หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 801 จักรพรรดิเหลียนหยั่งเชิง
เล่มที่ 27 ตอนที่ 801 จักรพรรดิเหลียนหยั่งเชิง
หมอหลวงแทบอยากจะตบหน้าตนเองสักครั้ง เหตุใดตนต้องเข้าไปร่วมในการสาดน้ำครั้งนี้ด้วย? ขอเพียงฝ่าบาทตรวจสอบลงไปก็ทราบแล้วว่าเจ้าของเข็มเงินนี้คือผู้ใด ตนปากมากจริงๆ
จักรพรรดิเหลียนมีพระพักตร์ย่ำแย่ยิ่งนัก พระองค์ค่อยๆ เบนพระพักตร์ขึ้นมองไปยังอวี้กุ้ยเฟย ในดวงเนตรมีความรังเกียจที่ไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย นี่ทำให้ในใจอวี้กุ้ยเฟยอดไม่ได้ที่จะเต้นระรัว เดิมทีลู่เซิ่งอวิ๋นผู้นี้ก็มีชื่อเสียงย่ำแย่อยู่แล้ว เชื่อว่าฝ่าบาทคงคิดว่าตนเป็นคนพาตัวก่อเรื่องผู้นี้เข้าวังมากระมัง ตอนนี้เกิดเรื่องแล้วย่อมพาลโกรธมาถึงตน!
แม้อวี้กุ้ยเฟยจะโศกเศร้าเสียใจกับการตายของลู่เซิ่งอวิ๋น แต่ยามนี้ที่มียิ่งกว่าก็คือความโกรธ หากคนอื่นสังหาร เรื่องอาจไม่ยุ่งยากเพียงนี้ ผลกลับกลายเป็นว่าวิธีการตายเช่นนี้กลับลากคุณหนูกงซุนเข้ามาพัวพันอีกด้วย!
หากว่า…หากว่าคุณหนูกงซุนคือสตรีนางนั้น…ในสมองของอวี้กุ้ยเฟยปรากฏภาพสายตาเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งขององค์ชายใหญ่ขึ้นมา จบสิ้นแล้ว คราวนี้นางจบสิ้นจริงๆ แล้ว!
“ผู้ใดโวยวายอยู่ด้านนอก? เอะอะยิ่งนัก” จักรพรรดิเหลียนรู้สึกรำคาญพระทัย ขันทีที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา อวี้กุ้ยเฟยมองผ่านช่องประตู เห็นเงาร่างของเติ้งซื่อกำลังร้องไห้
“ทูลฝ่าบาท ใต้เท้าลู่และฮูหยินลู่เข้าวังมาแล้ว กล่าวว่า…ต้องการพบนายน้อยลู่พ่ะย่ะค่ะ”
มิใช่อยากพบนายน้อยลู่ แต่อยากมาถามเสียมากกว่า!
จักรพรรดิเหลียนขมวดขนง ให้ขันทีใหญ่ผู้นั้นปิดประตู จากนั้นทอดพระเนตรไปยังอวี้กุ้ยเฟยข้างกายด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม “เรื่องนี้ห้ามเปิดเผยเป็นอันขาด! ส่วนคนด้านนอกเจ้าไปปลอบใจเสีย แล้วค่อยเรียกคุณหนูกงซุนเข้าวัง!”
อวี้กุ้ยเฟยรีบคารวะ “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”
ดูแล้วฝ่าบาททรงคิดจะเรียกคุณหนูกงซุนมาถามให้ชัดเจน เรื่องนี้ยังมิได้ถูกตัดสิน หากแพร่ออกไปจะเป็นการทำลายชื่อเสียงคุณหนูกงซุนอย่างแน่นอน หากมีความเป็นไปได้ ฝ่าบาทจะต้องทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กที่สุด เพียงแต่…หากง่ายดายเพียงนั้นจริงๆ ก็คงดี
ภายในจวนแม่ทัพ
“ท่านแม่ทัพไม่อยู่จวนหรือ?” ขันทีที่มาตามตัวอดไม่ได้ที่จะผ่อนคลายลง หากแม่ทัพกงซุนอยู่ เกรงว่าเรื่องคงไม่ราบรื่นเพียงนี้
พ่อบ้านชรารีบพาเขาไปยังเรือนของอวิ๋นซู เมื่อเห็นสตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้น ขันทีจึงรีบร้อนเดินเข้าไปหา “คุณหนูกงซุน ฝ่าบาททรงเรียกตัวท่านเร่งด่วน ขอเชิญคุณหนูกงซุนเร่งเข้าวังด้วยขอรับ”
อวิ๋นซูมองสีหน้าของอีกฝ่าย เอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “ในวังเกิดเรื่องขึ้นหรือ?”
