Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 834 กำแพงสั่นคลอนผู้คนร่วมใจผลักให้ล้ม

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 28 ตอนที่ 834 กำแพงสั่นคลอนผู้คนร่วมใจผลักให้ล้ม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 28 ตอนที่ 834 กำแพงสั่นคลอนผู้คนร่วมใจผลักให้ล้ม

“ปล่อยเปิ่นกงเดี๋ยวนี้ โอหัง พวกเจ้าถึงกับกล้าทำความผิดเช่นนี้เชียวหรือ เด็กๆ ! นำพวกมันไปตัดหัว!” ฮองเฮาก่นด่าองครักษ์เหล่านี้ไปตลอดทาง การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดทุกคนในวังหลวง ในใจของทุกคนพลันรู้สึกสั่นคลอน

ภายในวังหลัง นางสนมทุกคนที่ได้รับข่าวนี้พลันแตกตื่น

บนระเบียงทางเดิน อวี้กุ้ยเฟยพาคนกลุ่มหนึ่งเดินมุ่งหน้าไปทางตำหนักชิงเหอ

“เหนียงเหนียง นี่ท่านจะเสด็จไปที่ใดหรือ?” ในมุมหนึ่ง นางสนมสามคนเดินเข้ามาด้วยกัน ขวางทางอวี้กุ้ยเฟยไว้โดยพลัน

พวกนางรอคนไปเสาะหาความจริงมาโดยตลอด ไม่ทราบว่าข่าวที่ฮองเฮาใกล้จะล้มนั้นแม่นยำจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามกลับไม่มีผู้ใดกล้าพอจะเป็นคนแรก หากข่าวเป็นเรื่องเท็จ เช่นนั้นคนที่ฮองเฮาจะจัดการเป็นคนแรกก็คือนาง

อวี้กุ้ยเฟยมองเพียงปราดเดียวก็ทราบว่านางสนมเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่ในใจ “น้องสาวทั้งหลาย หลายปีมานี้ได้รับความกดดันจากฮองเฮาไม่น้อยเลยกระมัง? คราวนี้ฮองเฮากระทำความผิดครั้งใหญ่ เชื่อว่าคงทำให้นางไม่อาจพลิกฐานะได้อีกเพราะการกระทำนี้ เปิ่นกงจะถือโอกาสไปหาฝ่าบาทเพื่อเปิดเผยความผิดที่ฮองเฮาเคยกระทำในอดีต น้องสาวทั้งหลายคงไม่ขวางเปิ่นกงหรอกกระมัง”

หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ อวี้กุ้ยเฟยก็พากลุ่มข้าราชบริพารด้านหลังเดินก้าวใหญ่ๆ จากไปโดยไม่รอให้นางสนมเหล่านี้เอ่ยปาก

เพียงพริบตาเดียวแสงแดดพลันแปรเปลี่ยนไปสดใสเป็นพิเศษ เมื่อได้ยินคำพูดของอวี้กุ้ยเฟย บนใบหน้าของสตรีทั้งหลายพลันปรากฏรอยยิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“อวี้กุ้ยเฟยกล่าวได้ถูกต้อง หลายปีมานี้พวกเราได้รับความตกใจและความหวาดกลัวไม่น้อย ทุกคืนล้วนสะดุ้งตื่นเพราะความหวาดกลัว”

หนึ่งในนั้นเริ่มเช็ดน้ำตาบริเวณหางตาที่ไม่มีอยู่จริง “นับว่าสวรรค์มีตาแล้ว ในที่สุดก็จัดการฮองเฮาได้ เพียงแต่อวี้กุ้ยเฟยคนเดียวจะทำให้ฝ่าบาทรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของฮองเฮาได้หรือ?” นางลอบมองสายตาของคนข้างกาย “มิสู้พวกเราไปทูลรายงานการกระทำอันโหดเหี้ยมของฮองเฮาในหลายปีมานี้อย่างละเอียดดีหรือไม่ ให้ฝ่าบาทรับรู้ถึงใบหน้าที่แท้จริงของฮองเฮาเสีย!”

“กล่าวได้มีเหตุผล เฉกเช่นที่อวี้กุ้ยเฟยกล่าว คราวนี้จะต้องทำให้ฮองเฮาไม่มีวันพลิกฐานะได้อีก ทุกท่าน พวกเราไปกันเถิด!”

