หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 818 ฮองเฮาอับอาย
เล่มที่ 28 ตอนที่ 818 ฮองเฮาอับอาย
“รายงาน! ทูลฮองเฮา แม่ทัพกงซุนอยู่ที่ประตูตำหนัก นำ นำพวกเขา…ไปแขวน…”
องครักษ์ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาจากด้านนอก ฮองเฮาขมวดขนง “นี่หมายความว่าอย่างไร?”
สีหน้าขององครักษ์ผู้นั้นดูย่ำแย่อย่างบอกไม่ถูก “แม่ทัพกงซุนนำคนเหล่านั้นไปแขวนที่ประตูตำหนักทีละคน กล่าวว่า กล่าวว่าเป็นของขวัญให้ฮองเฮา…”
อะไรนะ?! ฮองเฮาเข้าใจกระจ่างขึ้นโดยพลัน แม่ทัพกงซุนหยาบคายผู้นั้นนำมือสังหารเดนตายที่ตนส่งออกไปมาแขวนไว้ที่ประตูตำหนักของตนให้ทุกคนเห็น! “เหลวไหล! เหลวไหลจริงๆ! เขาเห็นวังหลวงเป็นอะไรกัน?” ฮองเฮาทนไม่ไหวอีกต่อไป พระนางกำลังจะเดินออกไปนอกตำหนักแต่กลับถูกแม่นมด้านหลังหยุดไว้ “เหนียงเหนียง ไม่ได้เป็นอันขาด! หากออกไปตอนนี้ ไม่แน่ว่าแม่ทัพกงซุนอาจทำเรื่องบ้าอันใดขึ้นมาอีกก็เป็นได้? มอบหมายให้องครักษ์จัดการเถิด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เหนียงเหนียงบาดเจ็บ!”
สิ่งที่ข้าราชบริพารมีต่อแม่ทัพกงซุนคือความเคารพยำเกรง อีกฝ่ายไม่กลัวกระทั่งฝ่าบาท ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฮองเฮาเลย ยามเมื่อแม่ทัพกงซุนไม่คิดเจรจาเหตุผลขึ้นมา ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องน่ากลัวอันใดขึ้น
“น่าขัน เปิ่นกงเป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียนที่สง่าผ่าเผย เขากล้าเสียมารยาทต่อเปิ่นกงหรือ?”
ฮองเฮาทราบดีว่าคราวนี้ตนไม่อาจถอยได้เป็นอันขาด แม่ทัพกงซุนทำเช่นนี้นับเป็นการเหยียบหน้าพระนางโดยไม่ต้องสงสัยเลย หากอดทนกล้ำกลืน วันหน้าตนจะมีที่ยืนในวังหลังแห่งแคว้นเหลียนหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้นฮองเฮารู้ดีว่าตอนนี้ไท่ซ่างหวงลงมือแล้ว แสดงว่าต่อไปนี้วังหลวงจะไม่สงบอีก มีไท่ซ่างหวงคอยสนับสนุน พระนางไม่เชื่อว่าจะจัดการแม่ทัพต่ำต้อยเพียงผู้เดียวไม่ได้!
“ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าได้ทำเช่นนี้…”
แม่ทัพกงซุนผลักองครักษ์ที่เดินมาขวางทางออกไป “ฮองเฮายังไม่ตรัสว่าไม่ เจ้ามีคุณสมบัติอันใดมาสั่งแม่ทัพเช่นข้า?!”
“นี่…”
องครักษ์ของจวนแม่ทัพที่อยู่ด้านหลังยังคงนำศพแต่ละศพขึ้นแขวนบนคานไม่หยุดมือ การเคลื่อนไหวนี้ดึงดูดข้าราชบริพารกว่าครึ่งในวังหลวง พวกเขาพากันมาล้อมดูสถานการณ์ที่นี่แล้ว
“หยุดมือ!”
เสียงอันเย็นชาเสียงหนึ่งดังแว่วมาจากในตำหนัก ทุกคนเงยหน้ามองไป พบว่าฮองเฮาปรากฏตัวที่ประตูตำหนักด้วยพระพักตร์เย็นเยียบราวน้ำแข็ง พระนางทอดพระเนตรไปยังศพที่ถูกแขวนอยู่ด้านบนด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ทั้งยังมีข้าราชบริพารที่มาล้อมดูเหล่านั้นด้วย พริบตาเดียวพลันโกรธถึงสมอง
“แม่ทัพกงซุน นี่มันหมายความว่าอย่างไร? ถึงกับกล้าก่อกวนวังหลัง สมควรได้รับโทษเช่นไร!”