ชุนเซียงเดินเข้ามาด้วยท่าทีแข็งทื่อ หรือลางสังหรณ์ของตนจะแม่นยำ? “คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจะเข้าวังกับคุณหนูด้วย!”
รถม้าเคลื่อนตัวเข้าสู่พระราชวังอย่างรวดเร็ว ในยามที่อวิ๋นซูมาถึงเบื้องหน้าจักรพรรดิเหลียน บรรยากาศรอบด้านทำให้นางรับรู้ได้โดยพลัน เชื่อว่าในวังคงเกิดเรื่องที่มองผ่านไม่ได้เป็นแน่
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตอบกลับนางมีเพียงเสียงลมหายใจอันเงียบงัน
อวิ๋นซูก้มหน้าลง ยังคงรับรู้ได้ถึงสายตาสำรวจเหนือศีรษะ ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใดจึงค่อยมีเสียงดังแว่วขึ้น “ละเว้นมารยาทเถิด”
สตรีสุขุมเยือกเย็นค่อยๆ ยืดตัวขึ้น จักรพรรดิเหลียนขมวดขนงพลางจิบชา แต่กลับยากจะปกปิดพระเนตรอันหนักอึ้ง
หรือในวังจะเกิดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตน? เนื่องจากอวิ๋นซูสัมผัสความรู้สึกไม่เชื่อมั่นจากจักรพรรดิเหลียนได้อย่างชัดเจน
“คุณหนูกงซุน…รู้จักนายน้อยจวนลู่หรือไม่?”
“หม่อมฉันรู้จักเพคะ” เหตุใดฝ่าบาทต้องถามเช่นนั้น? ในคำพูดนี้ราวกับมิได้มีเพียงความหมายตามตัวอักษร
สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนหนักอึ้ง “วันนี้…นายน้อยแห่งจวนลู่ถูกพบว่าตายอยู่ในวัง”
อะไรนะ?! ลู่เซิ่งอวิ๋นตายแล้ว? ในดวงตาของอวิ๋นซูเกิดประกาย ค่อยๆ เบนสายตาขึ้นมองไปทางจักรพรรดิเหลียน
“ที่เจิ้นเรียกเจ้าเข้าวังเพราะอยากให้เจ้าตรวจสอบร่างกายของนายน้อยลู่เสียหน่อยว่ามีจุดน่าสงสัยอันใดหรือไม่ หมอหลวงในวังกล่าวเพียงว่าจมน้ำตาย แต่เจิ้นไม่อาจใช้เหตุผลเช่นนี้ไปบอกใต้เท้าลู่ลวกๆ เป็นแน่ ดังนั้นคราวนี้ลำบากคุณหนูกงซุนแล้ว”
จักรพรรดิเหลียนตรัสอย่างเกรงอกเกรงใจยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าเป็นการจงใจ พระองค์ต้องการให้ตนตรวจศพลู่เซิ่งอวิ๋นหรือ? ในนั้นจะมีความหมายแฝงอันใดอยู่หรือ
อวิ๋นซูไม่ได้ตอบ “หรือคุณหนูกงซุนรู้สึกไม่สะดวก? แต่ผู้ตายเป็นคนสำคัญ เชื่อว่าคุณหนูกงซุนคงไม่อยากเห็นนายน้อยลู่ตายโดยไม่ชัดเจนกระมัง”
อวิ๋นซูรู้ว่าต่อให้ตนไม่ยินยอม จักรพรรดิเหลียนก็จะคิดหาวิธีมาโน้มน้าวนาง พลันนั้นจึงพยักหน้า “หม่อมฉันรับพระบัญชา”
อย่างไรก็ตามอวิ๋นซูเพิ่งจะไปได้ไม่นานก็มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องพระพักตร์จักรพรรดิเหลียนอย่างร้อนใจ
“เสด็จพ่อ ได้ยินว่าท่านเรียกซูเอ๋อร์เข้าวังหรือ?”
