หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 29 ตอนที่ 841 การปะทะของสองฝ่าย
เล่มที่ 29 ตอนที่ 841 การปะทะของสองฝ่าย
“ไม่ นี่เป็นไปไม่ได้ นางจะต้องอยู่ที่นี่เป็นแน่! พูดมา เจ้านำทางไปซ่อนไว้ที่ใด!”
หวงฝู่เฉินในยามนี้ราวกับสูญเสียสตินึกคิดไปแล้วก็มิปาน เขาจับมือฮูหยินอวิ๋นแน่นไม่ยอมปล่อย ลมเย็นระลอกหนึ่งพัดมา คนชุดดำด้านหลังได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงรีบตามเข้ามา เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าพลันต้องสั่นสะท้าน “นายน้อย!”
เสียงเรียกนี้ทำให้หวงฝู่เฉินดวงตาเปล่งประกาย มีสติกลับมาอยู่หลายส่วน
เขามองสตรีที่ไม่เหมือนสตรีชาวบ้านตามป่าเขาเบื้องหน้าอย่างละเอียด จากคำพูดคำจาและบรรยากาศบนร่างของอีกฝ่ายล้วนไม่เหมือนคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ทั้งสิ้น หวงฝู่เฉินสูดหายใจลึกพยายามควบคุมความโกรธของตน ไม่ เขาเชื่อสัญชาตญาณของตน ซูฉินจะต้องอยู่ที่นี่! เพียงแต่หลบอยู่เท่านั้น!
“ฮูหยินท่านนี้ รู้จักสตรีชื่อซูฉินหรือไม่?”
ในใจของฮูหยินอวิ๋นไหววูบน้อย อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกว่าไม่ควรเผยข้อมูลให้บุรุษเบื้องหน้ารู้ “ซูฉิน? เมื่อครู่ข้ากล่าวแล้ว ที่นี่ไม่มีคนที่ใต้เท้าตามหา”
“เช่นนั้นเหตุใดฮูหยินจึงอยู่กลางป่าเขาเพียงลำพัง? กลไกค่ายกลเหล่านี้ทำได้อย่างไร?” กลางป่าเขาชนบทเช่นนี้ เขาไม่เชื่อว่าจะมีคนสูงส่งที่รู้จักวิชากลไกค่ายกล
ฮูหยินอวิ๋นมองก้อนหินบนพื้น อีกฝ่ายถึงกับรู้จักค่ายกลที่ถูกใช้เหล่านี้ ดูท่าทางเขาจะมีความเกี่ยวพันกับแม่นางซูจริงๆ
“ข้าได้ยินว่าในภูเขามีวิญญาณสุนัขจิ้งจอกแผลงฤทธิ์จึงมาดูที่นี่เสียหน่อย เห็นหินเหล่านี้แปลกดีจึงหยุดอยู่นานไปบ้าง ใต้เท้ากล่าวว่านี่คือกลไกค่ายกลหรือ? กลไกค่ายกลอันใด?” ฮูหยินอวิ๋นรีบเบนหัวข้อสนทนากลับไป คาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องไม่บอกตนแน่นอน
จริงดังคาด หวงฝู่เฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตาลุกโชนราวกับกำลังใคร่ครวญอะไรบางอย่าง
“ไม่มีอะไร ข้าคิดว่านี่คงเป็นกลไกของกับดักจับสัตว์เท่านั้น” หวงฝู่เฉินสังเกตุท่าทีของฮูหยินอวิ๋น คนผู้หนึ่งจะโกหกหรือไม่สามารถดูได้จากสายตา
จะอย่างไรฮูหยินอวิ๋นก็เป็นคนมีประสบการณ์มาก เมื่อได้ยินว่านี่คือกลไกของกับดักจับสัตว์จึงจงใจทำท่าทีสงสัยออกมา
ตอนนี้เอง บริเวณไม่ไกลมีเสียงตะโกนอันโกรธเกรี้ยวดังแว่วมา “ปล่อยท่านหมอเทวดานะ! พวกเจ้า พวกเจ้าเป็นใคร!”
