หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 811 ฉีกหน้า
เล่มที่ 28 ตอนที่ 811 ฉีกหน้า
“ฝ่าบาท…ชอบนางหรือ?” ในที่สุด มาดที่ฮองเฮารักษามาเนิ่นนานก็มีรอยร้าว จักรพรรดิเหลียนทำราวไม่เห็นอารมณ์อันสั่นคลอนของพระนาง
“ทำไม เจ้าไม่คิดว่าอิงจือค่อนข้างพิเศษหรือ? เจิ้นเห็นสตรีรูปร่างอ้อนแอ้นอรชรแบบบางดุจสายน้ำจนเอียนแล้ว แต่บนร่างของนาง เจิ้นได้เห็นความผึ่งผายที่สตรีธรรมดาไม่มี ในจุดนี้เหมือนกับฮองเฮาพระองค์ก่อนยิ่งนัก” ประโยคนี้ของจักรพรรดิเหลียนมีความจริงใจอยู่หลายส่วน เพียงแต่ฮองเฮาไม่อาจรับได้จริงๆ
“เพียงเฉินอิงจือผู้ต่ำต้อยจะนำมาเทียบกับฮองเฮาพระองค์ก่อนได้อย่างไรเพคะ!”
ฮองเฮาลุกขึ้นโดยพลัน “ฝ่าบาทเก็บคนที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเช่นนี้ไว้ข้างพระวรกาย ทรงไม่กังวลหรือว่าจะมีอันตราย? หากฝ่าบาทเกิดเรื่องเหนือคาดอันใด อนาคตของแคว้นเหลียนจะดีได้อย่างไร?”
นี่เป็นครั้งแรกที่ฮองเฮาตรัสถึงฮองเฮาพระองค์ก่อนกับปาก
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าตนจะโจมตีเช่นไร สุดท้ายนางยังเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปได้ ไหนเลยจะเหมือนคราวนี้
จักรพรรดิเหลียนพลันรู้สึกว่าเรื่องราวมีรอยแตกร้าวแล้ว พระองค์เริ่มเข้าใจความหมายในคำพูดของอวิ๋นซูทีละน้อย ที่ว่าสามารถใช้เฉินอิงจือทำลายฮองเฮาได้…
“หากเจิ้นเป็นอะไรไปยังมีองค์ชายใหญ่อยู่ เจิ้นย่อมวางใจ”
“เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ฝ่าบาทถึงกับไม่สนใจแผ่นดินแคว้นเหลียนเชียวหรือ? เหตุใดฝ่าบาทจึงสะเพร่าเช่นนี้?!” ฮองเฮายากจะเข้าใจจริงๆ ฝ่าบาทเป็นคนจริงใจ บางทีบุรุษทุกคนที่รักฮองเฮาพระองค์ก่อนอาจทำเช่นนี้ทั้งสิ้น แต่เฉินอิงจือที่ต่ำต้อยเพียงผู้เดียวจะนับเป็นอะไรได้ นางควรค่าให้ฝ่าบาททำเช่นนี้หรือ?!
ฮองเฮาค่อนข้างคุ้นเคยกับอารมณ์ในยามนี้ มันคล้ายกับเมื่อปีนั้นที่พระนางรู้ว่าฝ่าบาทตั้งตัวเป็นศัตรูกับไท่ซ่างหวงโดยไม่เสียดาย ดื้อรั้นต้องการแต่งตั้งบุตรีคนโตของตระกูลมหาราชครูเป็นฮองเฮา ยามนั้นในพระทัยของพระนางไม่ยินยอมพร้อมใจเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่…สตรีผู้นั้นกลับโดดเด่นเหนือผู้อื่น ความงดงามเช่นนั้นมากเพียงพอที่จะทำให้บุรุษยอมตายเพื่อนาง
ยามนี้ฮองเฮาคิดว่าจักรพรรดิเหลียนถูดบดบังพระเนตรจนสูญเสียสตินึกคิด ไม่สนใจแผ่นดินเพราะสตรีไร้ชื่อเสียงนางหนึ่ง นี่จงใจทำให้ตนทนไม่ไหวหรือไร?
