หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 810 เสียสตินึกคิด
เล่มที่ 27 ตอนที่ 810 เสียสตินึกคิด
สายตาของทุกคนมองสลับไปมาระหว่างจักรพรรดิเหลียนและฮองเฮาเหลียน บรรยากาศอันกดดันเช่นนี้ทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกอยากวิ่งหนียิ่งนัก เหล่าสตรีที่มาคัดเลือกสนมที่อยู่ด้านข้างเริ่มใช้สายตาหวาดกลัวมองสำรวจเฉินอิงจือ จนกระทั่งสตรีผู้มีบรรยากาศผึ่งผายผู้นั้นคารวะเล็กน้อย “หม่อมฉันขอพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณเพคะ”
เสียงนี้ทำลายสถานการณ์ที่กำลังหยุดนิ่ง จักรพรรดิเหลียนดึงสติกลับมาจากความเบื่อหน่าย จากนั้นสายพระเนตรพลันแปรเปลี่ยนไปอบอุ่นอ่อนโยน “อืม รีบกลับไปเถิด อย่าได้ต้องลมเย็น”
“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ” เฉินอิงจือเผยรอยยิ้มหวาน จากนั้นจึงเดินหายไปจากสายตาทุกคนภายใต้การประคองของนางข้าหลวง ฮองเฮาเหลียนอยากเจาะรูบนร่างนางยิ่งนัก ถึงกับยโสโอหังต่อหน้าตนเช่นนี้ กระทั่งคารวะตนเพื่อทูลลาก็ไม่ต้องแล้วหรือ? ถือว่าตัวเองได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทจึงเริ่มไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาแล้วจริงๆ! หากไม่ทำให้นางเห็นดีกันเสียหน่อย วันหน้าตนจะมีที่ยืนในพระราชวังแห่งนี้ได้อย่างไร
“ตอนนี้ในวังมีคนมาก เจิ้นไม่อยากให้วังหลังมีการต่อสู้แย่งชิงอันใดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิงกุ้ยเฟย ไม่ว่าใครก็อย่าไปรบกวนนาง!” พระดำรัสนี้ของจักรพรรดิเหลียนเต็มไปด้วยความปกป้องคุ้มครอง ความหมายของพระองค์ก็คือไม่อนุญาตให้ใครไปหาเรื่องอิงกุ้ยเฟยเด็ดขาด ยิ่งอย่าได้คิดสร้างความยุ่งยากให้นาง!
ในใจของทุกคนสั่นสะท้าน ทว่าที่มีมากกว่าก็คือความอิจฉา ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเฉินอิงจือมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ เพียงแต่นางเป็นคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในการคัดเลือกนางสนมครั้งนี้โดยไม่ต้องสงสัยเลย ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนยังได้รู้ข่าวสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นก็คือนางเป็นสตรีที่ฝ่าบาทโปรดปราน!
เพียงไม่นานข่าวนี้ก็แพร่ไปทั่วทั้งพระราชวัง เหล่าสตรีที่เดิมทียังรู้สึกดีใจที่ตนได้รับการแต่งตั้งเป็นสนม ยามนี้กลับรู้สึกราวกับตกจากสวรรค์ลงสู่นรก ความจริงพวกนางแต่ละคนล้วนมีแผนอยู่ในใจ ล้วนอาศัยตำแหน่งของบิดาทั้งสิ้น แต่จู่ๆ กลับมีอิงกุ้ยเฟยอันใดนั่นโผล่ออกมา ไม่เคยแม้แต่จะได้ยิน กระทั่งถูกคนผู้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเช่นนี้แย่งชิงความโดดเด่น ทุกคนต่างไม่อาจสงบอารมณ์ของตนได้