จักรพรรดิเหลียนมิได้มองท่าทีของเฟิ่งหลิง “เจิ้นเรียกนางเข้าวัง มิใช่เป็นเรื่องปกติหรือไร?”
เฟิ่งหลิงมั่นใจในการคาดเดาของตนโดยพลัน เสด็จพ่อมิยอมตรัสตรงไปตรงมาเฉกเช่นก่อนหน้านี้ แสดงว่าพระองค์สงสัยในตัวซูเอ๋อร์! “เสด็จพ่อ ซูเอ๋อร์ไม่ฆ่าคนแน่”
“อ้อ? เจ้าคิดเช่นนี้หรือ?”
“…” ในสมองพลันปรากฏท่าทีเย็นชาที่อวิ๋นซูเผยออกมา เรื่องเช่นการสังหารคนนี้…นางคงกระทำได้จริงด้วย “หรือเสด็จพ่อสงสัยว่าซูเอ๋อร์ฆ่าลู่เซิ่งอวิ๋น?”
จักรพรรดิเหลียนเบนพระเนตรออกไป “ข่าวขององค์ชายใหญ่ยังรวดเร็วเช่นเดิม”
เรื่องเข็มเงินเล่มนั้น จักรพรรดิเหลียนสั่งให้คนเก็บเป็นความลับแล้ว ทว่าปิดบังได้ชั่วขณะหนึ่งมิใช่ว่าจะปิดบังได้ตลอดกาล พระองค์จำเป็นต้องตรวจสอบความจริงเรื่องนี้ก่อนที่เรื่องจะพัฒนาไปถึงขั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้
เฟิ่งหลิงเม้มปาก นี่เสด็จพ่อทรงตำหนิว่าเขาปกป้องเกินไปหรือ? “ขอเพียงเป็นเรื่องของซูเอ๋อร์ กระหม่อมจำเป็นต้องยุ่ง”
เจ้าเด็กคนนี้นี่ พูดจาตรงไปตรงมาเสียจริง! “เช่นนั้นเจ้าเชื่อนางหรือ?”
“ลูกเชื่อ!” เฟิ่งหลิงพูดออกมาโดยไม่แม้แต่จะคิด คำตอบนี้ราวกับเขาซักซ้อมมานับพันนับหมื่นครั้ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา จักรพรรดิเหลียนอดไม่ได้ที่จะถอนปัสสาสะ “เด็กโง่ บางครั้งก็ไม่ควรดื้อรั้น ความคิดของสตรียากเข้าใจเป็นที่สุด เจ้าเชื่อนาง มิได้แสดงว่านางจะไม่มีเรื่องปิดบังเจ้าจริงๆ!” จักรพรรดิเหลียนคาดเดาได้แล้ว เฟิ่งหลิงคงยังไม่รู้ว่าอวิ๋นซูอาจเป็นสตรีที่มีสัมพันธ์กับนายน้อยลู่ ไม่ เป็นไปได้ว่าอาจมิใช่การสมัครใจ
เพียงแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียง ไม่ว่าจะสมัครใจหรือถูกบีบบังคับ ในฐานะที่เป็นสตรีผู้หนึ่ง เป็นไปได้มากว่ากระทำไปแล้วจะต้องปิดบังอำพรางให้ดี
หากอวิ๋นซูถูกทำให้ด่างพร้อยจริงๆ จักรพรรดิเหลียนจำเป็นต้องใคร่ครวญเรื่องการแต่งงานระหว่างนางกับเฟิ่งหลิงเสียใหม่…จะอย่างไรก็เป็นโอรสของตน พระองค์อยากเลือกลูกสะใภ้ที่ดีที่สุด
“เสด็จพ่อมิใช่นาง จะทรงทราบได้อย่างไรว่านางปิดบังลูก”
“เจ้า…ช่างเถิด ในเมื่อเจ้าเชื่อใจนางเพียงนี้ก็ให้พ่อตรวจสอบเสียหน่อย หากเจ้าไม่กล้า แสดงว่าเจ้าไม่ได้มีความเชื่อมั่นเพียงนั้น”
กลยุทธ์นี้ของจักรพรรดิเหลียนนับเป็นการกระตุ้นได้ดี เฟิ่งหลิงเชื่อใจอวิ๋นซูจึงยอมถอยเช่นนี้ เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าเสด็จพ่อจะตรวจสอบอย่างไรอวิ๋นซูจะต้องเป็นผู้บริสุทธิ์แน่นอน
ภายในห้องอันสงบเงียบและอึมครึม บุรุษที่ถูกพาขึ้นมาจากน้ำนอนอยู่กลางโต๊ะโดยไร้ซึ่งลมหายใจ
จมน้ำตาย?