กลุ่มคนมุ่งหน้าไปยังตำหนักชิงเหออย่างยิ่งใหญ่ เพียงไม่นานข่าวนี้ก็แพร่ไปทั่วทั้งวังหลวง เพียงพริบตาเดียว นอกตำหนักชิงเหอก็คึกคักหาใดเปรียบ ทุกคนล้วนมีความโกรธเกรี้ยวอัดแน่น พากันย้อนนึกถึงความทรงจำอันโศกเศร้าของตนก่อนหน้านี้ ที่กล่าวกันมากที่สุดก็คือตนถูกฮองเฮาบีบบังคับแต่กลับไม่กล้าเอ่ยปาก พฤติกรรมเลวร้ายแต่ละอย่างทำให้ผู้คนขุ่นเคืองยิ่ง

พบว่าคนกลุ่มหนึ่งเข้าไป จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง สถานการณ์ทำให้ผู้คนตะลึงยิ่ง

“ในเมื่อฮองเฮามีพฤติกรรมชั่วร้ายเพียงนี้ เหตุใดตอนนั้นเจ้ากลับชี้ตัวว่าหลิวกุ้ยเหริน [1] เป็นผู้กระทำ?” ภายในห้องโถงใหญ่ จักรพรรดิเหลียนมีพระพักตร์เคร่งขรึม แม้คราวนี้ฮองเฮาจะไม่มีทางหนีพ้น ทว่าในช่วงเวลาเช่นนี้เพิ่งจะมีคนมากมายก้าวออกมาผดุงความยุติธรรม นี่ทำให้พระองค์รับรู้ถึงความเจ้าเล่ห์และการฉวยโอกาสโยนหินลงบ่อในพระราชวังชัดเจนยิ่งขึ้น

ซูฉางจ้าย [2] ตัวสั่น “ฝ่าบาท นิ้วเล็กๆ ของหม่อมฉันเป็นฮองเฮาสั่งให้คนทำลาย! หากไม่ยอมร่วมมือกับพระนาง หม่อมฉันคงไปน้ำพุเหลืองเป็นเพื่อนหลิวกุ้ยเหรินแล้ว…” สตรีมีท่าทางเจ็บปวดโศกเศร้า ย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อน ยังคงหวาดกลัวอยู่ในใจจนมาถึงทุกวันนี้

จักรพรรดิเหลียนก่ายหน้าผาก เหตุใดพระองค์จะไม่คิดตำหนิตนเองที่ไม่มีความสามารถเพียงพอจะปกป้องความปลอดภัยของสตรีผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ วังหลังกลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ของฮองเฮาไปแล้ว นางอยากสังหารผู้ใดก็สังหารผู้นั้น หลายปีมานี้ตนกลับทำได้เพียงหลับตาข้างลืมตาข้าง ทำตัวเป็นจักรพรรดิโง่งม ช่วยเสริมสร้างความยโสโอหังของฮองเฮา เช่นนั้นตนย่อมเป็นคนผลักดันทุกสิ่งอยู่หลังม่านมิใช่หรือ

“ออกไปเถิด”

“หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

ขันทีใหญ่เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล “ฝ่าบาท ให้คนด้านนอกกลับไปก่อนดีหรือไม่?” กระทั่งเขายังตกใจ ไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

จักรพรรดิเหลียนมิได้ตรัสคำใด ทว่าพระพักตร์กลับมีความเหนื่อยล้าปรากฏชัดเจน ขันทีใหญ่พลันเข้าใจกระจ่างจึงถอยออกไปอย่างเงียบสงบ

อีกด้านหนึ่ง

“เป็นดังเช่นที่องค์ชายใหญ่คาดเดาจริงๆ เพียงหม่อมฉันกล่าวว่าจะเป็นผู้นำ ทุกคนในวังหลังก็พากันไปลงมีดฮองเฮา คดีเมื่อหลายปีก่อนถูกขุดออกมาจนสิ้น ครั้งนี้ต่อให้ไท่ซ่างหวงจะเข้าข้างอย่างไรฮองเฮาก็หนีไม่พ้นแล้ว” ในดวงตาของอวี้กุ้ยเฟยมีประกายลุกโชน ในที่สุดนางก็ได้แก้แค้นให้โอรสตนแล้ว

