หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 813 ราชโองการของไท่ซ่างหวง
เล่มที่ 28 ตอนที่ 813 ราชโองการของไท่ซ่างหวง
ดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนเกิดประกายเย็นยะเยือก ขุนนางกรมพิธีการที่อยู่ด้านข้างมีใบหน้ากระวนกระวาย พวกเขาสบตากัน เดินมาเบื้องหน้าแล้วมองไปบนกระดาษ “เอ๋? นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”
สถานการณ์บนแท่นพิธีการทำให้ขุนนางด้านล่างเริ่มกระซิบกระซาบ หรือการผูกดวงจะไม่สมพงษ์?
แม่ทัพกงซุนขมวดคิ้ว เขาแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง รอบด้านพลันเงียบลง ทุกคนรีบเก็บสีหน้าท่าทางของตน พวกเขาเกือบลืมไปแล้วว่าแม่ทัพกงซุนอยู่ด้านข้าง ห้ามพูดจาโชคร้ายอันใดในวันเช่นนี้เป็นอันขาด
พบว่าบนกระดาษสีแดงเขียนคำว่าล่มจมหมดสิ้นไร้ซึ่งบุตรสืบสกุลเอาไว้ โชคร้าย! ช่างโชคร้ายจริงๆ! ล่มจมหมดสิ้น มิใช่จะกล่าวว่าองค์ชายใหญ่และคุณหนูกงซุนแต่งงานกันแล้วจะพบกับความลำบากล่มจมไม่มีวันที่สงบสุขหรือ? และยิ่งไร้บุตรชายสืบสกุลนับเป็นข้อห้ามอันใหญ่หลวงของราชวงศ์! ทุกคนต่างรู้ดีว่าบุตรชายแห่งราชวงศ์สูงศักดิ์ล้ำค่ามากเพียงใด
“ฝ่าบาท นี่…เมื่อวานผลการผูกดวงมิใช่เช่นนี้…”
“ใต้เท้าทั้งสอง กระดาษนี้นำออกมาจากกล่องไหมที่ปิดผนึก มิใช่ว่าขุนนางกรมพิธีการอย่างพวกท่านคอยดูแลรักษาหรือ?” ฮองเฮาตรัสอย่างเรียบเฉย ทว่าสุรเสียงกลับแฝงไปด้วยเจตนาตำหนิอันเข้มข้น
ขุนนางกรมพิธีการทั้งสองคุกเข่าลงโดยพลัน กำลังจะยอมรับความผิดทว่าฮองเฮากลับแย้มสรวล “หรือบางทีผลการผูกดวงอาจเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว? ไหนแต่ไรกรมพิธีการไม่เคยผูกดวงเท็จ ใต้เท้าทั้งสอง หากกลัวฝ่าบาทตำหนิเช่นนั้นโปรดวางใจได้ ตลอดมาฝ่าบาทกระทำการใดรู้จักแยกแยะ การอภิเษกขององค์ชายใหญ่เป็นเรื่องมงคลครั้งใหญ่ของแคว้นเหลียน แต่หากดวงชะตาไม่สมพงษ์ก็มิใช่ความผิดของพวกเจ้า”
สุรเสียงของฮองเฮาดังแว่วมา ทุกคนใจสั่น ผูกดวงได้ผลไม่ดีจริงด้วย!
บรรยากาศทั่วทั้งร่างของแม่ทัพกงซุนพลันแปรเปลี่ยนไป ขุนนางกรมพิธีการทั้งสองกำลังเล่นลูกไม้อันใดกันอยู่ ทั้งๆ ที่ตนเคยกล่าวเตือนพวกเขาแล้วแท้ๆ!
เฟิ่งหลิงจับจ้องไปบนกระดาษสีแดงในมือจักรพรรดิเหลียน “เสด็จพ่อ นี่เป็นลายมือของขุนนางกรมพิธีการหรือ?”
