หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 827 ของปลอม
เล่มที่ 28 ตอนที่ 827 ของปลอม
แม่นางซู? นายท่านตระกูลสาขาขมวดคิ้ว ยามนี้จึงค่อยเห็นเงาร่างที่อยู่ข้างต้นไผ่ชัดเจน เป็นสตรีนางหนึ่ง
เขาแย้มยิ้มกระอักกระอ่วน ลุกขึ้นจากพื้นแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัดฝุ่นบนร่างตนเบาๆ “ล้อเล่นน่า พี่สะใภ้ อย่านำเรื่องนี้ออกไปพูดเด็ดขาด!” เพราะร้อนตัวที่เมื่อก่อนทำเรื่องย่ำแย่ไว้มากทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าตนเห็นผี ยิ่งไปกว่านั้นบรรยากาศบนร่างของสตรีนางนี้ยังค่อนข้างเย็นยะเยือก…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นายท่านตระกูลสาขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองนางอีกครั้ง การมองคราวนี้ถึงกับทำให้เขาเหม่อลอยไปโดยพลัน
ฮูหยินอวิ๋นไม่แปลกใจในท่าทีตื่นตะลึงเพราะความงามของนายท่านตระกูลสาขาแม้แต่น้อย เดินผ่านบุรุษผู้อยู่ในอาการปากอ้าตาค้างไปโดยตรง “แม่นางซูรีบเข้ามาด้านในเถิด”
จนกระทั่งทั้งสองหายไปจากเบื้องหน้าเนิ่นนาน นายท่านตระกูลสาขาจึงค่อยได้สติกลับมา เมื่อครู่เขาตาฝาดใช่หรือไม่? นางเซียน…บนโลกนี้มีนางเซียนอยู่จริงๆ!
ในห้อง สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยรออยู่ข้างเก้าอี้นานแล้ว ฮูหยินอวิ๋นมองเพียงปราดเดียวก็เห็นห่อยาในปากของมัน ทำให้เข้าใจจุดประสงค์ที่แม่นางซูมาหาในวันนี้ทันที “วันนี้ผิดต่อแม่นางซูแล้วจริงๆ”
“เหตุใดฮูหยินอวิ๋นต้องกล่าวเช่นนี้ด้วย?”
“หากมิใช่เพราะข้า เจ้าตัวน้อยคงไม่ต้องเผยตัวต่อหน้าคนเหล่านั้น” ฮูหยินอวิ๋นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ทว่าสตรีงดงามเป็นเอกกลับหัวเราะเบาๆ “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฮูหยินอวิ๋นหรอก เจ้าตัวน้อยไม่ได้ปรากฏตัวในหมู่บ้านแค่ครั้งเดียว กลับกัน ข้ายังต้องขอบคุณฮูหยินอวิ๋นที่คราวนี้ยอมออกหน้าคลี่คลายสถานการณ์” นางรู้เรื่องที่เกิดบนภูเขาหมดแล้ว และรู้ว่าเพื่อที่จะช่วยเหลือนาง ฮูหยินอวิ๋นจึงต้องสัญญาว่าอีกไม่กี่วันจะหาต้นตอของอาการป่วยในหมู่บ้านให้ได้
ฮูหยินอวิ๋นส่ายหน้า มองสำรวจสตรีเบื้องหน้าเล็กน้อย “แม่นางซูได้รับบาดเจ็บหรือไม่? ตอนที่ชาวบ้านขึ้นเขาไปตามหาปีศาจสุนัขจิ้งจอกข้ากังวลมากจริงๆ กลัวว่าพวกเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าแม่นางซูเป็นปีศาจสุนัขจิ้งจอก หากถึงตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้าไม่กล้าคิดเลยจริงๆ”
“ทำให้ฮูหยินเป็นห่วงแล้ว ค่ายกลลวงตาที่ข้าวางไว้ หากต้องการบุกเข้ามาย่อมมิใช่เรื่องง่ายดายเพียงนั้น กลับเป็นพวกฮูหยินอวิ๋นเสียมากกว่า คราวนี้ออกหน้าจะมีผลกระทบอันใดหรือไม่?”