“ฮองเฮาได้รับโทษเช่นนี้นับว่าสมควรแล้ว กำแพงจะล้มผู้คนร่วมผลักดัน เกรงว่าในวังหลังคงไม่มีผู้ใดก้าวออกมาพูดแทนพระนางแม้แต่ประโยคเดียว” เฉินอิงจือที่เดิมทีควรนอนอยู่บนเตียง ยามนี้กลับนั่งจิบชาอยู่ข้างโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ ในดวงตามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพื่อละครฉากนี้ เฟิ่งหลิงและอวิ๋นซูร่วมมือกันจัดวางสถานการณ์มากมายในวังหลวง สุดท้ายเพียงรอให้อีกฝ่ายเข้ามาติดกับ ความจริงเด็กในท้องเฉินอิงจือยังปลอดภัยไร้อันตราย พวกนางร่วมมือกับคนของสำนักหมอหลวงนานแล้ว ให้พวกเขาเป็นพยานเท็จเบื้องพระพักตร์ฮองเฮา เมื่อรวมกับคำพูดของนางข้าหลวงคนนั้นซึ่งมีน้ำหนักมาก ทำให้ฮองเฮาพลาดในที่สุด

อย่างไรก็ตาม บนใบหน้าของเฟิ่งหลิงกลับไม่ปรากฏความผ่อนคลายแม้แต่น้อย ต้องทราบว่าไท่ซ่างหวงวางคนไว้ข้างกายฮองเฮามากมาย การแตะต้องพระนางในคราวนี้ จักรพรรดิเหลียนย่อมไม่อาจสงบสุขได้อีก เกรงว่าอีกไม่นานคงมีการเคลื่อนไหว เมื่อถึงตอนนั้นจะเป็นการเปิดฉากการต่อสู้อย่างแท้จริง

อวี้กุ้ยเฟยเบนสายตามองไปยังอวิ๋นซูที่ยังคงสงบนิ่งอยู่ในมุมหนึ่งมาโดยตลอด “คราวนี้คุณหนูกงซุนมีผลงานมากจริงๆ ”

สายตาของทุกคนพลันหยุดอยู่บนร่างของสตรีสุขุมเยือกเย็น “ส่วนนางกลับทำเพียงหันมาอย่างเรียบเฉย “จะสังหารฮองเฮาไม่ได้”

อะไรนะ?! ท่าทีของทุกคนเปลี่ยนไปโดยพลัน รอยยิ้มของอวี้กุ้ยเฟยแข็งค้างไปบ้าง “คุณหนูกงซุน…นี่หมายความว่าอย่างไร? จะสังหารฮองเฮาไม่ได้? ทำเช่นนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว!” ไม่ง่ายเลยกว่าพวกนางจะทำให้ฮองเฮาเดินเข้าสู่ห้องขังอันมืดมิดนั้นได้ ตอนนี้จะต้องแสดงความเมตตาออกมาหรือ?

คนที่เข้าใจอวิ๋นซูที่สุดก็คือเฟิ่งหลิง “ความหมายของซูเอ๋อร์ก็คือ ต้องการทำให้ฮองเฮาพูดเองกับปากว่าไท่ซ่างหวงมีตัวหมากมากน้อยเพียงใดหรือ?”

ทุกคนพลันเข้าใจกระจ่าง ที่แท้ความหมายของคุณหนูกงซุนก็คือฮองเฮายังมีประโยชน์ให้ใช้งาน

อวิ๋นซูเงียบไปครู่หนึ่ง “ฮองเฮาไม่อาจไม่ทำประโยชน์เพื่อพวกเรา”

“…” นี่ ทุกคนรู้สึกเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากหากทรยศไท่ซ่างหวง เกรงว่าฮองเฮาคงยากจะปกป้องตนเอง อย่างไรเสียถ้าพระนางยังคงมีชีวิตอยู่ ไท่ซ่างหวงย่อมอาจสั่งให้คนมาช่วยพระนางก็เป็นได้ เรียกได้ว่าเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพระนาง

บุรุษรูปงามเป็นเอกลุกขึ้นยืน “บางทีพวกเราควรลองดูเสียหน่อย”

…

“ปล่อยเปิ่นกงออกไป!” ภายในคุกอันมืดมิด ฮองเฮาถูกปลดมงกุฎหงส์ออกนานแล้ว พระเกศายุ่งเหยิง สวมเพียงอาภรณ์สีขาวชุดบาง พระหัตถ์ทั้งสองจับอยู่ที่ลูกกรง ตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว อย่างไรก็ตาม ภายในคุกอันกว้างใหญ่ราวกับถูกเตรียมไว้เพื่อพระนางเพียงผู้เดียว เงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงของตน

ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดก็มีเสียงคล้ายเหล็กกระทบ

“เข้าไป!”

