หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 28 ตอนที่ 837 นายน้อยหวายหวัง
เล่มที่ 28 ตอนที่ 837 นายน้อยหวายหวัง
ในดวงตาของแม่นมเต็มไปด้วยความตกใจ “ฮองเฮาเพคะ ท่านทราบหรือไม่ว่ากำลังตรัสอะไรอยู่? อย่าทำให้บ่าวตกใจเลย! หากคนของไท่ซ่างหวงได้ยินเข้าคงไม่ดีเป็นแน่!”
“ไท่ซ่างหวง? พระองค์ทราบนานแล้วกระมัง…” ฮองเฮาตรัสตอบอย่างเรียบเฉย พลันทำให้แม่นมหน้าถอดสี “นี่ นี่เป็นเรื่องจริงหรือเพคะ? เหนียงเหนียง ท่านทูลกับไท่ซ่างหวงแล้วหรือ? ทำ ทำไมถึงได้…”
ต่อให้ก่อนหน้านี้ไม่ทราบ ฮองเฮาก็เชื่อว่าหลังจากวันนี้ไท่ซ่างหวงจะต้องรู้ชัดว่าตนหลอกพระองค์มาโดยตลอดเป็นแน่ ด้วยนิสัยของท่านพ่อ เขาจะต้องนำเรื่องของตนไปทูลรายงานให้พระองค์ทราบอย่างละเอียดแน่นอน อย่างไรเสียจะช้าจะเร็วไท่ซ่างหวงก็ต้องมองออก มิสู้จัดการญาติมิตรตนเองเพื่อผดุงความยุติธรรมเสียยังจะดีกว่า จะได้แสดงให้เห็นถึงความภักดีที่ท่านพ่อมีต่อไท่ซ่างหวง ส่วนตน จุดจบไม่ต้องกล่าวก็ทราบ
ฮองเฮาปลายพระเนตรมองไปทางแม่นมที่อยู่ห้องติดกัน “เปิ่นกงทำให้เจ้าต้องมาพัวพันด้วยแล้ว”
“ไม่ เหนียงเหนียงทรงตรัสอะไรกันเพคะ ได้ปรนนิบัติเหนียงเหนียงนับเป็นวาสนาของบ่าวแล้ว เหนียงเหนียงจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป! ต่อให้ต้องเอาชีวิตบ่าวเข้าแลกก็คุ้มค่า!” หางตาของแม่นมแขวนไปด้วยน้ำตา “มิสู้แจ้งใต้เท้า ให้ใต้เท้าส่งมือสังหารมาปล้นคุก…”
ได้ยินเสียงสรวลของฮองเฮาดังแว่วมาเบาๆ พระพักตร์ด้านข้างถูกกุมไว้ด้วยพระหัตถ์ ในดวงเนตรกระจ่างชัดหาใดเปรียบ “เปิ่นกงเป็นเพียงเครื่องมือของท่านพ่อเท่านั้น เปลี่ยนใหม่มิใช่ง่ายกว่าหรือ”
“เหนียงเหนียง…”
…
อีกด้านหนึ่ง ภายในโรงเตี๊ยมในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“อะไรนะ? ปล่อยให้พวกมันหนีไปได้อีกแล้วหรือ เลี้ยงพวกเจ้าไว้มีประโยชน์อันใดกัน!” เสียงเคร้งดังขึ้น สตรีงดงามปัดกาน้ำชาและถ้วยชาบนโต๊ะตกพื้นในคราวเดียว การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ทำให้เจ้าของโรงเตี๊ยมเดินมาด้านนอกด้วยความตกใจ “ท่านลูกค้า? ท่านลูกค้าขอรับ? เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”
สาวใช้รีบส่งเสียงตอบไป “ไม่มีอะไร เพียงทำกาน้ำชาหกโดยไม่ทันระวังเท่านั้น พวกเราจะชดใช้ให้เจ้าเอง “เมื่อกล่าวจบ ด้านนอกพลันไร้เสียง
ใบหน้าอันงดงามของสตรีข้างโต๊ะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เมื่อมองเช่นนี้กลับไม่มีความเยือกเย็นเฉกเช่นตอนแรกอยู่เลย
“ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวได้ ไม่เชื่อว่าจะหนีไปจากฝ่ามือของตระกูลหวายหวังของข้าได้!”