เมื่อวานคนของตนขโมยผลการผูกดวงกลับมาแล้วแท้ๆ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนเล่นลูกไม้หลังจากนั้น นี่เป็นความสะเพร่าของเขาที่ไม่ได้ระมัดระวังให้มาก
เฟิ่งหลิงมองไปทางฮองเฮา พบว่าพระนางกำลังทอดพระเนตรมาที่ตนด้วยสายตาราวกับกำลังมองละครฉากหนึ่ง
ขุนนางกรมพิธีการรีบเงยหน้าขึ้น อย่างไรก็ตามพวกเขาพบว่าลายมือนี้เหมือนกับลายมือพวกเขาทุกกระเบียดนิ้ว! แปลก! แปลกยิ่งนัก!
“ผลการผูกดวงเมื่อวานเป็นอย่างไรกันแน่?” จักรพรรดิเหลียนเลิกขนง ทอดพระเนตรไปยังบุรุษทั้งสองบนพื้นด้วยสายตาเย็นชา
“ทูลฝ่าบาท เมื่อวานผลการผูกดวงก็คือสมบูรณ์พูนสุขลูกหลานมากมีพ่ะย่ะค่ะ!”
“เช่นนั้นใต้เท้าทั้งสองจะอธิบายผลการผูกดวงนี้อย่างไร?” สุรเสียงของฮองเฮาเคร่งขรึม “งานอภิเษกขององค์ชายใหญ่สำคัญเพียงนี้ ผูกดวงชะตาออกมาแล้วก็เก็บไว้ที่พวกเจ้า คอยเฝ้าอย่างเข้มงวด ผลกลับกลายเป็นว่ายังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก พวกเจ้าจะให้เปิ่นกงเชื่อได้อย่างไร?”
ขุนนางกรมพิธีการทั้งสองมีท่าทีกระสนกระวาย “กระหม่อมสองคนยืนยันได้ ผลการผูกดวงเมื่อคืนเป็นเช่นที่กระหม่อมกล่าวจริงๆ…”
จู่ๆ ขุนนางกรมพิธีการที่พูดประโยคนี้พลันหน้าเปลี่ยนสี ก็เผยสีหน้าเจ็บปวดพลางกุมคอของตน “อั่ก…”
“เอ๋? ใต้เท้าเฉิง? ใต้เท้าเฉิงท่านเป็นอะไร?!”
ชั่วขณะนั้นบนแท่นพิธีพลันสับสนวุ่นวาย
เกิดอะไรขึ้น? ขุนนางทั้งหลายยืดคอยาว ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
อวิ๋นซูออกมาจากฝูงชนเดินมาข้างขายใต้เท้าเฉิง ขุนนางกรมพิธีการผู้นี้ขดตัวอยู่บนพื้น หลับตาด้วยท่าทีเจ็บปวด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง มือนางเพิ่งจะแตะลงบนจุดชีพจรของเขา ทว่าจู่ๆ อีกฝ่ายกลับกรีดร้องออกมา ดวงตาทั้งสองมีเส้นเลือดปูดโปน บริเวณจมูกมีเลือดสีดำไหลออกมา เพียงไม่นานก็ลมหายใจขาดห้วง
รอบด้านเงียบลง มองไปยังบุรุษผู้นอนตายอยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าหวาดกลัว บรรยากาศแปลกประหลาดฟุ้งกระจายออกไป
“ใต้เท้าเฉิง…นี่…”
สีหน้าของอวิ๋นซูหนังอึ้ง “เขาถูกพิษ”
ถูกพิษ?! ขุนนางกรมพิธีการอีกท่านหนึ่งรู้สึกสองขาอ่อนแรง ตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บุรุษที่เมื่อคืนยังร่ำสุรากับตนดีๆ ยามนี้กลับนอนอยู่บนพื้นเสียแล้ว
“ฝ่าบาท! นี่เป็นลางร้าย!” สุรเสียงของฮองเฮาดังอยู่บนแท่นพิธีอย่างกระจ่างชัด พระนางหรี่พระเนตรมองอวิ๋นซู “เมื่อวานใต้เท้าเฉิงคำนวณดวงชะตาของผู้ใดกันแน่?”