“ต่อให้เป็นสตรีต่ำต้อย ขอเพียงเจิ้นชอบ ย่อมไม่มีอะไรทำไม่ได้!”
พระดำรัสของจักรพรรดิเหลียนราวกับคมมีดทิ่มแทงไปยังหัวใจของฮองเฮาอีกครั้ง
“ฝ่าบาท พระองค์จะต้องเสียใจ!”
เมื่อเห็นสตรีผู้เต็มไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านเบื้องหน้า จักรพรรดิเหลียนพลันเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย สุรเสียงแฝงไปด้วยความอันตราย “นี่ฮองเฮากำลังขู่เจิ้นหรือ?”
“หากฝ่าบาทชอบคนงาม หม่อมฉันสามารถสั่งให้คนไปเสาะหามาถวายให้ฝ่าบาทได้ มีเพียงเฉินอิงจือเท่านั้นที่ไม่ได้!” ฮองเฮาไม่รู้ว่าตนกำลังแข่งกับผู้ใดกันแน่ ทว่ายามนี้พระนางไม่อาจควบคุมหัวใจของตน ไม่อาจควบคุมปากของตนได้อีกต่อไป
“เจิ้นไม่ต้องการคนงามมากเพียงนั้น ต้องการเฉินอิงจือเพียงผู้เดียว!”
ประโยคนี้ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าโจมตีไปยังสมองของฮองเฮาอย่างโหดเหี้ยม ในพระทัยของพระนางเหลือเพียงความคิดเดียว เหตุใดฝ่าบาทจึงปฏิบัติกับนางอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้? อย่างไรก็ตาม พระโอษฐ์ของพระนางกลับตรัสออกไปอย่างซื่อสัตย์หาใดเปรียบ “เหตุใดฝ่าบาทจึงปฏิบัติกับหม่อมฉันอย่างโหดร้ายเช่นนี้…”
จนกระทั่งได้สติกลับมาก็ไม่ทันเสียแล้ว จักรพรรดิเหลียนชะงักไปเล็กน้อย ภายในห้องทรงอักษรจมลงสู่บรรยากาศอันแปลกประหลาด
หลายปีมานี้จักรพรรดิเหลียนไม่เคยมองความรู้สึกของฮองเฮาตรงๆ พระองค์เห็นอีกฝ่ายเป็นสายลับที่ไท่ซ่างหวงส่งมา สิ่งที่ทำได้มีเพียงเพิ่มการป้องกันเท่านั้น ไหนเลยพระนางจะเคยคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้เช่นนี้ จักรพรรดิเหลียนคิดว่าเป็นแผนของพระนาง สำหรับสตรีเช่นนี้ พระองค์มีเพียงความเกลียดชังและความระแวงเท่านั้น แต่ยามนี้ จักรพรรดิเหลียนเริ่มมั่นใจการคาดเดาของอวิ๋นซูแล้ว บางทีฮองเฮาอาจมีความคิดเช่นนั้นกับพระองค์ก็เป็นได้
แต่ความรู้สึกเช่นนี้ ในความคิดของจักรพรรดิเหลียนดูน่าขันยิ่งนัก ในใจของตนไม่อาจมีคนที่สอง โดยเฉพาะถ้าเป็นนาง!
“ฮองเฮาอย่าลืมว่าตัวเองมีฐานะอะไร” สิ่งที่พระองค์อยากตรัสก็คือ อย่าหวังว่าจะสมปรารถนา
“ฝ่าบาท หม่อมฉันจำได้เสมอ หม่อมฉันคือฮองเฮาของฝ่าบาท…”
พระพักตร์ของจักรพรรดิเหลียนปรากฏรอยสรวลเย้ยหยันขึ้นมา “ฮองเฮาของเจิ้นมีเพียงผู้เดียว และจะมีเพียงผู้เดียวตลอดไป ไม่ว่าชีวิตนี้หรือชีวิตหน้า ล้วนไม่มีตำแหน่งของเจ้า!” พระองค์ไม่ต้องการความรักจากฮองเฮา และยิ่งไม่สงสารเห็นใจพระนางแม้แต่ครึ่งส่วน ตอนนี้สิ่งที่พระองค์ต้องทำก็คือยั่วโมโหฮองเฮาจนถึงขีดสุด ทำให้อีกฝ่ายเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา
เขากล่าวว่า…ไม่ว่าชีวิตนี้หรือชีวิตหน้าล้วนไม่มีตำแหน่งของตนหรือ?!
