หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 828 พบคนร้าย
เล่มที่ 28 ตอนที่ 828 พบคนร้าย
หัวหน้าหมู่บ้านมีท่าทีกลั้นยิ้ม “จัดการสะอาดเรียบร้อยดีหรือไม่? อย่าให้คนในหมู่บ้านรู้เล่า”
เจ้าอ้วนหลิวขยับเข้ามาด้วยท่าทีสอพลอ “ต่อให้ชาวบ้านรู้ก็ทำได้เพียงขอบคุณท่านหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ต้องทราบว่าพวกเราทนหมู่บ้านข้างๆ มานานหลายปี ทั้งๆ ที่อยู่ห่างกันไม่มาก แต่เพราะลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศของภูเขาสองลูกไม่เหมือนกัน ทำให้คนในหมู่บ้านพวกเราได้แต่ปลูกผักกินหญ้า แต่หมู่บ้านติดกันไม่เพียงแต่จะปลูกผักได้ดี กระทั่งสัตว์ป่าในป่าก็ยังมีมากกว่าพวกเรา”
บนใบหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านเผยท่าทีหงุดหงิดใจออกมาโดยพลัน “หึ ใช่แล้ว พวกเขาล่ากระต่ายป่าได้หนึ่งตัวก็นำมาแลกผักพวกเราได้หนึ่งตะกร้า อาศัยอะไรกัน!”
เจ้าอ้วนหลิวรีบกล่าวคล้อยตาม “เชื่อว่าแม้ในยามฝันพวกเขาคงคิดไม่ถึงว่าผักจับฉ่ายจะเอาชีวิตพวกเขาได้!” เขายิ้มพลางใช้มือลูบพุงของตน หัวหน้าหมู่บ้านเลิกคิ้วขึ้น “ขอเพียงเจ้าหาเงินของเจ้าไปเงียบๆ ไม่บอกบุคคลที่สาม วันหน้าเมื่อรวมหมู่บ้านได้แล้วเจ้าย่อมไม่เสียแรงเปล่าแน่นอน!”
“ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านที่สนับสนุน!”
“เอาล่ะ เจ้าก็อย่าหากำไรมากเกินไป ขายผักพิษพวกนี้ให้พวกเขาในราคาเหมาะสมเถิด จะได้ขายมากหน่อย รวมสองหมู่บ้านให้เร็วขึ้นเสียหน่อย” หัวหน้าหมู่บ้านโบกมือ เจ้าอ้วนหลิวรีบถอยออกไปด้วยท่าทีประจบประแจง
บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน
“พวกนี้คือผักจับฉ่ายสดใหม่หรือ? เอามาสองตะกร้า!” บริเวณด้านหนึ่งของแผงผักมีผักนานาชนิดวางเรียงราย
เจ้าอ้วนหลิวดึงตะกร้าสามใบกลับมาเงียบๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ของพวกนี้ไม่ขาย เจ้าดูอย่างอื่นเถิด”
“หึ อะไรกัน เหตุใดจึงขายให้คนในหมู่บ้านติดกันเล่า เจ้าอ้วนหลิวผู้นี้นับวันก็ยิ่งทำเกินไปจริงๆ!” สตรีชาวบ้านสองนางเดินจากไปพร้อมคำตำหนิ บทสนทนานี้เข้าหูแม่นางซูและฮูหยินอวิ๋นที่อยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านพอดี