พบว่าชาวบ้านประมาณสี่ห้าคนถือจอบเดินเข้ามาจากฝั่งตรงข้าม บรรยากาศท่าทางคุกกรุ่น ไม่นานพวกเขาก็ล้อมอยู่เบื้องหน้าด้วยความระแวง “พวกเจ้าคิดจะทำอะไรท่านหมอเทวดา รีบปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
หมอเทวดา?! หวงฝู่เฉินหรี่ตาลง หมอเทวดาที่ชาวบ้านเอ่ยถึง หรือจะเป็นสตรีนางนี้?
“พวกข้าพูดกับเจ้าอยู่! ได้ยินหรือไม่ ยังไม่รีบปล่อยมืออีก จะเสียมารยาทเกินไปแล้ว!”
ชาวบ้านหลายคนพากันตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว หวงฝู่เฉินจึงค่อยๆ คลายมือตนออก ไม่นานฮูหยินอวิ๋นก็ถูกชาวบ้านเหล่านี้ปกป้องไว้ด้านหลัง พวกเขามองสำรวจคนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า พลันนั้นเองมีเสียงหญิงชาวบ้านตะโกนมา “เป็นพวกที่ฆ่าคนตรงเส้นทางบนภูเขา?!”
ฆ่าคน? ฮูหยินอวิ๋นรู้สึกแปลกใจ มองไปยังบุรุษผู้มีสีหน้าเย็นชาโดยพลัน
สายตาของอีกฝ่ายหยุดอยู่บนใบหน้าของนางเนิ่นนาน คราวนี้จึงได้ย้ายความไม่พอใจไปยังชาวบ้านเหล่านั้น “คนพวกนั้นคือโจรภูเขา ข้ากำจัดโจรภูเขาแทนพวกเจ้า พวกเจ้าไม่ควรขอบคุณข้าหรือ?”
เป็นคำพูดที่โอหังยิ่งนัก!
ชาวบ้านทั้งหลายสบตากัน หนึ่งในนั้นมีความโกรธอยู่เต็มปอด “เช่นนั้นสตรีและเด็กบริสุทธิ์เล่า? พวกนางก็เป็นโจรภูเขาหรือ?”
เมื่อย้อนคิดถึงภาพที่พวกเขาพบเห็นเมื่อครู่นี้ มีผู้ตายบริสุทธิ์เฉกเช่นที่สตรีกล่าวจริงๆ ต่อให้พวกนางเป็นภรรยาและบุตรของโจรภูเขา แต่จะดีจะร้ายก็เป็นสตรีและเด็กที่ไม่มีอาวุธในมือ เหตุใดจึงได้ลงมือโหดเหี้ยมเพียงนี้!
“หรือพวกเจ้าไม่กลัวว่าพวกนางจะกลับมาแก้แค้น? ถอนวัชพืชต้องถอนให้ถึงราก ข้าเองก็ทำเพื่อพวกเจ้า” น้ำเสียงของหวงฝู่เฉินเต็มไปด้วยความหยิ่งทนง “พวกเราคือคนที่ช่วยชีวิตคนในหมู่บ้านพวกเจ้า นี่คือวิธีขอบคุณของพวกเจ้าหรือ?”
“นี่…แต่เจ้าจะฆ่าคนมั่วซั่วไม่ได้!”
ชาวบ้านทั้งหลายได้ยินเรื่องที่สตรีนางนั้นเล่ามาก่อนแล้วจริงๆ พวกเขาไม่อาจใช้ความแค้นทดแทนบุญคุณ
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงทำให้ท่านหมอเทวดาของพวกเราลำบากใจ? หรือเจ้าเป็นคนที่หมู่บ้านอื่นส่งมา ต้องการแย่งท่านหมอเทวดาของพวกเรา?!”