ฮองเฮาราวกับได้ยินเสียงแตกร้าวในใจของตน ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนกระทำก่อนหน้านี้จนสิ้น ไม่เคยคิดเลยว่าตนจะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ใจจักรพรรดิเหลียน “ฝ่าบาท แล้วท่านจะต้องเสียใจ”
“อ้อ? เรื่องที่เจิ้นเสียใจมีมากมาย หากจะเพิ่มอีกสักเรื่องก็ไม่เป็นไร”
สตรีเบื้องหน้าร่างกายโอนเอน กุมหน้าอกของตนด้วยความเจ็บปวด พระนางไม่มีความกล้าที่จะยืนอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิเหลียนอีกต่อไป รู้สึกราวกับว่าชั่วขณะต่อมาตนจะกระอักเลือดตายด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว
ฮองเฮาหมุนตัวเดินออกไปนอกประตูด้วยท่าทีโซเซ ภายในห้องทรงอักษรเหลือเพียงบุรุษที่มีสีหน้าเย็นเยียบลงเรื่อยๆ
จักรพรรดิเหลียนดึงพระเนตรของตนกลับมาช้าๆ ย้อนคิดไปถึงคำพูดเมื่อครู่นี้ของตน จู่ๆ พลันรู้สึกว่าตนใกล้ชิดกับหลิงเอ๋อร์มานานกระทั่งเรียนรู้ความปากร้ายของเขามาด้วย ได้เห็นท่าทีน่าอนาจเพียงนั้นของฮองเฮา นับว่ามีความสุขจริงๆ! ยามนี้พระองค์อยากเห็นยิ่งนัก ฮองเฮาจะทำให้ตนเสียใจอย่างไร! กลัวก็แต่นางจะไม่โหดเหี้ยมมากพอ
…
ในยามที่ฮองเฮาเดินออกมาจากห้องทรงอักษร ทุกคนไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเองจริงๆ สตรีในสภาพน่าสังเวชเมื่อครู่นี้คือฮองเฮาผู้สง่างามหรือ? ตกลงพวกเขาคุยอะไรในห้องทรงอักษรกันแน่ เหตุใดอยู่ดีๆ จึงมีความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ กระทั่งแม่นมที่ตามเสด็จยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องราวจึงดำเนินมาถึงขั้นนี้ได้ มิใช่เหนียงเหนียงทรงตรัสว่าจะมาขออภัยฝ่าบาทหรือ?
“เหนียงเหนียง ตกลงเกิดเรื่องอะไรกันแน่เพคะ? เหตุใดพระนางจึงออกมาเช่นนี้…”
แม่นมเดินตามฮองเฮาด้วยความกังวล ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จรอบๆ คุ้มครองฮองเฮาอยู่ตรงกลางเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเห็นสภาพอารมณ์ไม่มั่นคงเช่นนี้ของพระนาง
เมื่อกลับมาถึงตำหนัก สตรีที่มีความโหดเหี้ยมอำมหิตมาโดยตลอดถึงกับร้องไห้ออกมา ทำให้แม่นมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“เหนียงเหนียงทรงทำบ่าวตกใจหมดแล้วเพคะ ฝ่าบาทตรัสอะไรกันแน่ เหตุใดพระนางจึง…”
ฮองเฮาในยามนี้ดูคล้ายเด็กน้อยที่กำลังเสียใจก็มิปาน ไม่อธิบายอะไรให้แม่นมเข้าใจแม้แต่น้อย ความรักอันขมขื่นในหลายปีมานี้ของพระนางกลับถูกคำพูดประโยคเดียวของจักรพรรดิเหลียนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ที่แท้ตนไม่เคยทิ้งร่องรอยอันใดไว้ในใจของเขาได้เลย ตอนนี้ไม่ อนาคตก็ไม่
แม่นมให้ทุกคนถอยออกไปแล้ว ยามนี้ภายในตำหนักอันกว้างใหญ่เหลือเพียงฮองเฮาที่สูญเสียการควบคุมอารมณ์และนางเพียงสองคนเท่านั้น นางเห็นฮองเฮาเติบโตมาตั้งแต่เด็ก เห็นพระนางออกจากจวนเพื่อเข้าวัง เด็กคนนี้ต้องอดทนอดกลั้นเพียงใดแม่นมล้วนเห็นอยู่ในสายตา ผู้อื่นคิดว่าฮองเฮามีใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต แต่ในความคิดของนาง สุดท้ายก็เป็นเพียงเด็กน้อยที่ตนเลี้ยงมากับมือ นางไม่ปวดใจแล้วผู้ใดจะปวดใจเล่า?