ผลกระทบ? ฮูหยินอวิ๋นมองไปยังดวงตาลึกล้ำของสตรีนางนี้ จากนั้นจึงเก็บสีหน้าของตน
แม่นางซูนับว่าเฉลียวฉลาดจริงๆ ถึงกับรู้ว่าหากมิใช่เพราะถูกบีบบังคับ ตนคงไม่ยอมลงมือแน่นอน เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในฐานะที่มีวิชาแพทย์สูงส่ง เหตุใดจึงต้องมาแฝงตัวอยู่ในที่เช่นนี้ด้วย? แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกนางอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอันยากจะเอ่ยเช่นกัน เชื่อว่าแม่นางซูคงรู้นานแล้วกระมัง? และเป็นเพราะสถานการณ์ของทั้งสองเหมือนกัน พวกนางจึงคุยกันถูกคอเพียงนี้
“แม่นางซูอย่าได้กล่าวเช่นนี้เป็นอันขาด คราวนี้ชาวบ้านถูกพิษติดๆ กัน ข้าย่อมไม่อาจนั่งดูเฉยๆ พรุ่งนี้ว่าจะเข้าไปตรวจหาเบาะแสในหมู่บ้านเสียหน่อย ขอเพียงพบต้นตอของพิษ ก็สามารถสงบข่าวลือในคราวนี้ลงได้” ฮูหยินอวิ๋นหารือกับอวิ๋นมู่แล้ว การถูกพิษพร้อมกันย่อมมิใช่เรื่องบังเอิญ หากพวกเขาคิดจะอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ไปอีกนาน การช่วยชาวบ้านหาต้นตอของพิษนับว่าเป็นเรื่องจำเป็น ด้วยเหตุนี้อวิ๋นมู่จึงเห็นด้วย คิดว่าพรุ่งนี้จะเข้าหมู่บ้านไปตรวจหาเบาะแสด้วยกัน
สตรีงดงามคิดครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้ข้าจะไปด้วยกันกับฮูหยินอวิ๋น”
“นี่…”
อีกฝ่ายแย้มยิ้มเล็กน้อย ยื่นมือออกมา สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยแสนรู้พลันวิ่งมาออดอ้อนที่เท้าของนาง “หากแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ ภายภาคหน้าเจ้าตัวน้อยคงไม่อาจเล่นซุกซนได้อย่างมีความสุขแล้ว”
ความจริงฮูหยินอวิ๋นรู้ว่าแม่นางซูคิดจะออกแรงเพราะไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้ตระกูลอวิ๋นมากเกินไป นางใคร่ครวญอย่างละเอียดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตอบตกลง
วันต่อมา
เงาร่างในอาภรณ์เรียบง่ายสองร่างปรากฏตัวบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อฮูหยินอวิ๋นปรากฏตัวพลันมีชาวบ้านไม่น้อยล้อมเข้ามา
“ท่านหมอเทวดามาแล้ว! เป็นท่านหมอเทวดา! หมอเทวดามาช่วยพวกเราแล้ว!”
แม่นางซูในยามนี้ใช้ผ้าปิดใบหน้าของตน บดบังใบหน้าอันงดงามนั้นไว้ เพียงแต่บรรยากาศเหนือธรรมดาที่แผ่ออกมาจากทั่วทั้งร่างกลับไม่อาจปกปิด ชาวบ้านไม่น้อยพากันเผยสายตาตื่นตะลึง คาดเดาความสัมพันธ์ของสตรีนางนี้กับหมอเทวดา
“นี่คือน้องสาวของข้า เนื่องจากสถานการณ์ของทุกท่านในระยะนี้ทำให้นางเป็นห่วง จึงมาตรวจหาเบาะแสด้วยกัน” ฮูหยินอวิ๋นแนะนำง่ายๆ ทว่ากลับทำให้ชาวบ้านเกิดซาบซึ้งใจอันไร้ขีดจำกัด “ท่านหมอเทวดามีเมตตาจริงๆ พวกเรามีทางช่วยแล้ว! มีทางช่วยแล้ว!”