“เร็วๆๆ ยังไม่รีบนำของอัปมงคลเหล่านั้นลงมาอีก!” ขันทีด้านหลังรีบสั่งข้าราชบริพารข้างกาย ทว่าแม่ทัพกงซุนกลับโบกมือใหญ่ของตน องครักษ์ทั้งหลายรีบหยุดการเคลื่อนไหวในมือโดยพลัน
เขามองไปยังฮองเฮาที่อยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทียั่วยุ กวาดตามองครั้งหนึ่ง ขันทีน้อยทั้งหลายที่กำลังเดินเข้ามาพลันตกใจจนไม่กล้าขยับ
“กระทั่งคำสั่งของเปิ่นกงพวกเจ้าก็ไม่ฟังแล้วหรือ?” ดวงเนตรของฮองเฮาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ราวกับมีเปลวเพลิงกำลังลุกโชน ทุกคนจมลงสู่สถานการณ์อันยากลำบากและน่าหวาดผวา
แม่ทัพกงซุนหัวเราะออกมา “หรือฮองเฮาไม่โปรดของขวัญของกระหม่อม?”
“ของขวัญหรือ? แม่ทัพกงซุนจะรังแกผู้อื่นเกินไปหรือไม่!”
พระหัตถ์ที่อยู่ในแขนเสื้อของฮองเฮากำแน่น หลายปีมานี้ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำตัวโอหังในตำหนักของพระนางมาก่อน
“ทุกคนต่างทราบดีว่ากระหม่อมเป็นคนมีเหตุผลมาโดยตลอด กระหม่อมไม่เข้าใจความหมายของเหนียงเหนียงจริงๆ คนเหล่านี้ เหนียงเหนียงไม่รู้จักหรือ?” แม่ทัพกงซุนกล่าวว่าตนเป็นผู้มีเหตุผลได้โดยหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย ทำให้ข้าราชบริพารไม่น้อยเบนสายตาออกไปด้วยกลัวว่าจะเผยท่าทีผิดปกติออกมาจนแม่ทัพกงซุนเห็นเข้า
ดวงเนตรของฮองเฮาสั่นไหวเล็กน้อย “เปิ่นกงจะรู้จักคนเหล่านี้ได้อย่างไร แม่ทัพกงซุน ที่นี่คือวังหลวง ไม่อนุญาตให้เจ้าทำตัวเหลวไหล!”
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
เสียงเล็กแหลมเสียงหนึ่งดังขึ้น พบว่าบุรุษสูงศักดิ์ในชุดปักลายมังกรสีเหลืองสว่างเดินเข้ามาพร้อมข้าราชบริพารสองกลุ่มที่ติดตามมา
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”
“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท”
จักรพรรดิเหลียนเงียบไปครู่หนึ่ง มองไปยังศพทั้งหลายที่แขวนอยู่บนคาน อดไม่ได้ที่จะขมวดขนง คราวนี้แม่ทัพกงซุนจะเล่นแรงเกินไปหรือไม่ “ลุกขึ้นเถิด นี่พวกเจ้า…”
“ฝ่าบาทต้องทวงความยุติธรรมให้หม่อมฉันนะเพคะ! แม่ทัพกงซุนจะรังแกผู้อื่นเกินไปแล้ว ถึงกับพาคนตายกลุ่มหนึ่งมาหาหม่อมฉันถึงตำหนัก จะกล่าวเช่นไรหม่อมฉันก็เป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียน ดูแลวังหลังมาหลายปี แม้ไม่มีผลงานก็ยังมีความลำบาก ตอนนี้แม่ทัพกงซุนทำให้หม่อมฉันอับอายเช่นนี้ ฝ่าบาทจะต้องลงโทษให้หนักนะเพคะ!” ฮองเฮามีท่าทีโศกเศร้าราวกับได้รับความอยุติธรรมครั้งใหญ่ จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปยังแม่ทัพกงซุนด้านข้างที่ดูไม่มีความเสียใจแม้แต่น้อย “เจิ้นคิดว่าแม่ทัพกงซุนรู้จักแยกแยะมาโดยตลอด เกรงว่าเรื่องนี้คงเข้าใจผิดอันใดกระมัง?”