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของฮูหยินอวิ๋นและชาวบ้านไม่เลวเลย เมื่อมีโรคแปลกๆ น่าสงสัยอันใด พวกเขาจะมาขอความช่วยเหลือจากนาง อย่างไรก็ตาม ผลเช่นนี้อยู่ในการคาดเดาของอวิ๋นมู่นานแล้ว เขาไม่มีทางอื่น ทำได้เพียงให้ฮูหยินอวิ๋นรักษาความสัมพันธ์กับชาวบ้านเหล่านี้อย่างระมัดระวัง
หวงฝู่เฉินรู้สึกน่าขันยิ่งนัก กับชาวบ้านโง่งมเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเปลืองคำพูด เขาทำเพียงเอามือไพล่หลัง ทางไม่คิดจะสนใจพวกเขา
ทุกคนคล้ายถูกท่าทีหยิ่งยโสเช่นนี้ของเขาทำให้โกรธ พากันชูจอบในมือ “ไป! ออกไปจากหมู่บ้านของพวกเราเสีย! ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเจ้า ไป!”
เสียงนี้ดังก้องอยู่ในป่าเขา คนชุดดำด้านหลังหวงฝู่เฉินทนไม่ไหวอีกต่อไป เดินก้าวออกมาขวางอยู่เบื้องหน้าเจ้านายตน “อย่าได้เสียมารยาท!”
“ฆ่าคนแล้ว! พวกเขาจะฆ่าคนแล้ว!” ชาวบ้านพากันถอยหลังออกไป จ้องไปยังการเคลื่อนไหวของคนชุดดำเบื้องหน้าด้วยความระแวง
“ช่างเถิด พวกเราไป”
หวงฝู่เฉินหงุดหงิดยิ่งนัก ไม่คิดจะพัวพันกับชาวบ้านเหล่านี้ให้มากมาย สุดท้ายจึงมองไปยังฮูหยินอวิ๋นแล้วหมุนตัวเดินจากไปภายใต้การคุ้มครองของบุรุษชุดดำ
“รีบไป! อย่าได้กลับมาอีก!”
“ท่านหมอเทวดาถูกคนผู้นั้นทำร้ายหรือไม่? หากท่านหมอเทวดาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม พวกเราจะไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่!”
ฮูหยินอวิ๋นเผชิญหน้ากับความใส่ใจของทุกคน แย้มยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ “ขอบคุณทุกท่านมาก ข้าไม่ได้รับบาดเจ็บ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว มีหมู่บ้านบางแห่งเกิดโรคระบาด จะต้องมีผู้ประสบภัยมาที่หมู่บ้านของพวกเราแน่ ระยะนี้ท่านหมอเทวดาอย่าได้ออกไปไหนเล่า รอให้พวกเราไล่โจรภูเขาออกไปให้หมดก่อนจึงนับว่าปลอดภัย”
ในยามที่ทุกคนไม่สังเกต พุ่มไม้เบื้องหน้ามีประกายสีเงินไหววูบอย่างรวดเร็ว ฮูหยินอวิ๋นมองเพียงครู่เดียวจากนั้นจึงลงภูเขาไปท่ามกลางการคุ้มครองของชาวบ้านหลายคน
อีกด้านหนึ่ง
จะอย่างไรหวงฝู่เฉินก็รู้สึกแปลกๆ เขาหันกลับไปมองป่าเขาแห่งนี้ หรือตนจะร้อนใจเกินไปจริงๆ? ทั้งๆ ที่รู้สึกว่าอยู่ใกล้แค่เอื้อม เหตุใดตอนนี้จึงรู้สึกไม่อาจคว้าอีกแล้ว? ตกลงอะไรกันแน่ที่ขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าเขา คอยสกัดกั้นไม่ให้เขาเดินหน้าต่อไป หวงฝู่เฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว้าวุ่นใจ
“นายน้อย รถม้ารออยู่ที่ตีนเขาแล้วขอรับ ชาวบ้านเหล่านี้จะโง่งมเกินไปแล้ว หวังว่านายน้อยจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขา”
หวงฝู่เฉินหยุดฝีเท้าลงโดยพลัน ในใจรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก ตนหามานานหลายปีเพียงนี้ มีนับครั้งไม่ถ้วนที่คิดว่าได้เห็นเงาร่างของนางในมุมใดมุมหนึ่งของโลก แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่ผิดหวังเช่นตอนนี้มาก่อน เหตุใดโชคชะตาถึงเล่นตลกกับเขา มอบความหวังให้เขาแล้วแย่งชิงไปอย่างโหดเหี้ยม
เขารอมานานหลายปีเพียงนี้ หลายปีเพียงนี้…
“นายน้อย?”
