หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 806 พลิกแพ้พลิกชนะ
เล่มที่ 27 ตอนที่ 806 พลิกแพ้พลิกชนะ
เพียงพริบตาเดียวดรุณีนางนี้พลันมีท่าทีแปรเปลี่ยนไปเป็นผู้ถูกกระทำ เพียงแต่เมื่อคิดว่านางเห็นคุณหนูกงซุนฆ่าคนแต่ตนกลับเห็นคนจะตายไม่ยอมช่วย ทำให้ผู้คนเห็นใจไม่ลง
อวิ๋นซูยื่นมือไปจัดเส้นผมของตนเล็กน้อย กลับคืนสู่สภาพสุขุมเยือกเย็นเฉกเช่นที่เป็นมา ราวกับสตรีผู้มีบรรยากาศเย็นชาเมื่อครู่นี้มิใช่นาง
“แม้มีคนมากมายเป็นพยานว่าหม่อมฉันไปที่ทะเลสาบอั้นหู แต่หม่อมฉันสามารถเป็นพยานให้ตนเองได้ว่าอยู่ที่ห้องยาของสำนักหมอหลวงมาโดยตลอดเพคะ”
อะไรนะ? คำพูดของอวิ๋นซูทำให้คนไม่น้อยรู้สึกแปลกใจ จะใช้ตนเองเป็นพยานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้อย่างไร?
นางสูดหายใจเบาๆ จากนั้นจึงหลับตาราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ลิ้นชักที่หนึ่งอักษรเทียน หม่าหลัน ลิ้นชักที่สองอักษรเทียน เหมาเจียง ลิ้นชักที่สามอักษรเทียน อ้ายเยี่ย ลิ้นชักที่สี่อักษรเทียน เซิงจวิน ลิ้นชักที่ห้าอักษรเทียน เซวียนเซิน ลิ้นชักที่หกอักษรเทียน ป๋ายซู่ ลิ้นชักที่เจ็ดอักษรเทียน เติงฉ่าว ลิ้นชักที่แปดอักษรเทียน หมางเซียว ลิ้นชักชักที่เก้าอักษรเทียน เฉินเซียง ลิ้นชักที่สิบอักษรเทียน เฉ่อป๋อ…”
ทุกคนไม่เข้าใจอย่างเห็นได้ชัดว่าเหตุใดอวิ๋นซูจึงท่องชื่อสมุนไพรเหล่านี้ออกมา ยามนี้เอง ท่าทีของหมอหลินพลันเปลี่ยนไปตื่นเต้นหาใดเปรียบ “นี่ นี่….”
“ใต้เท้าหลิน ทำไมหรือ?”
อวิ๋นซูค่อยๆ ลืมตาขึ้น จากนั้นจึงมองไปยังหมอหลวงทั้งหลายด้วยรอยยิ้มบางเบา
หมอหลวงหลินยากจะเชื่อจริงๆ “สมุนไพรเหล่านี้เป็นกองที่ข้าจัดเมื่อวาน…”
“หึ เสแสร้งหลอกลวง ของเหล่านี้จะพิสูจน์อะไรได้เล่า?!” หวงฝู่เสียตอบโต้อย่างรวดเร็ว มีสีหน้าไม่สบอารมณ์
อวิ๋นซูปรายตามองไปที่นางอย่างเรียบเฉย จากนั้นจึงตอบอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “หม่อมฉันเคยบอกแล้วเพคะ เมื่อวานตั้งแต่ยามเว่ยถึงยามเซิน หม่อมฉันอยู่ที่สำนักหมอหลวงมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลานี้ยังจัดการสมุนไพรระเกะระกะบนโต๊ะแล้วจึงแบ่งประเภทเก็บเข้าตู้ยาด้วย”
เพียงไม่นานก็มีหลายคนมีปฏิกิริยากลับมา พากันเผยท่าทีตื่นตะลึงหาใดเปรียบ คิดไม่ถึงว่าคุณหนูกงซุนจะจำได้! กระทั่งหมอหลวงหลินก็ยากจะเชื่อ ทางด้านหนึ่งคิดว่า หากคุณหนูกงซุนไม่เคยจัดสมุนไพรคงไม่สามารถท่องชื่อสมุนไพรมากมายเช่นนี้ออกมาได้เป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นคงไม่รู้ตำแหน่งที่เก็บพวกมันด้วย! อีกด้านหนึ่งเขากลับรู้สึกแปลกใจ ยามที่ตนออกไปจากห้องยา เห็นได้ชัดว่าสมุนไพรถูกจัดเรียบร้อยแล้ว เหตุใดจึงมาปรากฏในสภาพระเกะระกะดังที่คุณหนูกงซุนกล่าวได้เล่า?
