หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 804 เป้าโจมตีของทุกคน
เล่มที่ 27 ตอนที่ 804 เป้าโจมตีของทุกคน
นางข้าหลวงกลัวทุกคนไม่เชื่อจึงกล่าวต่อ “องค์หญิงเก้าทรงซาบซึ้งและขอบคุณที่คุณหนูกงซุนพยายามรักษาองค์หญิงมาโดยตลอด เมื่อคืนคุณหนูกงซุนเข้าวัง เดิมทีบ่าวต้องการนำทางให้คุณหนูกงซุน ไหนเลยจะรู้ว่าจู่ๆ คุณหนูกงซุนกลับกล่าวว่าจะไปรับยาที่ห้องยาให้องค์หญิงเก้าแล้วค่อยกลับมา บ่าวไม่มีทางปฏิเสธจึงทำได้เพียงตามไปเพคะ”
เมื่อทุกคนได้ฟังคำพูดนี้ทำให้คิดไปอีกทางหนึ่ง
ไม่ต้องตรวจอาการให้องค์หญิงเก้าก็จะออกเทียบยาแล้วหรือ? คุณหนูกงซุนกระทำเช่นนี้จะไม่มีความรับผิดชอบเกินไปหรือไม่? ทว่าคำพูดของนางข้าหลวงผู้นี้เป็นความจริงหรือ? หมอหลวงทั้งหลายเคยทำงานใกล้ชิดกับอวิ๋นซูอยู่บ่อยครั้ง คิดว่านางไม่ใช่คนทำอะไรตามใจเช่นนั้น ตรงกันข้าม พวกเขาคิดว่าชื่อหัตถ์เซียนนี้นับว่าเหมาะสมจริงๆ กระทำเรื่องใดล้วนระมัดระวังและจริงจัง
“อย่าได้คิดพูดจาเหลวไหล เจ้ากำลังหลอกลวงเบื้องสูง!” ชุนเซียงคิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะพูดโกหกตาใส ทั้งยังไม่ดีต่อคุณหนูตนอีกด้วย
สีหน้าของนางข้าหลวงผู้นั้นพลันแดงก่ำ “ต่อให้บ่าวมีความกล้ามากกว่านี้นับร้อยเท่าก็มิกล้าปิดบังฝ่าบาท องค์หญิงเก้าจะปฏิเสธคุณหนูกงซุนได้อย่างไร? คิดว่าองค์หญิงไม่อยากให้บาดแผลที่พระหัตถ์ของพระองค์หายหรือไร? ก่อนหน้านี้องค์หญิงได้รับความไม่เป็นธรรมแล้ว ฝ่าบาทโปรดอย่าได้เข้าพระทัยองค์หญิงผิดเพราะเรื่องนี้อีกเป็นอันขาด!”
ดูเหมือนกระทั่งจักรพรรดิเหลียนก็ไม่อยากให้ผู้อื่นกล่าวถึงเรื่องมือที่ใช้การไม่ได้ของหวงฝู่เสีย พลันนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เช่นนั้นเจ้าให้สาวใช้ข้างกายคุณหนูกงซุนไปช่วยเจ้ายกของหนักหรือไม่?”
“ทูลฝ่าบาท จะอย่างไรพี่สาวท่านนี้ก็เป็นคนของจวนแม่ทัพ บ่าวไหนเลยจะกล้าให้พี่สาวท่านนี้ช่วยเหลือ เป็นคุณหนูกงซุนสั่งให้นางและบ่าวออกไปจากสำนักหมอหลวงด้วยกัน จากนั้นพี่สาวท่านนี้ก็ไปพักผ่อนที่มุมหนึ่ง หลังจากบ่าวทำงานเสร็จจึงกลับไปที่ตำหนักองค์หญิงเก้าจนกระทั่งยามโหย่ว[1]จึงจะมีเทียบยาของคุณหนูกงซุนส่งมา”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ ทุกคนยิ่งคิดว่าคุณหนูกงซุนจงใจให้สาวใช้ข้างกายปลีกตัวไป เช่นนั้นตั้งแต่ยามเว่ย[2]ถึงยามเซิน[3]ก็ไม่มีผู้ใดเป็นพยานพิสูจน์ได้ว่าคุณหนูกงซุนอยู่ที่ใด อีกทั้งตอนนี้ยังมีคนเป็นพยานได้ว่ายามนั้นเห็นคุณหนูกงซุนเข้าไปที่สวนอั้นหูด้วยกันกับนายน้อยลู่…ความจริงนี้ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงไม่น้อย
ชุนเซียงสั่นไปทั้งตัว ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำราวกับโกรธจนแทบระเบิดออกมา “คุณหนูของข้ามีเจตนาดีจึงให้ข้าไปช่วยเจ้า ผลกลับกลายเป็นว่าเจ้าใส่ร้ายกันเช่นนี้หรือ?!”