แม้จะกล่าวว่าจักรพรรดิเหลียนทรงมีรับสั่งมาแล้วว่าไม่ให้ใครไปรบกวนอิงกุ้ยเฟย แต่ยามนี้นอกตำหนักชิงเหอกำลังเอะอะวุ่นวาย ทุกคนนำของขวัญมารออยู่ด้านนอก ไม่ว่าเฉินอิงจือจะเป็นใคร ตอนนี้นางมีฐานะเป็นกุ้ยเฟย วันหน้ายังต้องพบหน้าค่าตากันอยู่ตลอด ประจบประแจงเสียหน่อยก็ไม่เลว
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือต่างๆ นานาพากันถาโถมเข้ามา เฉกเช่นอวี้กุ้ยเฟยเมื่อปีนั้นนางเป็นเพียงสนมธรรมดานางหนึ่ง ภายหลังจึงค่อยได้รับการแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟยจากฝ่าบาท ทว่ายามนี้เฉินอิงจือกลับได้รับตำแหน่งสูงในพริบตาเดียว ทุกคนได้ยินว่าในท้องพระโรงวันนี้ฝ่าบาทไม่ไว้หน้าฮองเฮาแม้แต่น้อย บางทีตำแหน่งฮองเฮาอาจสั่นคลอนแล้วกระมัง
ข่าวลือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทางด้านตำหนักฮองเฮาในยามนี้ราวกับเกิดสงครามก็มิปาน
“ออกไป ไสหัวออกไปให้เปิ่นกงเสีย! ผู้ใดกล้าเข้ามา เปิ่นกงจะตัดหัวมันผู้นั้น!”
ฮองเฮาคล้ายเสียสติไปแล้วก็มิปาน ไม่ใช่เพียงเพราะตนขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นจักรพรรดิเหลียนถึงกับกล่าวยอมรับจากปากว่าชอบสตรีนางนั้น! นี่หมายความว่าอย่างไร? ไม่ใช่ว่าพระองค์มีรักเดียวใจเดียวต่อฮองเฮาพระองค์ก่อนหรือไร? ฮองเฮาพระองค์ก่อนที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายตนก็ยังเอาชนะไม่ได้ ตอนนี้กลับมีเฉินอิงจือในตำหนักชิงเหอเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง จะอย่างไรฮองเฮาก็ยากจะยอมรับความจริงเช่นนี้ได้
ฮองเฮา ฮองเฮา ตำแหน่งฮองเฮานี้จะมีความหมายอันใด!
“เหนียงเหนียง…”
แม่นมผู้นั้นเดินเข้ามาจากด้านนอก แต่กลับมีแจกันลอยมาเบื้องหน้า เกือบถูกศีรษะนาง “ว้าย!”
”ออกไป!”
แม่นมเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก มองไปยังท่าทีบ้าคลั่งของฮองเฮาในยามนี้ ในใจรู้สึกเจ็บปวดและสงสารหาใดเปรียบ “เหนียงเหนียง บ่าวได้ยินข่าวสำคัญมาเรื่องหนึ่งเพคะ!”
พระอุระของฮองเฮากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ดวงเนตรลุกโชน หลังจากได้ยินประโยคนี้ เดิมทีคิดจะสงบอารมณ์ของตน แต่เมื่อส่ายพระพักตร์ พระวรกายกลับโอนเอน แม่นมรีบเข้ามาประคอง “เหนียงเหนียงกริ้วจนทำร้ายพระวรกายเช่นนี้จะดีไปได้อย่างไรเพคะ? เหนียงเหนียงอย่าติดกับนะเพคะ!”
ติดกับ? “เจ้า เจ้ากล่าวอันใด?”
“เมื่อครู่บ่าวไปสืบมาแล้ว เฉินอิงจือผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ นางเป็นของขวัญที่องค์ชายใหญ่มอบให้ฝ่าบาท!”
“อะไรนะ ของขวัญ? องค์ชายใหญ่…”
แม่นมพยักหน้า “ใช่แล้วเพคะ บ่าวคิดว่านี่ต้องเป็นแผนการขององค์ชายใหญ่เป็นแน่! เขาคิดจะยัดเยียดคนของตนไว้ข้างกายฝ่าบาท ไม่แน่ว่าอาจรอโอกาสขึ้นเป็นจักรพรรดิ!” แม่นมคิดว่าความคิดของตนจะต้องถูกต้องแม่นยำแน่นอน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นวิธีที่ฮองเฮาเคยคิด ผู้อื่นย่อมคิดได้
“เขาน่ะหรือ? ต้องการนั่งในตำแหน่งจักรพรรดิ ต้องดูเสียก่อนว่าไท่ซ่างหวงยินยอมหรือไม่!”
