท…”
จักรพรรดิเหลียนที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงเคลื่อนไหวด้านนอกนานแล้ว ทว่าพระองค์ในยามนี้กลับไม่คิดจะตอบ
“เหนียงเหนียง พระนางเข้าไปไม่ได้…หากฝ่าบาททรงตำหนิลงมาจะทำเช่นไร…”
“ฝ่าบาท หม่อมฉันจะตามหมอหลวงให้ฝ่าบาท…”
สายตาเย็นยะเยือกของเฟิ่งหลิงหยุดอยู่บนเงาร่างที่เคลื่อนไหวไปมานอกประตู ฮองเฮาถึงกับกล้าปรากฏตัวในเวลาเช่นนี้เชียว ตามหมอหลวงหรือ? พระนางไม่คิดจะปิดบังเรื่องที่ตนกระทำเลยหรือไร…
“เจ้ามาทำอันใด? ออกไป!”
สุรเสียงอันโกรธเกรี้ยวดังขึ้นจากด้านใน ทว่าไหนเลยฮองเฮาจะใส่ใจมากเพียงนั้น “ฝ่าบาท พระวรกายของพระองค์สำคัญยิ่ง หม่อมฉันจะตามสนมมานางหนึ่ง…”
“ออกไป เจิ้นไม่ได้เรียกเจ้ามาพบ หากเจ้ากล้าเข้ามา เจิ้นจะตัดหัวเจ้าเสีย!”
จักรพรรดิเหลียนกล่าวคำพูดเช่นนี้กับฮองเฮาน้อยมาก แต่ฮองเฮาทราบดีว่าฝ่าบาทอดทนกับนางมานานแล้ว ตอนนี้ความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดไม่นับเป็นอะไรได้อีก พระนางรู้ดีว่าหากไม่หาสตรีมาแก้พิษให้ฝ่าบาท เป็นไปได้ว่า….
“เหนียงเหนียงโปรดวางพระทัย องค์ชายใหญ่อยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ…” ขันทีใหญ่ด้านข้างกล่าวเตือน เขารู้ว่าฮองเฮาและองค์ชายใหญ่เป็นดั่งน้ำกับไฟที่ไม่อาจอยู่ร่วมกัน บางทีการกล่าวเช่นนี้อาจทำให้ฮองเฮาลำบากพระทัยจนถอยกลับไปได้กระมัง?
องค์ชายใหญ่? เขาอยู่ด้านในหรือ? หรือว่าวันนี้เป็นเขาที่ทำลายเรื่องดีๆ ของนาง…
หากวันนี้ฝ่าบาทโปรดปรานเด็กสาวผู้นั้นคงไม่มีเรื่องเช่นนี้แล้ว! ช่างเป็นบุตรอกตัญญูจริงๆ!
ฮองเฮาไม่ยอมจากไป พระนางไม่เข้าใจว่าจักรพรรดิเหลียนยืนหยัดเพียงนี้เพื่ออะไร ตอนนี้เอง เสียงประตูเปิดออกดังขึ้น บุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาพร้อมด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือก
เฟิ่งหลิงเอ่ยกับคนเบื้องหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย “เชิญฮองเฮาเสด็จกลับไปเถิด เสด็จพ่อ…ทรงกำลังพักผ่อน” สายตาของเขาราวกับคมมีด จับจ้องอยู่บนพระพักตร์ของฮองเฮาเช่นนั้น อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายไม่ใคร่จะหวาดกลัวการมองสำรวจของเขา “อาการของฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ทำไมหรือ? ฮองเฮาทรงกระทำเช่นนี้ กระหม่อมไม่ค่อยเข้าใจจริงๆ” ทั้งๆ ที่ผู้บงการคือนาง ตอนนี้กลับมาเยี่ยมเสด็จพ่ออีก “หรือจะกล่าวว่าฮองเฮาคิดจะใช้ตัวเองแก้พิษ?” ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความถากถางอย่างเข้มข้น
“เจ้า…”
“ให้นางไปเสีย! เจิ้นไม่อยากเห็นนางอีก!”
อะไรนะ?! ท่าทีของฮองเฮาแข็งค้าง ฝ่าเท้าถูกตรึงอยู่ที่พื้นโดยพลัน
ความสับสนวุ่นวายในสมองเกาะกันเป็นกลุ่มก้อน คำพูดประโยคนี้ของจักรพรรดิเหลียนทำให้ฮองเฮาค่อยๆ สงบลง ใช่แล้ว นี่ตนกำลังทำอะไร โง่งมยิ่งนัก! ตลอดมาฝ่าบาทไม่ต้องการเจตนาดีของนาง เหตุใดต้องมาทำให้ตนอับอายที่นี่ด้วย?
แต่ความรู้สึกในใจ มีเพียงฮองเฮาที่เข้าใจชัดเจน
Venus36
สมน้ำหน้าฮองเฮา