นางข้าหลวงไม่นำพาแม้แต่น้อย “บ่าวไหนเลยจะมีฐานะสูงส่งเพียงพอที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากคุณหนูกงซุน อีกอย่าง มิใช่ว่าพี่สาวหลับไปนานหรือไร?
“เจ้า…”
ในใจของทุกคนคิดว่านางกล่าวได้มีเหตุผล นางข้าหลวงต่ำต้อยเพียงผู้เดียว ไหนเลยจะมีความกล้าขอความช่วยเหลือจากคนของจวนแม่ทัพให้ไปช่วยทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นสาวใช้ข้างกายคุณหนูกงซุนโกรธจนแทบระเบิด กล่าววาจาร้อนแรงยิ่งนัก ไม่เหมือนคนจิตใจดีงามอันใด ตอนนี้จึงเชื่อนางข้าหลวงผู้นี้อยู่หลายส่วน คิดว่าอวิ๋นซูน่าสงสัยมากขึ้น คงเกี่ยวข้องกับการตายของนายน้อยลู่อย่างไม่อาจปฏิเสธ
ราวกับว่าความจริงเริ่มโผล่ขึ้นจากน้ำแล้ว สายตาจากทั่วทุกสารทิศทิ่มแทงมา ดัชนีของจักรพรรดิเหลียนเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ไม่ทราบกำลังคิดอะไรอยู่
“คุณหนูกงซุน ก่อนหน้านี้เจ้าลูกเนรคุณล่วงเกินคุณหนู ข้าขออภัยคุณหนูแทนเจ้าลูกเนรคุณ ณ ที่นี้ด้วย!” ใต้เท้าลู่ค่อยๆ หลับตาลง ราวกับมั่นใจว่าอวิ๋นซูคือคนร้ายก็มิปาน อีกทั้งคำพูดของเขายังเตือนสติทุกคนว่าที่แท้ก่อนหน้านี้นายน้อยลู่และคุณหนูกงซุนเคยมีเวลาร่วมกันมาก่อน นางมีโอกาสลงมือสังหารคนอย่างแท้จริง
“ใต้เท้าลู่ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ จะอย่างไรก็เป็นเพียงความเข้าใจผิด ข้าไม่เคยเก็บไปใส่ใจ” อวิ๋นซูย่อมไม่อาจรับน้ำใจของเขาได้ ทว่านางจะไม่ยอมรับเรื่องที่ตนไม่ได้กระทำเป็นอันขาด
“ในเมื่อคุณหนูกงซุนมิได้เก็บไปใส่ใจ เหตุใดจึงต้องลงมือสังหารเจ้าลูกเนรคุณนั่นด้วย?!” กล่าวกันมาถึงขั้นนี้แล้ว น้ำเสียงของใต้เท้าลู่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ยามนี้เขาไม่มีท่าทีเคารพนอบน้อมอวิ๋นซูอีก มีเพียงความเคียดแค้น!
เฟิ่งหลิงที่เงียบมาโดยตลอดเห็นเรื่องพัฒนามาถึงขั้นนี้แล้ว ยามเขาได้ฟังคำพูดของนางข้าหลวงเมื่อครู่นี้ กล่าวได้เพียงว่าเขาไม่เชื่อ อย่างไรก็ตาม ใต้เท้าลู่ถึงกับเชื่อคำพูดฝั่งเดียวง่ายดายเพียงนี้ ช่างโง่งมจนถึงขีดสุดจริงๆ! “ใต้เท้าลู่เป็นขุนนางมาหลายปี คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ถูกเรื่องส่วนตัวบดบังสายตาเช่นนี้ด้วย!”
