หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 793 เติ้งซื่อเข้าวัง
เล่มที่ 27 ตอนที่ 793 เติ้งซื่อเข้าวัง
ภายในห้อง อวี๋เฟยสวมใส่อาภรณ์ของตนด้วยสีหน้าหนักอึ้ง นางเข้าใจร่างกายของตนดีเป็นที่สุด นอกจากบาดแผลที่ถูกพันแผลอย่างดีแล้วก็ไม่มีความผิดปกติอื่นใด เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนในวังคงรู้กันหมดแล้วกระมังว่าตนใช้ความบริสุทธิ์ไปใส่ร้ายองค์ชายใหญ่? มิเช่นนั้นเหตุใดจึงตรวจไม่พบร่องรอยการถูกข่มเหงเล่า
ดวงตาแดงก่ำ อวี๋เฟยพยายามอดกลั้นความรู้สึกอยุติธรรมในใจ คิดไม่ถึงว่าทำถึงขั้นนี้แล้วสุดท้ายยังล้มเหลวในมือของตน ไม่เพียงแต่จะได้รับความลำบากอย่างเปล่าประโยชน์ ยามนี้ยังอาจทำให้คุณหนูถูกพบร่องรอยก็เป็นได้ องค์ชายใหญ่จะกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงไปได้อย่างไร? เกรงว่าเขาคงกำลังรวบรวมหลักฐาน หรือบางทีอาจรอโอกาสดึงคุณหนูออกมากระมัง
คนแรกที่ตนได้พบยามฟื้นขึ้นมาก็คือคุณหนูกงซุน เมื่อย้อนคิดไปถึงสายตาลึกล้ำไม่อาจคาดเดาของนาง อวี๋เฟยจึงรู้ว่าในช่วงเวลาที่ตนสลบไป คุณหนูกงซุนคงจัดการร่างกายของนางเรียบร้อยแล้ว มิเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่เหลือร่องรอยเล่า นางกล่าวอย่างมั่นใจว่าตนเข้าใจองค์ชายใหญ่ผิดไป เช่นนั้นคนอื่นจะคิดอย่างไรย่อมสามารถจินตนาการได้เลยทีเดียว
อวี๋เฟยรู้ว่าในฐานะที่ตนเป็นหมากของตระกูลหวายหวังมาหลายปี บางทีเมื่อผ่านวันนี้ไปคงไม่มีประโยชน์ให้ใช้งานอีก เมื่อชื่อเสียงถูกทำลาย นางย่อมไม่อาจเป็นสนมอยู่ในวังได้อีกต่อไป เช่นนั้นสิ่งที่รอนางอยู่คงมีความตายเพียงอย่างเดียว
ประเดี๋ยวก่อน ความตาย?! ในดวงตาของอวี๋เฟยมีประกายมืดครึ้มพาดผ่าน นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังคานที่อยู่สูงขึ้นไป มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น
“ระยะนี้จับตาดูอวี๋เฟยให้ดี หากมีผู้ใดเข้าไปเยี่ยมให้รีบมารายงานทันที” เฟิ่งหลิงได้ยินคำพูดของอวิ๋นซูพลันคิดได้ว่าฝูจีจะต้องหาวิธีไปพบอวี๋เฟยเป็นแน่ เพื่อถามให้ชัดเจนว่าเหตุใดจึงล้มเหลวได้ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาจะจับนาง เมื่อถึงตอนนั้นจะคุมตัวไปให้เสด็จพ่อหรือจะส่งออกนอกวังค่อยหารือกันอีกครั้ง
องครักษ์คารวะอย่างนอบน้อม “พ่ะย่ะค่ะ!”
คิดไม่ถึงว่ายามนี้หลานอวิ๋นกลับวิ่งมาด้วยท่าทีกระวนกระวาย
“องค์ชาย แย่แล้ว อวี๋เฟยนาง…”
ขณะเดียวกันห้องที่อวี๋เฟยอาศัยอยู่เต็มไปด้วยผู้คน บนคานมีผ้าแพรขาวแขวนอยู่
“อวี๋เฟยฆ่าตัวตายหรือ!”