“เหนียงเหนียง ร้องเถิด ร้องออกมาก็ไม่เป็นไรแล้ว บ่าวจะอยู่ข้างกายท่านตลอด”
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด เสียงร้องไห้ค่อยๆ หยุดลง ในยามที่แม่นมคิดว่าฮองเฮาหลับไปแล้วนั้นเอง สตรีผู้นี้กลับค่อยๆ หยัดกายขึ้นตรง
“เหนียงเหนียง?”
ฮองเฮาหลุบตาลง ยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาที่แห้งเหือดไปนานแล้วบนใบหน้าของตน จากนั้นจึงนั่งลงหน้ากระจก ไม่กล่าวคำใด
แม่นมยืนอยู่หลังพระนางด้วยความเป็นห่วง หากเทียบกับฮองเฮาที่สงบนิ่งเช่นนี้ นางหวังให้อีกฝ่ายระบายความอัดอั้นทุกอย่างออกมามากกว่า จะอย่างไรคนเราก็มีเลือดเนื้อ ไม่มีผู้ใดยืนหยัดอดทนไปได้ชั่วชีวิต เมื่ออยู่เบื้องหน้าตน พระนางสามารถเป็นเพียงเด็กน้อยผู้หนึ่งได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น พระนางจะต้องรักษาความคิดและความไร้เยื่อใยเฉกเช่นฮองเฮา
“อัปลักษณ์จริงๆ”
พลันนั้น ประโยคนี้ของฮองเฮาทำให้แม่นมร่างกายแข็งทื่อ พบว่าบนใบหน้าของสตรีเต็มไปด้วยความเย็นชา มองไปยังสภาพหน้าสังเวชของตัวเองในกระจก ค่อยๆ ยื่นมือไปหยิบหวีที่อยู่ด้านข้างแล้วเริ่มหวีผมตนเอง
ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อครู่นี้เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง ในดวงเนตรของฮองเฮากลับคืนสู่ความสงบนิ่งเย็นชาเฉกเช่นปกติแล้ว
แม่นมกลั้นใจ พบว่าฮองเฮาที่อยู่หน้ากระจกเริ่มวาดคิ้วของตนอย่างเอื่อยเฉื่อย เติมแต่งเครื่องประทินโฉมที่พร่าเลือนไปบ้างให้กลับมางดงาม การกระทำนี้สงบนิ่งจนแปลกประหลาด
“เหนียงเหนียง…ท่านทำให้บ่าวตกใจหมดแล้ว”
เสียงแกรกดังขึ้น ฮองเฮาวางกล่องสีแดงชาดลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงหันมา “ทำให้แม่นมเป็นห่วงแล้ว เปิ่นกงไม่เป็นไร”
จริงหรือ? แต่ฮองเฮาในยามนี้เยือกเย็นจนทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว
พระนางส่งเสียงสรวลออกมาเบาๆ “เปิ่นกงจำไม่ได้แล้วว่ากี่ปีแล้วที่ไม่ได้เจ็บปวดจนร้องไห้ออกมาเช่นนี้ แต่ตอนนี้ดูแล้วย่ำแย่มากจริงๆ” หัวใจที่ถูกชะล้างด้วยน้ำตากระจ่างชัดยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากนัก เมื่อย้อนคิดไปถึงคำพูดเหล่านั้นของจักรพรรดิเหลียนกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเพียงนั้นแล้ว
เขาบอกว่าไม่ใส่ใจหากจะมีเรื่องเสียใจเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่งมิใช่หรือ? ถึงกับดูถูกตนเช่นนี้ จู่ๆ ฮองเฮากลับรู้สึกว่าจักรพรรดิเหลียนเป็นคนน่าสงสารคนหนึ่ง ตนเจ็บปวดเพราะความรักมาหลายปีเพียงนี้ แล้วเขาไม่ใช่หรือไร?