เมื่อกล่าวถึงเจ้าอ้วนหลิว ชาวบ้านหลายคนพลันมีดวงตาดุดัน อยากจเข้าไปจับคนที่ขายผักมีพิษให้พวกเขามาอัดแรงๆ สักยก ใช้ชีวิตแลกชีวิต
ฮูหยินอวิ๋นรีบหยุดพวกเขาไว้ “ทุกท่านใจเย็นก่อน บางทีอาจมีเรื่องลับลมคมใน”
ไม่ง่ายเลยกว่าจะสงบอารมณ์ของคนทั้งหลายได้ แขกผู้มาจากหมู่บ้านติดกันกลุ่มนี้เดินเข้าไปในตลาดอันคึกคัก
เงาร่างอันคุ้นเคยหลายร่างทำให้เจ้าอ้วนหลิวดวงตาสว่างวาบ เขาผลักคนที่ขวางอยู่เบื้องหน้าออก รอชาวบ้านเหล่านี้เข้ามาอย่างสงบ
“พี่ใหญ่เฉิน วันนี้มาซื้อผักจับฉ่ายหรือขอรับ? อย่าพูดเลย พวกท่านโชคดีจริงๆ ร้านข้ามีผักจับฉ่ายสดใหม่ที่ข้าขุดเองกับมือ พวกท่านจะรับสักหลายตะกร้าหรือไม่?” บุรุษผู้มีท่าทีเป็นมิตรรีบดันตะกร้าทั้งสามที่เพิ่งดึงหลบไปด้านหลังเมื่อครู่นี้ออกมาอีกครั้ง ไม่ได้สังเกตสีหน้าอันผิดปกติของชาวบ้านแม้แต่น้อย
สตรีผู้สวมผ้าปิดหน้าเดินก้าวออกมา เจ้าอ้วนหลิวพลันถูกดวงตาอันงดงามคู่นั้นดึงดูด กระทั่งน้ำเสียงยังเปลี่ยนไปอ่อนโยนขึ้นมาก “น้องสาวท่านนี้ เหตุใดเมื่อก่อนจึงไม่เคยเห็นเล่า?”
“ผักพวกนี้คือผักจับฉ่ายหรือ?” แม่นางซูทำราวไม่ได้ยินคำพูดไร้สาระ สายตาหยุดอยู่บนผักสดใหม่สีเขียวเหล่านั้น
“ใช่ๆๆ…” เจ้าอ้วนหลิวตอบกลับโดยไม่รู้ตัว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเบื้องหน้า ไม่ต้องคิดก็ทราบว่าภายใต้ผ้าแพรมีใบหน้าอันงดงามเช่นไร จู่ๆ ก็รู้สึกทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้สตรีงดงามเช่นนี้กินผักมีพิษ “ข้ายังมีผักชนิดอื่นอยู่ น้องสาวจะดูหรือไม่?”
แม่นางซูก้มลงเลือกผักมีพิษขึ้นมากำหนึ่ง เจ้าอ้วนหลิวเคร่งเครียดขึ้นมาโดยพลัน “พี่ชายมีแครอทสดใหม่ เป็นประโยชน์ต่อผิวเนียนนุ่มของน้องสาว ลองดูเสียหน่อยเถิด…”
“ทำไม เจ้าอ้วนหลิว วันนี้ไม่ทำมาค้าขายหรือ?” ด้านหลังมีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยปากอย่างเย็นชา เขาอยากจะเห็นเสียจริง คนร้ายอำมหิตผู้นี้ยังคิดจะเล่นลูกไม้อันใดอีก
“ไม่ๆๆ จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า? วันนี้พี่ใหญ่เฉินต้องการผักจับฉ่ายมากน้อยเพียงใด? แต่ต้องรีบเสียหน่อยนะขอรับ ผักเหล่านี้ไม่ง่ายเลยกว่าที่ข้าจะขุดออกมาได้ อากาศเช่นนี้ ผ่านไปอีกระยะคงไม่มีแล้ว ต้องรีบถือโอกาสซื้อกลับไปมากเสียหน่อย พี่ใหญ่สวี ผักจับฉ่ายที่ซื้อไปเมื่อวันก่อนกินหมดแล้วหรือไม่? รีบซื้อไปเพิ่มเสียหน่อยเถิด!” เจ้าอ้วนหลิวยังไม่รู้ว่าหายนะกำลังมาเยือน มิได้สังเกตเลยว่าหมัดของพี่ใหญ่สวีกำลังกำแน่น