“ใช่แล้ว! ฝ่าบาทไม่เชื่อคำพูดของอวี๋เฟย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดคงใช้ความตายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนทั้งสิ้น!” ข้าราชบริพารไม่น้อยที่อยู่ด้านนอกพากันกระซิบกระซาบ เดิมทีพวกเขายังรู้สึกราวกับเป็นเรื่องน่าขัน แต่ยามนี้ทุกคนเปลี่ยนไปเห็นใจอวี๋เฟยขึ้นมาแล้ว อีกทั้งยังคิดว่าองค์ชายใหญ่อาจกระทำจริงๆ ก็เป็นได้ มิฉะนั้นอยู่ดีๆ เหตุใดจึงต้องฆ่าตัวตายด้วยเล่า? ทั้งยังมีคนกล่าวว่าคราวนี้ผู้ที่ตรวจร่างกายให้อวี๋เฟยคือคุณหนูกงซุน คุณหนูกงซุนเป็นว่าที่พระชายาองค์ชายใหญ่ อาจลงมืออันใดเพื่อช่วยองค์ชายใหญ่ปิดบังเรื่องนี้ก็เป็นได้ นับเป็นการบีบบังคับให้อวี๋เฟยต้องผูกคอตาย ทำให้ผู้คนรู้สึกถอนใจจริงๆ
จักรพรรดิเหลียนได้ยินข่าวลือเช่นนี้จึงรีบเสด็จมาด้วยความร้อนพระทัย พบเข้ากับฮองเฮาพอดี
อวิ๋นซูนั่งอยู่ข้างเตียง ใช้มือจับชีพจรของอวี๋เฟย สตรีอ่อนแอใบหน้าขาวซีดกำลังหลับตา ราวกับเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายก็มิปาน
“อวี๋เฟยเป็นอย่างไรบ้าง?” สุรเสียงของฮองเฮาเย็นยะเยือก อย่างไรก็ตามในพระเนตรกลับมีประกายความสาสมใจที่ผู้อื่นมองไม่ออก
คราวนี้อวี๋เฟยตายได้ดียิ่งนัก ต่อให้องค์ชายใหญ่จะมีหลักฐานมากเพียงใดก็ยากจะหลุดพ้นจากการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสตรีผู้หนึ่งไปได้
อวิ๋นซูค่อยๆ ลุกขึ้นยืนคารวะให้จักรพรรดิเหลียนและฮองเฮา “โชคดีที่นางข้าหลวงมาพบทันเวลา อวี๋เฟยไม่เป็นไรแล้วเพคะ”
จักรพรรดิเหลียนถอนพระปัสสาสะ โชคยังดี มิเช่นนั้นคงเป็นรอยด่างพร้อยชั่วชีวิตของหลิงเอ๋อร์อย่างไม่อาจแก้ไข
“หึ คำพูดอันใดของคุณหนูกงซุนกัน อวี๋เฟยเกือบตายแล้ว เชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่คุณหนูกงซุนอยากเห็นมากที่สุดกระมัง?” พระดำรัสของฮองเฮาเจือไปด้วยเจตนาถากถาง อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้น มองไปยังพระนางด้วยท่าทีสงบนิ่ง “หม่อมฉันไม่เข้าใจความหมายของเหนียงเหนียงเพคะ ในฐานะที่เป็นหมอ ย่อมต้องช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างสุดความสามารถ”
“ช่วยชีวิตคนได้ดียิ่งนัก…”
“เอาล่ะฮองเฮา! อวี๋เฟยเพียงคิดไม่ตก เหตุใดต้องทำให้คุณหนูกงซุนลำบากใจด้วย? คนไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” จักรพรรดิเหลียนไม่อยากให้ฮองเฮาใช้โอกาสนี้ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จึงรีบขัดพระนาง
“ฝ่าบาท!กระทั่งมดแมลงยังรักชีวิตของพวกมัน นับประสาอะไรกับมนุษย์ หากไม่ใช่ว่าได้รับความอยุติธรรมยิ่งใหญ่คับฟ้า อวี๋เฟยจะคิดไม่ตกเช่นนี้ได้อย่างไร? หม่อมฉันปวดใจยิ่งนัก ไม่เหมือนใครบางคนที่ทำได้เพียงพูดจาเยาะเย้ยถากถาง” ฮองเฮาปลายพระเนตรมองไปยังอวิ๋นซูอย่างลึกล้ำ ไม่ปกปิดความหมายในคำพูดแม้แต่น้อย
จักรพรรดิเหลียนไม่ตรัสคำใด ในห้องจมลงสู่บรรยากาศอันแปลกประหลาด
ฮองเฮากลัวว่าโอกาสอันดีเช่นนี้จะถูกจักรพรรดิเหลียนทำให้ผ่านเลยไปอีกครั้ง “ฝ่าบาท อวี๋เฟยใช้ความตายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากฝ่าบาทยังลำเอียงเข้าข้างองค์ชายใหญ่ เกรงว่าคงยากจะทำให้ผู้คนนับถือ! ใช่แล้ว อวี๋เฟยไม่มีพื้นเพอันใดจริงๆ หากข่าวลือแพร่ออกไปเกรงว่าชาวประชาจะคิดว่าราชวงศ์ของพวกเรารังแกประชาชน เข้าข้างพรรคพวกของตนเอง!”