ขุนนางกรมพิธีการผู้นั้นรีบเงยหน้าขึ้น “กระหม่อม กระหม่อมคำนวณดวงชะตาให้องค์ชายใหญ่ ใต้เท้าเฉิงคำนวณดวงชะตาให้คุณหนูกงซุน…”
ทุกคนพลันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ในวังมีข่าวลือว่าดวงชะตาของคุณหนูกงซุนขัดแย้งกับชะตาวังหลวง อีกทั้งในวันเช่นนี้ขุนนางกรมพิธีการที่คำนวณดวงชะตาของคุณหนูกงซุนกลับตายอย่างกะทันหัน พวกเขารู้สึกว่านี่เป็นสัญญาณเตือนจากสวรรค์ กำลังบอกทุกคนว่านางไม่อาจเข้าสู่ราชวงศ์ได้จริงๆ
“ฝ่าบาท! เรื่องใหญ่เพียงนี้ไม่อาจมองข้ามได้เด็ดขาดนะเพคะ ผูกดวงชะตาได้ผลลัพธ์เช่นนี้ คุณหนูกงซุนไม่อาจเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ได้จริงๆ มิเช่นนั้นไม่ทราบว่าวันหน้าวังหลวงจะมีภัยพิบัติมากน้อยเพียงใด!” แต่ละคำแต่ละประโยคของฮองเฮากระจ่างชัดยิ่งนัก ราวกับพระนางกำลังแพร่ความรู้สึกอันตราย วางแผนให้อวิ๋นซูโดดเดี่ยวอย่างสิ้นเชิง
เริ่มมีคนรู้สึกกังวลในใจ ชะตาของคุณหนูกงซุนเลวร้ายเพียงนี้ กระทั่งขุนนางกรมพิธีการก็ถูกชะตานางกดข่มจนตาย! วันหน้าหากนางกลายเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ ได้ใกล้ชิดกับคนในวังหลวงมากมาย ไม่ทราบว่าจะกดข่มผู้คนไปมากน้อยเพียงใด!
“ความหมายของฮองเฮาก็คือทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นเพราะคุณหนูกงซุนหรือ?” สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนเจือไปด้วยความไม่พอพระทัย อย่างไรก็ตามฮองเฮากลับทำเป็นไม่ได้ยิน
“หม่อมฉันคิดว่าเรื่องนี้คุณหนูกงซุนไม่อาจหนีจากความรับผิดชอบได้เพคะ”
ความจริงในพระทัยของฮองเฮารู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เมื่อวานตนสั่งให้คนไปสับเปลี่ยนผลการผูกดวงเป็นคำว่าชะตาคู่จิ้งจอกพยัคฆ์ ครอบครัวแตกแยกแคว้นสิ้นมลาย เหตุใดตอนนี้จึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ เพียงแต่ไม่สำคัญ เห็นได้ว่ามีคนที่มีจุดประสงค์เดียวกับตน นั่นก็คือทำลายพิธีหมั้นหมายในคราวนี้
ชั่วขณะนั้นบริเวณพิธีการพลันแปรเปลี่ยนไปกระอักกระอ่วน ฮองเฮาทอดพระเนตรไปยังขุนนางเปี่ยมความสงสัยด้านล่าง สุรเสียงเคร่งเครียดตรัสอย่างกระจ่างชัดเป็นพิเศษ “ฝ่าบาท เมื่อคิดให้ดี ตั้งแต่คุณหนูกงซุนเข้าวังมา ในวังก็เกิดเรื่องเลวร้ายมากมาย ความเลวร้ายทั้งหมดนี้มิใช่ไม่มีที่มา พวกเราราชวงศ์ให้ความสำคัญกับทายาทมาโดยตลอด จะให้คนอัปมงคลใช้วิธีสกปรกเข้าร่วมราชวงศ์ได้อย่างไร แว่นแคว้นสงบสุขครอบครัวปลอดภัย ทั้งหมดนี้จะต้องถูกทำลายเป็นแน่ ตอนนี้ยังไม่เกิดความผิดใหญ่ ขอให้ฝ่าบาทโปรดใคร่ครวญ!”
สุรเสียงของฮองเฮาดังก้องอยู่บนแท่นพิธีการเนิ่นนาน ขุนนางทั้งหลายถึงกับรู้สึกว่ามีเมฆหมอกอัปมงคลปกคลุมอยู่เหนือศีรษะพวกเขาจริงๆ ความรู้สึกอันตรายไม่อาจสลัดทิ้ง พลันมีเสียงดังขึ้น “ขอฝ่าบาทโปรดใคร่ครวญ!”