ฮองเฮาคิดว่าตนประสบความสำเร็จยิ่งกว่าจักรพรรดิเหลียน เพราะอย่างน้อยตนก็ได้อยู่ข้างกายคนที่ตนรัก แต่เขาตามหามาหลายปี ผลเป็นอย่างไรเล่า?
“เขาไม่มีคุณสมบัติมาหัวเราะเยาะเปิ่นกง แม่นมว่าถูกหรือไม่?”
ดวงเนตรของฮองเฮาเปล่งประกาย ราวกับคิดได้กระจ่างชัด เรียกคืนความเชื่อมั่นในตนเองเฉกเช่นกาลก่อนกลับมาได้
การระบายอารมณ์ที่สะสมไว้หลายปีออกมาทำให้พระนางมีสติสัมปชัญญะกลับมาจริงๆ “เหนียงเหนียงทรงตรัสได้ถูกต้อง! ขอเพียงเหนียงเหนียงทำงานใหญ่ให้ไท่ซ่างหวงดีๆ วันหน้าย่อมได้รับอิสระกลับคืน ต้องการบุรุษเช่นไรล้วนได้ทั้งสิ้น!”
““ไม่ เปิ่นกงต้องการเขา”
อะไรนะ?! แม่นมชะงักไปเล็กน้อย มิใช่ว่าเหนียงเหนียงคิดได้กระจ่างชัดแล้วหรือ?
มุมพระโอษฐ์ของฮองเฮายกขึ้นเล็กน้อย “เขาดูถูกเปิ่นกงเช่นนี้ หากเปิ่นกงไม่ทำงานหนักขึ้นเสียหน่อยจะไม่ผิดต่อตัวเองหรือ? หัวใจของเขา หากเขาไม่ให้ เช่นนั้นเปิ่นกงจะแย่งชิงมา! ไม่ว่าต้องสังหารผู้คนมากน้อยเพียงใด ต้องใช้การวิธีการเช่นไร ต่อให้ต้องมัดก็จะมัดเขาไว้ข้างกายเปิ่นกงให้ได้! ต้องการหาฮองเฮาพระองค์ก่อนหรือ? ปล่อยให้เขาหาไปชั่วชีวิตเถิด!”
“…” เมื่อเห็นความชิงชังที่แผ่ออกมาในดวงเนตรของฮองเฮา พบว่ามันลึกล้ำยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มากนัก แม่นมยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ คิดจะกล่าวอะไรบางอย่าง เบื้องหลังกลับมีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้เสียง “ผู้ใด?!”
เมื่อหันกลับไปมอง พบว่าบุรุษในอาภรณ์ชุดดำผู้หนึ่งยืนอยู่บริเวณนั้นอย่างสงบนิ่ง ส่งจดหมายในมือมาให้
แม่นมรู้สึกยินดีหาได้เปรียบที่เขาไม่เห็นสภาพเมื่อครู่นี้ของฮองเฮา! นี่เป็นคนของไท่ซ่างหวง
ฮองเฮาเก็บสีหน้าท่าทางของตน รับจดหมายแผ่นนั้นมาเปิดอ่าน ในดวงเนตรเกิดประกายส่องสว่าง “เปิ่นกงเข้าใจแล้ว”
เสียงฟุ่บดังขึ้น บุรุษในอาภรณ์ชุดดำผู้นั้นหายไปอีกครั้ง ไม่หลงเหลือร่องรอยใดๆ
namamijung
ตลกฮองเต้คิดว่าตัวเองปากร้ายเพราะว่าอยู่ใกล้พระเอกมากไปเลยติดนิสัยปากร้ายมาไม่คิดว่าเป็นกรรมพันธู์บ้างเหรอ🤣🤣
Venus36
ไท่ซ่างหวงเริ่มปรากฏแล้ววว