หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 833 ฮองเฮาพ่ายแพ้
เล่มที่ 28 ตอนที่ 833 ฮองเฮาพ่ายแพ้
ฮองเฮาจมจ่ออยู่กับฝีมือการแสดงอันเลิศล้ำของตน มิได้เข้าใจสุรเสียงมืดครึ้มของจักรพรรดิเหลียนแม้แต่น้อย พระนางทอดพระเนตรไปยังหมอหลวงหลายคนที่อยู่ด้านข้างด้วยความโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้าดูแลกุ้ยเฟยกันอย่างไร ถึงกับเกิดเรื่องเช่นนี้ได้ ควรรับโทษอย่างไร?!”
“กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงทั้งหลายพากันคุกเข่า มีท่าทีหวาดกลัว
ฮองเฮาแค่นเสียงครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงทอดพระเนตรไปทางจักรพรรดิเหลียนด้วยท่าทีเปี่ยมคุณธรรม “ฝ่าบาทเพคะ สำนักหมอหลวงละเลยหน้าที่ กระทำการประมาทเลินเล่อยิ่งใหญ่เพียงนี้ย่อมมิอาจหลีกหนีโทษรุนแรง เช่นนั้นจึงจะเป็นธรรมต่อน้องอิงจือนะเพคะ” พระนางหาโอกาสลงโทษคนในสำนักหมอหลวงนานแล้ว พวกเขาใกล้ชิดกงซุนซูเพียงนั้นทำให้ยากจะควบคุม สมควรเชือดไก่ให้ลิงดู ทำให้พวกเขาตระหนักว่าผู้ใดจึงจะเป็นเจ้านายแห่งวังหลัง
“ฮองเฮา เจ้ากล่าวจบแล้วหรือไม่?” ในตำหนักอันกว้างใหญ่ ทุกคนกำลังมองดูฮองเฮากล่าววาจาอวดอ้างเพียงลำพัง กระทั่งท้ายที่สุดจักรพรรดิเหลียนทนไม่ไหวจนต้องตรัสออกมา
“เป็นหม่อมฉันละเลยไปแล้ว น้องอิงจือยังพักผ่อนอยู่ หม่อมฉันไม่ควรมีโทสะเพียงนี้เลยจริงๆ” ฮองเฮารีบสงบสุรเสียงของตน นั่งลงข้างเตียงด้วยท่าทีจริงใจ กุมมือเล็กๆ ของเฉินอิงจือเอาไว้ “น้องสาวได้รับความลำบากแล้ว ข้าจะต้องทวงความยุติธรรมให้เจ้าแน่นอน แม้จะไม่มีบุตร แต่ยังดีที่เจ้าไม่เป็นอะไร เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย ฝ่าบาทโปรดปราณเจ้าเพียงนี้ วันหน้าจะต้องตั้งครรภ์ได้อีกแน่นอน”
จู่ๆ เฉินอิงจือที่เดิมทียังคงหลับตากลับพลิกมือจับแขนฮองเฮากะทันหัน ดวงตาคู่นั้นเจือไปด้วยประกายเย็นเยียบหาใดเปรียบ เล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อของฮองเฮา ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้อีกฝ่ายตกใจ ฮองเฮาได้รับความเจ็บปวดจนต้องขมวดขนง “น้องสาว นี่เจ้าทำอะไร…จับข้าจนเจ็บไปหมดแล้ว…”
อย่างไรก็ตาม ความเคียดแค้นชิงชังในดวงตาของเฉินอิงจือสมจริงปานนั้น น้ำเสียงราวกับแผดร้องออกมาจากขุมนรกก็มิปาน “ฮองเฮา เหตุใดท่านต้องทำร้ายบุตรของหม่อมฉันด้วย…”
อะไรนะ? ฮองเฮาชะงักไปเล็กน้อย สุดท้ายจึงฉีกยิ้มออกมาอย่างแข็งขืน “น้องสาว เจ้า เจ้ากล่าวอันใด?”