“เหนียงเหนียง!” พบว่ามือทั้งสองของแม่นมถูกพัฒนาการด้วยโซ่ตรวน มีสภาพน่าสังเวชเช่นเดียวกัน ถูกผลักเข้ามาขังไว้ในห้องขังด้านข้าง

ท่าทีของฮองเฮาชะงักไป “เจ้า เจ้าเข้ามาได้อย่างไร บอกให้เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากไท่ซ่างหวงมิใช่หรือ?”

หางตาของแม่นมแขวนไปด้วยน้ำตา นางรีบไปหาพระองค์ทันทีแล้วจริงๆ เพียงแต่…นางไม่กล้าบอกความจริงฮองเฮา เนื่องจากไท่ซ่างหวงไม่ฟังคำขอร้องของนางโดยสิ้นเชิง มีท่าทีราวกับเป็นคนนอก ประหนึ่งกำลังใคร่ครวญอะไรบางอย่าง เห็นได้ว่าไท่ซ่างหวงมีเจตนาละทิ้งหมากตัวนี้แล้ว เพราะระยะนี้ฮองเฮาทำให้พระองค์ผิดหวังเกินไป

“เกิดอะไรขึ้น?” ฮองเฮาขยับเข้ามาใกล้ ในดวงเนตรมีความกระสับกระส่ายปรากฏ

บนใบหน้าของแม่นมฝืนฉีกยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก “เหนียงเหนียงโปรดวางพระทัย บ่าวบอกไท่ซ่างหวงแล้ว ไท่ซ่างหวงตรัสว่าจะจัดการให้ ขอให้เหนียงเหนียงรออยู่ที่นี่อย่างวางพระทัยเถิดเพคะ”

“เช่นนั้นหรือ? ฮ่าๆๆ ต้องการดึงเปิ่นกงให้ล้มไหนเลยจะง่ายเพียงนั้น! ก็แค่ตัวสารเลวต่ำต้อย…” ฮองเฮาหมายถึงเด็กในท้องของเฉินอิงจือ เดิมทีพระนางมีท่าทีสิ้นหวัง ในที่สุดก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว ราวกับเห็นภาพสุดท้ายของตนก็มิปาน “เปิ่นกงจะไม่ยอมปล่อยพวกนางไปเด็ดขาด! จะฉีกศพพวกมันเป็นหมื่นชิ้น!”

ในขณะเดียวกัน ไท่ซ่างหวงก็ส่งคำชี้นำมา

ภายในห้องทรงอักษร เฟิ่งหลิงถูกเรียกพบเพียงลำพัง

“หลิงเอ๋อร์ การแต่งงานของเจ้า เกรงว่าจะต้องยืดเวลาออกไปก่อน” เมื่อตรัสจบ ดวงตาของเฟิ่งหลิงพลันมืดครึ้มลง “คนผู้นั้นมีการเคลื่อนไหวแล้วหรือ?”

จักรพรรดิเหลียนสูดพระอัสสาสะลึก “เลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ ดังนั้นช่วงนี้ไม่ควรจัดงานมงคลรื่นเริงในวัง นี่เป็นข้อกำหนดของแคว้นเหลียนที่สืบต่อกันมา” แม้พวกเขาจะรู้ว่าเด็กในท้องของเฉินอิงจือมิใช่บุตรมังกร อีกทั้งยังมีชีวิตอยู่ดีก็ตาม อีกทั้งคราวนี้ฮองเฮาจะเดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเอง แต่จะดีจะร้ายก็ยังยืดเวลาวันอภิเษกของเฟิ่งหลิงและอวิ๋นซูออกไปให้ไท่ซ่างหวงได้สำเร็จ

เฟิ่งหลิงมีสีหน้าเคร่งขรึมลง ในดวงตาปรากฏความไม่ยินยอมชัดเจน แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะคาดเดาถึงความเป็นไปได้นี้แล้วก็ตาม ทว่าเมื่อเทียบกับงานอภิเษก การดึงฮองเฮาลงมาจึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

“เสด็จพ่อ บางทีท่านควรไปพบฮองเฮาสักครั้ง”