“คุณหนูเจ้าคะ ท่านทำเช่นนี้เพียงเพราะเหมยเฟยหนีไปจากเมืองหลวงไม่คุ้มค่าเลยเจ้าค่ะ” สาวใช้อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน พลันได้รับสายตาเย็นยะเยือกกลับมา “หุบปาก ข้าต้องการให้เจ้ามาชี้นิ้วสั่งสอนหรือไร?!”
สาวใช้รีบคุกเข่าลง “บ่าวสมควรตาย”
เสียงปังดังขึ้น นางตบลงไปบนโต๊ะอย่างแรง หรืออีกฝ่ายคิดจะออกไปจากเมืองหลวง? ตนรับปากท่านมหาราชครูไว้แล้วว่าจะสังหารเหมยเฟยเพื่อให้ได้เบาะแสของฮองเฮาพระองค์ก่อนที่อยู่ในมือนาง ผลกลับกลายเป็นว่าคนหนีไปแล้ว ตนจำเป็นต้องไล่ตามมาตลอดทาง เดิมทีคิดว่าจะใช้วิธีนี้มาเจรจาแลกเปลี่ยนกับตระกูลมหาราชครู ตอนนี้นางกลับไม่มีหน้าไปพบเขาแล้ว ทั้งยังทำให้ตระกูลหวายหวังขายหน้าหน้าอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังได้รับข่าวว่างานอภิเษกขององค์ชายใหญ่และคุณหนูกงซุนถูกยืดเวลาออกไป ทว่าสำหรับฝูจีมิใช่ข่าวดีมากมาย ดังนั้นไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรนางก็จะต้องนำหัวเหมยเฟยกลับมาให้ได้
“ส่งคนไปเพิ่ม ต่อให้เป็นเส้นผมเส้นเดียวก็ต้องนำกลับมาให้ข้า!”
“เจ้าค่ะ!”
คนชุดดำกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวในป่าด้วยความรวดเร็ว “พวกเขามุ่งหน้าไปทางเนินเขาด้านหน้าแล้ว! ตามไป!”
เมื่อตามร่องรอยแต่ละอย่างที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นไป ในที่สุดมือสังหารทั้งหลายก็พบเงาร่างน่าสงสัยหลายร่างข้างลำธารในป่าลึก
“ผู้ใด!”
เสียงอันเย็นยะเยือกดังแว่วมาจากข้างลำธาร ในเวลารวดเร็วประหนึ่งฟ้าผ่า มือสังหารทั้งหลายพลันทะยานออกมาจากที่ซ่อน ไม่นานก็ต่อสู้พัวพันกับคนกลุ่มนี้
“คุ้มครองนายน้อย!”
ยามค่ำคืนพบว่ามีประกายดาบส่องสว่าง ลมหนาวยะเยือกทรมานผู้คน
หลังจากหลายกระบวนท่าผ่านไปพลันมีคนสังเกตเห็นว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง พากันถอยกระจายตัวออกไป ยกอาวุธชี้อีกฝ่าย “พวกเจ้าเป็นใคร?” วิธีการโจมตีของพวกเขาถึงกับคลับคล้ายคลับคลา
ข้างลำธาร บุรุษผู้หนึ่งที่ถูกล้อมเอาไว้ยกมือขึ้น คนชุดดำข้างกายจึงพากันกระจายตัวถอยออกไป
เช่นนี้มือสังหารจึงค่อยเห็นใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายได้ชัดเจน เขาสวมชุดฮว๋าฝูสีม่วง ผมสีดำราวหมึกมัดสูง ร่างกายสูงโปร่ง ชายอาภรณ์ล้ำค่าโบกสะบัดไปตามสายลม บรรยากาศทั่วทั้งร่างเย็นยะเยือกกดดันผู้คน อีกทั้งบนใบหน้างดงามหล่อเหลาที่ยากจะบรรยายเช่นนั้นยังปรากฏความลึกล้ำที่ทำให้ผู้อื่นไม่อาจเข้าใจ ประหนึ่งเพียงสายตาของเขาก็สามารถฆ่าคนได้โดยไร้เบาะแสอย่างไรอย่างนั้น
“พวกเจ้า…เป็นคนข้างกายฝูจีหรือ?” เสียงดุจทะเลลึกดังแว่วมา เจือไปด้วยความเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
ในดวงตาของมือสังหารทั้งหลายมีประกายตื่นตะลึง ตอนนี้เอง คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าพลันปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขา เสียงเพี้ยะดังขึ้น ถึงกับสะบัดมือลงไปบนหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง “โอหัง พบนายน้อยแล้วยังไม่รีบคุกเข่าอีก!”