รู้จักแยกแยะ? ฝ่าบาทถึงกับตรัสว่าแม่ทัพกงซุนผู้ทำอะไรตามใจคนนั้นรู้จักแยกแยะ! ข้าราชบริพารไม่น้อยหัวเราะเสียงขืนในใจ รู้สึกว่าอีกไม่นานจะเกิดงิ้วน่าสนุกอันใดให้ดูชมจึงไม่ยอมจากไป
“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งนัก! คนเหล่านี้เป็นคนรู้จักของเหนียงเหนียง กระหม่อมย่อมนำกลับมาคืนเจ้าของ!”
“ฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ! หม่อมฉันจะรู้จักคนมีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเหล่านี้ได้อย่างไร!” ฮองเฮาทราบดีว่าแม่ทัพกงซุนคิดจะฉวยโอกาสกราบทูลฝ่าบาท ต้องการบอกเรื่องที่คนของตนบุกไปแย่งคนที่จวนแม่ทัพ อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกคนล้วนตายกันหมดจึงไร้ข้อพิสูจน์ เขากล่าวปากเปล่าไม่มีหลักฐาน ฝ่าบาทย่อมไม่กล้าลงโทษตน
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบงันอันแปลกประหลาด
ฮองเฮาเบนพระเนตรขึ้นมอง สบเข้ากับพระเนตรลึกล้ำของจักรพรรดิเหลียนเข้าพอดี ในพระทัยเกิดความรู้สึกร้อนตัว ทว่าพระพักตร์ยังคงฝืนแสดงท่าทีหนักแน่นออกมา
“แต่เจิ้นได้ยินว่าวันนี้คนของฮองเฮาไปขวางขบวนส่งของหมั้นหมาย ไม่รู้ว่าจะอธิบายเหตุผลอันเหมาะสมให้เจิ้นฟังเสียหน่อยได้หรือไม่?”
ฮองเฮาไม่แปลกใจแม้แต่น้อยที่จักรพรรดิเหลียนทราบเรื่องนี้ พระนางเคยคิดถึงเรื่องนี้ก่อนแล้ว ถ้าตอนนั้นคนของแม่ทัพกงซุนไปไม่ทัน คนของฝ่าบาทจะต้องปรากฏตัวแน่นอน ทว่าเป็นเพราะขบวนส่งของหมั้นหมายไปจากวังหลวงได้แล้ว ฝ่าบาทจึงสงบนิ่งเพียงนี้
แม่ทัพกงซุนรีบก้าวออกมา “ทูลฝ่าบาท วันนี้ในตำหนักของฮองเฮามีมือสังหารปรากฏตัว ด้วยเหตุนี้จึงสงสัยว่าจะมีมือสังหารปะปนไปกับขบวนส่งของหมั้นหมาย แต่ในความคิดของกระหม่อม เรื่องนี้มีลับลมคมในพ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ? ฮองเฮาทอดพระเนตรไปทางบุรุษร่างกำยำผู้นั้นด้วยสายตาตื่นตะลึง อีกฝ่ายกลับทำเพียงหัวเราะ “หลังจากขบวนส่งของหมั้นหมายไปถึงจวนแม่ทัพ จู่ๆ กลับพบว่ามีบุรุษในอาภรณ์ชุดดำเหล่านี้ปรากฏตัว ไม่รู้ว่าจะเป็นโจรโอหังจากที่ใดที่จับจ้องของหมั้นหมายล้ำค่าของราชวงศ์เหล่านี้ หรือจะเป็นมือสังหารที่ฮองเฮาทรงตรัสจากพระโอษฐ์กันแน่ ทว่ากระหม่อมเห็นว่าวรยุทธของพวกเขาสูงส่งมีฝีมือ ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจได้ว่ามือสังหารที่ฮองเฮากำลังตามหาก็คือพวกมัน!”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้นแม่ทัพกงซุนจึงกล่าวว่านำของขวัญมามอบให้ฮองเฮา” จักรพรรดิเหลียนพลันมีท่าทีเข้าใจกระจ่าง สุรเสียงเจือไปด้วยความชื่นชมอยู่หลายส่วน
ฮองเฮารู้สึกอัดอั้นตันใจ “นี่…ต่อให้พวกมันเป็นมือสังหาร แม่ทัพกงซุนก็ไม่ควรนำพวกมันมาที่ตำหนักถึงจะถูก!” เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการทำให้ตนลำบากใจ!
