หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 826 คลายความร้อนรน
เล่มที่ 28 ตอนที่ 826 คลายความร้อนรน
พบว่าสตรีนางนั้นอุ้มเด็กขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีโซซัดโซเซ คิดจะตามนายพรานเหล่านั้นไป ฮูหยินอวิ๋นรีบหยุดนางไว้ “ฮูหยิน ร่างกายของท่านไม่อาจตรากตรำเช่นนี้ได้ รีบกลับไปต้มยาให้เด็กเถิด ท่านเองต้องกินยาด้วย มิเช่นนั้นจะมีอันตรายถึงชีวิต!”
ทว่าสตรีนางนี้กำลังคิดเรื่องแก้แค้น ไม่สนใจร่างกายของตนโดยสิ้นเชิง นางนำเด็กที่อยู่ในอ้อมกอดยัดใส่มือฮูหยินอวิ๋น “ขอร้องท่านหมอเทวดาช่วยลูกข้าด้วย ข้า ข้าจะไปแก้แค้นให้สามี…”
“ไม่ได้! โธ่ ฮูหยิน พวกท่านถูกพิษ ไม่เกี่ยวอันใดกับสุนัขจิ้งจอกนั่น…”
ทุกคนไม่ฟังคำอธิบายของฮูหยินอวิ๋นโดยสิ้นเชิง บรรยากาศคุกกรุ่น ไล่ตามไปยังทิศทางที่สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยนั้นจากไป
นอกเรือนเล็กๆ นายท่านทั้งหลายมองไปยังการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบริเวณไม่ไกล “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงเอะอะเช่นนี้?”
“พี่สะใภ้กลับมาแล้วหรือไม่?”
อวิ๋นมู่เดินก้าวใหญ่ๆ ออกมา มองไปยังเส้นทางเล็กๆ ที่ฮูหยินอวิ๋นเข้าไปด้วยท่าทีกังวล
ตอนนี้เอง นายท่านตระกูลสาขาอุทานขึ้นมา “เอ๋! นั่นไม่ใช่พี่สะใภ้หรือ?”
พบว่าเงาร่างตื่นตระหนกร่างหนึ่งปรากฏตัวบนเส้นทางเล็กๆ บริเวณไม่ไกล ในมืออุ้มเด็กแปลกหน้าคนหนึ่ง ทุกคนรีบล้อมเข้ามา “พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้น? นี่เป็นเด็กบ้านไหนกัน?”
“เร็ว รีบดูแลเขาก่อน!” ฮูหยินอวิ๋นขมวดคิ้วมองไปยังอวิ๋นมู่ ดึงเขาไปด้านข้างด้วยท่าทีลึกลับ “ฟู่จวิน ข้า…ข้าอาจนำความลำบากไปให้แม่นางซูแล้ว!”
แม่นางซู? หรือว่า คนผู้นั้นที่ได้ยินจากปากฮูหยินในหลายวันมานี้คือแม่นางอายุน้อยผู้หนึ่ง? “เกิดอะไรขึ้น ฮูหยินค่อยๆ พูดเถิด”
“นี่มัน หรือว่าจะเป็นอาการป่วยแปลกประหลาดในหมู่บ้าน? พี่สะใภ้ไปเก็บเด็กมาจากที่ใดกัน?” นายท่านตระกูลสาขาคาดเดาได้ถึงเบาะแสบางอย่าง เขาหันไปมอง แต่กลับเห็นฮูหยินอวิ๋นและอวิ๋นมู่กำลังพูดคุยกับอะไรบางอย่างด้วยท่าทีลึกลับ
“เด็กคนนี้เป็นคนที่ข้าพบระหว่างทางกลับมา ดูเหมือนจะถูกพิษออกฤทธิ์ช้า ตอนนี้ชาวบ้านคิดว่าอาการแปลกประหลาดในหมู่บ้านเกิดจากปีศาจจิ้งจอกแผลงฤทธิ์จึงไล่ตามสุนัขจิ้งจอกน้อยที่แม่นางซูเลี้ยงไว้ไป ข้า ข้ากังวลว่าแม่นางซูจะมีอันตราย….” ยิ่งไปกว่านั้นแม่นางซูรู้วิชาห้าธาตุแปดทิศ เกรงว่าชาวบ้านในหมู่บ้านจะยิ่งเห็นนางเป็นปีศาจ หากถูกพวกเขาหาเจอจริงๆ คงมีอันตราย
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นมู่กลับเงียบไปครู่หนึ่ง “เรื่องนี้พวกเรามิอาจสอดมือได้”
“ฟู่จวิน…”