นายน้อย?! นี่…
ในตระกูลหวายหวัง นอกจากนายท่านที่มักจะออกหน้าบ่อยๆ ก็มีน้อยคนที่จะได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนายน้อย เขาคือบิดาของฝูจี ออกเดินทางท่องเที่ยวอยู่ด้านนอกหลายปี ปรากฏตัวในตระกูลน้อยมาก องครักษ์ข้างกายฝูจีล้วนถูกคนใต้บังคับบัญชาของเขาสั่งสอนมา เห็นได้จากกระบวนท่าเหล่านั้น
มือสังหารทุกคนพากันคุกเข่า “ผู้น้อยสมควรตาย!”
สายตาของหวงฝู่เฉินหยุดอยู่บนร่างมือสองหารกลุ่มนั้น “เหตุใดพวกเจ้าจึงปรากฏตัวที่นี่ได้ ไม่คุ้มครองคุณหนูหรือ?”
มือสังหารผู้เป็นหัวหน้าเงยหน้าขึ้น เมื่ออยู่เบื้องหน้าหวงฝู่เฉินย่อมไม่กล้าโกหก “ผู้น้อยได้รับคำสั่งจากคุณหนูให้ตามสังหารองค์หญิงเหมยเฟยแห่งแคว้นเหลียนขอรับ”
เหมยเฟย? หรือจะเป็นองค์หญิงที่ไปแต่งงานไกลถึงแคว้นเฉินพระองค์นั้น หวงฝู่เฉินหรี่ตา “เหตุใดคุณหนูจึงไปเกี่ยวพันกับเหมยเฟยได้? พานางมาพบข้า”
เพียงไม่นานมือสังหารกลุ่มนี้ก็เปลี่ยนทิศทางกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว ฝูจียังคงรอข่าวของพวกเขาอยู่ในโรงเตี๊ยม
ยามค่ำคืนสตรีหน้ากระจกมิอาจนอนหลับสนิท เมื่อมองไปยังใบหน้างดงามในกระจกกลับรู้สึกหงุดหงิดใจ
ผิวของนางดูเหมือนจะมิได้งดงามสมบูรณ์แบบเฉกเช่นกาลก่อนแล้ว องคาพยัพทั้งห้าที่เดิมทีไร้ที่ติ ตอนนี้ในสายตาฝูจีกลับหารอยตำหนิออกมาได้ หากนางงดงามไร้ข้อบกพร่องจริงๆ เหตุใดบุรุษผู้นั้นจึงไม่มองนาง? ความอัปยศเช่นนี้จะให้นางอดทนได้อย่างไร
หวีที่อยู่ในมือร่วงหล่น ฝูจีพลันขมวดคิ้ว
ผมกระจุกหนึ่งติดอยู่บนซี่หวีดูเสียดแทงนัยน์ตา เสียงปังดังขึ้น นางกระแทกหวีลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง
“คุณหนู พวกเขากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
ด้านนอกมีเสียงสาวใช้ดังแว่วมา ฝูจีรีบหมุนตัวไป “เข้ามา”
มือสังหารผู้หนึ่งรีบเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีนอบน้อม ฝูจีมองมือทั้งสองอันว่างเปล่าของเขา “ศีรษะคนเล่า?”