อะไรนะ?! ทุกคนคิดไม่ถึงว่าหลังจากองค์ชายใหญ่ได้ยินทุกสิ่งแล้วจะยังเลือกยืนข้างคุณหนูกงซุน บุรุษทุกคน หากรู้ว่าภรรยาในอนาคตของตนถึงกับนัดหมายบุรุษอื่นเป็นการส่วนตัว สุดท้ายยังเกิดเหตุการณ์โหดเหี้ยมเช่นนี้ เกรงว่าคงต้องรู้สึกดีใจที่ยังมิได้แต่งนางเข้าบ้านกระมัง?
ในใจของใต้เท้าลู่ยามนี้ตัดสินใจใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยอวิ๋นซูไปแน่ ไหนเลยจะมีความกลัวเฟิ่งหลิงอยู่อีก “ในความเห็นของกระหม่อม องค์ชายต่างหากที่ถูกเรื่องส่วนตัวบดบังสายตา! ฝ่าบาท พระชายาองค์ชายใหญ่จะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมน้ำใจ กระหม่อมคิดว่าคุณหนูกงซุนไม่เหมาะจะเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่โดยเด็ดขาด! ไม่เหมาะจะเป็นหัตถ์เซียน! ฝ่าบาททรงมีพระปรีชา โปรดคืนความเป็นธรรมให้กระหม่อมด้วย!”
รอบด้านฟุ้งกระจายไปด้วยบรรยากาศของความขัดแย้งอันเข้มข้น ราวกับมีเชือกรัดหัวใจทุกคนแน่น ไม่ทราบว่าจะคลายออกเมื่อใด
จู่ๆ บุรุษรูปงามกลับหัวเราะออกมา นับเป็นสิ่งเหนือคาดในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ยิ่งนัก เฟิ่งหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ใต้เท้าลู่ทราบว่าคุณหนูกงซุนเป็นว่าที่พระชายาองค์ชายใหญ่ เช่นนั้นควรทราบว่าหากนางจะฆ่าคน ย่อมไม่ต้องให้นางลงมือด้วยตัวเอง ทุกคนที่รังแกนางใส่ร้ายนาง ข้าองค์ชายล้วนจัดการให้ได้ เหตุใดต้องกระทำการอ้อมค้อม สังหารนายน้อยลู่แล้วยังนำศพไปทิ้งในวัง นับเป็นการกระทำที่มากเกินไปจริงๆ!”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนพลันสูดหายใจเย็นยะเยือก! นี่องค์ชายใหญ่ต้องการปกป้องถือหางนางกระมัง ความหมายของเขาก็คือ หากต้องการฆ่าลู่เซิ่งอวิ๋นมิจำเป็นต้องให้อวิ๋นซูลงมือ เขาสามารถช่วยนางกำจัดได้! ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่เหลือร่องรอยอีกด้วย! โหดเหี้ยม คำพูดโหดเหี้ยมเช่นนี้ผู้ใดก็ทนฟังไม่ไหว!
จริงดังคาด ใต้เท้าลู่โกรธจนร่างกายโอนเอน “ฝ่าบาท พระองค์ได้ยินหรือไม่? บุตรชายของบ่าวตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม!”
จักรพรรดิเหลียนลอบถลึงพระเนตรใส่เฟิ่งหลิง เจ้าเด็กคนนี้ไม่รู้จักวิเคราะห์สถานการณ์เลยจริงๆ ไม่คิดหาวิธีปลอบใจใต้เท้าลู่ให้ดี กลับกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาได้! ในวังยังมีข่าวลือย่ำแย่เกี่ยวกับเขาไม่พออีกหรือ?
เฟิ่งหลิงทำราวมองไม่เห็นสายตาของทุกคน สายตาคมกริบทิ่มแทงไปยังนางข้าหลวงที่อยู่บนพื้น “เจ้ากล่าวว่าเจ้าเป็นนางข้าหลวงข้างกายองค์หญิงเก้าหรือ? ดูเจ้ามีไหวพริบเพียงนี้ ความทรงจำคงไม่ต่างกันกระมัง?”
นางข้าหลวงใจสั่น เหตุใดในคำพูดขององค์ชายใหญ่จึงราวกับมีแผนการบางอย่าง? “บ่าวไม่กล้าเพคะ”
“ไม่กล้า? เชื่อหรือไม่ว่าองค์ชายเช่นข้าสามารถทำให้เจ้ากลายเป็นศพจมน้ำตายอยู่ในทะเลสาบที่สวนอั้นหูเป็นศพที่สองได้ทันที?” มุมปากของเฟิ่งหลิงยกขึ้นเล็กน้อย ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความข่มขู่อย่างไม่คิดปิดบัง
ทุกคนถูกคำพูดอันบ้าคลั่งของเขาทำเอากล่าวคำใดไม่ออก ใต้เท้าลู่กุมหัวใจของตน “ฝ่าบาทองค์ชายใหญ่กำลังข่มขู่พยาน! แคว้นเหลียนยังมีกฎหมายอยู่หรือไม่?”