ฮองเฮาลากดึงความผิดมามากมายเพียงนี้กลับทำให้จักรพรรดิเหลียนมีพระพักตร์โกรธเกรี้ยว
“หากกระทำเรื่องใดล้วนใช้อารมณ์โดยมิยอมสนใจหลักฐานเช่นฮองเฮา ใต้หล้าจะไม่วุ่นวายหมดหรือ?!”
“ฝะ ฝ่าบาท…”
จักรพรรดิเหลียนสรวลเล็กน้อย “โชคดี โชคดีที่ห้องเอามิใช่เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม มิเช่นนั้นจะมีผู้ถูกใส่ร้ายปรากฏออกมามากน้อยเพียงใด?” เมื่อตรัสเช่นนี้จบ ฮองเฮาพลันพระพักตร์เปลี่ยนสี เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่นานพระนางเพิ่งได้ข่าวว่าญาติผู้น้องจากบ้านเดิมของพระนางซึ่งมีฐานะเป็นข้าราชการระดับสูงผู้ปกครองแปดเมืองถูกฝ่าบาทเรียกตัวมา เพราะขุนนางคนสนิทผู้หนึ่งใช้อำนาจเข้ายึดจวนหลายแห่ง ทั้งยังสั่งให้คนลอบสังหารคนในจวนร่ำรวยแห่งนั้นทั้งหมด คิดไม่ถึงว่ากลับมีปลารอดแหออกมาได้ ผู้โชคดีของตระกูลนั้นจึงฟ้องร้องต่อข้าราชการผู้ปกครองแปดเมือง แต่กลับถูกจับเข้าคุก
บนโลกใบนี้ไม่มีกำแพงใดที่ลมไม่อาจพัดผ่าน ฝ่าบาทวางหูตาไว้ในหมู่ประชาชนนานแล้ว เรื่องนี้จึงไม่อาจรอดพ้นไปได้ ตอนนี้ญาติผู้น้องของฮองเฮาถูกไต่สวนและปลดออกจากตำแหน่ง แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันเป็นวงกว้าง แม้คนบ้านเดิมของฮองเฮาจะร้อนใจแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าออกมาช่วยเหลือด้วยเกรงว่าจะนำพาความยุ่งยากเข้ามา ยามนี้มิใช่ว่าฝ่าบาททรงตรัสถึงเรื่องนี้หรือ?
ฮองเฮาทรงสรวลอย่างกระอักกระอ่วน “หม่อมฉันเพียงปวดใจแทนอวี๋เฟยเท่านั้นเพคะ แน่นอนว่าฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ ย่อมไม่ปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายเป็นอันขาด”
“นี่ย่อมเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว เมื่อมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเจิ้นย่อมไม่ตัดสินโดยเห็นแก่พวกพ้องเป็นแน่ หากมีผู้ใดคิดใช้ความตายมาบีบบังคับ เจิ้นก็ไม่คิดเมตตา! ฮองเฮากล่าวว่าอวี๋เฟยใช้ความตายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่เจิ้นเห็นว่านางทนความอับอายไม่ไหวจึงต้องฆ่าตัวตาย ไม่ลงโทษนับเป็นความเมตตาที่สุดของเจิ้นแล้ว ฮองเฮาคิดเห็นอย่างไร?” พระหัตถ์ของจักรพรรดิเหลียนไพล่อยู่ด้านหลัง ไม่ทอดพระเนตรไปที่ห้องเอาแม้เพียงสายตา ไม่ปกปิดเจตนาในคำพูดแม้แต่น้อย
เรื่องจึงจบลงเช่นนี้ หากอวี๋เฟยยังต้องการตายเช่นนั้นก็ปล่อยให้นางตายไปเถิด ขอเพียงไม่มีข้อพิสูจน์เพียงพอว่าองค์ชายใหญ่ข่มเหงนางจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หากเล่นลูกไม้อันใดอีกจะได้รับโทษอย่างแรง!