“เหตุใดต้องทำร้ายบุตรของหม่อมฉันด้วย…บุตรของหม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์ หากฮองเฮามีสิ่งใดไม่พอพระทัยหม่อมฉันก็สามารถตรัสบอกได้ตามตรง เหตุใดต้องใช้วิธีการโหดเหี้ยมเพียงนี้?” เฉินอิงจือจับแขนฮองเฮาแน่นไม่ยอมปล่อย อีกฝ่ายสะบัดไม่หลุด พระนางรีบทอดพระเนตรไปทางจักรพรรดิเหลียนที่อยู่ด้านข้างอย่างขอความช่วยเหลือ “ฝ่าบาท น้องสาวสติเลอะเลือนไปแล้วหรือ? เหตุใดจึงได้กล่าวเหลวไหลเพียงนี้…”
ในพระทัยของฮองเฮาคิดว่าเฉินอิงจือไม่ควรรู้ว่าตนเป็นผู้สั่งให้คนไปลงมือกับบันไดนั้นถึงจะถูก สุดท้ายนางกลับตำหนักแล้วจึงค่อยแท้งบุตร ไม่มีอะไรเชื่อมโยงไปถึงการล้มที่ไม่มีอันตรายใดในวันนั้นโดยสิ้นเชิง
จักรพรรดิเหลียนลุกขึ้นยืน สุรเสียงเต็มไปด้วยความเย็นชา “ฮองเฮา เจ้าไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ หรือ?”
ขณะนี้เอง ในที่สุดฮองเฮาก็ทราบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง พระนางสะบัดมือเฉินอิงจืออย่างรุนแรง ถอยหลังไปสองก้าว “ฝ่าบาท…น้องอิงจือกล่าวอันใดใช่หรือไม่? หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรนะเพคะ เมื่อครู่ได้ยินข่าวว่านางแท้งบุตรก็รีบมาทันที ไม่ทราบว่าเหตุใดนางจึงได้กล่าวเช่นนี้”
ในพระทัยของฮองเฮารู้สึกไม่ดี คิดว่าคงมิใช่ว่าเฉินอิงจือไม่มีบุตรแล้วจึงคิดจะหาแพะรับบาป ให้พระนางแบกรับความผิดนี้กระมัง? แต่นางจะมีหลักฐานอันใดมาพิสูจน์เล่า
“วันนี้ฮองเฮาไปที่ป่าเหมยหรือไม่?”
ป่าเหมย? ฮองเฮาใจเต้นตึกตัก ทว่าพระพักตร์ยังแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “พะ เพคะอีกไม่กี่วันดอกเหมยจะร่วงโรยหมดแล้ว หม่อมฉันคิดว่าน่าเสียดายวันนี้จึงไปดูเสียหน่อย ทั้งยังหักกิ่งเหมยมาหลายกิ่ง คิดจะสั่งให้คนนำมาให้ฝ่าบาทด้วยเพคะ”
จักรพรรดิเหลียนย่อมไม่ถูกคำพูดหรูหราของพระนางบดบังสายตา ความคิดของพระองค์กระจ่างชัดหาใดเปรียบ “อิงจือกล่าวว่านางล้มที่ป่าเหมยโดยไม่ทันระวัง จากนั้นเจ้ามอบชาให้นางจอกหนึ่ง หลังจากกลับมาก็แท้งบุตร”
“อะไรนะ? นี่…ฝ่าบาททรงสงสัยว่าหม่อมฉันวางยาพิษในน้ำชาหรือเพคะ?”
จักรพรรดิเหลียนยืนเอามือไพล่หลัง ละดวงเนตรออกจากพระพักตร์ฮองเฮา “เจิ้นมิได้กล่าวเช่นนั้น เป็นฮองเฮาสารภาพเอง”
ฮองเฮาใจสั่น “ฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! หม่อมฉันจะวางยาพิษในน้ำชาได้อย่างไรเพคะ น้ำชาเหล่านั้นหม่อมฉันเองก็ดื่มไปไม่น้อย แต่ไม่ได้มีอาการไม่สบายอันใด” ในสมองมีประกายบางอย่างแล่นผ่าน พระนางมองไปยังสตรีบนเตียงด้วยความสงสัย คงมิใช่ว่า…เดิมทีเฉินอิงจือไม่ได้แท้ง เพียงแค่คิดจะใส่ร้ายตนกระมัง?
ฮองเฮาทราบดีว่าในน้ำชาไม่มีพิษจึงคิดถึงความเป็นไปได้นี้ “น้องอิงจือ เหตุใดเจ้าต้องใส่ร้ายข้าด้วย?”