“ในสายตาของเสด็จพี่จะมีกฎหมายได้อย่างไร?” ยามนี้เอง บริเวณมุมหนึ่งพลันมีเสียงอันเหนือคาดดังขึ้น ทุกคนได้ยินจึงมองไป ไม่ทราบว่าองค์หญิงเก้ายืนอยู่ข้างพุ่มไม้ตั้งแต่เมื่อใด บนร่างยังมีใบไม้ที่ปลิวร่วงลงมาติดอยู่
“องค์หญิงเก้า?!”
หวงฝู่เสียเดินมาเบื้องพระพักตร์จักรพรรดิเหลียนราวสายลม “เสด็จพ่อ นายน้อยลู่ถูกคุณหนูกงซุนสังหาร! ลูกเห็นด้วยตาตัวเอง!”
ทุกคนอุทานออกมา องค์หญิงเก้าทรงตรัสว่าพระองค์เห็นคุณหนูกงซุนสังหารคนด้วยตาตัวเองหรือ?
“น้องเก้ากล่าวอันใด?” เฟิ่งหลิงขมวดคิ้วมุ่น หวงฝู่เสียเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานก็ได้สติกลับมา นางจะกลัวไม่ได้ เสด็จพี่ใหญ่จะโยนนางลงทะเลสาบตอนนี้ได้หรือไร? “ต่อให้เสด็จพี่โกรธเกรี้ยว เสียเอ๋อร์ก็ต้องพูด! เสียเอ๋อร์เห็น คุณหนูกงซุนคือคนร้ายที่สังหารนายน้อยลู่! นางกลัวว่านายน้อยลู่จะพูดเรื่องโสมมระหว่างเขาและนางออกไปจึงมีใจคิดสังหารเช่นนี้!”
“เสียเอ๋อร์ไปที่สวนอั้นหูได้อย่างไร?” จักรพรรดิเหลียนรู้สึกว่าพยานบุคคลในคราวนี้มากมายยิ่งนัก จะมีเรื่องบังเอิญเพียงนั้นจริงหรือ? สังหารคนไปแล้วแต่กลับถูกคนมากมายชี้ตัว คุณหนูกงซุนจะโชคร้ายเกินไปหรือไม่
หวงฝู่เสียราวกับรู้ว่าเหตุใดจักรพรรดิเหลียนจึงถามนางเช่นนี้ “เสียเอ๋อร์…แอบออกไปเพคะ”
จักรพรรดิเหลียนทรงมีรับสั่งแล้วว่าให้คนคอยเฝ้าองค์หญิงเก้าให้ดี กระทั่งเสียนเฟยก็ไม่ยอมให้พบ ดังนั้นหวงฝู่เสียกล่าวว่าเห็นอวิ๋นซูฆ่าคนด้วยตาตัวเอง จักรพรรดิเหลียนย่อมไม่เชื่อ
แอบออกไป? ความจริงองค์หญิงเก้าทำเรื่องเช่นนี้บ่อยมาก กล้าหนีออกไปนอกวังแล้ว ยังมีเรื่องใดที่นางไม่กล้าทำอีกเล่า
“เช่นนั้นเจ้าไปทำอันใดที่สวนอั้นหู?”
“ลูกได้ยินนางข้าหลวงกล่าวว่าคุณหนูกงซุนไปที่สำนักหมอหลวง ดังนั้นจึงรู้สึกอดรนทนไม่ไหว อยากตามไปดูเสียหน่อย ไหนเลยจะรู้ว่ากลับพบคุณหนูกงซุนออกมาจากด้านในพอดี ทั้งยังเดินไปที่สวนอั้นหูด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ ลูกเดินตามนางตลอดทาง พบว่านายน้อยลู่รออยู่ที่นั่นนานแล้ว ลูกรู้สึกแปลกๆ จึงตามเข้าไป จากนั้น…” หวงฝู่เสียใช้สายตารังเกียจมองไปยังอวิ๋นซู “จากนั้นลูกถึงกับเห็นคุณหนูกงซุนและนายน้อยลู่ทำเรื่องสนิทสนมกันกลางวันแสกๆ! ลูกตกใจจึงรีบหลบอยู่ด้านข้าง จู่ๆ คุณหนูกงซุนก็ลงมือโหดเหี้ยม สังหารนายน้อยลู่ก่อนจะผลักลงไปที่ทะเลสาบ!”