“ไปไม่ได้”
อะไรนะ? คนชุดดำฟังไม่ชัด พบว่าบุรุษเบื้องหน้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้น “ไป ตามหาฮูหยินเมื่อครู่นี้ จับตาดูการเคลื่อนไหวของนางว่ามีส่วนน่าสงสัยหรือไม่” ในเมื่อไม่กระจ่างชัดว่าเหตุใดตนไม่ยินยอมพร้อมใจเพียงนี้ก็ต้องตรวจสอบออกมาให้ชัดเจน ดูเสียหน่อยว่าในหมู่บ้านแห่งนี้มีเรื่องราวหรือผู้คนแปลกประหลาดอยู่หรือไม่ หรือทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเมฆหมอกบดบังเอาไว้จริงๆ
คนชุดดำไม่กล้าสงสัย รีบคารวะอย่างนอบน้อม “ขอรับ”
“ฮูหยิน ด้านนอกเกิดอะไรขึ้น?” ในตอนที่อวิ๋นมู่เห็นฮูหยินอวิ๋นถูกชาวบ้านหลายคนพามาส่ง ในใจจึงรู้สึกกังวล
นางทำเพียงส่ายศีรษะเล็กน้อย จากนั้นจึงหมุนตัวมองออกไปนอกหน้าต่าง ปิดประตูอย่างระมัดระวัง กระซิบถามอวิ๋นมู่เสียงเบา “แม่นางซูได้กลับมาหรือไม่?”
อวิ๋นมู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “มิใช่ว่าพวกเจ้าออกไปด้วยกันหรือ?” ความหมายในคำพูดนี้ก็คือ เขาเองก็ไม่เห็นเงาของแม่นางซูเช่นกัน
หรือว่าบุรุษเมื่อครู่นี้จะมาตามหาแม่นางซูจริงๆ ? ซูฉินหรือ…อย่างไรก็ตาม ฮูหยินอวิ๋นมั่นใจว่าแม่นางซูไม่อยากพบบุรุษผู้นั้น มิเช่นนั้นเหตุใดเอะอะโวยวายเพียงนี้แล้วนางกลับไม่ยอมเผยหน้า ฮูหยินอวิ๋นแย้มยิ้มบางเบา “บางทีแม่นางซูอาจมีธุระด่วน ฟู่จวินไม่ต้องกังวล”
อวิ๋นมู่จะไม่เข้าใจฮูหยินของตนได้อย่างไร ต้องเกิดอะไรบนภูเขาแน่นอน แต่นางไม่อยากพูด อวิ๋นมู่จึงไม่บีบบังคับ เกรงว่าเรื่องคงเกี่ยวข้องกับแม่นางซูกระมัง
“นายท่านตระกูลสาขาอยู่ในห้องหรือไม่? ข้าอยากไหว้วานเขาสักเรื่อง”
…
ยามเย็น นายท่านตระกูลสาขาเดินเข้ามาจากด้านนอก “พี่สะใภ้ เมื่อครู่ข้าไปตรวจสอบด้านนอกมาแล้ว บุรุษผู้นั้นไม่อยู่ในหมู่บ้าน เชื่อว่าคงไปแล้วกระมัง”
ฮูหยินอวิ๋นไม่อาจคลายความเป็นห่วงที่มีต่อแม่นางซูจึงให้นายท่านตระกูลสาขาไปสืบดูเส้นทางของหวงฝู่เฉินด้านนอกเพื่อให้มั่นใจว่าเขาไปแล้วจริงๆ หรือไม่
“เช่นนั้นหรือ? ลำบากนายท่านตระกูลสาขาแล้วจริงๆ” ตอนนี้ฮูหยินอวิ๋นจึงค่อยผ่อนคลายลง นายท่านตระกูลสาขาคิดถึงเรื่องที่เขาได้ยินจากในหมู่บ้านเมื่อครู่นี้ “หากข้าพบเขา จะต้องให้เขารู้ถึงความร้ายกาจของตระกูลอวิ๋นของพวกเราเสียหน่อย ถึงกับกล้าล่วงเกินพี่สะใภ้เชียว!”