“ขุนนางหลินมั่นใจหรือไม่ว่านี่เป็นสมุนไพรของเมื่อวาน?” จักรพรรดิเหลียนเลิกขนง ในพระเนตรเปล่งประกายเนื่องจากพระองค์เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนแล้ว
หมอหลวงหลินพยักหน้าอย่างนอบน้อม “กระหม่อมยืนยันพ่ะย่ะค่ะ สมุนไพรเหล่านี้เพิ่งถูกส่งเข้าวังมาเมื่อวาน เพียงแต่ยามที่กระหม่อมออกไปจากห้องยา กระหม่อมมั่นใจว่าห่อพวกมันแล้วจริงๆ แต่ว่า…หากคุณหนูกงซุนมิเคยจัดจัดพวกมัน ย่อมไม่สามารถกล่าวออกมาได้อย่างแม่นยำเพียงนี้” แม้จะสับสนแต่เขาก็ยังทูลรายงานตามความจริง
หวงฝู่เสียกัดฟันกล่าวอย่างดุดัน “มิแน่ว่านางอาจจดจำสมุนไพรพวกนี้ไว้ก่อนแล้วก็เป็นได้กระมัง? เมื่อกลับจากสวนอั้นหูมาที่สำนักหมอหลวงนางยังมีเวลามากพอ!”
เพียงแต่หมอหลวงหลายคนพากันส่ายหน้า “คุณหนูกงซุนยังท่องลิ้นชักที่พวกเราเก็บตัวยาได้อย่างถูกต้องแม่นยำด้วย เพราะใกล้จะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้ว พวกกระหม่อมจึงจัดการสมุนไพรที่เหลือในฤดูนี้และจัดเรียงใหม่อีกครั้ง แต่ละลิ้นชักมิได้มีสมุนไพรเช่นเดิม เช้าเมื่อวานเพิ่งจะเปลี่ยนเสร็จทั้งหมด ก่อนหน้านั้นคุณหนูกงซุนไม่มีทางรู้เป็นอันขาด!”
“สมุนไพรมากมายเพียงนั้น หากจะจัดเรียงประเภท เวลาเพียงชั่วครู่ย่อมไม่พอแน่นอน!”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! กระหม่อมกลับมายามโหย่ว พบว่าทุกอย่างเป็นปกติ เห็นได้ว่าคุณหนูกงซุนจัดอยู่นาน!”
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดสมุนไพรที่จัดการเรียบร้อยแล้วจึงระเกะระกะได้? เรื่องนี้จะต้องมีความผิดพลาดอันใดเป็นแน่!”
ในยามที่คำพูดของหมอหลวงทั้งหลายดึงสถานการณ์ให้เปลี่ยนไปอีกครั้ง หวงฝู่เสียพลันโกรธจนแทบสิ้นสติ! เหตุใดจึงมีเรื่องเช่นนี้ กงซุนซูผู้นี้เป็นสัตว์ประหลาดอันใดกันแน่? เหตุใดความจำจึงได้ดีเพียงนี้?