ไท่ซ่างหวงเกลียดชังฮองเฮาพระองค์ก่อนเป็นอย่างยิ่ง ย่อมเห็นองค์ชายใหญ่เป็นหนามตำตา จะมอบตำแหน่งจักรพรรดิให้เขาได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้หากมิใช่ว่าฝ่าบาทขัดขวาง เจ้าเด็กหน้าเหม็นนั่นคงตายไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่าบาทและไท่ซ่างหวง ไม่อาจเวียนไปถึงเขาโดยเด็ดขาด!
“สตรีนางนั้นดูธรรมดาเช่นนั้นจะครองพระทัยฝ่าบาทได้อย่างไร?” เนื่องจากจักรพรรดิเหลียนแสดงท่าทีอบอุ่นอ่อนโยนต่อเฉินอิงจือออกมาเบื้องพระพักตร์ฮองเฮา ทั้งยังไม่เหมือนการเสแสร้ง กระทั่งตอนนี้ฮองเฮายังจดจำสายตาเช่นนั้นได้ ในพระทัยจึงอดไม่ได้ที่จะเจ็บปวด
“บ่าวคิดว่าฝ่าบาททรงคิดคำนึงถึงฮองเฮาพระองค์ก่อน ตามหามานานหลายปีแต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์อันใด จึงคิดจะหาตัวแทนเพื่อสลายความคิดคำนึงในพระทัยชั่วคราว ฝ่าบาทระแวงเหล่าเหนียงเหนียงในวังยิ่ง ดังนั้นองค์ชายใหญ่จึงหาสตรีจากด้านนอกเข้ามาให้ ฝ่าบาทย่อมนำความเปล่าเปลี่ยวในหลายปีมานี้ไประบายบนร่างของเฉินอิงจือผู้นั้น”
แม่นมกล่าวได้มีเหตุผล ในวังแห่งนี้มีสนมท่านไหนบ้างที่ฝ่าบาทแต่งตั้งด้วยความเต็มใจ? นั่นล้วนมาจากการใคร่ครวญถึงเรื่องการคานอำนาจในราชสำนักทั้งสิ้น ทว่ายามนี้มีเฉินอิงจือที่ทำให้พระองค์ไม่รู้สึกกดดันปรากฏตัวแล้ว ย่อมได้รับความโปรดปรานจากพระองค์
“ยิ่งไปกว่านั้นบ่าวคิดว่าบนร่างของเฉินอิงจือผู้นี้มีเงาของฮองเฮาพระองค์ก่อน ดังนั้นฝ่าบาทจึง…”
“เป็นไปไม่ได้! ฮองเฮาองค์ก่อนเป็นสาวงามโดดเด่น นางไม่อาจเทียบได้!” ฮองเฮาปฏิเสธโดยพลัน แม้พระนางไม่อยากยอมรับว่าฮองเฮาพระองค์ก่อนมีใบหน้างดงามจนไม่มีผู้ใดเทียบเทียม แต่ตนแพ้ให้นางยังดีกว่าแพ้ให้เฉินอิงจือที่มีหน้าตาธรรมดามากนัก พระนางไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตนแทนที่ฮองเฮาพระองค์ก่อนไม่ได้ แต่เฉินอิงจือกลับทำได้
“ยามนี้คนมากมายต่อแถวอยู่หน้าตำหนักชิงเหอเพื่อรอเข้าพบเฉินอิงจือสักครั้ง หึ คนเหล่านี้ช่างไม่มีความอดทนเอาเสียเลย! แต่เหนียงเหนียงอย่าได้ร้อนพระทัยเป็นอันขาด พวกเราจะจัดการนาง อนาคตยังอีกยาวไกล!”