ชาวบ้านทั้งหลายเดินนำทั้งสองไปยังที่อยู่ของสะใภ้หวัง เด็กคนนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมากแล้ว ยามนี้กำลังเฝ้าอยู่ข้างขวดยาอย่างขยันขันแข็ง เมื่อเห็นกลุ่มคนเดินมุ่งหน้ามาที่บ้านจึงลุกขึ้นยืนโดยพลัน
“ร่างกายดีขึ้นแล้วหรือไม่?” ฮูหยินอวิ๋นเดินเข้าไปตรวจอาการให้เขา มือเล็กๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังเย็นเฉียบ ยามนี้อบอุ่นขึ้นมากแล้ว
ตงเอ๋อร์ยิ้มหวาน “ท่านแม่กำลังพักผ่อนอยู่ในห้องขอรับ ท่านหมอเทวดาโปรดรอสักครู่…”
“ไม่ต้องหรอก ให้แม่เจ้าพักผ่อนดีๆ สักครู่เถิด พวกเราจะไปดูรอบๆ”
บริเวณบ้านปลูกพืชไว้มากมาย ฮูหยินอวิ๋นเดินสำรวจรอบๆ คิดอยากจะดูเสียหน่อยว่าเป็นเพราะปลูกดอกไม้มีพิษอันใดหรือไม่ เพียงแต่เดินมาแล้วรอบหนึ่งกลับไม่พบอะไร อย่างไรก็ตาม สตรีที่นิ่งเงียบอยู่ข้างกายกลับไปค้นอะไรบางอย่างในห้องครัวที่อยู่ด้านนอก
“นี่คือ…”
แม่นางซูหยิบผักป่าสีเขียวเข้มกำหนึ่งขึ้นมาจากตะกร้าผัก หันไปมองทางเด็กชายผู้มีไหวพริบดี
ด้านหลังมีเสียงชาวบ้านตอบกลับมา “นี่คือผักจับฉ่าย เป็นผักป่าที่มีบริเวณยอดเขาฝั่งตรงข้ามเท่านั้น รสชาติอร่อยมาก!”
“แม่นางซู มีปัญหาหรือ?” ฮูหยินอวิ๋นขยับเข้ามาใกล้ สายตาหยุดอยู่บนผักป่ากองนั้นที่เหี่ยวเฉาไปแล้ว ผักจับฉ่ายเช่นนี้นางเคยกินมาก่อนแต่ไม่มีอาการใดปรากฏ ในเขาลึกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันเรียบง่ายเช่นนี้ ผักป่านับเป็นหนึ่งในอาหารที่ชาวบ้านมีไม่ขาด ผักจับฉ่ายนี้ให้รสหวาน เป็นผักชาวบ้านชอบที่สุด ทำให้พวกเขาไม่เสียดายที่ต้องเดินทางไกลข้ามภูเขาเพื่อไปซื้อขายแลกเปลี่ยนกับหมู่บ้านบนเนินเขาฝั่งตรงข้าม
“นี่ไม่ใช่ผักจับฉ่าย”
ไม่ใช่ผักจับฉ่าย? ฮูหยินอวิ๋นขมวดคิ้ว แต่จะมองอย่างไรก็ไม่พบความผิดปกติใด
แม่นางซูหันไปมองชาวบ้านที่มาล้อมดูอยู่ด้านข้าง “ในบ้านของผู้ที่ป่วยในระยะนี้มีผักชนิดนี้อยู่หรือไม่?”