เมื่อย้อนคิดไปถึงคำพูดยืนยันของนางข้าหลวงและองค์หญิงเก้าเมื่อครู่นี้ ความคิดก่อนหน้านี้ของทุกคนพลันเริ่มถูกสั่นคลอน ดูแล้วคุณหนูกงซุนคงถูกใส่ร้ายจริงๆ! พวกเขามิอาจหาเหตุผลมาปฏิเสธได้ว่าเมื่อวานคุณหนูกงซุนมิได้ใช้เวลาไปถึงสองชั่วยามเพื่อจัดการสมุนไพรในสำนักหมอหลวง
“เสด็จพ่อ น้องเก้าอายุยังน้อย ถูกผู้อื่นหลอกใช้ได้ง่าย อีกทั้งคุณหนูกงซุนเข้าออกวังอยู่บ่อยๆ หากจะหาเข็มเงินของนางย่อมมิใช่เรื่องยากอันใด คนมีใจคิดไม่ซื่อเหล่านี้วางแผนครอบคลุมรอบด้าน ไม่เสียดายที่จะเอาชีวิตผู้อื่นเพียงเพื่อต้องการใส่ร้ายคุณหนูกงซุน เห็นได้ว่าเป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมยิ่งนัก พวกเรายิ่งไม่อาจตกหลุมพรางของพวกมันได้”
“ไม่ ไม่ใช่เช่นนั้น เสด็จพี่ใหญ่ ท่านจะเข้าข้างนางไม่ได้!” หวงฝู่เสียตะโกนใส่เฟิ่งหลิงอย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสีหน้ามืดครึ้มของบุรุษรูปงามเป็นเอก “เช่นนั้นน้องเก้าบอกพี่หน่อยเถิด เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่รู้กระทั่งว่าเมื่อวานคุณหนูกงซุนและนายน้อยลู่สวมอาภรณ์สีอะไร แต่กลับกล่าวได้อย่างชัดเจนว่านางฆ่าคน นี่จะให้พวกเราเชื่อได้อย่างไร?”
“ข้า ข้ากล่าวแล้ว ตอนนั้นกลัวเกินไปจึงมิได้สังเกต…”
“เช่นนั้นอาจเป็นเพราะยามนั้นน้องกลัวเกินไปจึงจำผิดคนก็เป็นได้กระมัง?!” ริมฝีปากบางของเฟิ่งหลิงยกโค้งแต่กลับไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย
“ไม่ เป็นนาง เป็นนาง!”
คนไม่น้อยลอบส่ายศีรษะในใจ คำพูดขององค์หญิงเก้าห่างไกลจากความจริงยิ่งนัก พวกเขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆ หากจะฟังคำยืนยันอันเลอะเลือนเหล่านี้ มิสู้เชื่อมั่นในตัวคุณหนูกงซุนที่ปกติทำงานใกล้ชิดกับพวกเขาเสียยังจะดีกว่า นางไม่ใช่คนที่จะสังหารผู้บริสุทธิ์! ในหมู่พวกเขามีไม่น้อยที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากคุณหนูกงซุน สตรีที่ใจกว้าง มีวิชาแพทย์สูงส่ง อีกทั้งไม่เคยยโสโอหังเช่นนี้ จะทำเรื่องเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร ละอายใจ! ละอายใจจริงๆ! เมื่อครู่พวกเขาถึงกับเกือบเชื่อคำพูดขององค์หญิงเก้าเสียแล้ว!
เมื่อเห็นดรุณีน้อยนางนั้นยังไม่ยอมแพ้ อวิ๋นซูจึงก้าวมาเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง “ใต้เท้าทุกท่านตรวจสอบร่างกายนายน้อยลู่มาแล้วกระมัง ยืนยันได้ว่าเขาผ่านการมีสัมพันธ์กับสตรีมาแล้วใช่หรือไม่?” ดังเช่นที่หมอหลวงทุกคนกล่าว ในฐานะที่เป็นสตรี อวิ๋นซูไม่อาจตรวจสอบได้อย่างพวกเขา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางสามารถใช้เรื่องนี้มาทำให้หวงฝู่เสียรู้ตัวว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจใส่ร้ายนางได้เด็ดขาด
หมอหลวงหลายคนพยักหน้าด้วยสีหน้าแปลกประหลาด จะอย่างไรหากเรื่องนี้แพร่ออกไปก็ต้องมีผลกระทบ
“เช่นนั้นฝ่าบาทเพคะ เชิญแม่นมมาท่านหนึ่งได้หรือไม่?”
จักรพรรดิเหลียนไม่ทราบว่าอวิ๋นซูจะทำอะไร ทว่ายามนี้พระองค์เชื่อสตรีผู้นี้แล้ว จึงเรียกเรียกแม่นมชรามานางหนึ่ง
อวิ๋นซูพาแม่นมนางนั้นเดินไปที่มุมหนึ่งท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน เพียงไม่นานแม่นมก็เดินกลับมากระซิบอะไรบางอย่างข้างพระกรรณจักรพรรดิเหลียน
“อืม ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
หวงฝู่เสียอดไม่ได้ที่จะเคร่งเครียด แม่นมกล่าวอะไรกับเสด็จพ่อกันแน่?!