“คุณหนู นายน้อยต้องการพบท่านขอรับ”
ฝูจีได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายไม่ชัดไปชั่วขณะ คิดว่าอีกฝ่ายกล่าวไม่ตรงประเด็น “ทำไม ปล่อยให้พวกนางหนีไปได้อีกแล้วหรือ? เหตุใดพวกเจ้ายังมีหน้ากลับมาพบข้าอีก!”
มือสังหารเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน “ตอบคุณหนู ระหว่างทางที่ตามสังหารเหมยเฟยพวกเราพบนายน้อย ท่านกล่าวว่าต้องการพบคุณหนูขอรับ”
นายน้อยอันใดกัน? ท่านพ่อหรือ? “เหลวไหล นี่กำลังหาข้ออ้างให้กับความไร้ความสามารถของตนเองหรือไร? ข้าไม่ได้พบท่านพ่อมาหลายปีแล้ว พวกเจ้าออกไปตามใจก็ได้พบเขาหรือ? โง่งม! จะต้องเป็นตัวปลอมแน่นอน!”
“แต่ว่า คุณหนู…”
“ไสหัวไป! หากไม่ได้หัวของเหมยเฟยอย่าได้กลับมาพบข้าอีก!” ฝูจีหยิบหวีขึ้นมาเขวี้ยงไปทางมือสังหารผู้นั้น อีกฝ่ายไม่กล้าหลบ ถูกกระแทกไปเช่นนั้น ไม่กล้ากล่าวแม้แต่ประโยคเดียว
ไม่นานมือสังหารก็ถอยออกไปด้วยความจนใจ ฝูจีรู้สึกลมหายใจอัดอั้นอยู่ในอก นางไม่เคยรู้เลยว่าลูกน้องของตนจะไร้ความสามารถเพียงนี้ ในใจตัดสินใจแล้วว่าเมื่อกลับไปจะต้องให้ท่านปู่เปลี่ยนองครักษ์ให้นางและสังหารของไร้ประโยชน์เหล่านี้เสีย
ฝูจีนั่งอยู่ริมหน้าต่างเพียงลำพัง มองหลังคาเก่าผุพังที่อยู่ตรงข้าม ในสมองเต็มไปด้วยสายตาไม่พอใจที่เฟิ่งหลิงมองตน นางไม่เคยทุกข์ใจเช่นนี้มาก่อน กี่คืนแล้วที่ยากจะเข้าสู่การหลับใหล
ฟ้าเริ่มสว่าง บนหลังคามีการเคลื่อนไหวระลอกหนึ่ง ฝูจีหันกลับไปด้วยความรู้สึกเฉียบคม “ผู้ใด?”
ไม่ทราบว่าด้านหลังของนางมีบุรุษชุดดำแปลกหน้าสองคนยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อใด พวกเขาเอ่ยปากด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณหนู นายน้อยต้องการพบท่านขอรับ”
นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างระแวง ลอบยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อ “นายน้อย? พวกเจ้าคิดว่าจะหลอกข้าได้หรือ…”
ลมเย็นระลอกหนึ่งพัดมา ฝูจีรู้สึกเจ็บที่หลังคอ “คุณหนู ล่วงเกินแล้ว!”
ร่างกายของสตรีล้มลง บุรุษด้านหลังรีบเข้ามาพยุงนางไว้ พริบตาเดียวก็หายไปจากในห้อง
ริมลำธารเมื่อครู่นี้มีรถม้าจอดอยู่คันหนึ่ง คนชุดดำหลายคนปรากฏตัวนอกรถม้า
“นายน้อย พาตัวคุณหนูมาแล้วขอรับ”
เนิ่นนานผ่านไปด้านในจึงค่อยมีเสียงแว่วมา “ให้นางรอก่อน”
องครักษ์หลายคนเฝ้าอยู่ด้านนอกอย่างสงบ ส่วนสตรีที่ถูกวางนอนอยู่บนพื้นผ่านไปนานแล้วขนตาจึงค่อยขยับก่อนจะได้สติกลับมา
“พวกเจ้าเป็นใคร หากกล้าทำร้ายคุณหนูเช่นข้าแม้เพียงปลายเส้นผม พวกเจ้าจะต้องตายโดยไร้ที่ฝังแน่นอน!”