“เขาแค่จำคนผิดเท่านั้น”
“ข้าไม่สน จะอย่างไรหากพบเขา ข้าจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่!”
ภายในเรือนเล็กๆ มีเสียงหัวเราะดังแว่วมา ไม่มีผู้ใดสังเกตเลยว่ามีเงามืดสายหนึ่งไหววูบอย่างรวดเร็ว ซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่ด้านหลังเรือน
คิดไม่ถึงว่าในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้จะมีเรือนเล็กๆ อันเงียบสงบอยู่ด้วย อีกทั้งคนในเรือนยังดูแตกต่างจากชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดคำจาหรือท่าทางล้วนดูไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป อีกทั้งรอบๆ ยังมีสมุนไพรนานาชนิด หรือนี่จะเป็นหมอของหมู่บ้าน?
นายน้อยต้องการให้เขาสืบหาที่มาที่ไปของฮูหยินท่านนี้ให้ชัดเจน คนชุดดำสัมผัสได้ว่าในเรือนเล็กๆ แห่งนี้มียอดฝีมือจำนวนมาก เขากลั้นหายใจ คิดหาข้อมูลอันเป็นประโยชน์บางอย่าง
“โอ้ย!” คนชุดดำยกมือขึ้นปัดใบไผ่ที่บดบังทัศนวิสัยของตน คิดไม่ถึงว่ากลับเจ็บที่ฝ่ามือ พบว่ามีเลือดหยดหนึ่งซึมออกมาจากผิวหนังอันหยาบกร้าน เมื่อมองให้ละเอียด ต้นไผ่ข้างกายตนถึงกับมีพืชที่ดูคล้ายเถาวัลย์พันเอาไว้ เป็นหนามบนเถาวัลย์ที่ทำเขาบาดเจ็บ
เขาใช้มือกดรอยแดงนั้นไว้โดยไม่ใส่ใจ แต่ไม่นานฝ่ามือกลับมีความร้อนแผดเผาแผ่ออกมา สายตาถึงกับพร่าเลือน
คนชุดดำรู้ตัวว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง หรือบนหนามจะมีพิษ?
ร่างกายโอนเอนอย่างควบคุมไม่ได้ พอดีกับที่อวิ๋นมู่ออกมาจากในห้องจึงสังเกตุเห็นลมหายใจสับสนทางด้านนี้เข้า “ผู้ใด?!”
ในป่าไผ่มีเสียงการเคลื่อนไหวดังแว่วมา ในยามที่อวิ๋นมู่ตามไป เหลือเพียงรอยเท้าไม่เห็นคน
ถึงกับ…มีคนจับตาดูพวกเขาเชียวหรือ? อวิ๋นมู่อดไม่ได้ที่จะกังวล เนื่องจากไม่ทราบว่าผู้มาเยือนมุ่งเป้าไปที่ตระกูลอวิ๋นหรือมุ่งเป้าไปที่แม่นางซูท่านนั้น
MooOaun
หวงฝู่เฉิน – หวงฝู่จี พ่อลูกเหมือนกันเลย ชอบใครก็จะบังคับแย่งเอา แล้วจะไปว่าลูกทำไม๊ หึ๊?