ดวงเนตรอันเคร่งขรึมทิ่มแทงมายังหวงฝู่เสีย ในนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังอันเข้มข้น ดรุณีน้อยชะงักไป ใจเต้นตึกตักไม่หยุด สายตาเช่นนี้ของเสด็จพ่อหมายความว่าอย่างไร?
“เรื่องนี้เจิ้นตัดสินใจได้แล้ว เด็กๆ ตามหาคนร้ายที่สังหารนายน้อยลู่สุดความสามารถ เจิ้นต้องจับตัวคนที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้! กล้าใส่ร้ายพระชายาองค์ชายใหญ่ ทำให้ราชวงศ์ของเจิ้นสั่นคลอน มีโทษประหาร!” เสียงนี้ดังก้องอยู่ในตำหนักเนิ่นนาน แต่กลับเป็นการบอกทุกคนแล้วว่าคุณหนูกงซุนบริสุทธิ์!
จะอย่างไรหวงฝู่เสียก็คิดไม่ถึงว่าตนลำบากลำบนเพียงนี้แล้วจะยังไม่สามารถเอาความกับอวิ๋นซูได้อีก! “เสด็จพ่อ ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร…”
จักรพรรดิเหลียนในยามนี้ไม่คิดจะฟังนางอีกแม้แต่คำเดียว “ลากนางออกไป เฝ้าให้เข้มงวด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปไม่อนุญาตให้นางก้าวออกจากประตูตำหนักแม้แต่ก้าวเดียว!”
“ไม่ เสด็จพ่อ เป็นกงซุนซูสังหารลู่เซิ่งอวิ๋น! เป็นนาง!” หวงฝู่เสียยังคงดิ้นรน ถูกองครักษ์ทั้งหลายพาตัวออกไป “ปล่อยข้า พวกเจ้าปล่อยองค์หญิงเช่นข้าเดี๋ยวนี้! เสด็จพ่อถูกหลอกแล้ว! กงซุนซูฆ่าคน ต้องให้นางชดใช้ด้วยชีวิต!”
“องค์หญิงเพคะ หยุดเท่านี้เถิด! บ่าวทำเพื่อองค์หญิง!” แม่นมผู้นั้นเดินตามมา ช่วยดึงแขนเสื้อหวงฝู่เสียเอาไว้
“เจ้าได้รับผลประโยชน์อันใดจากกงซูผู้นั้นกันแน่?! กล่าวอะไรกับเสด็จพ่อ? ทำไมเสด็จพ่อจึงเชื่อนังแพศยานั่น…”
หึ ในฐานะที่เป็นหน่อเชื้อพระวงศ์แต่คำพูดคำจากลับหยาบคายเพียงนี้ แม่นมอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เมื่อย้อนคิดดูอีกครั้ง หลังจากผ่านวันนี้ไปองค์หญิงเก้าคงไม่มีโอกาสพลิกฐานะแล้วกระมัง นับว่านางสูญเสียความโปรดปรานจากฝ่าบาทไปแล้วโดยสิ้นเชิง เช่นนั้นตนก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจนางอีก
“องค์หญิงเก้า บ่าวขอเตือนองค์หญิงเสียหน่อยเถิด ท่านรีบพูดออกมาเถิดว่าผู้ใดคิดจะวางแผนทำร้ายคุณหนูกงซุนกันแน่ มิเช่นนั้นชั่วชีวิตนี้องค์หญิงอย่าคิดจะเหยียบย่างออกมาจากตำหนักแม้เพียงก้าวเดียว! คุณหนูกงซุนผู้นั้นเป็นใครกัน เป็นคนที่ท่านจะล่วงเกินได้หรือ? กระทั่งองค์หญิงยังกล่าวเองว่านายน้อยลู่ผู้นั้นผ่านการมีสัมพันธ์กับสตรีมาก่อน! แต่คุณหนูกงซุนยังเป็นแม่นางบริสุทธิ์ จุดพรหมจรรย์ยังอยู่! เห็นได้ว่ายามนั้นสตรีที่อยู่กับนายน้อยลู่ไม่ใช่นาง!”
จุดพรหมจรรย์? ดวงตาของหวงฝู่เสียเปล่งประกาย เดิมทีนางคิดว่าแผนการนี้ไร้ช่องโหว่ ไหนเลยจะรู้ว่ากลับแพ้ให้ความผิดพลาดไร้สาระเช่นนี้ สุดท้ายเป็นพวกนางมั่นใจในตัวเองเกินไป คิดว่ามีพยานบุคคลมากมายพิสูจน์ว่านางอยู่ในที่เกิดเหตุได้แล้ว…ไม่ยอม นางไม่ยอม!