มิใช่ว่าเขาเย็นชาไร้หัวใจ แต่ตอนนี้ตระกูลอวิ๋นทั้งตระกูลอยู่ในฐานะผู้หลบหนี ต้องทราบว่ากว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านอันสงบสุขแห่งนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากเปิดเผยความสามารถมากเกินไปเพราะเรื่องนี้จนทำให้คนทั้งตระกูลตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก อวิ๋นมู่คงยากจะจินตนาการถึงผลร้ายที่จะตามมา
“พี่สะใภ้ เด็กคนนี้ถูกพิษ!” เมื่อนายท่านทั้งหลายเห็นดังนั้นจึงรีบเงยหน้ามองไปยังทิศทางของฮูหยินอวิ๋น ไหนเลยจะรู้ว่ากลับสบเข้ากับสายตาเย็นยะเยือกของอวิ๋นมู่ ทันใดนั้นจึงพากันก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นไม่เคยพูดอะไรออกไป
บุรุษผู้มีท่าทีตึงเครียดก้าวเข้ามา ปรายตามองเด็กชายบนพื้น “เด็กคนนี้เป็นเด็กบ้านใดกัน? ให้คนส่งเขากลับไป! ใครก็ห้ามสอดมือเรื่องนี้!”
“ฟู่จวิน ข้า…”
“ฮูหยิน มิใช่เจ้าเคยกล่าวว่าแม่นางผู้นั้นไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่อยู่ของนางหรือ? เชื่อว่าชาวบ้านคงหาไม่พบง่ายๆ หรอก” อวิ๋นมู่มองออก ในหมู่บ้านมีบุคคลที่รู้ทุกสรรพสิ่งเช่นนี้แต่กลับไม่มีผู้ใดรู้จัก เมื่อผนวกกับคำบอกเล่าของฮูหยินอวิ๋นก่อนหน้านี้ เชื่อว่าแม่นางท่านนี้คงไม่คิดรออยู่เฉยๆ เป็นแน่ นางสามารถอยู่ในภูเขาอย่างสงบไร้อันตรายมาได้นานเพียงนี้ เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่านางมีความสามารถไม่น้อย ชาวบ้านที่ปกติมักจะขึ้นเขาล่าสัตว์คงหานางเจอไม่ได้ง่ายๆ
เมื่อได้ยินอวิ๋นมู่กล่าวเตือนเช่นนี้ ฮูหยินอวิ๋นจึงค่อยสงบลง ใช่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณหมู่บ้านถูกแม่นางซูวางค่ายกลไว้หมดแล้ว ชาวบ้านเหล่านั้นคงยากจะเข้าไป ตนเกือบพาทั้งตระกูลไปสู่อันตรายเพียงเพราะความบุ่มบ่ามเสียแล้ว นางเริ่มพิจารณาตนเอง เงยหน้ามองไปยังบริเวณไกลออกไปด้วยท่าทีกังวล ตอนนี้สิ่งที่ตนต้องทำก็คือรอดูการเปลี่ยนแปลงอย่างสงบ หากร้อนใจจนทำให้เรื่องวุ่นวาย มิแน่ว่ากลับจะนำความยุ่งยากมาให้แม่นางซูเสียเอง
เวลาผ่านไปทุกชั่วขณะ สตรีนางนั้นยืนอยู่บริเวณประตูเรือน คอยสังเกตการเคลื่อนไหวในป่าด้วยความกังวล
นางอดไม่ได้ที่จะเดินไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง นายท่านตระกูลสาขาที่อยู่ด้านหลังคอยเฝ้าอย่างเงียบงัน พี่ใหญ่กำชับว่าต้องดูแลพี่สะใภ้ให้ดี อย่าปล่อยให้นางเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
ยามเย็น บนเส้นทางเล็กๆ ภายในป่า ในที่สุดก็มีการเคลื่อนไหว
นายพรานหลายคนประคองกันมาด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่นในปากส่งเสียงโอดโอยไม่หยุด
“พวกเจ้าอย่าไป! ปีศาจจิ้งจอกอยู่ข้างใน เจ้าไม่อยากแก้แค้นให้ภรรยาของพวกเจ้าหรือ?”