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปยังขุนนางที่คุกเข่าอยู่บนพื้น จากนั้นจึงทอดพระเนตรไปยังสีหน้าลำพองใจของฮองเฮา เข้าใจโดยพลันว่าละครฉากนี้ถูกจัดเตรียมไว้นานแล้ว รอเพียงเวลากดดันพระองค์เท่านั้น ดวงเนตรของพระองค์หยุดอยู่บนกล่องไหม จากนั้นจึงเอ่ยพระโอษฐ์ “หากการผูกดวงชะตาอันตรายเพียงนี้จริงๆ เช่นนั้นเจิ้นก็อยากจะดูเสียหน่อยว่าขุนนางที่รักทั้งสองเลือกวันมงคลอย่างไร!”
พระองค์ยื่นพระหัตถ์ออกไปยังสมุดเล่มนั้น ดวงเนตรฮองเฮาเปล่งประกาย รีบเข้ามาขวางไว้อย่างรวดเร็ว “ในเมื่อการผูกดวงเป็นเช่นนี้แล้ว เหตุใดฝ่าบาทจึงต้องการต่อต้านสวรรค์อีกเพคะ?” ฮองเฮารู้ดีว่าขอเพียงจักรพรรดิเหลียนเปิดสมุดเล่มนี้ย่อมไม่มีข้ออ้างให้ดำเนินการต่อไปอีกขั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือขวางทางพระองค์ไว้
“ต่อต้านสวรรค์? เจิ้นเพียงสนใจว่าวันเช่นไรที่จะลบล้างไอโชคร้ายนี้ได้”
“ในความคิดของหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องเปิดดูวันมงคลอีก ยามนี้ใต้เท้าเฉิงถูกพิษตาย ชีวิตคนเกี่ยวข้องกับโชคชะตา เกรงว่านี่คงเป็นคำเตือนและบทลงโทษที่สวรรค์มอบให้พวกเราเพราะพวกเรามองข้ามลิขิตสวรรค์!” ฮองเฮากล่าวราวกับมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆ ฝ่ามือดันเอาไว้ไม่ยอมให้จักรพรรดิเหลียนเคลื่อนไหวอันใดได้
ดวงตาของเฟิ่งหลิงเกิดประกายเย็นเยียบ มองไปยังอวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้าง พบว่านางกำลังก้มหน้ามองใต้เท้าเฉิงบนพื้นที่ลมหายใจหายห้วงไปแล้ว บริเวณคิ้วมีความรู้สึกโศกเศร้า ในใจของเฟิ่งหลิงตื่นตะลึง เขารู้แล้วว่ายามนี้อวิ๋นซูมีความคิดเช่นไร
มีผู้บริสุทธิ์ต้องตายเพราะนางอีกคนหนึ่งแล้ว
ฝ่ามืออันเย็นยะเยือกมีความอบอุ่นกอบกุม อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ เฟิ่งหลิงจับกุมมือที่อยู่ในแขนเสื้อของนางเงียบๆ มีความแน่วแน่ไม่สั่นคลอนราวกับต้องการปลอบใจนาง ต้องการสนับสนุนนาง
“องค์ชายเช่นข้าไม่กลัวถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ แล้วเหตุใดฮองเฮาจึงต้องกังวลเพียงนี้?”
อะไรนะ?!
เสียงอันเย็นชาสงบนิ่งดังขึ้น ขุนนางทั้งหลายเงยหน้าขึ้นมอง บุรุษรูปงามเป็นเองถึงกับกำลังยิ้ม ดวงตาเย็นยะเยือกสบตากับฮองเฮา “ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าผลการผูกดวงจะจริงหรืออเท็จ ข้าองค์ชายก็ตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้จะต้องแต่งกับนางให้ได้! พบความลำบากมากมายแล้วอย่างไรเล่า? แต่ไหนแต่ไรองค์ชายเช่นข้าชอบฝ่าฟันอุปสรรคยิ่งนัก ไร้บุตรชายสืบสกุลแล้วอย่างไร ขอเพียงพวกเรามีช่วงเวลาที่ดีก็สามารถมีความสุขบนโลกใบนี้ได้เช่นกัน! แคว้นเหลียนย่อมไม่ขาดแคลนบุตรเขยขององค์ชายเช่นข้าที่จะคอยสนับสนุน ฮองเฮาไม่จำเป็นต้องกังวล!”