อีกด้านหนึ่ง ไม่นานฝูจีก็ได้รับข่าวนี้
เสียงเพี้ยะดังขึ้น นางตบตีลงไปบนร่างผู้มาเยือน “ตอนที่ข้าบอกให้เจ้าถ่วงเวลากงซุนซูในสำนักหมอหลวง เจ้าถึงกับทิ้งช่องว่างเช่นนี้ไว้เชียวหรือ!” อะไรกัน? คุณหนูกงซุนถึงกับท่องสมุนไพรและลำดับลิ้นชักสมุนไพรเหล่านั้นออกมาได้เชียวหรือ ทำให้พิสูจน์ได้ว่านางอยู่ที่สำนักหมอหลวงจริงๆ! ฝูจีถึงกับหัวเราะออกมา เพียงแต่หลังจากหัวเราะก็ระเบิดโทสะออกมาอย่างโหดเหี้ยม
“มีความสามารถยิ่งนัก! มีความสามารถยิ่งนัก!” เห็นแล้วไม่ลืมเลือนหรือไร? คนของตนนำสมุนไพรเหล่านั้นออกมาเทให้อยู่ในสภาพยุ่งเหยิง เนพราะคาดเดาได้ว่ากงซุนซูจะต้องแสร้งทำเป็นคนดีจัดการสมุนไพรแทนพวกเขา ทั้งยังให้นางข้าหลวงขององค์หญิงเก้าพาตัวบ่าวชุนเซียงผู้นั้นออกไป ทำให้กงซุนซูไร้พยานยืนยันที่อยู่ เดิมที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีช่องว่าง ไหนเลยจะรู้ว่ากลับกลายเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวงที่ทำให้นางพ่ายแพ้!
บุรุษชุดดำพยุงร่างตนเองให้มั่นคง บนแก้มปรากฏรอยบวมแดง “ผู้น้อยผิดไปแล้วขอรับ”
เสียงโครมครามดังขึ้น ฝูจีปัดของบนโต๊ะทั้งหมดตกพื้น นางยากจะควบคุมอารมณ์โมโหของตนในยามนี้จริงๆ เดิมทีคิดว่าคราวนี้จะกำจัดกงซุนซูผู้นั้นไปได้อย่างเด็ดขาด คิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือตน เพียงแต่ตอนนี้ราวกลับตกจากสวรรค์ลงสู่นรกก็มิปาน ทำให้ฝูจียากจะรับไหว
ประกายสีเงินส่องสว่าง กระบี่แทงทะลุท้องของบุรุษในอาภรณ์ชุดดำผู้นั้น ข้างหูมีเสียงอันเย็นชาจนถึงขีดสุดดังขึ้น “ข้าเคยบอกแล้วว่าจะไม่เก็บคนไร้ประโยชน์ไว้เด็ดขาด เจ้าตายเช่นนี้นับว่าสบายเจ้าเกินไปจริงๆ!”
“คะ คุณหนู…”
ดวงตาของฝูจีไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย นางดึงกระบี่เปื้อนเลือดออกมา ราวกับมีเพียงโลหิตสีแดงฉานที่จะสงบอารมณ์โกรธในใจนางได้
กงซุนซู จะต้องมีสักวัน ตนจะต้องแล่เนื้อนางเป็นหมื่นชิ้น!
nitnit
อวิ๋นซูรู้อยู่ว่าเข้าไปในวังหลวงมีอันตรายแล้วองครักษ์เงาหายหัวไปไหนแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะมีนางกำนัลหลอกให้ไปนู่นนี่นั่น
Pennybull
อีดอกหวงฝู่เสียนี่ มันคับแค้นอะไรกับนางเอกมากจนขนาดโกหก แล้วโกหกเล่าใส่ร้ายนางเอกถึงขนาดบ้าคลั่งแบบนี้ อยากตบหน้ามันจนฟันหลุด หรือไม่ก็ปลด ฐานันดรจากเจ้าหญิงมาเป็นนางแพศยา😬😬😬
Venus36
อวิ๋นซูผู้มาเหนือเมฆจ้า