“มีๆ! แต่ระยะนี้ผักจับฉ่ายหายาก หมู่บ้านตรงข้ามก็ไม่ขายแล้ว ของที่มีอยู่จึงได้มาไม่ง่ายเลย” หญิงชราหม้ายคนหนึ่งนำผักป่าที่เหลือมาจากบ้านของตน เมื่อสตรีผู้สวมผ้าปิดหน้าได้เห็น ดวงตาถึงกับมีความเปลี่ยนแปลงอยู่หลายส่วน
เพียงไม่นานก็มีชาวบ้านพากันนำผักจับฉ่ายที่เหลือจากบ้านของตนมาให้อย่างต่อเนื่อง พบว่านางถือผักในมือมาสองกำ ยื่นมาเบื้องหน้าฮูหยินอวิ๋น “ฮูหยินโปรดดู ผักสองชนิดนี้มีอันใดแตกต่างกันหรือไม่”
ผักทั้งสองกำล้วนเป็นผักจับฉ่าย แต่นางกลับกล่าวว่าไม่เหมือนกัน ฮูหยินอวิ๋นเข้าใจได้โดยพลัน ปัญหาอาจจะอยู่ตรงนี้จึงตรวจสอบให้ละเอียด
“ผักต้นนี้…ดูแตกต่างอยู่บ้าง”
ผักจับฉ่ายข้างหนึ่งมีรากกระจัดกระจาย ส่วนอีกข้างหนึ่งมีลากม้วนขดดูสับสน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วดูไม่เหมือนกันจริงๆ
“ต้นที่มีรากกระจัดกระจายถึงจะเป็นผักจับฉ่าย ส่วนกำนี้เป็นผักป่ามีพิษ หน้าตาเหมือนผักจับฉ่ายเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงต้องดูจากรากถึงจะแยกแยะได้”
อะไรนะ? “ผะ ผักป่ามีพิษ!” ชาวบ้านไม่น้อยพากันหน้าเปลี่ยนสี เพียงไม่นานทุกคนก็มั่นใจแล้วว่าผักจับฉ่ายในบ้านของคนที่ตายไปหลายคนก็คือผักป่ามีพิษที่แม่นางท่านนี้เอ่ยถึง ชาวบ้านคนอื่นที่ยังปลอดภัยไร้อันตรายรู้สึกโชคดีที่ตนกินผักจับฉ่ายไม่มีพิษ
“ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้เชียวหรือ จะน่ารังเกียจเกินไปแล้ว!” หญิงชราหม้ายโกรธจนตัวสั่น “ผักนี้ข้าซื้อมาจากเจ้าอ้วนหลิวที่อยู่หมู่บ้านตรงข้าม คนในบ้านข้าชอบกินมาก แต่ฤดูนี้มีผักจับฉ่ายน้อย ข้าจ่ายขนแกะไปจึงสองตัวจึงแลกมาได้บ้าง คิดไม่ถึงว่า…เจ้าอ้วนหลิวนั่น….คืนชีวิตสามีเข้ามา!”
“ท่านป้าเสียง รักษาสุขภาพด้วย!” พลันมีคนเดินเข้ามาหยุดหญิงชราผู้มีอารมณ์พลุ่งพล่านไว้
ชาวบ้านพากันส่ายหน้าวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งยังมีชาวบ้านส่วนหนึ่งลอบยินดีกับตนเอง ในหมู่พวกเขามีบางคนที่ทนกินผักจับฉ่ายพิษเหล่านั้นไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าจะเก็บชีวิตกลับมาได้
“ผักประเภทนี้มีฤทธิ์ไม่แรง แต่หากกินจำนวนมากหรือกินนานเข้าจะมีอันตรายถึงชีวิต ผู้ถูกพิษจะตายเพราะพิษกำเริบได้ทุกเมื่อ” เมื่อแม่นางซูกล่าวจบ เด็กชายผู้นั้นพลันกุมปากของตนด้วยความตกใจ วันนี้เขายังคิดจะใช้ผักจับฉ่ายไปต้มโจ๊กทำอาหารกลางวันอยู่เลย!