“อย่าไปเลย สามีข้าจะตายเปล่าไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปหมู่บ้านของพวกเราคงจบสิ้นแล้ว!” ฮูหยินอวิ๋นสังเกตุเห็นว่าสตรีชาวบ้านที่ตนช่วยวันนี้กล่าวร้องขออยู่ข้างกายนายพรานเหล่านั้นตลอด เพียงแต่สายตาของทุกคนกลับมีเพียงความสิ้นไร้หนทาง
“สะใภ้หวัง เจ้าอย่าพูดอีกเลย เจ้าก็เห็นว่าพวกเราเข้าไปไม่ได้ด้วยซ้ำ! ในป่าแห่งนี้จะต้องมีพลังปีศาจเป็นแน่ มิเช่นนั้นพวกเราคงไม่บาดเจ็บ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ฮูหยินอวิ๋นพลันรู้สึกโล่งใจ ดูท่าทางพวกเขาคงหาแม่นางซูไม่พบจริงๆ
สตรีชาวบ้านกลับไม่ยอมแพ้ “พวกท่านจะยอมแพ้หรือ? ไม่ ข้าไม่ไป! ข้าจะแก้แค้นให้สามี!” นางหยุดฝีเท้า ในดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่
“สะใภ้หวัง พวกเรากลับไปหารือแผนการกันก่อนเถิด หากเจ้าเป็นอะไรไป ตงเอ๋อร์จะทำเช่นไร?”
“ใช่แล้ว ตงเอ๋อร์เล่า?”
“ตงเอ๋อร์? ตะ ตงเอ๋อร์ของข้า…” สตรีชาวบ้านจึงค่อยคิดขึ้นมาได้ ทว่านางลืมเรื่องที่ตนมอบลูกให้ฮูหยินอวิ๋นไปแล้วโดยสิ้นเชิง พลันนั้นจึงอุทานออกมา “ตงเอ๋อร์! ตงเอ๋อร์ของข้าถูกวิญญาณสุนัขจิ้งจอกบนภูเขาจับตัวไปแล้ว!”
อะไรนะ?! ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี สตรีผู้นั้นตื่นตระหนกขึ้นเรื่อยๆ ท่าทีกรีดร้องตะโกนเช่นนั้นทำให้นายพรานยิ่งรู้สึกหวาดกลัว หรือว่าปีศาจสุนัขจิ้งจอกเริ่มกินเด็กแล้ว?
สตรีชาวบ้านตื่นตระหนกขึ้นเรื่อยๆ นางใช้สายตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวมองไปยังเส้นทางด้านหลัง “ปีศาจสุนัขจริงจอกจับตงเอ๋อร์ของข้าไป ทำร้ายสามีข้าจนตาย อีกไม่นานนางจะทำให้พวกเราตายทั้งหมู่บ้าน! ไม่ได้ พวกเราต้องเผาภูเขา! จุดไฟฆ่านาง! เผาวิญญาณโหดเหี้ยมนี่ให้ตายเสีย!”
เผาภูเขา? นี่…
ทุกคนสบตากัน ตอนนี้เองมีคนกล่าวคล้อยตาม “ใช่แล้ว หากปล่อยให้ปีศาจสุนัขจิ้งจอกเหิมเหริมต่อไป นางจะต้องฆ่าพวกเราตายทั้งหมู่บ้านแน่! แม้การเผาภูเขาอาจไม่ใช่ความคิดที่ดี แต่ต่อให้ย่ำแย่เพียงใดก็ยังไล่นางออกจากหมู่บ้านได้!”
“เช่นนั้นก็เผาภูเขา! ใช่!”