“ไปพบ?” จักรพรรดิเหลียนขมวดขนงโดยพลัน พระองค์ไม่อยากเห็นฮองเฮาอีกแม้แต่ชั่วขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้ยินเรื่องชั่วช้ามากมายเพียงนั้นแล้ว หากเห็นฮองเฮาย่อมต้องคิดถึงโลหิตที่แปดเปื้อนพระหัตถ์ของพระนางเป็นแน่ วังหลังแห่งนี้มีวิญญาณถูกใส่ร้ายมากมายเหลือเกิน

เฟิ่งหลิงรู้ว่าจักรพรรดิเหลียนกำลังคิดอะไร “พระอัยกาปิดบังพระองค์มานานเพียงนี้ แต่ยังคงจัดวางอำนาจไปทั่ว เกรงว่าเสด็จพ่อคงไม่รู้อำนาจที่แท้จริงของอีกฝ่ายกระมัง”

นี่เป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดของไท่ซ่างหวง ทั้งๆ ที่ลงจากตำแหน่งแล้ว แต่ในพระหัตถ์กลับยังกุมอำนาจที่สามารถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินเอาไว้ ควบคุมจักรพรรดิเหลียนทุกทาง ทำให้พระองค์จำเป็นต้องกลายเป็นหุ่นเชิดมานานหลายปีเพียวนี้ ทั้งยังต้องแยกจากภรรยาอีกด้วย

“เจ้าคิดว่าฮองเฮาจะพูดหรือ?” จักรพรรดิเหลียนเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย สุรเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ

“ลูกคิดว่าเป็นไปได้” สายตาของเขาทำให้จักรพรรดิเหลียนคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ พลันจึงปฏิเสธทันที “ไม่! พ่อไม่อยากพบนางอีก!” ยิ่งไม่ต้องพูดเลยว่า การใช้ประโยชน์จากนางจะทำให้พระองค์รู้สึกไม่พอพระทัยเพียงใด

“คราวนี้ที่ฮองเฮากระโดดลงมาในกับดักของพวกเราเป็นเพราะความรักความริษยาที่พระนางมีต่อเสด็จพ่อ มีครั้งที่หนึ่งย่อมต้องมีครั้งที่สอง ความจริง หากต้องการทำให้พระนางบอกชื่อตัวหมากในพระหัตถ์ของพระอัยกาย่อมมิใช่เรื่องยาก” เฟิ่งหลิงอยากกล่าวเตือนจักรพรรดิเหลียน ไม่อยากให้ใช้อารมณ์กระทำเรื่องราวในช่วงเวลาสำคัญเพียงนี้ แต่บุรุษสูงศักดิ์เบื้องหน้ากลับลุกขึ้นยืน “เจ้าคิดว่าหลายปีมานี้พ่อมิได้ทำอะไรเลยจริงหรือ?”

พระองค์เดินไปด้านข้างช้าๆ ยื่นมือไปแตะเชิงเทียน ห้องทรงอักษรพลันสั่นสะเทือน กำแพงหินค่อยๆ เคลื่อนไหว ด้านหลังถึงกับมีภาพวาดภาพหนึ่งแขวนอยู่

ดวงตาของเฟิ่งหลิงสว่างวาบ สตรีในภาพนั้นคงมิใช่…

————————————–

คำอธิบายเพิ่มเติม

[1] กุ้ยเหริน เป็นตำแหน่งพระสนมในองค์จักรพรรดิ หมายถึงผู้ทรงเกียรติ ปรากฏครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ตำแหน่งนี้สามารถแต่งตั้งได้นับไม่ถ้วน มีขันทีรับใช้สี่คน นางกำนัลรับใช้สี่คน

[2] ฉางจ้าย ตำแหน่งนางสนมระดับล่างในองค์จักรพรรดิ หมายถึงคงอยู่ตลอดเวลา เป็นสนมระดับล่างชั้นโท แต่งตั้งได้นับไม่ถ้วน มีขันที่รับใช้สามคน นางกำนัลรับใช้สามคน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 28 ตอนที่ 834 กำแพงสั่นคลอนผู้คนร่วมใจผลักให้ล้ม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Venus36

    โธ่ๆๆๆๆ ตกหลุมพรางง่ายๆ ที่ตัวเองคิดขุด กรรมตามสนองแท้ อวิ๋นซูผู้เก่งกาจ

    06/03/2023 at 18:38 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
22/06/2026
novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
23/06/2026
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.