“เหนียงเหนียง กระหม่อมล้วนทำเพื่อพระนาง! วันที่จัดพระราชพิธียิ่งใหญ่เช่นนี้กลับปรากฏมือสังหารขึ้นมา เห็นได้ว่าสถานการณ์ของฮองเฮาอันตรายมากเพียงใด คราวนี้พวกมันล้มเหลว ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจมีครั้งต่อไปก็เป็นได้ กระหม่อมใคร่ครวญถึงความปลอดภัยของเหนียงเหนียงจึงนำพวกมันมาแขวนประจานต่อหน้าผู้คน! ทางที่ดีแขวนไว้สักเดือนหนึ่ง ให้มือสังหารเหล่านั้นไม่กล้าลงมือโหดเหี้ยมในตำหนักเหนียงเหนียงอีก!”
มุมพระโอษฐ์ของจักรพรรดิเหลี่ยมกระตุกเล็กน้อย ไม่ง่ายเลยกว่าพระองค์จะอดกลั้นไม่ให้ตนส่งเสียงหัวเราะออกมา แม่ทัพกงซุนผู้นี้นับว่ากล้าทำจริงๆ ถึงกับคิดวิธีการจัดการฮองเฮาเช่นนี้ออกมาได้!
“เจ้า…”
“เหนียงเหนียง พระนางคงไม่ทราบ ตอนที่กระหม่อมจับเป็นพวกมัน พวกมันแต่ละคนยังกล่าวว่าได้รับพระบัญชาจากฮองเฮาให้มากระทำบางอย่าง ทั้งยังกล่าวว่า…เหนียงเหนียงถูกใจของหมั้นหมายชิ้นหนึ่งจึงอดไม่ได้ที่จะสั่งให้พวกมันมาขโมย…”
“เหลวไหล! เปิ่นกงจะใส่ใจของเหล่านั้นหรือ?!” ฮองเฮาพระพักตร์เปลี่ยนสีโดยพลัน แม่ทัพกงซุนผู้นี้คิดจะสาดน้ำโคลนลงบนร่างของตน!
“ทำงานให้ฮองเฮาหรือ?” สุรเสียงของจักรพรรดิเหลียนพลันเคร่งขรึมลง ฮองเฮารีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนก “ฝ่าบาท ล้วนเป็นโจรโอหังทั้งสิ้น คำพูดที่กล่าวจะเชื่อถือได้หรือ?”
แม่ทัพกงซุนเห็นท่าทีกระวนกระวายอันยากจะปกปิดของฮองเฮา ในดวงตาพลันมีประกายหยอกล้อ “กระหม่อมก็ไม่เชื่อเช่นกัน ดังนั้นจึงนำพวกมันมาเชือดไก่ให้ลิงดู หากวันหน้ายังมีผู้ใดกล้าใส่ร้ายเหนียงเหนียง บุกเข้าไปที่จวนแม่ทัพอีก เช่นนั้นจุดจบจะเป็นเหมือนพวกมัน!”
คำพูดของเขาอัดแน่นไปด้วยน้ำเสียงกล่าวเตือนอันเข้มข้น ฮองเฮาหลุบพระเนตรลง ทว่ายังคงรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบของแม่ทัพกงซุน นี่เขากำลังพูดให้ตนฟัง!
“เจิ้นคิดไม่ถึงเลยว่าแม่ทัพกงซุนจะคิดเพื่อฮองเฮาเพียงนี้ เจิ้นรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็แขวนไว้เถิด”
“อะไรนะ? ฝ่าบาท…” ฮองเฮาเงยพระพักตร์ขึ้นโดยพลัน “นี่ นี่เป็นระเบียบแบบแผนอันใดกัน?”