บนใบหน้าของเฉินอิงจือเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว คิดถึงสามีที่ถูกทำร้ายจนตายของตน ดวงตาราวกับคมมีดลากกรีดไปบนพระพักตร์ฮองเฮา “หม่อมฉันคิดว่าฮองเฮาเป็นผู้มีจิตใจดี ไหนเลยจะรู้ว่าหลังจากดื่มน้ำชา บุตรของหม่อมฉันกลับไม่มีแล้ว นั่นคือบุตรของหม่อมฉัน…หม่อมฉันจะใช้เขามาใส่ร้ายฮองเฮาได้อย่างไร?”
ฮองเฮาย่อมไม่เชื่อเฉินอิงจือ พลันนั้นจึงทอดพระเนตรไปทางหมอหลวงที่อยู่ด้านข้างด้วยท่าทีเคร่งเครียด “พวกเจ้าพูดมา! เหตุใดบุตรของกุ้ยเฟยจึงแท้งได้ ไม่มีบุตรแล้วจริงหรือไม่?”
“เหลวไหล! ฮองเฮา นี่เจ้ากำลังพูดอันใด!”
จักรพรรดิเหลียนรีบส่งเสียงหยุดพระนาง ทว่าไหนเลยฮองเฮาจะสนใจมากเพียงนั้น “ฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใส่ร้ายจริงๆ เพคะ! หม่อมฉันกล้าสาบานต่อสวรรค์ว่ามิได้วางยาพิษในน้ำชา ฝ่าบาทจะต้องให้ความเป็นธรรมนะเพคะ!”
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงทูลรายงานแว่วมา “ทูลฝ่าบาท คุณหนูกงซุนมาถึงแล้ว”
“เชิญนางเข้ามา”
สตรีในอาภรณ์เรียบง่ายปรากฏตัวเบื้องหน้าทุกคน ฮองเฮามองไปทางอวิ๋นซูโดยพลัน “คุณหนูกงซุนมาได้พอดี รีบตรวจให้กุ้ยเฟยหน่อยเถิดว่านางถูกพิษหรือไม่” พระนางอยากล้างข้อสงสัยของตนให้เร็วเสียหน่อย ไหนเลยจะยังคิดว่าระหว่างตนและอวิ๋นซูมีแค้นเก่าแค้นใหม่อันใดกันหรือไม่
อวิ๋นซูย่อตัวคารวะเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินไปข้างกายเฉินอิงจือจับชีพจรให้นาง
“ทูลฝ่าบาท เหนียงเหนียงถูกพิษจริงๆ เพคะ”
“เจ้า…ดียิ่ง เปิ่นกงเกือบลืมไปแล้วว่าพวกเจ้าเป็นพวกเดียวกัน!” ฮองเฮาชี้หน้าอวิ๋นซูด้วยความโกรธเกรี้ยว พระนางพลันรับรู้ได้ว่าตนอาจกระโดดเข้าไปในกับดักที่พวกนางวางแผนกันเองกับมือแล้วก็เป็นได้ “ฝ่าบาท อย่าได้ฟังคำพูดเหลวไหลของพวกนางเป็นอันขาด ใต้เท้าทั้งหลาย พวกท่านล้วนจับชีพจรให้กุ้ยเฟยมาแล้ว ตกลงนางแท้งบุตรเพราะเหตุใดกันแน่?”
หมอหลวงทั้งหลายสบตากัน หนึ่งในนั้นเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “ทูลเหนียงเหนียง พวกกระหม่อมคิดว่ากุ้ยเฟยกินยาทำแท้งจึงทำให้แท้งบุตรพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งยาพิษทั้งยาแท้งบุตร ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไรล้วนเกี่ยวข้องกับน้ำชาที่ฮองเฮาประทานให้อย่างไม่อาจแยกออก “พวกเจ้า…ฝ่าบาท หม่อมฉันจะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นเป็นนางมาขอชาจากหม่อมฉันด้วยตัวเอง หม่อมฉันจะวางยาพิษลงในน้ำชาล่วงหน้าได้อย่างไร? ทุกอย่างล้วนเป็นพวกเขาใส่ร้ายหม่อมฉัน!”
จักรพรรดิเหลียนสรวลเสียงเย็น “คนมากมายเพียงนี้ล้วนใส่ร้ายฮองเฮาทั้งหมดเชียวหรือ?”