อะไรนะ? นี่…จู่ๆ เรื่องราวก็เปลี่ยนไปเช่นนี้ ฮูหยินอวิ๋นทนไม่ไหวอีกต่อไป กำลังคิดจะเดินเข้าไปอธิบาย ไม่ทันไรคนกลุ่มนั้นกลับวุ่นวายขึ้นมา
“อา สะใภ้หวัง เจ้าตื่น! ตื่นสิ! แย่แล้ว คงมิใช่ว่าโดนมนต์ปีศาจจิ้งจอกอีกกระมัง?”
พบว่าสตรีชาวบ้านนางนั้นล้มลงท่ามกลางหมู่นายพรานด้วยใบหน้าเขียวม่วง ทั่วทั้งร่างขดเกร็ง ร่างกายสั่นเล็กน้อย
“ไม่! นางกำลังพิษกำเริบ!” เสียงกระจ่างชัดเสียงหนึ่งดังแว่วมาจากเบื้องหน้า ทุกคนเงยหน้ามองไป “เป็นท่านหมอเทวดา!” โชคดีที่ในหมู่พวกเขามีคนจำฮูหยินอวิ๋นได้ ทุกคนรีบหลีกทางให้นาง
ฮูหยินอวิ๋นเดินมาข้างกายสตรีชาวบ้าน หยิบเข็มเงินออกมาปักลงไปบนร่างของนางอย่างรวดเร็ว
นายท่านตระกูลสาขาที่อยู่ไม่ไกลเห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบเรียกอวิ๋นมู่มา
เมื่อเห็นฮูหยินอวิ๋นที่อยู่ท่ามกลางหมู่คน ในดวงตาของอวิ๋นมู่พลันเต็มไปด้วยความจนใจ “พี่ใหญ่ ปล่อยให้พี่สะใภ้รักษาเถิด มิแน่ว่าหากรักษาหาย ชาวบ้านเหล่านี้คงไม่เอะอะโวยวายอีก” หากปล่อยให้พวกเขาเผาป่าเขานี้จริงๆ ตระกูลอวิ๋นคงไม่อาจอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้อีก!
บุรุษร่างกำยำมิได้กล่าวคำใดอีก เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากฮูหยินอวิ๋นหยุดมือเพียงเท่านี้คงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นนี่เกี่ยวพันถึงชีวิตคน ความเป็นความตายมาอยู่เบื้องหน้า ในฐานะที่เป็นคนตระกูลอวิ๋นย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่รักษา
ในที่สุดสตรีบนพื้นก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา ทุกคนเอ่ยปากชมระลอกหนึ่ง
“ชาวบ้านทุกท่านฟังข้าอธิบายก่อน ตงเอ๋อร์ถูกส่งกลับไปที่หมู่บ้านอย่างปลอดภัยแล้ว เขาและสะใภ้หวังถูกพิษที่ออกฤทธิ์ช้าประเภทหนึ่ง มิใช่ปีศาจจิ้งจอกแผลงฤทธิ์อันใดนั่น”
“ถูกพิษ? นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร? ในหมู่บ้านมีคนตายไปแล้วหลายคน หรือพวกเขาล้วนถูกพิษตายทั้งหมด?” มีคนกล่าวข้อสงสัยออกมา จะอย่างไรของที่พวกเขากินทุกวันก็เป็นของที่ปลูกกันเอง จะถูกพิษได้อย่างไร
“ขอให้ทุกคนเชื่อข้าเถิด ข้ารักษาสะใภ้หวังได้ วันหน้าหากมีอาการป่วยลักษณะเดียวกันปรากฏขึ้น ทุกท่านสามารถมาที่นี่ได้ทันที ข้าจะรักษาให้ทุกคนเอง”
ฮูหยินอวิ๋นพูดจาหว่านล้อม ทุกคนจึงค่อยสงบลง
“แต่มิแน่ว่าอาจมีแค่สะใภ้หวังที่ถูกพิษ แตกต่างจากคนที่ตายในหมู่บ้านก็เป็นได้?” พวกเขายังคงเชื่อเรื่องปีศาจสุนัขจิ้งจอกแผลงฤทธิ์ ไม่ค่อยยอมรับเรื่องยาพิษเช่นนี้
“ทุกท่านให้เวลาพวกเราสักหลายวัน จะต้องสืบหาได้แน่นอนว่าพิษนี้มาจากที่ใด” เสียงกระจ่างชัดดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนหันไปมอง พบบุรุษผู้มีร่างกำยำใบหน้าเคร่งขรึมเดินก้าวเข้ามา ฮูหยินอวิ๋นดวงตาสว่างวาบ ฟู่จวิน…
อวิ๋นมู่ส่งสายตาบอกให้นางวางใจ “ในป่าแห่งนี้มีทรัพยากรที่จำเป็นต่อหมู่บ้านอยู่ หากเผาไปจะเกิดความเสียหายมาก วันหน้าจะไปล่าหมูขุดผักป่าจากที่ใด? ได้ไม่คุ้มเสียเลยจริงๆ”
“กล่าวได้มีเหตุผล!”