“หึ กินหมดแล้ว กินไปทั้งหมดแล้ว…” มารดาของเขาตายเพราะกินผักมีพิษเหล่านี้! เดิมทีท่านแม่ก็อายุมากแล้ว ไม่รู้ว่ามีเวลาเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด เพื่อจะแสดงความกตัญญู เขาจึงซื้อผักจับฉ่ายที่ท่านแม่ชอบกินที่สุดกลับไป ไหนเลยจะรู้ว่ากลับกลายเป็นสิ่งพรากชีวิตของท่านแม่! กล่าวเช่นนี้เท่ากับตนเป็นคนส่งท่านแม่ไปสู่ประตูผีด้วยมือตัวเอง! เมื่อคิดถึงตอนนี้ บุรุษก็อดรู้สึกเสียใจไม่ได้
“เช่นนั้นก็ดี วันนี้คิดราคาถูกให้พวกท่านเสียหน่อย อีกหลายวันก็มาดูอีกครั้งนะขอรับ มิแน่ว่าข้าอาจโชคดีขุดผักจับฉ่ายสดใหม่กลับมาได้!” เจ้าอ้วนหลิวคิดว่าทำการค้าสำเร็จจึงห่อผักในตะกร้าด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง
ยามนี้เอง มีมือเรียวยาวขาวนวลปรากฏเบื้องหน้า เจ้าอ้วนหลิวได้กลิ่นหอมจางๆ โถมเข้าสู่จมูก เขาเงยหน้าขึ้นมอง พบกับผมยาวสีดำประดุจน้ำหมึก
“ดูเหมือนนี่ไม่ใช่ผักจับฉ่ายกระมัง” ประโยคนี้ของแม่นางซูทำให้เจ้าอ้วนหลิวใจสั่น ไม่นานก็ได้สติกลับมา “จะ จะเป็นไปได้อย่างไรขอรับ? นี่ก็คือผักจับฉ่าย!”
“ในเมื่อเป็นผักจับฉ่าย เหตุใดจึงไม่ขายให้คนในหมู่บ้านตัวเองเล่า?” ในดวงตาของฮูหยินอวิ๋นเกิดประกายสว่างวาบ ท่าทีของเจ้าอ้วนหลิวแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฮ่าๆ นี่…ตอนนี้ผักจับฉ่ายมีน้อย พี่ใหญ่เฉินและพี่ใหญ่สวีเป็นลูกค้าเก่า จะอย่างไรก็ต้องดูแลให้มากเสียหน่อย อีกอย่าง หากพวกเขาอยากกินก็ไปขุดเองได้!”
“ข้าว่าผักจับฉ่ายพวกนี้ดูไม่ค่อยสด มิสู้เจ้าลองชิมให้พวกข้าดูเสียหน่อยเป็นอย่างไร” แม่นางซูเลือกผักต้นหนึ่งออกมาส่งไปเบื้องหน้าเจ้าอ้วนหลิว อีกฝ่ายถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “นี่…จะไม่สดได้อย่างไรขอรับ ลองดูใบมันเถิดว่าเขียวเพียงใด ด้านบนยังมีหยาดน้ำค้างอยู่ด้วย!”
ทันใดนั้นมีมือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นมาเบื้องหน้า ดึงคอเสื้อเขาไว้ “ให้เจ้ากินเจ้าก็กิน เหตุใดต้องพูดไร้สาระมากมาย!”
ในดวงตาของบุรุษเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ สายตาเช่นนั้นราวกับจะกินเจ้าอ้วนหลิวก็มิปาน
“พี่ใหญ่เฉิน นี่ท่านทำอะไร? ข้ามีเจตนาดี ต้องการเก็บผักจับฉ่ายไว้ให้พวกท่าน…” ความรู้สึกไม่ดีในใจเจ้าอ้วนหลิวขยายใหญ่ยิ่งขึ้น คงมิใช่ว่าพวกเขารู้ตัวแล้วกระมัง? ไม่ เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นชาวบ้านในท้องที่ก็มิแน่ว่าจะสังเกตุเห็นความแตกต่างระหว่างผักมีพิษและผักจับฉ่าย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกเขาที่อยู่ที่ภูเขาอีกลูกหนึ่งเลย
บุรุษอีกผู้หนึ่งไม่คิดฟังคำพูดเล่นลิ้นของเขาอีกต่อไป หยิบใบผักขึ้นมาหลายกำมือ ยัดเข้าไปในปากเจ้าอ้วนหลิว อีกฝ่ายตื่นตะลึงจนอุทานออกมา ไม่ทราบว่าเอาแรงมาจากที่ใด ถึงกับสลัดหลุดออกมาได้ “ถุยๆๆ…ถุยๆ…”
การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดคนไม่น้อยมาล้อมดู ทุกคนต้องอดทนกับความบุ่มบ่ามเพราะคนเหล่านี้เป็นคนหมู่บ้านข้างๆ ไม่นานก็มีชาวบ้านผ่านมาเห็นความไม่เป็นธรรมจึงก้าวออกมาช่วยเหลือ “นี่พวกเจ้ากำลังทำอันใด? มารังแกพวกเราถึงที่เชียวหรือ?”
“ใช่แล้ว! อย่าคิดว่าพวกเจ้าอยู่หมู่บ้านข้างๆ แล้วพวกเราจะไม่กล้าพูดอันใด! อย่าพาพวกมารังแกคนเช่นนี้!”
เมื่อต้องเผชิญกับการชี้นิ้วก่นด่าของทุกคน บุรุษทั้งสองกลับไม่รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย “พวกเจ้าถามเขาเองเถิดว่าทำอันใดไว้! หรือพวกเจ้าก็เป็นคนร้ายเช่นกัน!”
“กล่าววาจาเหลวไหลอันใด? ห้ามมาก่อเรื่องที่หมู่บ้านของพวกเรา ที่นี่ไม่ต้อนรับ พวกเจ้ารีบไปเสีย!”
“ก่อเรื่องหรือ? หมู่บ้านพวกเรามีคนตายไปแล้วหลายคนเพราะกินผักมีพิษที่เขาขาย!”
อะไรนะ?! คนหมู่บ้านนี้ได้ยินเรื่องนี้นานแล้ว วันนี้มีหลายคนมาคิดบัญชีถึงที่ หรือจะมีเรื่องเช่นนี้อยู่จริงๆ ?
เจ้าอ้วนหลิวถือโอกาสที่กำลังสับสนวุ่นวายคลานลงกับพื้น คิดจะหนีไปจากฝูงชนเงียบๆ ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏรองเท้าปักงดงามคู่หนึ่ง เหนือศีรษะมีเสียงอันเย็นยะเยือกดังแว่วมา “คิดจะไปหรือ มอบคำอธิบายที่เหมาะสมให้พวกเราก่อนเถิด”
ทุกคนหลีกทางให้โดยพลัน ทำให้บุรุษที่คลานอยู่บนพื้นถูกเผยแพร่สู่สายตาทุกคน
“ข้า ข้าๆๆ ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น!”
“ไม่รู้หรือ?! ท่านแม่ข้าตายเพราะเจ้า วันนี้เจ้าต้องใช้ชีวิตแลกชีวิต!” หมัดของพี่ใหญ่สวีอัดกระแทกลงไป ปะทะถูกบุรุษร่างอ้วนจนส่งเสียงร้องโอดครวญ “ไว้ชีวิตด้วย! พี่ใหญ่สวีไว้ชีวิตด้วย! ข้าไม่รู้จริงๆ!”
เมื่อเห็นว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วอีกฝ่ายยังพูดจาเล่นลิ้น พี่ใหญ่สวีจึงหยิบผักมีพิษบนพื้นขึ้นมากำหนึ่ง ยัดใส่ปากเขาโดยพลัน “กิน! ในเมื่อเจ้าไม่รู้ กินแล้วคงไม่ตาย! รีบกินสิ!”