“ท่านหมอเทวดาช่วยพวกเราด้วย! เมื่อวานพวกเรา…เมื่อวานพวกเราก็กินผักพิษเหล่านี้…” ชาวบ้านไม่น้อยล้อมเข้ามา พากันคุกเข่าเบื้องหน้าฮูหยินอวิ๋น สถานการณ์สับสนวุ่นวาย
“ทุกท่านอย่าร้อนใจ แม่นางซูกล่าวแล้วว่าต้องกินนานวันหรือไม่ก็กินจำนวนมากจึงจะมีอันตรายถึงชีวิต วางใจเถิด ข้าจะต้องปรุงยาให้ทุกท่านแน่นอน วันหน้าผักนี้ก็อย่ากินอีกเลย” ฮูหยินอวิ๋นปลอบใจทุกคนที่กำลังตื่นตระหนก ไม่นานก็จับชีพจรให้พวกเขาทีละคน ส่วนสตรีงดงามกลับยืนอยู่ด้านข้าง มองไปยังผักจับฉ่ายบนพื้น ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
หลังจากความวุ่นวายผ่านไป อารมณ์ของชาวบ้านจึงค่อยๆ สงบลง
ฮูหยินอวิ๋นเดินออกมาจากในห้องด้วยท่าทีเหนื่อยล้าชัดเจน พบว่าแม่นางซูกำลังถือผักป่ามีพิษไว้กำหนึ่ง สีหน้าหนักอึ้ง
“คราวนี้ลำบากแม่นางซูมากจริงๆ” ฮูหยินอวิ๋นไม่สงสัยเลยว่าหากตนมากับสามีอาจไม่พบเบาะแสที่ต้องใช้ความละเอียดเช่นนี้ก็เป็นได้ อย่างไรเสียแต่ก่อนพวกเขาก็อยู่ดีกินดี ไหนเลยจะรู้จักผักป่าบนภูเขา ต่อให้นำผักจับฉ่ายมีพิษมาวางอยู่เบื้องหน้าพวกเขาก็อาจเป็นเหมือนกับชาวบ้านเหล่านี้ จนสุดท้ายถูกพิษแล้วถึงค่อยรู้ตัว ตระกูลอวิ๋นอันสง่างามก็เพียงเท่านี้เอง หากแพร่ออกไปนับว่าเป็นเรื่องน่าขันคับฟ้าจริงๆ
“ผักป่าพิษนี่ หาได้ไม่ง่ายเพียงนั้น” แม่นางซูพึมพำ ฮูหยินอวิ๋นรู้สึกตกใจ “นี่…หมายความว่าอย่างไร?”
นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังส่วนรากที่คดเคี้ยวเหล่านั้น “ฮูหยินอวิ๋นไม่รู้สึกว่ามันเหมือนหญ้าโยวซีมากหรือ? มันเป็นผักป่าที่โตอยู่ริมน้ำ มีพิษ ลักษณะภายนอกเหมือนกับผักจับฉ่าย ยิ่งไปกว่านั้นมิได้เกิดจำนวนมาก หากต้องการหา นับว่าต้องเสียเวลาไม่น้อย บางทีคงมีคนคิดวางแผนหาเงินจึงขุดผักมีพิษเหล่านี้มาสวมรอยเป็นผักจับฉ่าย หรือบางที…”
หากถึงขั้นทำร้ายชีวิตผู้อื่นเพียงเพราะต้องการหาเงินคงเป็นเรื่องแหกกฎสวรรค์ยิ่งแล้ว อย่างไรก็ตามฮูหยินอวิ๋นเข้าใจดีว่าแม่นางซูหมายความว่าอย่างไร บางทีคงมีคนจงใจทำเช่นนี้กระมัง?
“ดูท่าคงต้องไปหาเจ้าอ้วนหลิวเพื่อถามให้ชัดเจนแล้ว”
บริเวณยอดเขาติดกัน
“หัวหน้าหมู่บ้าน นี่เป็นผักป่าที่เพิ่งขุดมา ท่านดูหน่อยเถิด?”
บุรุษรูปร่างอ้วนใบหน้าแคบเล็กแย้มยิ้ม ด้านหลังมีตะกร้าอยู่สามใบที่บรรจุผักป่าเต็มตะกร้า บนพื้นเต็มไปด้วยหยดน้ำ
“ช่วงนี้พวกเจ้าได้เปลี่ยนผักจับฉ่ายหรือไม่?”
“เปลี่ยนแล้วขอรับ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นของปลอม หากกินไปอีกเดือนหนึ่งจะต้องมีคนตายมากขึ้นแน่นอน!”
หัวหน้าหมู่บ้านอายุมากแย้มยิ้มเล็กน้อย “อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ สัตว์ป่าบนภูเขาหนีไปฝั่งโน้นแล้ว ช่างน่าหงุดหงิดยิ่งนัก”
“หัวหน้าหมู่บ้านฉลาดเฉลียวจริงๆ! ตั้งแต่วันนี้ไปคงไม่มีผู้ใดแย่งพวกเราล่าสัตว์แล้ว!”
Venus36
แม่พระเอกแม่นางเอกดูร่วมมือกันดีเชียววว