อวิ๋นซูตรวจสอบผิวหนังของลู่เซิ่งอวิ๋นง่ายๆ เมื่อดูจากระดับการบวมน้ำพบว่าถูกแช่อยู่ในน้ำหลายชั่วยามจริงๆ เมื่อใช้มือกดเบาๆ ลงไปที่ส่วนท้องและปอด สัมผัสที่ได้รับเป็นการบอกคำตอบให้แก่การคาดเดาของอวิ๋นซูแล้ว
ลู่เซิ่งอวิ๋นอาภรณ์ไม่เรียบร้อย จะอย่างไรก็นับเป็นการตายที่แปลกประหลาด ข้าราชบริพารไม่กล้าแตะต้องเขามั่วซั่ว ยามนี้ยังคงรักษาสภาพที่ถูกดึงขึ้นมาจากน้ำไว้เช่นเดิม
บนฝ่ามือมีรอยถลอกเล็กน้อย ดูแล้วไม่เหมือนกับบาดแผลที่เกิดจากการทะเลาะกับคนอื่น
คอเสื้อที่เปิดออกเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยเขียวช้ำรอยใหญ่ ยามนี้เองจุดแดงเล็กๆ ดึงดูดความสนใจของอวิ๋นซู
มือของนางค่อยๆ เลื่อนไปยังบริเวณหน้าอกของลู่เซิ่งอวิ๋น ตรวจสอบจุดแดงเล็กๆ นั้นอย่างละเอียด หากไม่มองให้ดีคงยากจะหาพบจริงๆ
ถูกเข็มแทง? แต่…นี่มิใช่บาดแผลถึงตาย เข็มนี้ไม่แม้แต่จะทำให้คันได้ด้วยซ้ำ เมื่อมองก็รู้ว่ามิใช่รอยเข็มที่เกิดจากวิธีการแพทย์ หากมีหลายเข็มย่อมจะแสดงให้เห็นว่าก่อนตายลู่เซิ่งอวิ๋นอาจจะผ่านการฝังเข็มมาก่อน แต่มีเพียงรอยเข็มรอยเดียวเช่นนี้จึงอดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้คนสงสัย
อีกด้านหนึ่ง
อวี้กุ้ยเฟยนวดขมับของตนด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า แม้จะกล่าวว่าฝ่าบาทให้นางมาปลอบใจเติ้งซื่อ ทว่าตั้งแต่เมื่อครู่นี้เติ้งซื่อก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นมาตลอด ทำให้อวี้กุ้ยเฟยรู้สึกรำคาญใจยิ่งนัก จู่ๆ ก็มีความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมา คนที่ไม่รู้เรื่องนับว่าโชคดีจริงๆ หากเติ้งซื่อรู้ว่าลู่เซิ่งอวิ๋นอาจจะทำความผิดต่อคุณหนูกงซุน ไม่รู้ว่าจะร้องไห้อีกหรือไม่
“ทูลเหนียงเหนียง คุณหนูกงซุนถูกฝ่าบาทเรียกตัวเข้าวัง ตอนนี้ถูกพาตัวไปที่ตำหนักจิ้นอันแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยผู้หนึ่งเดินเข้ามารายงาน
ตำหนักจิ้นอัน? มิใช่ว่าลู่เซิ่งอวิ๋นถูกส่งไปที่นั่นหรือ? หรือว่า…ฝ่าบาททรงสงสัยคุณหนูกงซุน?!
หัวใจของอวี้กุ้ยเฟยเต้นเร็วยิ่งขึ้น “เช่นนั้นองค์ชายใหญ่เล่า? เห็นเขาหรือไม่?”