อนาคตยังอีกยาวไกล? ไม่ ฮองเฮาไม่อยากรอแม้แต่น้อย พระนางไม่อยากเห็นจักรพรรดิเหลียนแสดงท่าทีหวานล้ำกับสตรีอื่นต่อหน้าพระนางอีก พระนางไม่มั่นใจจริงๆ ว่ายามนี้ตนจะทำเรื่องอะไรออกมา “ไป สั่งให้คนเตรียมน้ำแกงหวาน คราวนี้เปิ่นกงเสียมารยาทเบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท ควรไปขออภัยที่ห้องทรงอักษรเสียหน่อย”
ในใจของแม่นมรู้สึกยินดียิ่ง เช่นนี้นับว่าถูกต้องแล้ว! ฮองเฮาควรอดทนรับความอัปยศชั่วคราว พระนางมักจะเรียกสตินึกคิดกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว แม่นมไม่กล้าคิดเลยว่าหากไท่ซ่างหวงรู้ว่าฮองเฮาสูญเสียกิริยายามปกติเพราะความริษยาจะเกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้มากว่าการเสียสละในหลายปีมานี้จะเสียเปล่า
“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ด้านนอกมีเสียงขันทีใหญ่ดังแว่วมา ไหนเลยจะรู้ว่าเนิ่นนานผ่านไปด้านในจึงค่อยมีสุรเสียงอันเกียจคร้านดังตอบ “ไม่พบ”
พระพักตร์ของฮองเฮาไม่มีความผิดปกติแม้แต่น้อย ใบหน้าของขันทีใหญ่อัดแน่นไปด้วยความกระอักกระอ่วน เงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง “ฮองเฮา ฝ่าบาทกำลังยุ่งกับการอ่านราชโองการ หากเหนียงเหนียงไม่มีเรื่องสำคัญ มิสู้วันหน้าค่อยเสด็จมาใหม่เป็นอย่างไร?”
“เปิ่นกงเพียงนำน้ำแกงหวานมามอบให้ฝ่าบาทเท่านั้น รบกวนไม่นานหรอก” สุรเสียงของพระนางกลับคืนสู่ความสง่างามใจกว้างเฉกเช่นเมื่อก่อนแล้ว แตกต่างกับสตรีบ้าในยามนั้นราวกับเป็นคนละคน อีกทั้งท่าทีที่ฮองเฮามีต่อขันทีใหญ่ก็ถ่อมตัวขึ้นมาก ทั้งสองเลือกจะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีเรื่องย่ำแย่อันใดเกิดขึ้น
ไม่รอให้ขันทีใหญ่กล่าวอันใด ฮองเฮาก็ยื่นมือไปผลักประตูห้องให้เปิดออก บุรุษด้านในไม่รู้สึกแปลกใจนัก การที่ฮองเฮาขัดคำสั่งของพระองค์ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงครั้งสองครั้ง
ประตูถูกปิดลง ขันทีใหญ่เฝ้าอยู่ด้านนอก คอยสังเกตการเคลื่อนไหวด้านในอยู่ตลอด
“ฝ่าบาท หม่อมฉันขออภัยเพคะ”
ฮองเฮาวางน้ำแกงหวานถ้วยนั้นลง จากนั้นถึงกับคุกเข่าลง
จักรพรรดิเหลียนหยุดการเคลื่อนไหว มองไปยังสตรีบนพื้นพลางขมวดขนง “ฮองเฮาทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“วันนี้หม่อมฉันเสียกริยาต่อหน้าขุนนางทั้งหลาย เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ”
“ช่างเถิด เจิ้นไม่ใส่ใจ” เพราะแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเก็บนางไปใส่ใจอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใส่ใจทุกคำพูดและกริยาของนาง จักรพรรดิเหลียนหมายความเช่นนี้
ดวงเนตรของฮองเฮาเปล่งประกาย “แต่ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันทำทุกอย่างเพื่อฝ่าบาท!”
“อ้อ? เพื่อเจิ้นหรือ?”