ฮองเฮาพยายามสรวลออกมา “ฝ่าบาท…ทรงพระปรีชายิ่งนัก” ไหนเลยพระนางจะกล้าตรัสคำใดอีก ฝ่าบาทนำเรื่องญาติผู้น้องมาข่มขู่พระนางอย่างชัดเจนแล้ว เหตุใดฮองเฮาจะฟังไม่ออก ต่อให้รู้สึกกล่าวโทษและไม่ยินยอมเพียงใดก็ทำได้เพียงกล้ำกลืนกลับไปในท้อง
ภายในสวนแห่งหนึ่งในพระราชวัง
“คุณหนู อวี๋เฟยถูกจับตามองอย่างเคร่งครัด จักรพรรดิเหลียนไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเยี่ยมแล้วเจ้าค่ะ”
ฝูจีแย้มยิ้มเย็นชา “นับว่านางยังรู้จักประมาณตนอยู่บ้าง รู้ว่าไม่มีหน้ามาพบข้า หากตายไปจริงๆ นับว่าเป็นการหลุดพ้นอย่างชาญฉลาด เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำให้เขาได้ลิ้มรสความเจ็บปวด!”
“คุณหนูเจ้าคะ ตอนนี้ในวังมีข่าวลือเกี่ยวกับพฤติกรรมขององค์ชายใหญ่ไม่น้อย ทั้งยังมีคุณหนูกงซุนผู้นั้นด้วย คนไม่น้อยเห็นนางล้วนเดินหลีกทางไปไกล คล้ายกับเห็นดาวโชคร้ายอย่างไรก็มิปาน”
ในพระราชวังเกิดเรื่องติดต่อกันครั้งแล้วครั้งเล่า ล้วนเกิดหลังจากองค์ชายใหญ่ได้รับพระราชทานสมรส ผู้ที่มีความรู้สึกเฉียบแหลมเสียหน่อยย่อมคิดได้ว่าเกี่ยวข้องกับคุณหนูกงซุนอย่างไม่อาจปฏิเสธ แม้จะไม่ทำให้พวกเขาได้รับความลำบากจริงๆ แต่เรื่องยุ่งยากก็ยังมีไม่น้อย
ฝูจีราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ไม่ต้องสนใจอวี๋เฟยชั่วคราว” จะอย่างไรภายภาคหน้าหมากตัวนี้ก็ไม่มีประโยชน์มากนัก
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
“ช่วงนี้หากไม่มีเรื่องสำคัญใดก็อย่าได้รบกวนข้า” นางต้องการเวลาสงบใจสักหลายวัน คิดให้ดีว่าก้าวต่อไปจะทำเช่นไร รอคอยโอกาสอย่างสงบ
…
วันนี้ในตำหนักอวี้กุ้ยเฟยมีแขกมาเยือน
“อา ท่านพี่! ท่านพี่!” สตรีนางหนึ่งสวมอาภรณ์สีม่วงที่ถักทอจากผ้าไหมหลิงหัว ประดับประดาเครื่องประดับล้ำค่าทั่วทั้งร่าง เมื่อเห็นอวี้กุ้ยเฟยก็รีบเดินเข้ามาด้วยท่าทีเป็นมิตร “ท่านพี่ไม่ได้พบกันนาน คิดถึงท่านพี่ยิ่งนัก!”
“เหตุใดวันนี้น้องจึงมีเวลาเข้าวังได้?” ต้องทราบว่าตระกูลลู่อยู่ห่างจากเมืองหลวงระยะหนึ่ง อวี้กุ้ยเฟยมองไปยังของขวัญแต่ละกล่องที่อยู่บริเวณประตู ในใจไม่มีความรู้สึกยินดีมากนัก
ผู้มาเยือนคือฮูหยินของนายท่านตระกูลลู่ เติ้งซื่อ น้องสาวแท้ๆ ของอวี้กุ้ยเฟย
“น้องอยากเข้าวังมาเยี่ยมท่านพี่นานแล้วเจ้าค่ะ! เพียงแต่น่าเสียดาย เซิ่งอวิ๋นผู้นั้นไม่เอาไหน นำความยุ่งยากมาให้ท่านพี่แล้ว น้องกลับไปจะสั่งสอนเขาให้ดีๆ ไม่สิ ก่อนหน้านี้เขาถูกบิดาของเขาตีจนขาหัก ทำได้เพียงรักษาตัวอยู่ในจวนดีๆ แล้ว! รอให้บาดแผลหายดีเสียก่อนน้องจะให้เขามาขออภัยท่านพี่เป็นแน่!”