“บ่าวได้ยินว่าองค์ชายใหญ่เสด็จไปหาฝ่าบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จบสิ้นแล้ว…ตอนนี้ตนอยากปิดบังก็ปิดบังไม่ได้แล้ว องค์ชายใหญ่จะต้องโทษตนแน่นอน!
“เหนียงเหนียง ฮูหยินลู่ยังร้องไห้อยู่ด้านนอก เหนียงเหนียงจะ…”
อวี้กุ้ยเฟยเอ่ยปากอย่างไร้เรี่ยวแรง “ปล่อยนางร้องไปเถิด ยามนี้เปิ่นกงก็ต้องปกป้องตนเองเช่นกัน…”
ในที่สุดจักรพรรดิเหลียนที่รออยู่นานก็เห็นเงาร่างนั้นกลับมา เฟิ่งหลิงยืนอยู่หลังพระองค์ด้วยท่าทีกังวล สายตามองตามร่างอวิ๋นซูที่เดินใกล้เข้ามา
“คุณหนูกงซุนตรวจสอบเรียบร้อยแล้วหรือ? ไม่ทราบว่าลูกคุณหนูกงซุนมีความคิดเห็นอย่างไรกับการตายของนายน้อยลู่?”
อวิ๋นซูคารวะครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อครู่นางพบว่ามีหมอหลวงหลายคนคุกเข่าอยู่ด้านข้างอย่างสงบ ดูแล้วพวกเขาคงตรวจศพของลู่เซิ่งอวิ๋นมาก่อนแล้ว “ทูลฝ่าบาท นายน้อยลู่จมน้ำตายจริงๆ เพคะ”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา นางสัมผัสได้ถึงการผ่อนลมหายใจของหมอหลวงทั้งหลายอย่างชัดเจน
“กล่าวต่อไป”
“บริเวณปอดของนายน้อยลู่มีน้ำสะสมอยู่ เมื่อสังเกตจากระดับการเน่าเปื่อยของผิวหนัง คงเป็นประมาณยามเซินเมื่อวาน หม่อมฉันยังพบจุดแปลกประหลาดอีกจุดหนึ่ง บริเวณหน้าอกของนายน้อยลู่มีรอยจากการถูกเข็มเล็กๆ แทงด้วยเพคะ” เมื่อได้ฟังเช่นนี้ ในใจของหมอหลวงทั้งหลายพลันตื่นตะลึง คิดไม่ถึงว่าคุณหนูกงซุนจะสามารถคาดเดาได้กระทั่งเวลา
อย่างไรก็ตาม ราวกับว่าจักรพรรดิเหลียนสนใจเรื่องอื่นมากกว่า “ถูกเข็มเล็กๆ แทง?” ดวงเนตรของพระองค์มองตรงไปบนใบหน้าของอวิ๋นซูราวกับอยากจะเห็นอะไรบางอย่าง
“เพคะ คงเป็นเข็มเล็กๆ ที่ใช้ในการฝังเข็ม”
นางกล่าวออกมาอย่างสงบนิ่งเพียงนี้ หรือนางจะไม่เกี่ยวข้องจริงๆ?
“เพียงแต่เมื่อดูจากความตื้นลึกของเข็มแล้ว มิใช่รอยเข็มที่เกิดจากผู้เป็นหมอ หรืออาจกล่าวได้ว่า มิใช่รอยเข็มที่เกิดจากการฝังเข็มเพคะ” ความหมายของอวิ๋นซูก็คือ รอยเข็มนี้ถูกผู้อื่นทิ่มแทงไปตามใจ มิได้เกิดจากการรักษาทางการแพทย์
จักรพรรดิเหลียนค่อยๆ เบนพระพักตร์ออกไป สายพระเนตรทอดมองไปยังหมอหลวงที่พบเข็มเป็นคนแรกสุด เห็นว่าเขามีท่าทีกระจ่างแจ้งเช่นกัน
เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยเอ่ยพระโอษฐ์ “เมื่อวานยามเซิน คุณหนูกงซุนอยู่ที่ใด?”
———————————————–
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ยามเซิน ประมาณ 15.00 – 17.00
Venus36
เฮ้อออ อวิ๋นซู ต้องมาซวยแท้ๆ จักรพรรดิเหลียนน่าตีนัก พูดจาแต่ละคำ กวนโมโห ฝูจีมันต้องไม่ตายดีแน่