“ใช่แล้ว! ถ้าเผาไป พวกสัตว์ป่าคงหนีกันหมด!”
อวิ๋นมู่เดินมาข้างกายฮูหยินอวิ๋น โอบไหล่นางเบาๆ “ฮูหยินของข้ารู้วิชาแพทย์ เชื่อว่าคงรักษาพิษบนร่างของสะใภ้หวังท่านนี้ได้แน่ เมื่อถึงตอนนั้นหากหาแหล่งพิษพบก็รับประกันความปลอดภัยของชาวบ้านได้แล้ว”
ที่แท้เป็นสามีของท่านหมอเทวดานี่เอง สายตาที่ทุกคนมองอวิ๋นมู่เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงขึ้นหลายส่วน นอกจากนั้นคนผู้นี้ยังมีบรรยากาศไม่ธรรมดาแผ่ออกมาจากทั่วทั้งร่าง แตกต่างกับพวกเขายิ่งนัก คำพูดคำจาของเขาทำให้ผู้คนเชื่อถือ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ลำบากท่านหมอเทวดาแล้ว!”
นายพรานหลายคนหารือกันครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมอบสะใภ้หวังให้ฮูหยินอวิ๋นแล้วแยกย้ายกันไป
ฮูหยินอวิ๋นมองไปยังบุรุษข้างกายตนด้วยความซาบซึ้งใจ กำลังคิดจะเอ่ยปาก อวิ๋นมู่กลับกุมมือนางไว้ “ข้าเพียงไม่อยากเห็นฮูหยินของตนถูกผู้อื่นสงสัยก็เท่านั้น” ประโยคนี้แฝงไปด้วยความหมายมากมายเหลือเกิน ทั้งยังทำให้ฮูหยินอวิ๋นต้องเก็บกลืนคำขอบคุณของตนกลับไป
ไม่นานสะใภ้หวังก็ได้สติแจ่มชัด นายท่านตระกูลสาขาพานางกลับไปส่ง นางกอดลูกของตนทั้งน้ำตา ไม่ง่ายเลยกว่านายท่านตระกูลสาขาจะผละออกมาได้
ยามค่ำคืน เงาร่างเรียบง่ายร่างหนึ่งปรากฏตัวนอกเรือนเล็ก
นายท่านตระกูลสาขากลับมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าชัดเจน เมื่อมองไปพบว่ามีประกายแสงสีเงินวิ่งฉวัดเฉวียนไปมาอยู่ข้างเท้าด้วยความรวดเร็ว อีกทั้งข้างตะกร้าสานที่อยู่ไม่ไกลยังมีเงาร่างสีขาวร่างหนึ่งยืนอยู่
“ผะ ผี!”
เขาตกใจจนสองขาอ่อนแรง การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่ในบ้านวิ่งออกมาดู “นายท่านตระกูลสาขา นี่ท่าน…”
“ฮูหยินอวิ๋น”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมหนึ่ง ฮูหยินอวิ๋นเบนสายตามองไป พบว่าภายใต้ผืนฟ้ายามค่ำคืนมีใบหน้างดงามเป็นเอกปรากฏอยู่ “แม่นางซู…”
Venus36
แม่พระเอกกับแม่นางเอกดูมีมิตรอันดีมากกก