“ไม่จำเป็น ในเมื่อขาเจ็บก็ให้เขารักษาตัวอยู่ดีๆ เกิด” ในน้ำเสียงของอวี้กุ้ยเฟยเจือไปด้วยเจตนารังเกียจ เพิ่งจะส่งเด็กคนนั้นออกไปได้ไม่นานในวังก็เกิดเรื่องขึ้นอีกแล้ว ระยะนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ต้องอยู่ให้สงบเสียหน่อยถึงจะถูก นางรู้ว่าน้องสาวของตนผู้นี้ หากไม่มีเรื่องอันใดคงไม่มาเยือน เมื่อเข้าวังมาจะต้องมีเรื่องขอร้องเป็นแน่
เติ้งซื่อแย้มยิ้ม นั่งกินผลไม้อยู่ด้านข้าง ไม่มีเจตนาจากไปแม้แต่น้อย
“ท่านพี่อย่าได้โกรธไปเลย มิใช่ว่าวันนี้น้องมาเพื่อขอโทษแล้วหรือ? ท่านพี่ก็ทราบว่าเซิ่งอวิ๋นเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของน้องจึงถูกตามใจตั้งแต่เล็กๆ จนเคยตัว แต่เขาฟังคำพูดของน้องเป็นที่สุด วันหน้าย่อมไม่กล้าสร้างความยุ่งยากให้ท่านพี่อีก ใช่แล้ว คราวนี้น้องนำเห็ดหลินจือจากภูเขาหิมะมาด้วย มีประสิทธิภาพใช้รักษาพิษให้ใบหน้ากลับมางดงาม บางทีอาจดีต่อโอรสของท่านพี่ หวังว่าท่านพี่จะไม่รังเกียจ”
อวี้กุ้ยเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เห็ดหลินจือจากภูเขาหิมะ? นับเป็นของชั้นยอดจริงๆ น้องสาวใจกว้างเช่นนี้จะต้องเตรียมการมาก่อนเป็นแน่
“กล่าวมาเถิด คราวนี้ต้องการให้เปิ่นกงช่วยเจ้าเรื่องอะไร?”
“โธ่ คนบ้านเดียวกันเหตุใดจึงต้องกล่าววาจาแยกแยะเช่นนี้ด้วย? น้องคิดถึงพี่จริงๆ ตอนนี้คุณหนูกงซุนเข้าวังมารักษาอาการให้องค์ชายใช่หรือไม่? น้องได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคุณหนูกงซุนผู้นี้มาไม่น้อย คิดมาโดยตลอดว่าอยากพบหัตถ์เซียนอายุน้อยผู้นี้สักครั้ง! ก่อนหน้านี้เซิ่งอวิ๋นล่วงเกินนาง น้องอยากขออภัยนางด้วยตนเองเจ้าค่ะ”
เมื่อกล่าวถึงอวิ๋นซู อวี้กุ้ยเฟยพลันมีสายตามืดครึ้มลง “คุณหนูกงซุนมีฐานะสูงศักดิ์ย่อมมีกิจธุระมากมาย น้องกลับไปก่อนเถิด ส่วนเห็ดหลินจือจากภูเขาหิมะนั่นก็เก็บไว้ใช้เองเสีย หรือจะส่งไปให้ท่านแม่ก็ดี” นี่นับเป็นการไล่คน
ไม่ง่ายเลยกว่าเติ้งซื่อจะเข้าวังมาได้ จะให้กลับไปโดยที่ยังไม่เจอตัวคนได้อย่างไร? คราวนี้ลู่เซิ่งอวิ๋นบาดเจ็บกลับจวน ย่อมต้องทำให้นายท่านลู่โกรธเกรี้ยวไม่น้อย หลังจากตีเขาจนขาหักก็ก่นด่าเติ้งซื่อ เติ้งซื่อคิดว่าแม้บุตรของตนจะกระทำเรื่องใดโดยไม่รู้จักแยกแยะไปบ้าง แต่จะดีจะร้ายก็คิดเพื่อจวนลู่ หากประจบประแจงคุณหนูกงซุนและสานสัมพันธ์กับจวนแม่ทัพได้ วันหน้าอำนาจของจวนลู่จะไม่มั่นคงยิ่งขึ้นหรือ?
Tony0251
คือทำไมชีวิตนางเอกวุ่นวายจัง มีแต่ตัวโกง น่ารำคาญ
Venus36
อวิ๋นซูจะซวยเพราะพวกตระกูลลู่นี่แหละ จะบ้าตาย ฝูจีจะปลุกปั่นก็เท่านั้น พระเอกนางเอกเคยสนใจคำครหาเหรอ 5555 ทั้งคู่โดนมาเยอะ