ประตูตำหนักของฮองเฮาต้องแขวนศพเหล่านี้ไว้หรือ? จะคิดอย่างไรก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัว! ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของแม่ทัพกงซุนที่ว่าเชือดไก่ให้ลิงดู เห็นได้ว่ากำลังกล่าวเตือนฮองเฮา ให้พระนางเข้าใจว่าหากคิดแตะต้องจวนแม่ทัพกงซุนอีก พระนางคงไม่มีจุดจบดีงามอันใด ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรฮองเฮาก็ไม่อยากให้แม่ทัพกงซุนเล่นละครฉากนี้สำเร็จ
ส่วนทุกคนที่มาล้อมดูเหตุการณ์ เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้พลันมีสีหน้าแปลกๆ ในสมองจินตนาการถึงภาพแปลกประหลาดเหล่านั้น วันหน้ายังจะมีผู้ใดกล้าเดินผ่านตำหนักฮองเฮาอีก?
“เหนียงเหนียง กระหม่อมและฝ่าบาทล้วนคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นยิ่ง จะได้ทำให้คนที่คิดไม่ดีต่อเหนียงเหนียงหวาดกลัว” แม่ทัพกงซุนไม่ปิดบังสีหน้าลำพองใจบนใบหน้าของตนแม้แต่น้อย ในพระทัยของฮองเฮารู้สึกเคียดแค้นเป็นอย่างยิ่ง สมองหมุนวนอย่างรวดเร็ว พระนางรู้เพียงว่าหากศพเหล่านี้ถูกแขวนขึ้นไป วันหน้าพระนางจะกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งแคว้นเหลียน!
“ฝ่าบาท วันมงคลเช่นนี้ไม่ควรปรากฏภาพที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโชคร้ายเช่นนี้ ในเมื่อมือสังหารถูกแม่ทัพกงซุนสังหารไปแล้วก็ให้คนจัดการให้ดีเถิด จะได้ไม่สกปรกสายพระเนตรของฝ่าบาท” ฮองเฮาทอดพระเนตรไปทางแม่ทัพกงซุน พยายามกดข่มความไม่พอใจ “ที่แท้แม่ทัพกงซุนคิดเพื่อเปิ่นกง ก่อนหน้านี้เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น ท่านแม่ทัพคงไม่อยากให้มีกลิ่นอายโชคร้ายบดบังไปทั่วทั้งวังหลวงในวันดีๆ เช่นนี้กระมัง?”
สุรเสียงของพระนางไม่แข็งกร้าวเฉกเช่นก่อนหน้านี้อีกต่อไป ตนถอยแล้วหนึ่งก้าว แม่ทัพกงซุนควรรู้จักเก็บอารมณ์บ้างกระมัง?
“กระหม่อมทำตามหน้าที่ เหตุใดฮองเฮาต้องขอบคุณด้วยเล่า?”
“ใช่แล้ว แม่ทัพกงซุนทำได้ดี ฮองเฮายังไม่รีบขอบคุณแม่ทัพกงซุนอีก” จักรพรรดิเหลียนเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย เยินยอแม่ทัพกงซุนไม่หยุด “วันหน้าความปลอดภัยของแคว้นเหลียนยังต้องอาศัยแม่ทัพกงซุนและขุนนางทั้งหมดในราชสำนัก มีพวกเจ้าอยู่ เจิ้นก็วางใจ!”
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ล้วนเป็นสิ่งที่กระหม่อมสมควรทำ!” แม้ปากของแม่ทัพกงซุนจะกล่าวเช่นนี้ แต่กลับยืดอกเดินไปเบื้องหน้าฮองเฮา มีเจตนารอให้พระนางเอ่ยปาก
ทุกคนเห็นว่าฮองเฮาผู้สง่างามมีพระพักตร์เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว มีสีสันอย่างบอกไม่ถูก อย่างไรก็ตามนับว่าพวกเขาได้เห็นวิธีการทำให้ผู้อื่นลำบากใจของแม่ทัพกงซุนแล้ว ถึงกับมาแขวนศพไว้ที่ตำหนักฮองเฮา สุดท้ายยังต้องให้ฮองเฮาเอ่ยพระโอษฐ์ขอบคุณ ไม่มีอะไรจะน่าอัปยศไปมากกว่านี้แล้ว
Pennybull
แม่ทักงซุนตบหน้าฮองเฮากลับแรงยิ่งกว่าที่ฮองเฮาทำกับแม่ทัพ สัก 10 เท่าได้ 😂😂😂 สมน้ำหน้า
แต่แค่นี้ยังไม่พอสำหรับอีนางโหดร้าย
Venus36
ขำอะ สมน้ำหน้าฮองเฮา แผนของอวิ๋นซูเลิศ