นี่ฝ่าบาทไม่เชื่อพระนางหรือ?! ฮองเฮาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พระหัตถ์ที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่พระนางได้ลิ้มรสชาติของการถูกคนมากมายใส่ร้าย รู้สึกราวกับไม่มีทางให้ถอย
“ฝ่าบาท หม่อมฉันมีคนคนหนึ่งเป็นพยานได้เพคะ” เฉินอิงจือที่อยู่บนเตียงเอ่ยปากด้วยความโศกเศร้าและโกรธเคือง เพียงไม่นานนางข้าหลวงที่ชื่อเยี่ยนหลิงก็ถูกพาตัวเข้ามา ชั่วขณะนั้นฮองเฮารู้สึกวิงเวียนโดยพลัน ส่วนแม่นมที่อยู่ด้านหลังฮองเฮามาโดยตลอดถูกเหตุการณ์นี้ทำให้ตกใจจนเหงื่อซึมเต็มศีรษะนานแล้ว และรู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ได้เช่นกัน ราวกับมีตาข่ายอันใหญ่กางรออยู่ รอพวกนางกระโดดเข้าไปด้วยตัวเอง
องครักษ์พานางข้าหลวงมาเบื้องพระจักรพรรดิเหลียน อีกฝ่ายคุกเข่าลงด้วยท่าทีหวาดกลัว “หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”
สุรเสียงน่าเกรงขามหาใดเปรียบดังขึ้นเหนือศีรษะ “บอกสิ่งที่เจ้ารู้มาให้หมดแล้วเจิ้นจะไว้ชีวิตเจ้า”
ดวงเนตรของฮองเฮาจับจองไปยังนางข้าหลวงบนพื้น ทว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะมองพระนางเพียงสายตา “บ่าวเป็นคนที่ฮองเฮาวางตัวไว้ในตำหนักชิงเหอ รับผิดชอบจดบันทึกชีวิตประจำวันของกุ้ยเฟยตลอดจนดูว่าเหนียงเหนียงพบใครบ้าง เมื่อวานฮองเฮาเรียกบ่าวไปพบ บ่าวบอกไปว่าวันนี้กุ้ยเฟยจะเสด็จไปชมดอกเหมยที่ป่าเหมย ด้วยเหตุนี้ฮองเฮาจึงสั่งให้คนวางอุบายกับขั้นบันได ภายหลังกุ้ยเฟยจึงล้มที่ขั้นบันไดนั้นเพคะ”
เมื่อทุกคนได้ฟังต่างพากันตกใจจนหลั่งเหงื่อเย็นออกมาท่วมร่าง คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้นมาได้
“ฮองเฮารออยู่ที่ป่าเหมยนานแล้ว แต่หลังจากกุ้ยเฟยล้มก็มิได้เห็นเลือดทันที ภายหลังฮองเฮาจึงประทานชา กล่าวว่าให้กุ้ยเฟยจิบสงบใจ…”
“เจ้า เจ้าพูดเหลวไหล!” ฮองเฮาทำท่าจะพุ่งเข้ามา พลันถูกองครักษ์ขวางไว้ แม่นมที่อยู่ด้านหลังไม่สนใจสิ่งอื่นใด รีบปกป้องฮองเฮาไว้ด้านหลัง “โอหัง ถึงกับกล้าก่อความผิดเช่นนี้เชียวหรือ?! เหนียงเหนียง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่เพคะ?” ฮองเฮาถูกแม่นมดึงไว้ ทอดพระเนตรไปยังจักรพรรดิเหลียนด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว “ฝ่าบาท บ่าวสารเลวนี่ต้องถูกพวกนางซื้อตัวไปแล้วเป็นแน่! หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ!”
นางข้าหลวงกลัวว่าทุกคนจะไม่เชื่อ “บ่าวเองก็ถูกบีบบังคับเช่นกันเพคะ คนของฮองเฮาจับตัวมารดาของบ่าวไว้เป็นตัวประกัน หากฝ่าบาทไม่เชื่อสามารถส่งให้คนไปตรวจดูที่ป่าเหมยได้เพคะ บันไดนั้นย่อมไม่หลอกลวง!”