“เจ้า…” ท่าทีของฮองเฮาเริ่มหลุดจากการควบคุม ไม่ง่ายเลยกว่าพระนางจะสงบอารมณ์ของตนได้ “ในฐานะที่เป็นองค์ชายแห่งแคว้นเหลียน ถึงกับไม่มีความรับผิดชอบแม้แต่น้อย! หากองค์ชายทุกคนเป็นเช่นเจ้า วันหน้าแคว้นเหลียนยังจะมีความหวังใดอีก?”
คนไม่น้อยสูดหายใจเย็นยะเยือก ฮองเฮาและองค์ชายใหญ่เริ่มโจมตีแตกหักกันอีกแล้ว!
“หึ กระทั่งสตรีที่ตนรักยังปกป้องไม่ได้ นี่จึงนับว่าไร้ความรับผิดชอบ! ต่อให้คนทั่วทั้งใต้หล้าต่อต้าน ข้าองค์ชายก็จะแต่งกับนาง!”
คำพูดนี้ราวกับเสียงระฆังที่โจมตีไปยังใบหูของทุกคน คนไม่น้อยทอดถอนใจ ถูกความความรักอันจริงใจขององค์ชายใหญ่สั่นคลอน มีคนไม่น้อยไม่อาจเข้าใจได้อย่างสิ้นเชิง ยอมเสี่ยงขัดแย้งกับผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินเพียงเพื่อสตรีนางเดียว คุ้มค่าหรือ?
ฮองเฮาหรี่พระเนตรลง “ขอเพียงเจ้ามีฐานะเป็นองค์ชายใหญ่วันหนึ่งก็ไม่อาจแต่งนางได้!” หากเขายอมละทิ้งตำแหน่งองค์ชายใหญ่ เช่นนั้นก็มิต้องกล่าวต่อไปอีก แต่เขายอมละทิ้งได้หรือ?
“องค์ชายเช่นข้าไม่รู้เลยว่าเรื่องในแคว้นเหลียนให้ฮองเฮาเป็นผู้ตัดสินใจตั้งแต่เมื่อใด!”
ฮองเฮารู้ดีว่าตนไม่อาจพูดเอาชนะเฟิ่งหลิงได้ พลันนั้นจึงรีบหันไป “ฝ่าบาท! หรือพระองค์จะรอให้เกิดเรื่องร้ายแรงจนมิอาจแปรเปลี่ยนได้เสียก่อนจึงจะรู้สึกเสียใจภายหลัง?”
ชั่วขณะนั้น บริเวณด้านล่างแท่นพิธีพลันมีเสียงอุทานดังแว่วมา
ทุกคนหันไปมอง พบว่ามีชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งเดินมา พาขันทีที่มีอายุเกินครึ่งร้อยกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นทว่าแผ่วเบา ทุกคนยากจะเชื่อสายตาตนเอง นั่น…นั่นมิใช่ชานกงกงที่คอยปรนนิบัติข้างกายไท่ซ่างหวงหรือ! นี่เป็นบุคคลที่ไม่ได้ปรากฏตัวในวังนานหลายปีแล้ว
กระทั่งฮองเฮาก็ยากจะปกปิดความตื่นตะลึง บรรยากาศบนร่างจักรพรรดิเหลียนแปรเปลี่ยนไปโดยพลัน ขันทีผมขาวผู้นั้นเดินขึ้นมาบนแท่นพิธี ผมสีขาวโบกสะบัด ดวงตาเต็มไปด้วยความคมกริบจากการข้ามผ่านประสบการณ์ชีวิตอันมากล้น “บ่าวได้รับราชโองการจากไท่ซ่างหวงให้นำจดหมายลงลายพระหัตถ์มามอบให้ หวังว่า…” สายตาของเขาหยุดอยู่บนร่างอวิ๋นซู เจือไปด้วยความไม่พอใจอยู่หลายส่วน “หวังว่าจะยังไม่สาย”
Venus36
5555 ปู่พระเอกเล่นลูกไม้เดิมที่ทำกับพ่อแม่ มีหรือจะล้มงานแต่งได้ พระเอกรอมานานเพียงนั้น