“ไม่…ฮือๆ …ไว้ชีวิตด้วย…ข้า ข้าพูด ข้าพูดแล้ว…ไม่เกี่ยวกับข้าจริงๆ…”
ชาวบ้านที่มาล้อมดูเห็นเรื่องพัฒนามาถึงขั้นนี้ ต่างไม่นึกว่าเจ้าอ้วนหลิวจะขายผักมีพิษให้คนหมู่บ้านติดกันจริงๆ ทำให้เกิดเรื่องถึงขั้นเสียชีวิต พวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะปกป้องอีกต่อไป
ฮูหยินอวิ๋นส่งสายตาครั้งหนึ่ง บุรุษผู้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวทั้งสองจึงหยุดการเคลื่อนไหว
นางค่อยๆ เดินเข้ามา “เจ้ารู้ว่าผักนี้เป็นผักมีพิษ ยังกล้านำมาขายเอากำไรทำร้ายชีวิตคนอีก พูดมา! มีคนบงการเจ้าหรือไม่?”
ยามนี้ใบหน้าของเจ้าอ้วนหลิวเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ เขาไม่สงสัยเลยว่าหากตนยังกล้าปิดบังอีกตนต้องถูกพวกเขาตีตายกลางถนนแน่นอน
“ฮือๆๆ …เป็น เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน…”
ยามนี้หัวหน้าหมู่บ้านยังไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น กำลังวาดแผนที่อย่างขยันขันแข็ง จินตนาการว่าหลังจากรวมหมู่บ้านทั้งสองแล้วตนจะควบคุมอย่างไร
“ท่านพ่อ!” ประตูถูกเปิดออก หัวหน้าหมู่บ้านตกใจ รีบหันไป “ชุ่ยเอ๋อร์ นี่เจ้าทำอะไร!”
พบว่าสตรีนางหนึ่งมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตกตะลึง “ท่านพ่อ คนข้างนอกกล่าวกันว่าท่านบงการให้เจ้าอ้วนหลิวขายผักมีพิษให้คนหมู่บ้านข้างๆ เป็นเรื่องจริงหรือ?”
หัวหน้าหมู่บ้านสั่นสะท้านในใจ “เหลวไหล นะ นี่ผู้ใดบอกเจ้า?!”
“คนหมู่บ้านข้างๆ มาหาถึงที่แล้ว ตอนนี้กำลังพาเจ้าอ้วนหลิวมาหาพวกเรา…อา ท่านพ่อ นี่ท่านจะไปที่ใด?!”
พบว่าหัวหน้าหมู่บ้านตกใจจนชนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ด้านหลังล้ม เขาล้มลุกคลุกคลานอย่างกระวีกระวาด “ชุ่ยเอ๋อร์ หากพวกเขามาบอกว่าพ่อออกไปไกลแล้ว พูดให้พวกเขามึนงงจนกลับไปก็พอ เข้าใจหรือไม่!” ยังไม่ทันอธิบายอันใดกับบุตรี หัวหน้าหมู่บ้านก็วิ่งออกไปนอกประตู คิดไม่ถึงว่าในลานเรือนกลับมีเงาคนอยู่หลายคน
“หะ หัวหน้าหมู่บ้าน…” เจ้าอ้วนหลิวมองไปยังสีหน้ากระวนกระวายของหัวหน้าหมู่บ้าน ด้านหลังมีบุรุษสีหน้าเย็นชาโหดเหี้ยมสองคนและสตรีที่ไม่เคยเห็นอีกสองคน
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นท่าไม่ดี คิดจะหนีไปด้านข้าง ตอนนี้เอง มือของแม่นางซูขยับเล็กน้อย หัวหน้าที่หมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลพลันส่งเสียงกรีดร้องก่อนจะล้มลงพื้น “อ้าก! ขา ขาข้า!”