ฮองเฮาความรู้สึกสั่นสะท้าน แย่แล้ว นางลืมสั่งให้คนไปซ่อมแซมบันไดนั้นจริงๆ
จักรพรรดิเหลียนโบกพระหัตถ์ครั้งหนึ่ง พลันมีองครักษ์ไปยังป่าเหมย ฮองเฮายืดตัวตรงด้วยท่าทีแข็งขืน สัมผัสได้ถึงสายตาแผดเผาจากด้านหลังอย่างชัดเจน
เพียงไม่นานองครักษ์ที่ไปตรวจสอบก็กลับมา “ทูลฝ่าบาท ที่ป่าเหมยมีบันไดขั้นหนึ่งถูกคนวางอุบายไว้จริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อกล่าวจบทุกคนพลันสูดหายใจเย็นยะเยือก ฮองเฮาถึงกับกระทำความผิดยิ่งใหญ่เพียงนี้ ทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขจักรพรรดิ นั่นคือโทษตัดหัวเชียว!
“ฮองเฮา เจ้ายังมีสิ่งใดจะพูดอีกหรือไม่?” ในดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนไม่มีความอ่อนโยนแม้แต่น้อย ฮองเฮารู้สึกสองขาอ่อนแรง แม่นมพยายามฝืนระงับความหวาดกลัวในใจ “ฝ่าบาท พระองค์ไม่อาจฟังความพวกเขาข้างเดียวนะเพคะ…”
เมื่อแม่นมชราผู้นี้เอ่ยปาก สายตาของจักรพรรดิเหลียนพลันเย็นยะเยือก ไม่นานก็มีองครักษ์เข้ามากกุมตัวนางไว้
“พวกเจ้า นี่พวกเจ้าจะทำอะไร…”
“เจิ้นไม่รู้ว่าถึงเวลาให้บ่าวสุนัขตัวหนึ่งมาสอดปากขัดคำพูดของเจิ้นได้ตั้งแต่เมื่อใด ฮองเฮา เจ้าเลี้ยงสุนัขได้ดียิ่ง!” จากนั้นตามมาด้วยเสียงตบหน้าดังสนั่น ไม่ทันไรแม่นมชราก็ถูกตบจนแก้มบวม มุมปากมีเลือดไหลออกมา
ดวงเนตรของฮองเฮาถูกปกคลุมไปด้วยความขุ่นมัว นี่เป็นครั้งแรกที่พระนางได้ลิ้มรสชาติของความหวาดกลัว
“หลายปีมานี้ ทุกการกระทำของฮองเฮาในวังหลัง มิใช่ว่าเจิ้นไม่รู้!” แต่ละคำของจักรพรรดิเหลียนตรัสได้ชัดเจนเพียงนั้น โจมตีไปยังหัวใจของฮองเฮาอย่างแรง “ตอนนี้เจิ้นอยากทนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป!”
“…ฝะ ฝ่าบาท…” ดวงเนตรของฮองเฮาพร่าเลือน ใบหน้าของทุกคนเลื่อนผ่านพระเนตร สุดท้ายจึงหยุดอยู่ที่ดวงตาเยือกเย็นหาใดเปรียบคู่นั้นของอวิ๋นซู ฮองเฮาราวกลับเห็นตนเองที่มีสภาพน่าสังเวชในนั้น ทั้งยังท่าทีดุจผู้ชนะของอีกฝ่ายด้วย
จักรพรรดิเหลียนไม่มองนางอีกแม้เพียงสายตา “เด็กๆ ออกคำสั่งลงไป ฮองเฮาใจคอโหดเหี้ยมทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขจักรพรรดิ ตอนนี้ให้คุมขัง รอคำตัดสินต่อไป!”
“ไม่! ฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใส่ร้าย…หม่อมฉันถูกใส่ร้าย…” อย่างไรก็ตาม สุรเสียงอันน่าสังเวชออกห่างไปเรื่อยๆ หลงเหลือเพียงทุกคนที่รู้สึกสั่นสะท้านในใจจนใบหน้าขาวซีด
nitnit
ทำกับคนอื่นไว้มากลำพองใจ ถึงคราวฟ้าพลิกกลับบ้าง
Venus36
สมน่ำหน้า แต่ก็เห็นใจเล็กน้อยที่รักจักรพรรดิมาก แต่ดันเลือกเป็นหมากเอง จึงไม่ได้รับการเหลียวแลด้วยซ้ำ