ทุกคนทำถูกทำให้สั่นสะท้านจนสติโบยบินไปถึงสวรรค์ คุณหนูกงซุนกับนายน้อยลู่ถึงกับ…กระทั่งใต้เท้าลู่และเติ้งซื่อก็ยังไม่อยากจะเชื่ออย่างเห็นได้ชัด
คำพูดเหล่านี้ฟังไม่เข้าหูยิ่งนัก จะอย่างไรทุกคนก็คิดไม่ถึงว่าคุณหนูกงซุนจะเป็นคนเช่นนี้!
ยามนี้สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนแปรเปลี่ยนไปแล้ว “กล่าวเช่นนี้ เสียเอ๋อร์และเจ้าล้วนเห็นคุณหนูกงซุนและนายน้อยลู่เข้าไปในสวนอั้นหูหรือ? เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงไม่เห็นองค์หญิงเก้า?” คำถามนี้ของพระองค์ถามนางข้าหลวงของเสียนเฟยผู้นั้น
“เสด็จพ่อ ลูกกลัวว่าจะถูกคุณหนูกงซุนเห็นเข้า ดังนั้นจึงซ่อนตัวมาโดยตลอด นางย่อมไม่เห็นลูกแน่นอน!” ไม่รอให้นางข้าหลวงผู้นั้นเอ่ยปาก หวงฝู่เสียก็ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน
ใต้เท้าลู่ที่ได้ยินว่าบุตรชายของตนถึงกับมีความสัมพันธ์เช่นนี้กับว่าที่พระชายาองค์ชายใหญ่พลันสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจวนลู่ใกล้จะเผชิญอันตรายอันน่าหวาดกลัวที่สุดแล้ว “ฝ่าบาท! แม้เจ้าลูกอกตัญญูของกระหม่อมจะไม่โดดเด่น แต่เขาจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้เป็นอันขาด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นในวังอีกด้วย…”
“บางทีเรื่องนี้คงไม่สามารถตำหนินายน้อยลู่ได้กระมัง? องค์หญิงเช่นข้าเห็นคุณหนูกงซุนให้นายน้อยลู่กินอะไรบางอย่าง จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนไปอดรนทนไม่ไหว ยามนี้เมื่อคิดดูแล้ว คุณหนูกงซุนอาจให้นายน้อยลู่กินของจำพวกยาปลุกกำหนัดก็เป็นได้…” หวงฝู่เสียถึงกับพูดจนอวิ๋นซูกลายเป็นสตรีไร้ยางอายที่ทำเพื่อเป้าหมายของตนโดยไม่เลือกวิธีการ ถึงกับวางยาบุรุษด้วยตัวเองเชียวหรือ? จะไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
“น้องเก้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งใดที่เรียกว่ายาปลุกกำหนัด?” ในน้ำเสียงของเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยความอันตราย
หวงฝู่เสียตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “ย่อมรู้แน่นอนอยู่แล้ว มิใช่ของที่สตรีแพศยาในหอนางโลมเหล่านั้นเตรียมให้แขกหรือ?!” คำพูดนี้ของนางเป็นการกดอวิ๋นซูจนต่ำต้อย
เฟิ่งหลิงหัวเราะเบาๆ แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวถึงขั้วกระดูก “น้องเก้าเห็นโลกมามากจริงๆ กระทั่งวิธีที่สตรีในหอนางโลมใช้ก็ยังรู้”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ใบหน้าของหวงฝู่เสียพลันเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง นี่เสด็จพี่กำลังสร้างความอับอายให้นางหรือ?!
————————————
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ยามโหย่ว 17.00 – 19.00
[2] ยามเว่ย 13.00 – 15.00
[3] ยามเซิน 15.00 – 17.00
Pennybull
ทำมัยอวิ๋นซู จึงนั่งเป็นทึ่มเหมือนคนโง่ ผิดหวังจริงๆ😬😬😬