จักรพรรดิเหลียนดึงพระเนตรกลับมา พระองค์รู้ว่าหากไม่มีเรื่องใดฮองเฮาย่อมไม่มาเยือน คราวนี้มาหาก็ไม่ทราบว่ามีแผนการอันใด
“หม่อมฉันได้ยินข่าวลือต่างๆ นานาในวังแล้วเพคะ ฝ่าบาท ตำหนักชิงเหอเป็นสถานที่มงคลของวังหลวง มิใช่สถานที่ที่จะให้ผู้มีที่มาที่ไปไม่แน่ชัดเข้าอาศัยตามใจ มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายฮวงจุ้ย วันหน้าหากมีนางสนมตั้งครรภ์จะทำเช่นไร? ฝ่าบาททรงมีพระกรุณา อาจถูกผู้มีใจคิดไม่ซื่อหลอกใช้จุดนี้ คิดทำทุกวิถีทางเพื่อยัดเยียดสตรีผู้มีใจคิดไม่ซื่อไว้ข้างพระวรกายฝ่าบาท หม่อมฉันรู้สึกกังวลจริงๆ ต่อให้ฝ่าบาททรงกิ้ว หม่อมฉันก็ไม่อาจทนเห็นฝ่าบาทถูกแผนสาวงามเล่นงานเช่นนี้ได้เพคะ!”
ความหมายของฮองเฮาชัดเจนยิ่งนัก พระนางหมายความว่าเฉินอิงจือเป็นสายลับที่องค์ชายใหญ่ยัดเยียดให้มาอยู่ข้างพระวรกายจักรพรรดิเหลียน มีจุดประสงค์ไม่บริสุทธิ์
จักรพรรดิหน้าโต๊ะทรงอักษรรวมฎีกาเข้าด้วยกัน เงยพระพักตร์ขึ้นพลางแย้มสรวล
“คิดยัดเยียดสตรีผู้มีที่มาที่ไปไม่แน่ชัดไว้ข้างกายเจิ้น คนผู้นี้มิใช่เจ้าหรือ?”
อะไรนะ? ฮองเฮาใจสั่น เบนพระพักตร์ขึ้นสบตากับดวงเนตรแฝงรอยสรวลของจักรพรรดิเหลียน พระนางพลันรู้ว่าพระองค์ตรัสถึงคราวที่แล้ว เรื่องที่ตนช่วยผลักดันญาติผู้น้องของอวี๋เฟยให้ฝ่าบาท แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเกิดความยุ่งยากครั้งใหญ่ ทั้งยังเกือบทำร้ายพระวรกายล้ำค่าของฝ่าบาทอีกด้วย
แต่ตอนนี้ฮองเฮาจะยอมรับได้อย่างไรเล่า?
“ฝ่าบาทจะต้องเข้าพระทัยผิดเป็นแน่ หม่อมฉันหวังดีต่อฝ่าบาท ทุกเรื่องล้วนทำเพื่อฝ่าบาท เฉินอิงจือผู้นั้น หม่อมฉันส่งคนไปตรวจสอบแล้ว ถึงกับไม่พบพื้นเพเบื้องหลังอันใด คนเช่นนี้จะอยู่ข้างกายฝ่าบาทได้อย่างไร อันตรายเกินไปแล้วเพคะ! ไม่แน่นางอาจเป็นมือสังหารที่ผู้ใดส่งมาก็เป็นได้?”
จักรพรรดิเหลียนรู้สึกน่าขันยิ่งนัก ท่าทีของฮองเฮาในระยะนี้แปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ มิใช่ว่านางทำงานให้ไท่ซ่างหวงหรือไร? ตนมีสนมมากมาย มิใช่เรื่องที่ไท่ซ่างหวงคาดหวังหรือไร? เหตุใดนางจึงมาเยือนถึงประตูเพราะเรื่องนี้ได้ ไม่เหมือนนิสัยของนางก่อนหน้านี้เลยจริงๆ
“ต่อให้นางเป็นมือสังหาร ขอเพียงเจิ้นชอบก็พอแล้ว”
Venus36
จักรพรรดิเหลียดเล่นหนักเล่นขยี้จ้า ฮองเฮาสั่นสะท้านไม่ไหวแล้ว ยิ่งเข้าแผนของอวิ๋นซู นางเฉียบขาด