ฝูจีพบว่าตนอยู่ในป่าที่ดูไม่คุ้นเคยแห่งหนึ่ง ข้างกายถึงกับเป็นบุรุษชุดดำ พลันนั้นจึงตะโกนออกมา อย่างไรก็ตามกลับไม่มีผู้ใดสนใจนาง
สตรีกำลังลุกขึ้นยืนจากพื้น แต่กลับถูกบุรุษสองคนที่อยู่ด้านหลังคุมตัวไว้ “คุณหนูโปรดรออย่างสงบ นายน้อยกำลังพักผ่อน”
“นายน้อยอันใดกัน! ให้เจ้านายของพวกเจ้าออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้ ทำตัวลับๆ ล่อๆ นับเป็นชายชาตรีอันใดได้!”
ในที่สุดเสียงเอะอะโวยวายก็ทำให้คนในรถม้ามีการเคลื่อนไหว
ประตูรถม้าถูกเปิดออก เงาร่างที่ดูทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าปรากฏเบื้องหน้าทุกคน สายตาเย็นชาหยุดอยู่บนร่างของสตรีผู้มีสภาพน่าอนาจ “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เสียงนี้? ฝูจีเบนสายตาขึ้นมอง ความจริงแม้แต่นางก็ไม่ได้พบบิดาของตนนานแล้ว อย่างไรก็ตามสายตาเช่นนั้นกลับเรียกความทรงจำในกาลก่อนของนางกลับมา บรรยากาศเย็นชาเช่นนี้ ใบหน้าไร้ผู้ใดเทียบเคียงตลอดจนบรรยากาศกดดันเช่นนั้น มิใช่บิดาของนางแล้วจะเป็นผู้ใด? ร่างกายอดไม่ได้ที่จะแข็งเกร็ง “ทะ ท่านพ่อ…เป็นท่านจริงหรือ…”
“เหตุใดเจ้าจึงมีสภาพเช่นนี้?” น้ำเสียงของหวงฝู่เฉินเจือไปด้วยความตื่นตะลึงอยู่หลายส่วน อย่างไรก็ตามที่มีมากกว่าคือความไม่พอใจและผิดหวัง
ฝูจีส่ายหน้า “ไม่ ท่านพ่อ ข้า…” นางก้มหน้ามองตนเอง กระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์เปื้อนดินโคลนไปมาก ปรากฏตัวต่อหน้าท่านพ่อด้วยสภาพเช่นนี้นับว่าเสียมารยาทจริงๆ อย่างไรก็ตามนางไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของหวงฝู่เฉิน นางกระทั่งมิได้สังเกตเห็นสิ่งที่ตนทำหายไปอย่างแท้จริง
“ไม่จำเป็นต้องอธิบาย กลับไป!”
ฝูจีย่อมเข้าใจว่าหวงฝู่เฉินต้องการให้นางกลับไปอยู่ข้างกายนายท่านหวายหวัง นางรีบเอ่ยอธิบาย “ไม่ ท่านพ่อ ตอนนี้ลูกยังกลับไปไม่ได้…”
หวงฝู่เฉินดวงตามืดครึ้มลง ฝูจีพลันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเย็นยะเยือกที่โถมเข้ามาเบื้องหน้า นางก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย “ลูก…รับปากท่านมหาราชครูไว้แล้วว่าจะนำหัวของเหมยเฟยกลับไป หากผิดคำพูด ชื่อเสียงของตระกูลหวายหวังจะต้องถูกทำลายเป็นแน่…”
“เจ้าคิดว่าสภาพเช่นนี้ของเจ้ายังไม่ทำลายชื่อเสียงตระกูลหวายหวังอีกหรือ?”
“ทะ ท่านพ่อ…” นางสัมผัสใบหน้าของตนโดยไม่รู้ตัว เห็นความรังเกียจในดวงตาหวงฝู่เฉิน…
Venus36
ฝูจียังไม่ยอมอีก ดื้อรั้นเหมือนพ่อสินะ นายน้อยคนนี้คือคนที่หลงรักแม่พระเอกแน่ ลูกพ่อคู่นี้คงผิดหวัง 555